ตอนที่ 14 บัญชาแค้น
“ข้าพอเข้าใจที่ท่านพูดขึ้นมาบ้าง…หมายความว่ามันคือสมบัติวิเศษ!” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มลึกลับราวกับ์ประทานพร สิ่งที่เขา้ามากที่สุดมาปรากฏขึ้นในทันที!
“คราวแรกที่เราสั่งให้เก็บเข้าแหวนมิติเพราะกลัวว่าสามเผ่าคุมกฎแห่งอนันตจักรวาลจะััการคงอยู่ของวัตถุนี้ได้ แต่ในเมื่อเป็วัตถุวิเศษประเภทปกปิดกลิ่นอายและพลัง เ้าคงสวมใส่ได้โดยไม่ต้องกังวล ทว่า! เราขอเตือนเ้าไว้อย่างว่าหากเ้ายังนำหน้ากากใบนี้พาติดตัวไปด้วยตลอด ถึงมันจะปกปิดกลิ่นอายและพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่คงไม่รอดพ้นจากสายตาของจักรพรรดิผู้เป็เ้าของเป็แน่ วัตถุชิ้นนี้อาจนำพาตัวตนเช่นนั้นมา” หนิงเซียนกล่าวด้วยสีหน้าขึงขังอย่างยิ่งยวด
“นำพาจักรพรรดิมา?…ถ้ามาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? อย่างไรก็มีการกีดกั้นจากกฎของอนันตจักรวาลอยู่มิใช่หรือ?” เฟยอวี่จำคำของนางได้ดี นางกล่าวไว้เองว่าถ้าแข็งแกร่งเกินโลกนั้นจะรับไหวจะถูกส่งไปโลกลำดับถัดไป แล้วพวกจักรพรรดิจะมาได้อย่างไร?
หนิงเซียนส่ายศีรษะ สีหน้าของนางคล้ายปลดปลงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าจักรพรรดิ ถึงกระนั้น นางไม่ได้มีท่าทางหวาดกลัวขณะกล่าวถึงพวกจักรพรรดิเลยแม้แต่น้อย “เราบอกว่านามแห่งจักรพรรดิอยู่เหนือกฎเกณฑ์ นั่นหมายถึงกฎทั้งหมดทั้งมวลที่ธรรมชาติบัญญัติไว้! พลังของพวกมันล้วนอยู่เหนือสามัญสำนึกอย่างแท้จริง เ้าจินตนาการพลังพวกมันไม่ออกแน่ๆ”
“…พลังที่อยู่เหนือสามัญสำนึก นี่ขู่ให้ข้ากลัวหรือ?”
“เราไม่ได้ขู่ เรากำลังเตือนเ้า”
หนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีประสานสายตากันราวสามลมหายใจ ทันใดนั้น เฟยอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “…เอาเถอะ ถ้ามันอยากมาก็มา ยังไงข้าก็จะกลายเป็เซียนที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว”
“นี่เ้าไม่ได้ฟังที่เราเตือนเลยหรือ?!” ไร้สิ้นคำกล่าวตอบอันใดจากเฟยอวี่ ชายหนุ่มกวาดสายตามองหาโรงเตี๊ยมเพื่อที่จะนอนพักผ่อน “…ฮึ่ม! ถึงตอนนั้นเราไม่ยื่นมือเข้าช่วยเ้าจริงๆด้วย!”
เฟยอวี่สาวเท้าเข้าหาโรงเตี๊ยมชื่อ “สินทาราม” ถึงแม้จะเป็่วิกาล ผู้คนมากมายภายในโรงเตี๊ยมกลับดูครึกครื้นเริงร่า เสียงชนแก้วเหล้าดังขึ้นไม่ขาดสาย บรรยากาศอึกทึกครึกโครมผ่อนคลายยิ่ง เฟยอวี่เดินผ่านผู้คนเ่าั้ตรงดิ่งไปทางเถ้าแก่โรงเตี๊ยม อาจเป็เพราะสภาพชุดที่สวมใส่จึงไร้ซึ่งสายตาเพ่งเล็งชิงทรัพย์อันใดจากผู้คน การหาห้องนอนเป็ไปได้ด้วยดี ชายหนุ่มจ่ายเงินสำหรับเช่าสองคืน
ในขณะนี้ภายในห้องนอนของโรงเตี๊ยม เฟยอวี่ทิ้งกายลงบนเตียง…หลับไปในทันที
่เวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงแดดแผดเผาพื้นดินแห้งแตกระแหง อย่างไรก็ตาม เฟยอวี่บุคคลที่ตื่นเช้าตรู่เสมอกลับนอนหลับเอาเป็เอาตายบนเตียงนอน นี่สืบเนื่องจากการฝึกหฤโหดบนูเาขจีไร้ซึ่งที่เตียงนอนดีๆ แม้ห้องนี้จะเทียบกับที่ตระกูลซูไม่ติด แต่ดีกว่านอนบนกิ่งไม้มาก! ความอ่อนเพลียนี้ส่งผลให้เฟยอวี่หลับลึกสนิท จวบจนกระทั่ง ดวงตะวันลับเส้นขอบฟ้าไป แสงจันทราอ่อนสาดผ่านใบหน้าของชายหนุ่ม
เฟยอวี่หางคิ้วกระตุก ชายหนุ่มลืมตาเปิดพลันลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว “เช้าแล้ว?!”
“ราตรีแล้วต่างหาก”
เฟยอวี่หันมองไปทางหนิงเซียนซึ่งนอนเล่นอยู่ข้างๆ ั์ตาสีแดงดุจโลหิตสะท้อนแสงจันทร์เผยความงดงามกระชากิญญา เป็แววตาที่งดงามยิ่งกว่าอัญมณีใดบนโลก แสงจันทรากระทบเผ้าผมแพลตตินั่มก่อเกิดแรงดึงดูดประหลาด ชายหนุ่มแข็งทื่อต่อความงดงามแท้จริงตรงหน้า หนิงเซียนโบกมือบอบบางไปมาใกล้หน้าของเขา “เป็หินไปแล้วรึไง?”
เฟยอวี่ส่ายศีรษะรุนแรงเพื่อเรียกสติพลันเอ่ยตอบอย่างไม่ลังเล “มาเป็ภรรยาข้าเถอะ”
…
แท้จริงแล้ว ชายหนุ่มรอจังหวะยามราตรีก่อนถึงค่อยบุกไปตระกูลเหยา มันประจวบเหมาะกับจังหวะที่เขาตื่นขึ้นพอดีจึงถือโอกาสนี้รุดหน้าไปยังตระกูลเหยาในทันที เฟยอวี่รู้สึกเจ็บแปลบตรงแก้มไม่หาย “ช่วยเบามือหน่อยเถอะ กรามข้าหักเชียว…โชคดีที่คอไม่หลุด”
“ใครใช้ให้เ้ามาหยอกเราเล่น” หนิงเซียนกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ ภายในแหวนมิติสีดำ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พริ้วไหวตามระลอกคลื่นพลังที่นางแผ่ออกมา นวลหน้าดุจน้ำนมปรากฏสีแดงระเรื่อวาบผ่าน นางยังเป็แค่เด็กสาวคนหนึ่งอยู่ดี
“เห็นข้าเป็คนโป้ปดหรืออย่างไร?”
ทันใดนั้นเองที่ชายหนุ่มััได้ถึงประกายรังสีฆ่าฟันพลันปิดปากเงียบสนิท ถ้ารอบนี้คอหลุดจากบ่าคงไม่คุ้มเสีย ตอนนี้เขามั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วว่าหนิงเซียนสามารถรักษาาแร้ายแรงได้ ถึงจะไม่รู้ขอบเขตที่นางทำได้แน่นอน สังเกตจากการที่ถูกตบจนกรามหัก นางเพียงวาดนิ้วไปมาบนอากาศธาตุ อาการของชายหนุ่มล้วนหายเป็ปกติดังเดิม
บัญญัติแห่งการสูญสลายอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม เฟยอวี่กระตุ้นทุกอย่างในร่างกายตนเองให้แข็งแกร่งกว่าคนระดับเดียวกันสองเท่า หมายความว่า…ในตอนนี้เฟยอวี่อยู่ระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง เมื่อใช้งานออกด้วยการกระตุ้น เปรียบประหนึ่งมีผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่งอีกคนช่วยร่วมสู้ ชายหนุ่มทะยานร่างวิ่งเหนือหลังคาเรือนด้วยความเร็วสูงล้ำ ฝ่าเท้าที่ััพื้นล้วนเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงอันใดราวกับนักฆ่าฉกาจที่ช่ำชอง
เพียงสิบนาที เฟยอวี่จึงเดินทางมาถึงตระกูลเหยา สายตาของชายหนุ่มจับจ้องยามเฝ้าประตูอย่างหวาดระแวง “เป็ไปตามข้อมูลที่ได้มา ยามเฝ้าประตูอยู่ในระดับรากฐานขั้นสิบเท่านั้นเอง”
“คนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลนั้นอยู่ระดับเชี่ยวชาญขั้นห้า” หนิงเซียนเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง การรับรู้ของนางครอบคลุมกว้างขวางทั่วแดนดิน ต่อให้นั่นจะเป็ยอดฝีมือที่เร้นกายล้วนมิอาจรอดพ้นสายตาของเด็กสาวไปได้
“เชี่ยวชาญขั้นห้า?! ผู้นำตระกูลเหยาระดับเชี่ยวชาญขั้นสองเองมิใช่หรือ?” เฟยอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตกตะลึงยิ่ง ถึงจะเป็ข้อมูลที่เขาได้รับมาอีกที แต่มันผิดเพี้ยนจากความจริงถึงเพียงนี้เลยหรือ? ผู้นำตระกูลเหยาแท้จริงอยู่ระดับเชี่ยวชาญขั้นห้า?
“เหมือนจะไม่ใช่ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ชายคนนั้นอยู่ใต้ดินลึกลงไปห้ากิโลเมตร”
เฟยอวี่ขมวดคิ้วมุ่น “หรือจะเป็ผู้นำรุ่นก่อน ถ้าอย่างนั้นการมาในครั้งนี้ล้วนเปล่าประโยชน์…” เฟยอวี่มิใช่คนโง่ การบุกในครั้งนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลเหยาครบถ้วนสมบูรณ์ ทว่า เขาไม่คิดมาก่อนว่าจะมีหมากที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ในครั้งนี้ นี่เป็เื่ที่เสี่ยงเกินไป ด้วยระดับพลังตอนนี้ไม่มีทางที่จะเอาชนะผู้ฝึกยุทธระดับเชี่ยวชาญขั้นห้าได้ ยิ่งคนผู้นั้นคือผู้นำรุ่นก่อนของตระกูลเหยายิ่งแล้วใหญ่ คนแก่เฒ่าย่อมมีลูกเล่นเล่ห์กลเสมอ มันคือความต่างของประสบการณ์!
ชายหนุ่มจับจ้องหน้าประตูตระกูลเหยาอย่างสิ้นหวัง ทันใดนั้นเองที่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ สีหน้าปลดปลงกลับกลายเป็เรียบนิ่งไร้อารมณ์ เขายกยิ้มขึ้น “หนิงเซียน เ้าเคยเล่นละครหรือไม่?”
คิ้วสีเงินงามเลิกสูงขึ้น นวลหน้างามล้ำบริสุทธิ์ท่าทางฉงน
…
ในขณะนี้เองที่ห้องของเหยาหยี้ บุตรชายคนโตแห่งตระกูลเหยา เหยาหยี้ทอดร่างนอนนิ่งบนเตียงหรูหราราวกับผัก สภาพร่างกายของเขาเรียกได้ว่าสาหัสสากรรจ์ ผ้าพันแผลพันรอบกายราวกับศพ มีบริเวณศีรษะเท่านั้นที่ไม่มีผ้าพันแผล เหยาหยี้กำลังรำพึงรำพันนึกเสียใจถึงการเข้าไปยุ่มย่ามในอาณาเขตของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ แค้นนี้คนทั้งตระกูลยังมิอาจล้างบางให้ได้
“ข้าไม่น่าหาเื่ใส่ตัวเลย!!” เหยาหยี้ะโถ้อยคำนี้มากกว่าร้อยครั้งต่อวัน ข้ารับใช้ในตระกูลเหยาต่างฟังกันจนชินชา ฉับพลันนั้นเองที่คลื่นลมรุนแรงกระทบบานหน้าต่างจนเปิดออกพลันถาโถมเข้ามาภายในตัวห้องหมุนวนประดุจพายุ เหยาหยี้ปิดเปลือกตาแน่นสนิท เขามิอาจขยับเขยื้อนร่างกายส่วนใดได้นอกจากนอนนิ่งเป็ผัก
“ถ้าบิดาหายเจ็บจะฆ่าเ้าทิ้งให้ดูไอ้ลมบ้า!!” หลังจากเหตุการณ์ถูกสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทำร้าย จุดเดือดของเหยาหยี้ล้วนลดต่ำลงมาก แค่ได้ยินเีสยงถ้วยชากระทบกัน เขายังด่าทอข้ารับใช้อย่างเจ็บแสบ “ข้าจะซวยอะไรขนาดนี้กันวะ! องครักษ์ทั้งสี่ที่เก่งรองจากท่านพ่อก็หายตัวไป ทำลายหนังสือแต่งงานแม่นางเยว่ก็ไม่ได้ ยังมาโดนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทำร้ายปางตายอีก!!”
ภาพของขยะแห่งเมืองธาราครามวาบผ่านเข้ามาอย่างไร้สาเหตุ เหยาหยี้กัดริมฝีปากแน่น “ไอ้ขยะซูอวี่เอ๊ย! ถ้าบิดาหายดีจะหั่นเ้าเป็พันๆชิ้น!”
“…โอ้ บิดาอยู่ต่อหน้าของเ้าแล้วนี่ไง” เฟยอวี่ยืนฟังมันบ่นั้แ่แรกเริ่ม
สิ้นคำกล่าวของเสียงปริศนา ด้วยแผลฉกรรจ์มันจำต้องค่อยๆหันศีรษะไปทางต้นกำเนิดของเสียงนั้นอย่างเชื่องช้า ทันใดนั้น แววตาของเหยาหยี้เบิกโตกว้างปานถลน บุรุษที่เขาคุ้นเคย…ขยะซูอวี่ บุรุษเบื้องหน้าสวมผ้าคลุมสีน้ำตาลซอมซ่อไร้ราศี ทว่า แววตาที่ทอดมองลงมายังตนประหนึ่งมองมดปลวกมิมีผิด เหยาหยี้เปิดปากกว้าง ทันใดนั้นเองที่ฝ่ามือของเฟยอวี่ขยับเคลื่อนหยิบใบมีดออกจากอาภรณ์ใต้ผ้าคลุม หนึ่งมือล้วงกระชากลิ้นของมันออกพลันใช้ใบมีดอีกมือตัดทิ้งอย่างไม่ลังเล
!!!!!!
เหยาหยี้ดิ้นทุรนทุรายอย่างเ็ปราวกับดิ้นในอ่างน้ำเดือด มันเปิดปากกรีดร้องปานเส้นเสียงฉีกขาด ทว่า ไร้ซึ่งสุ้มเสียงอันใดนอกจากสีหน้าทรมานลึกล้ำดุจตกขุมนรก “เสียงของเ้าสำหรับการดูถูกข้า” เฟยอวี่ยกใบมีดขึ้นอีกครั้ง จวกแทงลงตัดเส้นเอ็นบนแขนทั้งสองของเหยาหยี้อย่ามโเี้ “แขนทั้งสองของเ้าสำหรับท่านปู่ข้า”
สีหน้าของเหยาหยี้บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ถึงขีดสุด มันอ้าปากกว้างจนสุดกรามส่งเสียงกรีดร้องทรมานอยู่ในห้วงจินตนาการดุจตกขุมนรกทั้งเป็ มันเกลือกกลิ้งจนร่างร่วงหล่นลงจากเตียงกระทบพื้น ทันใดนั้น ความเ็ปจากแขนทั้งสองพลุ่งพล่านรุนแรง สายโลหิตลากยาวชโลมเตียงขาวนวลกลับกลายเป็รอยคราบโลหิตสีแดงฉาน
หยดเืไหลรินบนพื้นไม้ไม่ขาดสาย ใบหน้าของเฟยอวี่ล้วนเรียบนิ่งเยือกเย็นไร้อารมณ์อันใด ชายหนุ่มควงใบมีดตัดผ่านเส้นเอ็นบนขาทั้งสองของเหยาหยี้ไร้ปราณี “ขาทั้งสองของเ้าสำหรับเยว่ชิงภรรยาข้า”
หากเหยาหยี้ยังสามารถเปล่งเสียงได้อยู่ คงเป็เสียงกรีดร้องที่น่าหวาดหวั่นที่สุดดุจปีศาจร้องคร่ำครวญ บริเวณปาก สองแขนและสองขาที่ถูกอาบย้อมไปด้วยเื เหยาหยี้พยายามตะเกียกตะกายบนพื้น ทว่า สองแขนและสองขาล้วนไร้การตอบสนองโดยสิ้นเชิง อารมณ์เ็ปรวดร้าวและสิ้นหวังปรากฏอยู่ท่วมท้นบนใบหน้าของเหยาหยี้ ท่าทางกรีดร้องโหยหวนแต่ไร้ซึ่งสุ้มเสียงใด
ใบมีดสะท้อนแสงจันทราส่องประกายเป็เส้นสายพุ่งตวัดผ่าน่ชิงการมองเห็นของมัน น้ำพุโลหิตสาดกระจายทั่วบริเวณ ก้อนเนื้อสีขาวดำสาดปนมากับโลหิตที่กระฉูดพุ่ง…สีหน้าของเหยาหยี้ตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากร่างที่ไร้ิญญา
“การมองเห็นของเ้าสำหรับซูหนี่ว์ที่ต้องทนเ็ปทรมาน” เฟยอวี่ไม่รีรออันใดพลันทิ่มใบมีดปักลงตรงจุดตันเถียน ทะลุผ่านเนื้อหนังอย่างง่ายดายดุจตัดเต้าหู้ “พลังยุทธทั้งหมดของเ้าสำหรับการหมายเอาชีวิตข้า”
เฟยอวี่ลงมืออย่างโเี้ไร้ปราณีโดยสีหน้าของเขาไม่ได้แปรเปลี่ยนอันใดนอกจากความนิ่งสงบดุจผิวน้ำ เหยาหยี้นอนแน่นิ่งบนทะเลโลหิต เฟยอวี่รู้ดีว่ามันยังไม่ตาย ทุกการตวัดคมมีดล้วนเลี่ยงจุดตายของมันเอาไว้ การที่ให้มันตายอย่างสงบนั้นคู่ควรกับมันงั้นหรือ? ไม่มีทาง! เฟยอวี่จะทำให้มันทรมานที่สุด ให้มันได้รับรู้ถึงขุมนรกที่อยู่ใกล้แค่เพียงปลายเส้นผม ไร้ซึ่งประสาทัั ไร้ซึ่งเสียง ไร้ซึ่งพลังยุทธ แม้ต่อให้มันอยากตายขนาดไหนล้วนมิอาจเปล่งเสียงใดออกมาได้!!
ทันใดนั้นเองที่บานประตูห้องของเหยาหยี้ถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล สุ้มเสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นอ่อนโยนขณะมือข้างหนึ่งถือถาดที่มีถ้วยยาวางไว้ “หยี้เอ๋อ---ข้านำยามาให้…” ภาพแรกที่ผู้นำตระกูลเหยาเห็นคือบุตรชายตนเองที่นอนจมกองเืขนาดใหญ่ราวกับบุปผาโลหิต ร่างกายแข็งทื่อฉับพลัน ถาดในมือร่วงหล่นกระทบพื้น ลมหายใจขาด่ไปขณะหนึ่ง ั์ตาขยายโตกว้างจนสุดเมื่อจับจ้องบุคคลใต้ผ้าคลุมสีน้ำตาลปริศนา
เฟยอวี่เผยรอยยิ้มลึกลับ ชายหนุ่มหยิบหน้ากากสีขาวบริสุทธิ์ปนอักขระทองคำขึ้นมาสวมใส่ สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือหน้ากากใบนี้สามารถทำให้กระชับเข้ากับโครงหน้าของผู้สวมใส่ได้
“จะ…เ้า!! ไอ้สุนัข!! บิดาจะสังหารเ้า!!” ผู้นำตระกูลเหยาแผดเสียงดังสนั่นะเืกัมปนาท ผู้คนมากมายในตระกูลล้วนตระหนกแตกตื่นต่างวิ่งหน้าตั้งมาทางต้นเสียงของผู้นำตระกูลอย่างสุดกำลัง แม้กระทั่ง ผู้นำตระกูลรุ่นก่อนที่ปิดด่านบำเพ็ญตนล้วนตื่นขึ้นจากห้วงการฝึกฝน
สีหน้าของเหยาถูบิดเบี้ยวอย่างยิ่งยวด เขาทะยานร่างเข้าหาเฟยอวี่ราวกับสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง กระบวนท่าแรกถูกใช้ออกโดยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งและมีพลังทำลายล้างสูงที่สุด ฝ่าเท้าของเหยาถูกระทบพื้นห้องได้หนึ่งก้าว ทันใดนั้นเองที่มีเรือนร่างของชายชราปริศนาเข้ามาขัดขวางไว้ เพี๊ยะ! เสียงตบหน้าดังกึกก้องทั่วทั้งห้อง
สุ้มเสียงแหบพร่าของผู้ชราเหยากวงเอ่ยขึ้น “เหยาถู! ตั้งสติให้มั่น”
ระยะห่างจากหน้าประตูถึงเฟยอวี่มีระยะทางมากกว่าสิบ่ก้าว เหยากวงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่สามารถมาขัดขวางไว้ได้อย่างพอดิบพอดี ภายใต้หน้ากากสีขาวปนอักขระทองคำ เฟยอวี่แสยะยิ้มกว้าง ทุกอย่างเป็ไปตามการคำนวณของเขา
…บทละครสุดเร้าใจกำลังเริ่มต้นขึ้น!