ขอเพียงรักนี้นิรันดร

    บทที่ 14...3/3

              เวลากำลังเดินไปเรื่อยๆเรียวนิ้วยาวเคาะพวงมาลัยรถในระหว่างที่รอเสียงเพลงที่เขาไม่ได้ฟังบ่อยนักดังคลอไปกับยามเช้าที่สดใสกว่าทุกวันแม้จะรู้ว่าเวลากำลังเดินถอยหลังเพื่อจบที่เลขศูนย์หากตอนนี้เขาไม่ได้สารภาพความในใจออกไป กาลข้างหน้าจะเสียใจไหมจะนึกเสียดายที่ไม่ได้ทำหรือเปล่า

            เขามีคำตอบให้ตัวเองแล้วถึงได้ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปไม่ขัดขืน ไม่ใจร้ายกับธามิณีและตัวเอง ความสุขที่หวานและขมเขาเพิ่งได้สัมผัสเป็นครั้งแรกมนุษย์ที่เปราะปรางกลับรับมือกับความรู้สึกแบบนี้ได้ ในขณะที่เขาเริ่มเห็นตัวเองในยามที่ใจแตกสลายเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะผ่านไปได้อย่างไร

              7 โมงตรงแล้วศนิกดโทรออกแล้วรอสัญญาณเพียงครู่เดียว ปลายสายก็รับ เขาได้ยินเสียงกุกกักเจ้าของโทรศัพท์คงยังงัวเงียไม่ค่อยตื่นเท่าไหร่เผลอๆตอนที่รับโทรศัพท์เธอยังไม่ลืมตาด้วยซ้ำ

              “สวัสดีค่ะใครคะ”

              “แฟนของธามไงล่ะ”ศนิตอบพร้อมๆ กับเหมือนได้ยินของตก ธามิณีคงอ่านหนังสือแล้ววางไว้ข้างหมอนอย่างเคยอารามตกใจมือคงไปปัดจนตก “ตื่นหรือยัง วันนี้ฉันจะไปส่งธามที่มหา’ลัยเอง รีบลงมานะ”

              ธามิณีรีบลงมาจากเตียงแล้ววิ่งมาที่หน้าต่าง เธอมองหาไปทั่วจนกระทั่งเห็นศนิที่ยืนรออยู่ข้างรถพร้อมกับโบกมือให้เธอโบกมือกลับแล้วยิ้มกว้าง เขาเหมือนผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งถ้าชีวิตของเราสองคนง่ายดายแบบนี้คงจะดีจนเธอพร้อมจะแลกด้วยทุกอย่างที่มี

              “ดีจังธามเคยคิดว่าอยากไปนั่งรถเล่นกับคุณสักวัน อย่างกับฝันที่เป็นจริงเลยค่ะ”

              ศนิผ่านมนุษย์หญิงสาวที่เขาเคยเห็นยามหลับมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ตื่นมาแล้วหน้าเหมือนแมวขี้เซากำลังเกาะหน้าต่าง เขาเพิ่งเคยเห็น

              “ผมยุ่งเชียวคอเสื้อก็ย้วย ไปอาบน้ำได้แล้ว”

              ธามิณีหัวเราะเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าเสื้อที่ชอบใส่เป็นประจำนั้นย้วยจนแทบยุ่ยแล้วแต่เพราะมันใส่แล้วสบายศนิรอจนเห็นว่าธามิณีกลับเข้าห้องไปแล้วจึงกลับเข้ามานั่งในรถรอยยิ้มหายวับใบหน้ากลับมาเคร่งขรึมดังเดิมเมื่อเกิดคำถามถ้าธามิณีถูกส่งมาเกิดเพราะตอนนั้นเธอเป็นเทพธิดาที่ช่วยเปิดประตูที่กักบริเวณเขาทำให้เขาได้ไปสะสางความแค้นกับพระยม จนถูกลงโทษในเวลาต่อมา ถ้าความผิดเพียงแค่นั้นแต่ทำไมเธอถึงต้องมาเกี่ยวพันกับเขา มีเหตุผลอะไรที่เขายังไม่รู้อีก ผลึกกาลเลือกธามิณีเพราะเขากับเธอมีอนาคตร่วมกันงั้นหรือแต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อมนุษย์ไม่อาจหนีพ้นอายุขัยของตัวเอง

     

              เรียวปากหนายิ้มบางเมื่อเห็นธามิณีเดินแกมวิ่งมาที่รถของเขาผมหวีมาพอเรียบ หน้าแต่งเท่าที่เคยคือแทบไม่รู้ว่าแต่งหน้ามาเธอไม่ชอบแต่งหน้าอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเธอก็เป็นแบบนี้ เขาจึงชอบที่เธอเป็นแบบนี้เพราะฉะนั้นไม่ว่าเวลาของเธอจะเหลืออีกเท่าไหร่การทำให้ทุกวินาทีมีค่าต่างหากที่สำคัญสำหรับเขา

              “ขอพูดอะไรตรงๆได้ไหมคะ”

            ธามิณียิ้มจนตาหยีเมื่อเข้ามานั่งในรถวันนี้ศนิใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ดูแปลกตาต่างจากที่เคยทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงเชียวล่ะ

            “วันนี้คุณหล่อมากเท่มากด้วย อย่ายิ้มแบบนี้ให้ใครนะคะ”

              “ฉันไม่ใช่คนที่ยิ้มกับใครง่ายๆ”ศนิยิ้มกว้างพลางสตาร์ตรถ “วันนี้ตอนเย็นอยากทำอะไรไหมอาทิตย์หน้าธามถึงจะกลับไปทำงานพิเศษใช่หรือเปล่า”

              “ค่ะ”ธามิณียิ้มดีใจเพราะศนิรู้เรื่องงานของเธอ นั่นเพราะจริงๆ แล้วเขาใส่ใจเพียงแต่ที่ผ่านมาแสร้งเมินเฉยใส่จนเธอเกือบถอดใจ “ธามเขียนลิสต์เอาไว้ค่ะ ถ้ามีแฟนแล้วธามอยากจะทำอะไรบ้าง”

              “ฉันตามใจธามถ้างั้นเย็นนี้ฉันมารับนะ”

              น้ำเสียงอ่อนโยนการมารับมาส่ง ความยอมตามใจ ศนิช่างเรียนรู้การเป็นแฟนได้เร็วเพียงชั่วข้ามคืน

              “มันรู้สึกเหมือนฝันเลยนะที่คุณทำแบบนี้”เพราะเธออยู่กับการสูญเสียและทอดทิ้งทำให้กลัวว่าหากมีความสุขเกินไปเพียงพริบตาสิ่งเหล่านั้นจะพังทลาย “ไม่มีอะไรหรอกค่ะธามแค่มีความสุขจนกลัวว่ามันจะหายไปเท่านั้นเองค่ะ”

              “ฉันไม่หายไปไหนหรอก”

              มือหนายื่นไปลูบผมนุ่มของธามิณีก่อนจะตั้งใจขับรถต่อแม้เขาจะไม่ได้ขับรถบ่อยนัก แต่ก็มีใบขับขี่ถูกต้องตามกฎหมายธามิณีมองทางที่เหมือนกับทุกวัน แต่กลับไม่เหมือนเดิมเพราะศนิเป็นคนขับรถให้เธอในวันนี้ก็ได้ เธอจะมีความสุขแล้วลืมทุกอย่างไป ขอแค่มีเขาอยู่ตรงนี้ อย่าได้คิดอะไรอีก

     

              โปสเตอร์ในป้ายล้อมด้วยกรอบไฟเสียงเพลงจากหนังที่มีคิวกำลังเข้าฉาย พื้นพรมและกลิ่นหอมๆ ของป๊อปคอร์นบรรยากาศแบบนี้เองที่ธามิณีเลือกเป็นลิสต์แรกสำหรับมากับแฟน ศนิเคยมาที่โรงหนังเพื่อตามหาวิญญาณร้ายแต่ไม่เคยมาเพื่อดูหนังเลยสักครั้งจึงชอบสิ่งที่ธามิณีเลือกสำหรับการมากับแฟนเป็นครั้งแรกอยู่ไม่น้อย

              “ที่นี่เหรอที่ธามอยากมา”

              “ค่ะธามอยากดูหนังกับคุณ”ธามิณีกอดแขนของศนิไว้เผื่อเขาเปลี่ยนใจไม่เข้าโรงหนังไปกับเธอ“ครั้งสุดท้ายที่ธามเข้ามาในโรงหนังก็นานมากแล้วสำหรับคนที่ต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ไม่มีเวลามาหาความสุขที่มีราคาแบบนี้สักเท่าไหร่หรอกค่ะ”

              ความสุขของธามิณีเรียบง่ายแบบนี้เองศนิสามารถทำอะไรได้มากมาย ธามิณีย่อมรู้อยู่แล้ว แต่เธอเลือกจะขอแค่มาดูหนังด้วยกัน

              “ถ้างั้นฉันเลี้ยงหนังธามเอง”

              “ไม่เอาค่ะธามอยากเลี้ยงหนังคุณ แล้วคุณเลี้ยงไอติมธาม” ธามิณีเห็นแววตาที่สงสัยจากศนิน่าดีใจที่เวลาอยู่กับเธอ เขาไม่ต้องซ่อนความรู้สึกอีกแล้วแค่นี้แหละที่เธอต้องการ “ความรู้สึกเวลาที่ได้กินไอติมหลังจากดูหนังจบกับคนที่รักธามจำได้ว่ามันรู้สึกดีมากๆ เลย”

              คนที่รัก...งั้นหรือ? พอมาคิดดู คนที่สารภาพความในใจดูเหมือนจะเป็นเขาคนเดียวธามิณีกำลังบอกรักเขาทางอ้อมหรือว่าเธอหมายถึงแค่พ่อกับแม่กันนะ

              “คนที่ธามรักหมายถึงใครบ้างหรือ”ศนิถาม

              ธามิณียิ้มใส่ตาเจ้าของคำถามนี่เขาไม่รู้ตัวเลยหรือว่าเป็นใครสำหรับเธอ

              “พ่อกับแม่ของธามไงคะตอนนี้คือคุณค่ะ”

              แม้ธามิณีจะไม่ได้พูดคำว่าเธอรักเขาตรงๆแต่ความหมายคือรักนั่นเอง ศนิยิ้มกว้างเท่าที่เคยมีตลอดการเป็นเทพกึ่งมนุษย์เอาไว้เขาจะทวงคำว่ารักจากเธอใหม่  

              หนังที่ธามิณีเลือกเป็นแนวต่อสู้ไม่ใช่แนวรักหวานโรแมนติกฉากต่อสู้เธอไม่มีสะดุ้งด้วยซ้ำ แต่กลับหันมายิ้มให้เขาอย่างรู้กันว่าที่เราสองคนได้พบเจอมาอาจหนักหนากว่าในหนังเสียด้วยซ้ำพอดูหนังจบศนิก็เลี้ยงไอติมธามิณีตามที่ตกลงกันไว้ รอยยิ้มและสายตาของเธอยามที่มองไอติมกับมองเขาช่างเหมือนกันหวานละมุนและมีความสุข เดทแรกของเขากับมนุษย์ในรอบ 754 ปีเป็นแบบนี้เอง     

     

              รวิชญ์จอดรถแล้วกำลังจะก้าวลงไปก็พอดีเห็นว่ามีรถอีกคันกำลังจอดแต่ไม่ดับเครื่องเขามองไปเพราะผู้หญิงที่ลงจากรถคือธามิณี ส่วนผู้ชายที่ขับรถมาเขาเห็นใบหน้าไม่ถนัดนักใจของเขาหายวาบเพราะมีใครอีกคนที่เข้ามาในชีวิตของธามิณีอย่างนั้นหรือเขาพยายามทำตัวปกติ เข้าไปคุยในแชทกลุ่มอย่างเคย เพียงแต่ไม่ได้มากินข้าวที่โรงอาหารของมหา’ลัยเพราะยังต้องการเวลาสำหรับทำสีหน้าให้ปกติหลังจากผ่านมาทั้งสัปดาห์ เขาคิดว่าน่าจะทำใจได้มากแล้วแต่พอเห็นว่าธามิณีมีคนมาส่งในวันนี้ เขารู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ก็รีบปัดออกไปเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังเดินมาทางนี้พอดี

              “ใครมาส่งธามงั้นเหรอพักนี้วิชญ์ยุ่งๆ ก็เลยไม่ได้ไปหาธามหลังเลิกเรียนเลย” รวิชญ์ห้ามตัวเองไม่ทันอย่างน้อยให้เขาได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เป็นคนดีไหมก็ยังดี

              “ขอโทษนะวิชญ์หลายๆ อย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก” ธามิณีคิดแล้วว่าจะไม่ปิดบังเพื่อน รวิชญ์ไม่ได้ผิดอะไรเลยเราสองคนยังคงเป็นเพื่อนกัน “ธามตกลงเป็นแฟนกับคนคนนึงแล้วน่ะ”

              “ใครเหรอธามวิชญ์เคยเจอมาก่อนไหม เขาเป็นคนดีใช่หรือเปล่า” รวิชญ์พยายามหายใจให้เบาที่สุดเพราะไม่อยากให้ธามิณีกังวลว่าเขาจะเสียใจอย่างน้อยธามิณีก็เปิดเผยต่อเขา ในฐานะเพื่อนเขามีสิทธิ์ทำได้แค่ห่วงเท่านั้น“ขอโทษนะ วิชญ์แค่เป็นห่วงธามน่ะ”

              “ขอบใจนะวิชญ์ที่ยอมรับในการตัดสินใจของธาม”ตอนที่บอกรวิชญ์ไป มีวูบหนึ่งที่ธามิณีกลัวว่าเขาจะเสียใจแล้วเดินหันหลังให้เธอ“เขาเป็นคนดี ธามรู้จักเขามานานแล้วล่ะ เขาช่วยธามไว้หลายๆ อย่างจนวันหนึ่งเขามาขอธามเป็นแฟนน่ะ”

              รวิชญ์พยักหน้าพลางมองรอยยิ้มของธามิณีการที่เธอมีความสุขย่อมดีแล้ว เขาควรดีใจกับเพื่อน เขาต้องทำให้ได้

              “อย่ามองวิชญ์แบบนั้นสิวิชญ์ไม่เป็นไร ตอนนี้ดีใจกับธามที่สมหวังในความรัก”

              ธามิณีถอนใจเบาๆค่อยโล่งอก “กัลกับพี่รดีคงไปรอที่ร้านแล้ว เราไปกันเถอะ”

              กัลยามารอที่ร้านปิ้งย่างแล้วแต่เพียงไม่นานธามิณีกับรวิชญ์ก็มาสมทบ เธอรู้เรื่องที่ธามิณีขอเป็นเพื่อนกับรวชิญ์แล้วแต่พอเห็นทั้งสองคนยังคุยกันเหมือนเป็นปกติก็ค่อยเบาใจว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความเป็นเพื่อนได้

            ภารดีเดินเข้ามาในร้านพอดีกับพนักงานยกถาดของสดที่สั่งไว้มางานเมาท์มอยครบคนเป็นอันว่าเริ่มประเด็นได้

              “มีแฟนแล้วเพิ่งจะมาบอกเพื่อนขอดูหน่อยสิหน้าตาแฟนของธามน่ะ กัลเคยเจอมาก่อนไหม” กัลยาแซวธามิณีเพราะเพื่อนเพิ่งบอกเธอเมื่อวานนี้

              ภารดีรู้พร้อมๆกับกัลยาและรวิชญ์เพราะได้อ่านแชทมาเหมือนกัน

              “ไม่มีรูปเลยพอกัลพูดขึ้นมา ธามก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่เคยถ่ายรูปกับศนิเลยนี่นา” อาจเพราะเขามีชีวิตที่ยาวนานไม่รู้วันสิ้นสุดเขาต้องย้ายที่อยู่เพราะอาจมีคนที่จำได้ว่าเขาไม่แก่ลงเลยเธอจึงไม่คิดที่จะถ่ายรูปเขา

              “ชื่อศนิเสียด้วย”กัลยาดูตื่นเต้นดีใจกว่าใคร

              “จริงๆแล้วพี่เพิ่งเห็นแฟนของธามนะ ตอนที่มาส่งธามน่ะ” ภารดียิ้มกว้างพอจะมีวิธีแล้วว่าทำอย่างไรทุกคนจะได้เห็นว่าแฟนของธามิณีมีหน้าตาอย่างไร“เอาอย่างนี้พี่วาดรูปคุณศนิให้ธามแล้วกัน รอเดี๋ยวเดียว”

              ตอนที่รวิชญ์กับธามิณีเดินไปแล้วในขณะที่ภารดีกำลังจะจอดรถ เธอทันเห็นว่าธามิณีลงมาจากรถคันไหน ช่วงที่กำลังจอดรถชายหนุ่มคนที่ขับรถมาส่งธามิณีกำลังจะขับรถออกไป เธอเห็นเขาในวินาทีนั้นแต่น่าแปลกที่เธอรู้สึกคุ้นๆ เหมือนกับว่าเคยเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นมาก่อนแต่นึกไม่ออกว่าที่ไหนและเมื่อไหร่

              รวิชญ์กับกัลยาพากันโหย่งตัวมาดูใบหน้าแฟนของเพื่อนด้วยความสนใจธามิณีมองอยู่ห่างๆ พลางยิ้มกว้างกับภารดีที่ยักคิ้วให้เพราะแฟนน้องสาวทั้งทีเธอย่อมรีบวาดสุดฝีมือ

              “ขนาดเห็นแวบเดียวนะคะวาดได้เหมือนมากเลยค่ะพี่รดี” แม้จะเป็นการวาดจากดินสอแบบรีบๆ ไม่ได้ประณีตนักแต่เหมือนศนิมาก เธอเพิ่งรู้ว่าภารดีมีฝีมือด้านวาดรูปด้วย

              “จะว่าไปแฟนของธามก็หน้าตาคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้ เหมือนพี่เคยเห็นที่ไหน แต่นึกไม่ออก”

              ธามิณียิ้มแต่ไม่ตอบอะไรเพราะการที่ภารดีจะเคยเห็นศนิแล้วจำได้คงมีแค่เหตุผลเดียว ภารดีไม่ได้ถูกลบความทรงจำสิ่งนี้จะเป็นปัญหาในอนาคตของศนิหรือเปล่านะ

              “เล่าหน่อยสิธามคุณศนิเป็นคนยังไง ไปเจอกันนานแล้วหรือยัง แล้วเขามาขอธามเป็นแฟนยังไงบอกรักธามแล้วใช่ไหม” นอกจากอยากฟังเรื่องราวความรักของธามิณีแล้ว กัลยาก็เป็นห่วงเพื่อนด้วย

              “ศนิเป็นคนดีปกป้องธามได้ เราเจอกันตอนธามอายุ 16 ก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ แล้วศนิมาขอธามเป็นแฟนยังไง เขาก็บอกตรงๆ ว่าชอบธามประมาณนี้แหละ” ธามิณีเล่ารวบๆข้ามรายละเอียดที่คงบอกใครไม่ได้ว่าเรื่องราวความรักของเธอกับศนิไม่ได้มีส่วนไหนที่เรียกว่าปกติธรรมดาแบบมนุษย์ยกเว้นตอนที่เขายอมบอกความในใจกับเธอ นอกเหนือจากนั้นมีแต่เรื่องเหนือธรรมชาติ

              รวิชญ์คิดว่าธามิณีคงเขินที่ถูกกัลยาถามละเอียดยิบแบบนั้นอีกทั้งภารดีก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจที่น้องสาวร่วมโลกมีแฟนแล้วแต่เขาห่วงเรื่องอื่นมากกว่า

              “แฟนของธามทำงานอะไรเหรอ”

              กัลยามองรวิชญ์พลางยื่นมือไปโต๊ะแล้วตีขาเขาเบาๆเธอเองก็อยากรู้ แต่คิดว่าเอาไว้ถามวันหลังดีกว่า ธามิณีคงไม่คิดว่าถูกพวกเธอซักพร้อมๆกับกินปิ้งย่างไปด้วยหรอกนะ

              ธามิณีนิ่งคิดไม่ใช่สงสัยว่าศนิทำงานทำการอะไรเขาคงมีงานรองรับอยู่แล้วไม่อย่างนั้นคงอดตายไม่อยู่เป็นร้อยๆ ปีได้หรอก

              “ไม่รู้เหมือนกันเอาไว้ธามจะถามเขานะ”

              กัลยาขมวดคิ้วจากที่คิดว่ารวิชญ์ไม่น่ารีบถามตอนนี้เห็นด้วยกับเพื่อนแล้วที่รีบถามเสียวันนี้เลยภารดียังปิ้งหมูสบายใจเพราะบางอย่างคนนอกก็คือคนนอก รวิชญ์คิดล่วงหน้าแล้วว่าต้องทำยังไงเพื่อให้แน่ใจว่าธามิณีพบคนดีจริงๆ

              “ไม่ใช่มิจฉาชีพแน่นะกัลควรเป็นห่วงธามไหม”

              ธามิณียิ้มกว้างเข้าใจเพื่อนหากเป็นเธอคงถามแบบที่กัลยาถามนี่แหละ

              “เขาเป็นคนดีไม่ใช่มิจฉาชีพหรอก สบายใจได้นะทุกคน”

              แต่ธามิณีคิดว่าไม่มีใครสบายใจสักคนแต่เธอก็จนใจที่จะอธิบายความเป็นมาของศนิไปมากกว่านี้ กัลยาเลื่อนปลายเท้าไปสะกิดรวิชญ์เป็นเชิงรู้กันว่าเดี๋ยวมีเรื่องจะคุยภารดีเป็นคนเดียวที่มั่นใจในการตัดสินใจของธามิณีจึงช่วยเปลี่ยนบทสนทนาไปเรื่องอื่นแทนเพียงครู่เดียวเสียงหัวเราะก็กลับมาเป็นการคุยกันสนุกสนามตามประสาเพื่อนดังเดิมแม้ว่าสายตาของกัลยาที่มองเพื่อนยังคงเต็มไปด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างจากรวิชญ์

     

     

            ขอเพียงรักนี้นิรันดร จำหน่ายในรูปแบบ E-Book แล้วนะคะที่เว็บ MEB หมวด นิยายรัก โบว์จะลงนิยายให้อ่านประมาณ 65% ของเรื่องราวทั้งหมดหรือประมาณบทที่ 16 แล้วสิ้นสุดการลงนิยายนะคะ

            ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ

            อัมราน_บรรพตี

    คล้ายกับเรื่องขอเพียงรักนี้นิรันดร ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382