หลังจากส่งเหล่าศิษย์พี่ที่ทั้งพึ่งพาได้และพึ่งพาไม่ได้กลับไปแล้ว เจียงอีเฉินมองดูงานจิปาถะของสำนักที่กองเป็ูเาเลากาอยู่บนโต๊ะ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ข้าไม่อยากเป็เ้าสำนักอีกแม้แต่วันเดียว รีบหาผู้สืบทอดที่เก่งกาจมาแทนที่ข้าเสียทีข้าจะได้สละตำแหน่งนี้ไปเสียให้พ้น ๆ "
...
บนยอดเขาเจียงอวิ๋น ฉู่หลินเฟิงกำลังอุ้มเจียงซินเล่นอยู่ด้านนอก
่ที่ผ่านมาเขาเก็บสะสมของเล่นไว้ให้เจียงซินมากมายและกำลังทยอยนำออกมาอวดนางทีละชิ้น เจียงซินมองดูแล้วหัวเราะคิกคัก ยิ่งรู้สึกว่าศิษย์พี่ห้าเป็คนดีเหลือเกิน จนกระทั่งอีกาทองคำลับขอบฟ้าไป ไข่มุกราตรีในลานบ้านส่องแสงสว่างขึ้นเอง ทั้งสองคนก็ยังคงเล่นกันอยู่บนผืนหญ้า
ทันใดนั้น เจียงซินก็มองออกไปนอกลานบ้าน ฉู่หลินเฟิงเงยหน้ามองตามไป เห็นเด็กหนุ่มรูปงามคนหนึ่งเดินมาจากนอกลาน
ฉู่หลินเฟิงเผยสีหน้ายินดี "ศิษย์พี่รอง ท่านกลับมาแล้ว!"
เด็กหนุ่มมีแววตาอ่อนโยน ทักทายฉู่หลินเฟิงสั้น ๆ แล้วมองไปยังเด็กในอ้อมแขน "นี่คือศิษย์น้องเล็กหรือ?"
"อื้อ ๆ ศิษย์น้องเล็กชื่อเจียงซิน ยอดดวงใจของข้าเอง" ฉู่หลินเฟิงรีบอุ้มเจียงซินไปให้หลินเยี่ยนดูอย่างกระตือรือร้น
หลินเยี่ยนยื่นมือออกไปจะรับตัวเจียงซิน แต่พลันชะงัก และส่งสัญญาณให้ฉู่หลินเฟิงรอสักครู่ "ครั้งแรกที่อุ้มศิษย์น้องเล็ก ขอข้าเสี่ยงทายดูสักครั้งก่อน"
ฉู่หลินเฟิงพยักหน้าหงึก ๆ "ใช่ ๆ ๆ ท่านช่วยคำนวณอนาคตให้ศิษย์น้องเล็กด้วย"
ฝ่ามือซ้ายของหลินเยี่ยนมีเหรียญทองแดงสามเหรียญ มือขวาถือกระดองเต่า แล้วรวบเหรียญทองแดงทั้งสามเข้าไปในกระดองเต่า เขาประคองกระดองเต่าด้วยสองมือ เขย่าเบา ๆ หลายครั้ง รอบกายมีปราณิญญาไหลเวียนจาง ๆ หลอมรวมเข้ากับฟ้าดิน แล้ววนกลับคืนสู่ร่างกายของหลินเยี่ยน จนกระทั่งพลังิญญาไหลเวียนครบหนึ่งรอบ เขาจึงนำเหรียญทองแดงสามเหรียญในกระดองเต่ามาวางเรียงกันบนฝ่ามือ
ฉู่หลินเฟิงชะโงกหน้าไปมองเหรียญทองแดงทั้งสาม แต่ดูไม่ออกว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร "คำนวณออกมาได้หรือไม่?"
หลินเยี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย เก็บกระดองเต่าและเหรียญทองแดง
ฉู่หลินเฟิงถามอย่างใจจดใจจ่อ "คำทำนายบอกว่าศิษย์น้องเล็กจะมีชีวิตที่ราบรื่นตลอดไปใช่หรือไม่?"
หลินเยี่ยนตอบว่า "คำทำนายบอกว่า ข้าควรใช้มือขวารับตัวศิษย์น้องเล็ก"
ฉู่หลินเฟิงและเจียงซินนิ่งเงียบไป
[ศิษย์พี่รองนี่ก็ซื่อบื้อไม่แพ้กันเลยนะ]
หลินเยี่ยนที่อุ้มเจียงซินอยู่ชะงักไป 'ใครพูด?'
ฉู่หลินเฟิงเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพียงแต่สงสัยว่าทำไมศิษย์น้องเล็กถึงพูดว่า ‘เหมือนกัน?’
ในที่นี้ คนที่จะเรียกตนว่า ‘ศิษย์พี่รอง’ นอกจากฉู่หลินเฟิงแล้ว ก็มีเพียงศิษย์น้องเล็กในอ้อมแขนเท่านั้น
หลินเยี่ยนมองเจียงซินด้วยความตกตะลึง รู้สึกมึนงง "ศิษย์น้องเล็ก เ้า..."
เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไรดี ไม่ว่าจะคิดอย่างไร การที่ทารกแรกเกิดจะพูดได้นั้นดูเหลือเชื่อเกินไป เจียงซินไม่ได้สังเกตเห็นความใในดวงตาของเขา นางดึงผ้าอ้อมของตนเอง พลางรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
[ศิษย์พี่รองผู้สง่างามดั่งหยกท่านใช้ชีวิตอยู่ในกฎระเบียบมาตลอด ไม่กล้าก้าวล่วงกฎเกณฑ์แม้แต่ก้าวเดียว แต่กลับแอบเรียนวิชาต้องห้ามเพื่อสิงซูอี๋ ลอบส่องความลับ์ จนตาบอดและเข้าสู่ทางมาร พอหมดประโยชน์ก็ถูกสิงซูอี๋ทอดทิ้ง สุดท้ายเพื่อช่วยสำนักจึงรีบกลับมา และะเิตัวเองจนสิ้นชีพ ช่างซื่อบื้อเหลือเกิน!]
ยิ่งคิดเจียงซินก็ยิ่งรู้สึกว่าศิษย์พี่รองตายได้น่าเวทนาเกินไป จนอดไม่ได้ที่ร้องไห้โฮออกมา
[ฮือ ๆ ๆ ศิษย์พี่รอง ท่านตายได้น่าสงสารเหลือเกิน! ผู้หญิงชั่วคนนั้นแค่้าใช้พร์ในการทำนายของท่านเพื่อปูทางให้ตัวเอง ทำไมท่านถึงเชื่อใจนางขนาดนั้นนะ? ท่านซื่อบื้อยิ่งกว่าศิษย์พี่ห้าเสียอีก!]
ฉู่หลินเฟิงหน้าบานด้วยความดีใจ
"เหะ ๆ " ศิษย์น้องเล็กชมเขาแล้ว
[สิงซูอี๋ยังเห็นศิษย์พี่ห้าเป็แค่หนูหาขุมทรัพย์ แต่ศิษย์พี่รองนี่เป็แค่เครื่องมือที่ถูกหลอกใช้โดยสมบูรณ์เลยฮือ ๆ ๆ ...]
ฉู่หลินเฟิงพลันรู้สึกว่าไม่อยากได้คำชมนี้แล้ว หลินเยี่ยนมองทารกที่ร้องไห้โฮในอ้อมแขนด้วยความตกตะลึง จำต้องเชื่อว่านี่คือเสียงของเจียงซิน และยังเป็เสียงในใจด้วย
เมื่อเห็นศิษย์น้องห้ายืนทื่ออยู่กับที่ ไม่ได้ตั้งคำถามในทันทีเหมือนปกติ หลินเยี่ยนจึงคิดว่าเขาไม่ได้ยินเสียงในใจของเจียงซิน ดูท่าศิษย์น้องเล็กจะมีสิ่งวิเศษติดตัว ฉู่หลินเฟิงเป็คนเก็บความลับไม่อยู่ หลินเยี่ยนจึงระงับความประหลาดใจไว้และไม่ได้พูดเื่นี้ออกไป
"ศิษย์น้องเล็ก อย่าร้องเลย เอาสิ่งนี้ไป" หลินเยี่ยนนำเหรียญทองแดงโบราณที่ดูเก่าคร่ำคร่าออกมาจากแหวนมิติ
บนเหรียญทองแดงโบราณผูกด้วยด้ายแดงเส้นใหม่ ซึ่งมีปราณิญญาเข้มข้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ศาสตราอาคมระดับสูงที่มีราคาสูงลิ่ว เหรียญอีแปะที่ผู้บำเพ็ญเพียรใช้ในการทำนาย มีต้นกำเนิดมาจากเหรียญอีแปะที่มนุษย์เดินดินใช้แลกเปลี่ยนสินค้า
เหรียญอีแปะที่ผ่านการเปลี่ยนมือคนนับหมื่นเช่นนี้ จะซึมซับกลิ่นอายของโลกมนุษย์ มีความเชื่อมโยงกับฟ้าดินลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทำให้ผลการทำนายแม่นยำกว่า หลังจากผ่านการหลอมด้วยอาคมเป็พิเศษ เหรียญอีแปะเช่นนี้ยังสามารถใช้ป้องกันตัวได้
เหรียญทองแดงโบราณที่หลินเยี่ยนมอบให้เจียงซิน เป็เหรียญที่เก่าแก่ที่สุดในมือของเขา ว่ากันว่าสืบทอดมาจากราชวงศ์โบราณเมื่อสามแสนปีก่อน หลังจากผ่านการหลอมสร้าง ปัจจุบันเหรียญอีแปะนี้ไม่เพียงแต่ใช้ทำนายได้ แต่ยังเป็ศาสตราอาคมป้องกันที่ยอดเยี่ยมยิ่ง
หลินเยี่ยนผูกด้ายแดงที่ข้อมือของเจียงซินอย่างอ่อนโยน เมื่อเ้าตัวเล็กััเหรียญอีแปะบางเฉียบที่ราวกับทำจากหยกเสียงร้องไห้ก็เงียบลงในที่สุด เหลือเพียงเสียงสะอื้นเป็ระยะ
[ศิษย์พี่รองดีจัง มอบเหรียญอีแปะที่ดีที่สุดของตัวเองให้ข้าด้วย ข้าก็ต้องมอบของขวัญให้ศิษย์พี่รองบ้าง]
หลินเยี่ยนเลิกคิ้ว รู้สึกคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อย ฉู่หลินเฟิงรู้สึกอิจฉานิด ๆ เขาก็อยากได้ของขวัญจากศิษย์น้องเล็กเหมือนกัน ไม่รู้ว่าศิษย์น้องเล็กจะมอบของขวัญอะไรให้ศิษย์พี่รองนะ? รอให้นางมอบให้ศิษย์พี่รองเสร็จ ฉู่หลินเฟิงตั้งใจจะบอกใบ้ให้ศิษย์น้องเล็กรู้ว่เขาเองก็อยากได้
ท่ามกลางความคาดหวังของศิษย์พี่ทั้งสอง หัวเล็ก ๆ ของเจียงซินหมุนไปรอบหนึ่ง แล้วยื่นมือน้อย ๆ อวบ ๆ ไปหยิบกระดาษสีขาวที่นางกับฉู่หลินเฟิงใช้เขียนรูปบนพื้นหญ้า มือน้อยอวบ ๆ ฉีกกระดาษขาวแคว่กแคว่กจนกลายเป็หุ่นคนกระดาษตัวเล็ก ๆ เจียงซินเก็บคนตัวเล็กไว้อย่างดี แล้วฉีกคนตัวที่สองออกมา หากมองดูดี ๆ จะพบว่าคนตัวเล็กสองคนนี้ไม่เหมือนกัน ดูเหมือนจะเป็ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
กระดาษมีขนาดใหญ่พอให้เจียงซินฉีกเล่นได้
ไม่นานนางก็ฉีกสิ่งของแปลก ๆ ออกมาอีกมากมาย มีทั้งม้า เกี้ยว ว่าว โคมไฟ แม้กระทั่งคณะงิ้วครบชุด รวมถึงโรงงิ้วขนาดใหญ่สองชั้น ฉู่หลินเฟิงจากที่ตอนแรกไม่เข้าใจ เริ่มกลายเป็ความสงสัย และสุดท้ายก็อ้าปากค้าง มองเจียงซินด้วยความตะลึง
"ศิษย์น้องเล็ก เ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
เจียงซินสูดน้ำมูก เร่งมือทำงานให้เร็วขึ้น
[ทำของใช้สำหรับฝังศพให้ศิษย์พี่รอง]
หลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงนิ่งเงียบไปอีกครั้ง
'ข้ายังไม่ตายนะ' หลินเยี่ยนเกือบจะโพล่งคำนี้ออกมา
[จริงด้วย ต้องทำกระดาษเงินกระดาษทองเพิ่มอีกหน่อย ได้ยินว่าคนตายแล้วไปยมโลกถ้าไม่มีเงินจะลำบากมาก ศิษย์พี่รองน่าสงสารขนาดนี้แล้ว จะปล่อยให้ตายไปแล้วยังถูกผีรังแกไม่ได้ ข้าจะทำเพิ่มอีกหน่อย แบ่งให้ศิษย์พี่ห้าด้วย]
สองศิษย์พี่รู้สึกตื้นตันใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทั้งสองอยากจะห้ามศิษย์น้องเล็ก แต่กลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดอย่างไร ได้แต่เบิกตากว้างมองเจียงซินที่กำลัง 'เตรียมเงิน' ไว้ให้พวกเขา
เจียงซินใช้มือและเท้าอย่างคล่องแคล่ว ทำกระดาษเงินกระดาษทองกองโต พร้อมกับคนกระดาษ ม้ากระดาษ และของใช้สำหรับฝังศพที่สะสมไว้ก่อนหน้า แล้วโยนใส่ตัวศิษย์พี่ทั้งสองอย่างแรง ท่าทางราวกับผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังแจกจ่ายทรัพย์สินไม่มีผิด
[ศิษย์พี่ทั้งหลาย รวยแล้ว!]
ลมเย็นพัดผ่าน ภายใต้ราตรีที่เงียบเหงา ทั่วทั้งูเาเต็มไปด้วยกระดาษเงินกระดาษทองสีขาวโพลน ดูแล้วชวนขนลุกเป็พิเศษ
[ของใช้ฝังศพที่ซินซินทำด้วยมือ คุณภาพดีเยี่ยม ศิษย์พี่ทั้งสองเก็บรักษาไว้ให้ดี รออีกไม่กี่ปีพอพวกท่านตายจะได้นำมาใช้]
ยามค่ำคืนลมแรง กระดาษเงินกระดาษทองสีขาวซีดขนาดเท่าฝ่ามือปลิวว่อน พลิ้วไหวตบเข้าที่ใบหน้าของหลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิง ราวกับสภาพจิตใจที่ปั่นป่วนของทั้งสอง
ในใจของเจียงซินเริ่มฮัมเพลงเป็จังหวะ
[ปีนี้เทศกาลไม่รับของขวัญ ถ้าจะรับก็รับเป็กระดาษเงินกระดาษทองใบใหญ่!]
เมื่อฉีหลานชิงกลับมาจากตำหนักหารือ สิ่งที่นางเห็นคือภาพนี้ และสิ่งที่ได้ยินคือประโยคนี้
นางเกิดในหมู่บ้านมนุษย์ จึงค่อนข้างถือเื่เหล่านี้ รีบก้าวเข้าไปห้าม "ซินซิน อย่าเล่นซน"
ฉีหลานชิงร่ายอาคม เผากระดาษเงินกระดาษทอง คนกระดาษ และม้ากระดาษที่ปลิวว่อนเต็มฟ้าจนหมดสิ้น กระดาษเงินกระดาษทองที่ถูกจุดไฟ มีจุดไฟสีแดงฉาน ปลิวว่อนกระจายไปทั่วภายใต้ราตรี ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าของหลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิงดูไร้สีเืมากยิ่งขึ้น
เมื่อได้กลิ่นควันไฟที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในอากาศ หลินเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะถาม "ท่านอาจารย์หญิง... ท่านไม่คิดหรือว่าพอเผาแบบนี้แล้วยิ่งดูเข้าบรรยากาศมากขึ้น?"
ในขณะเดียวกัน ในหูของทั้งสามคนก็มีเสียงโห่ร้องของเจียงซินดังขึ้นพร้อมกัน
[โอเย่! ท่านแม่สุดยอดไปเลย! กลัวศิษย์พี่ตายแล้วไม่มีเงินใช้ เลยเริ่มช่วยศิษย์พี่ฝากเงินไว้ในยมโลกแล้วล่ะ! กระดาษเงินกระดาษทองต้องเผาทิ้งถึงจะมีผล!]
เมื่อมองดูคนกระดาษ ม้ากระดาษ และกระดาษเงินกระดาษทองที่ถูกเผาไปครึ่งหนึ่งและปลิวว่อนเต็มห้อง ฉีหลานชิงพลันรู้สึกว่าจะเผาก็ไม่ถูกจะไม่เผาก็ไม่ได้