ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่166 ไม่ลังเลอีกต่อไป

        ตั้งแต่เขากลับจากงานเลี้ยง อี้เฉินเก็บคำถามที่สงสัยมาตลอดไต่ถาม เมี่ยนจือภายในทะเลความรู้ของเขาทันที อี้เฉินมั่นใจเมี่ยนจือต้องมีข้อมูลของดินแดนแห่งนี้มาก อย่างแน่นอน
    "เมี่ยนจือเจ้าบอกสิ่งที่ข้าสงสัยได้หรือไม่ ว่าเหตุใดดินแดนแห่งนี้ ถึงไม่มีเทพสวรรค์อยู่ซักองค์เลยมันเป็นเพราะเหตุใดกันแน่"



        เมี่ยนจือที่อยู่ในกรงขังสีทอง ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน เมื่อได้ยินเสียงของอี้เฉินที่ส่งเข้ามาภายในทะเลความรู้ ตัวนางถึงกับเดือดดาล ใช้ฝ่ามือกระแทกกรงขังอย่างแรง ด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวนตัวนาง
    เมี่ยนจือส่งปราณจิตออกไป "หากเจ้าอยากรู้ข้อมูล เจ้าควรปล่อยข้าก่อน ไม่ใช่หรือ"



    อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "ไม่ ข้าไม่อาจไว้ใจเจ้าตอนนี้ได้ หากเจ้ารู้อะไรก็บอกข้ามา"



    เมี่ยนจือนางถอนหายใจ นางรู้ดีอี้เฉินคงไม่ใจอ่อนปล่อยนางไปง่ายๆ เป็นแน่ "หากตัวเจ้ารู้ความจริงจะทำให้เจ้าหดหู่ เอาเสียเปล่าๆ"



    "แต่ข้าอยากรู้เพราะเหตุใด ดินแดนแห่งนี้ถึงมีแค่เพียงขั้นพลังเทวะเท่านั้น ที่อยู่บนจุดสูงสุด แล้วขั้นเทพสวรรค์คือ ขั้นพลังแบบไหนกันแน่"



        เมี่ยนจือนางก็ไม่ได้ปิดบังอี้เฉินในเมื่ออี้เฉินอยากรู้ความจริง "ข้าก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก ตอนข้ามีชีวิตอยู่ ข้าก็อยู่ขั้นพลังเทวะขั้นสุด ไม่อาจก้าวข้ามไป ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ได้ เนื่องจากดินแดนแห่งนี้ไม่มีไฟเทพให้กลืนกิน ข้าได้ข้อมูลนี้มาจากเทพสวรรค์คนหนึ่ง คนผู้นั้นไม่ได้อยู่ดินแดนแห่งนี้ แม้แต่ผู้อาวุโสชราเก่าแก่หลายๆ แคว้นก็น่าจะรู้ข้อมูลเหล่านี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีใครเคยพบเห็น ไฟเทพแม้แต่ครั้งเดียว"



    อี้เฉินได้ยินถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ด้วยความสนใจ "ไฟเทพคืออะไรกันแน่ เจ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังหน่อยได้หรือไม่"



        เมี่ยนจือที่เห็นอี้เฉินสนใจเขาถึงกับส่ายหัว "หากดินแดนแห่งนี้มี ไฟเทพอยู่จริงป่านนี้ดินแดนแห่งนี้คงมี เทพสวรรค์เกลื่อนกลาดไปแล้ว เจ้าอย่างโง่ไปหน่อยเลยแล้วอีกอย่าง หากเจ้าได้มาก็ไม่มีประโยชน์ หากไม่ใช่ขั้นพลังเทวะขั้นสุดกลืนกินไฟเทพเข้าไป ปราณพลังในกายาเจ้าจะถูกทำลายจนสิ้น ถึงจะได้พลังของ ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ มาระยะเวลาหนึ่งก็ตาม มันเป็นไฟเทพสำหรับเลื่อนขั้นพลัง เทวะไปสู่ขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์ "

     


    อี้เฉินถึงกับตกตะลึงไม่คิดว่าไฟเทพจะสำคัญมากถึงเพียงนี้ หากกลืนกินไฟเทพเข้าไปโดยที่ขั้นพลังไม่ถึงขั้นเทวะขั้นสุด ไฟเทพถึงกับทำลายปราณพลังในกายาทิ้งเลยงั้นหรือ คงไม่มีใครบ้ากลืนกินไฟเทพ เพื่อแลกมากับขั้นพลังครึ่งก้าวเทพสวรรค์ เพียงชั่วคราว



    "ข้าขอบใจเจ้ามากเมี่ยนจือ ข้ารับปากเจ้า ข้าจะปล่อยเจ้าออกจากกรงขังอย่างแน่นอน หลังจากเรื่องราวของเยว่ฉานจบลง"



    เมี่ยนจือที่ได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน "ข้าเตือนอะไรเจ้าไป เจ้าไม่คิดฟังเลยใช่ไหมหากเจ้าไปงานแต่งงาน จะมีเพียงความตายที่รอเจ้าอยู่ คงไม่มีใครยินดีต้อนรับเจ้าอย่างสุภาพ"



    อี้เฉินเองก็รู้ตัวดี หากเขาไปแคว้นเยว่ตัวของเขาอาจตายตกลงได้ทุกเมื่อ แต่จะให้เขาปล่อยผ่านเรื่องของเยว่ฉานเขาทำไม่ได้ "ข้าตัดสินใจแล้วเจ้าไม่ เจ้าไม่ต้องพูดอีกเมี่ยนจือ"



    "งั้นเจ้าควรปล่อยข้าออกไปจากกรงขังสีทองเสีย ข้าอาจจะช่วยเจ้าได้" เมี่ยนจือเม้มปากกัดฟันแน่น



    อี้เฉินไม่ฟังคำของเมี่ยนจือพูดอีกต่อไป เขาไม่ไว้ใจตัวนางหากนางคิดไม่ซื่อ ตัวเขาคง ไร้หนทางที่จะกำราบตัวนางลง

    ก่อนที่อี้เฉินจะนั่งปิดขั้นพลังบำเพ็ญเพียร รอคอยเวลาที่จะถึงวันงานแต่งงานของเยว่ฉาน



    อี้เฉินไม่มีท่าทีลังเลอีกต่อไป เขาตัดสินใจทำตามหัวใจตัวเอง

    หากตัวเขาไม่ไปงานแต่งงานครั้งนี้ ตัวเขาจะรู้สึกผิดกับเยว่ฉานเป็นอย่างมาก นางถึงกับทำข้อตกลงบางอย่างให้หยุดไล่ล่าเขา



    อี้เฉิน ตั้งใจไปดูให้เห็นเองกับตา ว่าเยว่ฉานยิ้มอย่างมีความสุขหรือไม่ในวันแต่งงาน หากไม่ละก็ตัวเขาจะล้มงานแต่งงานของนางเสีย ถึงตัวเขาจะกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งแคว้นเยว่ก็ตาม
    ตัวเขาก็จะทำเพื่อนาง อย่างน้อยนางก็ทำเพื่อตัวเขาถือว่าเราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันอีกต่อไป



    อี้เฉินตอนนี้เขา พร้อมที่จะไปเยือนยังแคว้นเยว่ เพื่อเผชิญหน้ากับตงหยางตรงๆ เขาเองก็อยากรู้หากตงหยางเห็นใบหน้าเขาในงานแต่งงานของมัน มันจะมีท่าทีเช่นไร มันคงไม่คาดคิดเป็นแน่ว่าเขาจะกล้าไปงานแต่งงานของมัน



    ผ่านไปหลายวัน เมี่อนจือที่เห็นอี้เฉินไม่มีท่าทีลังเล อีกต่อไป ตัวนางถึงกับส่ายหัว ไม่คิดชีวิตของนางจะต้องมาแขวนอยู่บนเส้นด้าย กับอี้เฉินแบบนี้ นางทอดถอนหายใจด้วยความซวยของตัวเอง




    .....

    ไม่นานข่าวที่เยว่ฉานจะแต่งงานก็แพร่กระจายไปทั่ว ฝูงชนต่างพากันเสียดาย "สาวงามที่สุดของดินแดนร้อยแคว้นจะแต่งงานแล้วงั้นหรือ"

    หนุ่มๆ หลายคนที่เกี้ยวพาราสี เยว่ฉานต่างพากันร้องไห้ เสียใจ สาวงามที่พวกเขาหมายปอง ไม่คิดว่าจะแต่งงาน ไปรวดเร็วเช่นนี้



    บางคนถึงกับอิจฉาตงหยาง ถึงกับได้แต่งงานกับสาวที่งามที่สุดในดินแดนร้อยแคว้น เป็นหญิงงามล่มเมือง ที่ทุกคนหมายตาอยากได้มาครอบครอง



    หนุ่มๆ หลายคนที่เคยยวนโฉม เยว่ฉานต่างนึกเสียดายหากนางแต่งงาน เส้นทางการฝึกตนของนางจะจบสิ้นลงไปหรือไม่ พวกเขาต่างเสียดายในศักยภาพของเยว่ฉาน หญิงสาวที่แต่งงาน หลายคน จะถูกห้ามฝึกฝนขั้นพลัง ยิ่งขั้นพลังสูงมากเท่าใดการมีลูกก็จะยากเย็นขึ้นเท่านั้น แต่ก็มีหญิงสาวหลายๆ คน เลือกที่จะไม่แต่งงานตลอดชีวิต ตั้งใจฝึกฝนให้เป็นเซียนหญิงบริสุทธิ์ไร้ราคี ดั่งเซียนหญิงลงมาจุติ
    ....




    ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายมาถึงแคว้นพยัคฆ์
    ภายในสำนักเซียนเกิดความฮือฮาเมื่อรู้ข่าวเยว่ฉานกำลังจะแต่งงาน "พวกเจ้ารู้หรือเปล่าพี่หญิงเยว่ฉานจะแต่งงานกับตงหยางที่เป็นคู่หมั้นของนางเร็วๆ นี้"



    "ข้าก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนกัน ข้าเองก็จะไปร่วมยินดีกับพี่หญิงเยว่ฉาน"



    ซีเผิงที่รู้ข่าว เยว่ฉานกำลังจะแต่งงาน ตัวเขารู้สึกหวั่นใจ เหมือนอี้เฉินกับเยว่ฉานจะชอบคอกันอยู่ไม่รู้ว่า อี้เฉินรู้ข่าวงานแต่งงานนี้หรือยัง ตัวเขาไม่เห็นอี้เฉินออกจากถ้ำส่วนตัวมานานหลายวัน



    ซีเผิงเองก็ลังเลใจตัวเขาควรไปบอกข่าวนี้กับอี้เฉินดีหรือไม่ แต่เมื่อเขาเห็นว่า อี้เฉินเป็นเหมือนน้องชายของเขาคนหนึ่ง เขาจึงเลือกที่จะรักษาชีวิต อี้เฉินไว้ดีกว่าไม่ไปบอก เรื่องนี้กับอี้เฉิน



        ซีเผิงกำหมัดแน่นหากเขามีพลังที่มากพอ ก็ยังพอเป็นกำลังให้อี้เฉินได้บ้าง
    ตัวเขาหวังว่าอี้เฉินคงไม่รู้ข่าวงานแต่งงานนี้เป็นดีที่สุด ไม่อย่างนั้นละก็อี้เฉินอาจไปตายในแคว้นเยว่ก็เป็นได้ ตงหยางเองก็เป็นคนที่ เกือบฆ่าอี้เฉินไปเมื่อสมัยก่อนไปแล้วครั้งหนึ่ง หากมีอีกครั้งอี้เฉินคงไม่โชคดีแบบครั้งแรก

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน