“ พวกท่านรู้จักกันด้วยรึ?” เจ้าหอสุขสันต์มองหน้าราเชนกับเซเว่นหรือท่านเจ็ดอย่างสงสัย
“ ฮ่า ฮ่า สหายเก่า ไม่เจอกันนาน พวกเรามีเรื่องต้องคุยกันสักหน่อย” เซเว่นเอ่ยจบ ก็พยักหน้าให้กับราเชนที่พยักหน้า แล้วเตรียมร่างกายพร้อมลุยกับเจ้าเซเว่นเพราะเขารู้ดีว่า ใบหน้าที่ซ่อนรอยยิ้มของมัน แต่จิตใจสามารถฆ่าคนได้โดยไม่กระพริบตา
เซเว่นพาราเชนออกมานอกหอสุขสันต์ แล้วพาเดินมาเพียงสองซอย ก็เข้าไปที่บ้านขนาดใหญ่หลังหนึ่ง มีคนรับใช้ชายหญิงอยู่หลายคน ทั้งหมดถูกไล่ออกไปหมด ทั้งสองอยู่ในห้องโถงของบ้านขนาดใหญ่หรูหราไม่ธรรมดา
เซเว่นหันมายิ้มให้กับราเชน แล้วเอ่ยว่า
“ เด็กหนุ่มคนนี้ คงตายไปแล้วซินะ นายถึงอาศัยร่างของเขากำเนิดใหม่ได้”
“ นายก็เหมือนกันใช่ไหม” ราเชนไม่ตอบตรงๆ แต่กลับถามต่อไป
“ ชาติก่อนที่ผ่านมา ก็ให้มันผ่านไปดีไหม พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่ โลกนี้เป็นโลกที่มีพลังปราณ พวกเราสามารถเรียนรู้ศึกษาและนำมาใช้ได้ ฉันเชื่อว่า หากพวกเราร่วมมือกัน พวกเราจะสามารถครองอาณาจักรทั้งห้าได้”
“ เรื่องชาติก่อน ฉันก็ไม่อยากใส่ใจ แต่จะให้ร่วมมือกัน แล้วครองอาณาจักรทั้งห้า มันไม่เป็นการเพ้อฝันไปหน่อยรึ?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตอนนี้ฉันสามารถฝึกพลังปราณยุทธ์ ถึงขั้น ราชันระดับที่ 50 แล้ว อีกไม่นานฉันก็จะก้าวสู่ราชันระดับสูง แล้วก้าวผ่านไปที่ ขั้นเซียน ตอนนี้ฉันได้สร้างปืนสั้นขึ้นมาได้แล้ว ต่อให้เจอตัวตนขั้นสูงกว่า ฉันก็ไม่กลัว”
“ ดังนั้น นายจึงฆ่า ท่านนักพรตทงเต่ายังงั้นรึ?”
“ หือ..นายรู้?”
“ ฉันเห็นกระสุนสลักเลข7 มีแต่นายเท่านั้น ที่ชอบทำเช่นนี้”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า มีแต่คนที่มาจากโลกเดียวกันกับฉันเท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้ นักพรตทงเต่าคนผู้นี้ร้ายกาจจริงๆ หากว่าฉันคนเดียว คงไม่สามารถจัดการได้อย่างแน่นอน”
ราเชนรู้สึกว่า ใจของเจ้าเซเว่นเริ่มเต้นเร็วผิดปกติ คล้ายกับว่า มันเริ่มตื่นตัว พร้อมจะหยิบอาวุธสังหารราเชนได้ทุกเมื่อ
“ ใครเป็นคนจ้างนาย” ราเชนถามตรงๆ
“ เรื่องนี้มีแต่ หัวหน้าสำนักฟ้าดินเท่านั้นที่ล่วงรู้ ฉันเองก็ไม่สนใจอยู่แล้วว่าใครเป็นคนจ้าง นายแต่งชุดนักพรตเช่นนี้ เกี่ยวข้องกับนักพรตทงเต่าอย่างนั้นรึ?”
“ เขาเป็นอาจารย์อาของฉัน”
“ นายคิดจะแก้แค้นฉัน?”
เซเว่นมองหน้าราเชน เขม็ง
“ ขอเพียงนายบอกว่า พวกมันเป็นใคร และเอาดวงตาของนักพรตทงเต่าไปทำไม
ฉันก็จะไม่เอาเรื่องนาย” ราเชนเอ่ยเสียงกร้าว เซเว่น ยิ้มเยาะแล้วเอ่ยว่า
“ นายคงกำเนิดมาในร่างเจ้าเด็กที่ไร้พลังปราณยุทธ์ ทำให้ร่างกายปราศจากพลังปราณยุทธ์ คิดหรือว่าจะทำอะไรฉันได้”
เซเว่นปล่อยพลังราชันออกมาเพื่อกดดันให้ราเชน ต้องคุกเข่า แต่ว่า ราเชนกลับไม่สนใจ พร้อมกับเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่รู้สึกอะไร
“ อย่า คิด สู้ กับ ฉัน จะดีกว่า” ราเชนเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย โต๊ะเก้าอี้ และกระบี่ ทวนที่ติดฝาผนัง ลอยขึ้นพร้อมพุ่งใส่เซเว่นทุกเมื่อ เซเว่นถึงกับมองราเชนอย่างตื่นเต้น
“ พลังจิต? ก็ได้ ก็ได้ ฉันยอมแล้ว ฉันจะบอกทุกเรื่องที่นายอยากรู้”
ราเชนยิ้มออกมา เก้าอี้ โต๊ะ กระบี่ ทวน ที่ลอยอยู่ก็ลงมาอยู่บนพื้นตามปกติ
“ เรื่องคนจ้าง ฉันไม่รู้จริงๆ แต่ว่า คนที่ร่วมมือกับฉัน นั้นมีอยู่สามคน และพวกผีดิบอีก เจ็ดตน แต่ว่า 3 ตนถูกดวงเนตรสวรรค์ของนักพรตทงเต่าจัดการไปแล้ว”
“ อีกสามคนคือใคร” ราเชนถามต่อ
“ คนแรก ก็คือ นักพรตฟู่เสียง รองเจ้าสำนักเมฆาขาว มันเป็นดูต้นทาง และบอกสถานที่ของเป้าหมาย คนที่สองคือ ทูตจันทราแห่งสำนักเทวะศักดิ์สิทธิ์ ไอ้หมอนี่ร้ายกาจยิ่ง ฉันเคยถูกมันสะกดจิต ขยับตัวแทบไม่ได้ และมันยังควบคุม ผีดิบที่ร้ายกาจถึงเจ็ดตนได้อีก ส่วนคนที่สามนี่ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นใคร มันใส่หน้าการคลุมหัวยังกับไอ้โม่ง ไม่รู้มันหายใจออกได้ยังไง ไอ้หมอนี่ร้ายกาจที่สุด ฉันไม่อาจสัมผัสถึงพลังของมันได้ว่าอยู่ระดับไหน และมันนี่แหละเป็นคนควักดวงตา และดูดพลังของ นักพรตทงเต่าไป”
ราเชนพยักหน้า แสดงว่าข้อมูลของ พวกของเล่าขุยนั้นถูกต้อง พวกมันคงคิดเข้าไปที่ป่าลับแล เพื่อหาสมบัติของสำนักมารทศเย็นแน่
“ ราเชน นายเชี่ยวชาญเรื่องระเบิด และยังมีพลังจิตอีก พวกเรามาร่วมมือกันดีกว่า ไม่ว่าพวกมันเป็นใคร เราทั้งคู่สามารถจัดการพวกมันได้อย่างแน่นอน อย่าไปสนใจเรื่อง ความตายของนักพรตเฒ่าคนนั้นเลย มันไม่ใช่วิถีของนักฆ่าอย่างพวกเรา”
“ นายไม่เข้าใจ ฉันรับปากอาจารย์ลุงเอาไว้ ไม่อยากผิดคำพูด”
“ นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ”
ราเชนส่ายหัว แล้วเอ่ยว่า
“ ฉันไม่ได้เปลี่ยน แต่ต้องปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมต่างหาก”
“ ไม่เป็นไร หากว่านายอยากร่วมมือกับฉันก็บอกมาได้เลย พวกเราจะใช้เทคโนโลยีในโลกของเรามาสยบคนในโลกแห่งนี้ ว่าแต่ว่า ตอนนี้นายใช้ชื่อว่าอะไร”
“ ถูเฟย เป็นศิษย์อันดับ 7 ของเทพโอสถเทียนซาน”
“ ฉันชื่อ จินโฮ่ว เป็นนักฆ้าอันดับห้า แห่งสำนักฟ้าดิน ต่อไปหากติดต่อกับฉัน ฝากข้อความเอาไว้ที่บ้านหลังนี้ หรือไม่ก็ร้านชาไต้หล้า แล้วฉันจะไปหานายเอง”
ราเชนเองก็ไม่ได้อยากฆ่าเซเว่น อยากเก็บมันเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคต
เรื่องที่มันฆ่านักพรตทงเต่านั้น เขาเองก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรด้วย ราเชนเดินกลับมา ก็พบว่า ชวีหมิงยืนรออยู่ด้านหน้าหอสุขสันต์
“ ชวีหมิง ดูเหมือนว่าแม่ของเจ้าไม่ได้อยากไปจากหอสุขสันต์แห่งนี้นะ”
ราเชนตั้งข้อสังเกต
“ ข้าก็พอทราบอยู่บ้าง ท่านแม่อยู่ที่นี่ทำเครื่องประดับให้กับสาวๆ แห่งหอสุขสันต์มากมาย ดูท่านแม่มีความสุขที่ได้ทำเช่นนี้”
“ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ป่าวายุอัสนีเปิด ข้าจะหา ดอกบัวสุริยันมาให้เจ้า”
“ ขอบคุณศิษย์พี่”
ราเชนตบไหล่ให้กำลังใจ ชวีหมิง แล้วพากันเดินกลับไปที่สำนัก
พอเข้าไปในสำนัก ก็พบว่า มีเวทีประลองเพื่อแย่งชิง ป้ายผ่านเข้าป่าวายุอัสนี
มีลูกศิษย์ของสำนักเมฆาขาว มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก
ราเชนมองหน้าชวีหมิง ก็รู้สึกว่าเขาอยากเข้าไปในป่าวายุอัสนี แต่ฝีมือปรมาจารย์ขั้นต้นแบบเขา คงไม่มีปัญญาแน่ๆ
“ เจ้าอยากได้ป้ายผ่านทางเข้าป่าวายุอัสนีไหม?”
“ อยากได้ซิ ศิษย์สำนักเมฆาขาวทุกๆ คน ล้วนมีความฝันสองอย่าง หนึ่งได้ฝึกวิชาเนตรสวรรค์ สองได้เข้าไปหาของวิเศษในป่าวายุอัสนี ชีวิตนี้ข้าได้เข้าไปฝึกวิชาเนตรสวรรค์ เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว”
“ ข้าจะช่วยเจ้า”
“ ไม่ดีกว่า คนที่เอาชนะเท่านั้น ถึงจะได้ป้ายผ่านทาง หากศิษย์พี่สู้ชนะ แล้วนำป้ายผ่านทางมาให้ข้า คนอื่นๆ รู้เข้า ข้าคงถูกพวกเขาเหยียดหยามไปจนวันตายแน่”
“ ใครบอกว่า ข้าจะประลอง เจ้าต่างหากที่จะต่อสู้”
“ อะไรนะ ศิษย์พี่ เมื่อวานท่านก็เห็นสภาพของข้าแล้ว ขืนขึ้นไปสู้ ไม่ตายก็คงพิการแน่ๆ ไม่เอาดีกว่า”
“ กลัวทำไม ข้าอยู่ด้วยทั้งคน” ราเชนดันร่างของชวีหมิงให้เข้าไปที่เวทีประลองทันที พอทั้งสองมายืนอยู่หน้าโต๊ะที่จัดการประลอง มีนักพรตหหู่ เป็นผู้ควบคุมการประลองครั้งนี้
“ ถูเฟย เจ้าคิดจะขึ้นเวทีต่อสู้ ชิงป้ายผ่านเข้าป่าวายุอัสนีใช่ไหม”
นักพรตหลู่ รู้จักราเชน ตอนที่ไปร่วมชันสูตรศพของ เจ้าสำนัก
“ ชวีหมิงต่างหาก ที่จะเข้าร่วมประลอง”
“ อะไรนะ เจ้าชวีหมิง เมื่อวานเจ้าก็พ่ายแพ้เกือบตาย ยังคิดจะสู้อีกเร๊อะ?”
“ คือ ข้า..”
ชวีหมิงเริ่มลังเล ไม่แน่ใจ
จนราเชนต้องตบไหล่ของเขาเพื่อให้พูดออกมา
“ ใช่.. ใช่ข้าเอง”
“ ในเมื่อเจ้าอยากเจ็บตัว ก็แล้วแต่เจ้า เอา เจ้าหยิบชื่อคู่ต่อสู้ของเจ้า ออกมาเลย”
ชวีหมิง ล้วงมือเข้าไปในไห แล้วนำกระดาษรายชื่อนั้นออกมาให้ นักพรตลู่ดู
พอนักพรตหลู่เห็นรายชื่อ สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป เป็นวิตกกังวลแทน ชวีหมิงทันที
“ ท่าน....อาจารย์ ข้าต้องสู้...กับ....ผู้ใด?” ชวีหมิง ถึงกับ พูดติดอ่างเลยทีเดียว
“ ถังซิ่ว”
ชวีหมิงพอได้ยินว่า เป็นถังซิ่ว ถึงกับ หงายท้องตึง เป็นลมสลบไปในทันที
ราเชนได้แต่เข้าไปหิ้วปีกของ ชวีหมิงออกมา ก่อนไป ยังสอบถามเวลาขึ้นเวทีกับ ท่านนักพรตหลู่ เวลาสามโมงเย็น ยังมีเวลาเหลืออีก 1 ชั่วโมง
“ ได้ อีก 1 ชั่วโมง ข้าจะพาเขามาอย่างแน่นอน”
“ เอ่อ..หากว่ามันมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องมา ข้าไม่ว่าอะไรหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า” นักพรตหลู่เอ่ยแล้วหัวเราะออกมา
ราเชนหิ้วปีกชวีหมิงกลับมาที่พัก แล้วตบไปที่หัวของชวีหมิง 1 ที
เพี๊ยะ !!
ชวีหมิงถึงกับตื่นขึ้นมา แล้วเอ่ยออกมาทันทีว่า
“ นี่ ข้าไม่ต้องประลองแล้วใช่ไหม?”
“ เจ้าขึ้นเวทีต่อสู้ตอน บ่ายสามโมงเย็น ยังพอมีเวลาเหลือ”
ชวีหมิง ทำท่าจะเป็นลมลงไปนอนอีกครั้ง แต่คราวนี้ ราเชนจับออกเสื้อดึงร่างของชวีหมิงขึ้นมา
“ เจ้าจะกลัวมันไปทำไม สองมือ สองเท้าเท่ากัน มันหาได้สี่มือ สี่เท้าเสียที่ไหน”
“ ศิษย์พี่ไม่เข้าใจ คราวก่อน ข้าสู้อันดับที่ 15 ยังถูกอัดเสียยับเยิน นี่ถังซิ่ว มันเป็นอันดับ 1 ของสำนักเมฆาขาว มันเป็นศิษย์สืบทอดของ รองเจ้าสำนักฟู่เสียงอีก คราวนี้ข้าได้ตายคาเวทีแน่ๆ ท่านรู้ไหม เคยมีคนจับสลากต่อสู้กับถังซิ่วเมื่อวาน สุดท้ายถูกถังซิ่ว ซัดด้วยฝ่ามือเดียว หน้าอกของมันทะลุ หัวใจหลุดออกมาจากร่าง ตายคาเวทีเลยนะศิษย์พี่ ข้า... ยังอยากเจอท่านแม่ของข้าอยู่นะ”
ราเชนได้ส่ายหัว แล้วนำพู่กันเขียนยันต์ออกมา แล้วบอกว่า
“ ข้าจะเขียนมหายันต์เกราะเพชรให้เจ้า ต่อให้มันมีพลังราชันสูงสุด ก็ไม่อาจทำอะไรเจ้าได้”
“ จริงรึ?”
ราเชนยิ้มให้ แล้วให้ชวีหมิงถอดเสื้อออก แล้วเริ่มเขียนอักขระยันต์ บนผ้าขาว เป็นภาพยันต์เกราะเพชร พอเขียนเสร็จ ก็นำไปทาบกับหน้าอกของชวีหมิง แล้วท่องคาถากำกับลงไป ภาพยันต์เกราะเพชร ค่อยเคลื่อนตัวลงไปอยู่ที่หน้าอกของชวีหมิง อย่างน่าอัศจรรย์
ราเชนเห็นเช่นนั้น ก็นำดาบออกมา ชวีหมิง ถึงกับสะดุ้ง รีบถอยหลัง พยายามจะยกมือห้าม
“ ศิษย์พี่ อย่า อย่า...”
ราเชนไม่สนใจ ฟันเข้ากลางลำตัวของชวีหมิงทันที
ปั๊ก !!
ชวีหมิงถึงกับกระเด็นไปติดกำแพงห้อง แล้วเอามือลูบไปที่รอยบาดแผล แต่หาได้มีเลือดไหลออกมาไม่ มีเพียงรอยแดงเท่านั้น เขาเองก็ไม่รู้สึกเจ็บเท่าไร
“ ข้าไม่เป็นอะไร”
ชวีหมิงเอ่ยอย่างตื่นเต้น
ราเชนยิ้มให้ แต่แล้วก็เริ่มโจมตี ด้วยเข่าลอย เข้ากลางอกของ ชวีหมิง
โครม !!
ร่างของชวีหมิง ทะลุกำแพง ออกไปนอกบ้าน กลิ้งไปกับพื้น ราเชนคว้าไม้หน้าสามพุ่งตัวเข้าไป พร้อมกับฟาดเข้าใส่กลางกบาลของชวีหมิงอีก
โครม !!
ไม่หน้าสามถึงกับหักเป็นสอง แต่หัวของชวีหมิงนั้นไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
“ ใช้ได้” ราเชนเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ทว่า ชวีหมิงตอนนี้ถึงตื่นเต้นตกใจ ปากคอสั่นไปหมด
“ นี่ ข้าไม่เป็นอะไรเลยใช่ไหมเนี่ย?”
“ นี่เรียกว่า มหายันต์เกราะเพชร มันสามารถปกป้องตัวเจ้าได้ 1 วัน จากนั้น พลังมหายันต์ก็จะสูญสลายหายไป”
“ โอ้ ศิษย์พี่ ทำไมไม่ทำให้มันอยู่ตลอดไปเลยเล่า”
“ เฮอะ มนุษย์ทุกคนล้วนมีอายุขัยของตน มหายันต์ป้องกันก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่สามารถอยู่เป็นอมตะตลอดไปได้ แค่ 1 วันสำหรับเจ้าก็น่าจะเพียงพอแล้ว”
“ แม้นว่า ข้าจะมีมหายันต์เกราะเพชร แต่หากว่า ข้าไม่อาจโจมตีมันได้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร”
“ ข้าไม่ได้มีแค่ มหายันต์ป้องกันอย่างเดียว ข้าจะเขียนมหายันต์ต่อสู้ให้กับเจ้าด้วย”.......