หลังจากหานเทียนเสียง ได้คำนับเซียงเหลียงเซียนกระบี่เป็นอาจารย์แล้ว หานเทียนเสียงจึงขอให้เซียงเหลียงพักผ่อนก่อน เพราะเห็นว่าเพิ่งจะฟื้นมาได้ไม่นานนัก
"ท่านอาจารย์ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยเริ่มฝึกกันเถอะนะ ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นหมอ คงทรมานคนป่วยให้เร่งสอนวิชาให้ข้ามิได้" หานเทียนเสียงจัดแจงให้เซียงเหลียงนอนพร้อมกับให้ดื่มยาอีกครั้ง
"อืม..ข้านี่วาสนาดีอยู่เรื่องการปรนนิบัติของลูกศิษย์นี่แหล่ะ ศิษย์พี่เจ้าทั้งห้าคน ก็ดูแลปรนนิบัติข้าอย่างดี เสียแต่ว่าไม่สามารถพัฒนาฝีมือต่อไปได้ ถ้าฝืนก็ตายเปล่าๆ" เซียงเหลียงพูดถึงลูกศิษย์ทั้งห้าที่เคยประลองฝีมือกับเฟยฮุ่ย และได้จากไปเพราะพ่ายแพ้ให้แก่นาง
"หา..ข้ามีศิษย์พี่ด้วยเหรอ..แล้วพวกเขาอยู่ไหนล่ะ?" หานเทียนเสียงรู้สึกสนใจ เพราะเกิดมายังไม่เคยมีศิษย์พี่ร่วมสำนักมาก่อน
"มีสิ แต่พวกเข้าแยกย้ายกันไปแล้วล่ะนะ...หากเจ้ามีวาสนาคงได้พบกัน คนที่ฝึกวิทยายุทธกับข้า นับเจ้าก็มีแค่หกคนเท่านั้นล่ะ" เซียงเหลียงก็ไม่รู้ว่าศิษย์ทั้งห้าคน อยู่แห่งหนตำบลใดแล้วเช่นกัน
"ถ้าเช่นนั้นท่านพักผ่อนก่อนเถอะ..."
หานเทียนเสียงเดินตามหาเฟยฮุ่ย เนื่องจากเห็นว่านางยังมิได้เข้านอน จนมาเจอนางกำลังฝึกกระบี่อยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน จึงเฝ้ามองนางอยู่เงียบๆ จนนางฝึกเสร็จ
"เจ้ามีเรื่องคุยกับข้าหรือเปล่า..เทียนเสียง" เฟยฮุ่ยรู้ว่าหานเทียนเสียงอยู่ที่นี่
"เจ้าบาดเจ็บมิใช่รึ ไยจึงโหมร่ายรำเพลงกระบี่ มิไปหลับนอนพักผ่อน" หานเทียนเสียงถามด้วยความห่วงใย
"ข้า..นอนไม่หลับ.." เฟยฮุ่ยถอนหายใจออกมายาวๆ
"เพราะเหตุใดเล่า?" หานเทียนเสียงถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบดี แต่อยากให้นางได้ระบายความทุกข์ในใจ เขานั่งลงรอฟังคำตอบ
"ข้ากลัวว่า...ข้าจะพาพวกเรากลับสำนักเฟยหลงมิได้อีก.. ข้าอยากกลับไปเจอท่านพ่อท่านแม่ของข้า อยากกลับไปนอนหนุนตักท่านแม่ของข้า อยากกลับไปรำกระบี่กับท่านพ่อ อยากกลับไปเที่ยวเล่นนอกเมืองกับเจ้า"เฟยฮุ่ยกล่าวจบ น้ำตานางก็เริ่มปริ่มรอบดวงตา
"เจ้ามิต้องกังวลมากไปหรอก ก่อนจากเมืองเหยียนเป่ามา ข้าตรวจดูดวงชะตาแล้วว่า ครั้งนี้สำนักเฟยหลงจะทำการสำเร็จ" หานเทียนเสียง ชอบศึกษาตำราโหราศาสตร์และมักใช้ตรวจดวงชะตาเมื่อจะกระทำการสำคัญเสมอๆ
"เจ้าเอาเรื่องโหราศาสตร์พวกนี้ มาปลอบใจข้างั้นหรือ แต่ก็ขอบใจเจ้า" เฟยฮุ่ยมิเคยเชื่อเรื่องนี้ แต่ก็ยอมรับว่าสร้างความหวังให้นางได้บ้าง
"อืม...อีกอย่างหนึ่งข้าฝึกวิทยายุทธกับเซียนกระบี่แล้ว คงเป็นกำลังให้เจ้าได้ ไม่มากก็น้อย" หานเทียนเสียงแจ้งสิ่งที่เขาตัดสินใจแก่เฟยฮุ่ย
"เจ้าไม่ชอบฝึกยุทธมิใช่หรือ เหตุใดใจเจ้าจึงเปลี่ยน"
"ไม่ดิ้นรนเท่ากับรอความตาย ข้าก็อยากกลับไปหาบิดาข้าเหมือนกัน และที่สำคัญ..." หานเทียนเสียงหยุดไว้ มิได้กล่าวออกมาว่า ข้าทนมิได้หากเห็นเจ้าต้องตาย สู้ให้ข้าตายก่อนจะดีกว่า
"แต่ว่าเวลาเพียงแค่นี้ จะทำอะไรได้" เฟยฮุ่ยเห็นว่าการฝึกวิทยายุทธนั้น ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานจึงจะเห็นผล
"ข้าก็สงสัยอยู่ แต่ว่าผู้เฒ่าอย่างเซียนกระบี่ คงมิได้กล่าวสิ่งใดเพ้อเจ้อไปหรอก คงจะมีหนทางนั้นอยู่" หานเทียนเสียงอยากลองสักตั้งเพราะไม่มีสิ่งใดจะเสียอยู่แล้ว
"อยู่ที่นี่ก็ดี..อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าไปกับข้า" เฟยฮุ่ยรู้สึกสบายใจมากกว่า ถ้าหานเทียนเสียงยังอยู่ที่นี่ ดีกว่าไปเสี่ยงภัยกับนางทั้งที่ไม่มีวรยุทธ
"อย่างไร ข้าก็จะรีบตามเจ้าไป มิช้าหรอก ข้าจะเร่งให้สำเร็จภายในสามวัน" หานเทียนเสียงกล่าวอย่างมุ่งมั่น
"เจ้าระวัง อย่าโหมไปนัก เร่งฝืนไปจะเป็นอันตรายเอาได้" เฟยฮุ่ยเตือนเพราะรู้โทษของมันดี
"เจ้าวางใจเถอะ...ข้าจะระมัดระวัง..แต่ว่า ข้าขออะไรเจ้าสักอย่างได้ไหม" หานเทียนเสียงกล่าวเสียงแผ่วเบา
"ว่ามาสิ.." เฟยฮุ่ยแหงนหน้ามองเขาด้วยความสงสัย
"ข้าขอกอดเจ้าหน่อย.." โดยมิรอให้เจ้าของร่างอนุญาต หานเทียนเสียงดึงเฟยฮุ่ยเข้ามากอด ราวกับจะไม่ได้เจอกันอีกนาน
"ข้ายังไม่อนุญาตเลย..เจ้าอยากตายเหรอ..." เฟยฮุ่ยถามทั้งๆ ที่ยังอยู่ในอ้อมแขน
"ก็ฆ่าข้าเลยสิ...ตายเพราะเจ้าก็ยังดีกว่า ตายด้วยน้ำมือคนพวกนั้น" หานเทียนเสียง ไม่กลัวเลยสักนิดถ้านางจะฆ่าเขาจริงๆ
"เจ้ากอดข้าทำไม..." เฟยฮุ่ยยังยืนนิ่งไม่ขยับ แต่ถ้าหานเทียนเสียงมองหน้านางจะเห็นว่าใบหน้านั้นแดงเรื่อจนถึงใบหูแล้ว
"แล้วเจ้าคิดว่า..ทำไมล่ะ" หานเทียนเสียงแกล้งถามกลับไป
"พอแล้ว..ข้าจะไปนอน ข้าง่วงแล้ว" เฟยฮุ่ยผละออกจากหานเทียนเสียง แล้ววิ่งหายลับตาไป
