บทที่ 32 ปมขัดแย้งที่ไม่น่าจะจบลงง่าย ๆ
“ฉันดูถูกเธอเหรอ?” ทันใดนั้น อวิ๋นโม่เทียน ก็หัวเราะออกมา ตัวเขานั้นสูงมาก จนต้องก้มหน้าลงมามองเสิ่นเมิ่ง นิ้วเรียวลูบไล้ไปบนริมฝีปาก รอยยิ้มนั้นช่างดูยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก
เขาเอื้อมมือไปบีบคางเรียวเล็กของ เสิ่นเมิ่ง น้ำเสียงยียวน “ทำเป็สูงส่งบริสุทธิ์ไปได้ ยังไงซะก็โดนคนอื่นเล่นมาแล้ว เขาเล่นได้ แล้วทำไมฉันจะเล่นไม่ได้บ้าง?”
เมิ่งเจียงอวี่ที่อยู่ด้านข้างถึงกับตกตะลึง เขาพยายามเงยหน้าขึ้น มองด้วยความใและโกรธแค้น ‘เสิ่นเมิ่ง ยายโง่นี่ เธอไม่บริสุทธิ์แล้วงั้นเหรอ? เธอไปเล่นกับใครมา? ยายคนหลายใจ กล้าดียังไงถึงกล้านอกใจฉัน!’
ส่วนลู่ิเองก็ใไม่แพ้กัน แต่สิ่งที่เขาใคือปฏิกิริยาของลูกพี่ตัวเอง ถึงแม้ว่าลูกพี่จะพูดจาร้ายกาจ แต่ทำไมเขาถึงได้ยินความหึงหวงอย่างรุนแรงออกมาจากน้ำเสียงนั้น…
‘อย่างกับว่ากะหล่ำปลีที่ตัวเองเล็งไว้ กลับถูกหมูตัวอื่นคาบไปก่อน โอ๊ะ ไม่สิ พูดแบบนี้ไม่ได้ ลูกพี่ไม่ใช่หมูซะหน่อย’
“คุณ!” เสิ่นเมิ่งโมโหจนเืขึ้นหน้า เธอกำลังจะถูกผู้ชายคนนี้ทำให้เป็บ้า พลันมือยกขึ้นจะตบหน้าเขาอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ข้อมือของเธอกลับถูกมือหนาคว้าไว้แน่น
เขาบีบแน่นจนแทบจะบดขยี้ข้อมือเธอ ใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยความดุดัน ดวงตาแข็งกร้าวเ็าฉายแววฆ่าฟัน “ยังจะกล้าตบผมอีกเหรอ? คุณหนูเสิ่นติดใจการตบหน้าอวิ๋นโม่เทียนอย่างผมแล้วรึไง?”
“พอได้แล้ว!”
เสิ่นเมิ่งหมดความอดทน ‘ทำไมฉันต้องมาโมโหกับคนที่ไม่รู้จักเธอด้วย? ทำไมฉันต้องมาเถียงกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง? พวกเราไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน และชีวิตนี้ก็คงไม่มีวันได้มาพบเจอกันอีก!’
เธอสะบัดมือเขาออกอย่างแรง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว “คุณดูถูกฉันสองครั้ง ฉันตบหน้าคุณหนึ่งทีถือว่ายุติธรรมแล้ว ต่างฝ่ายต่างไม่ติดค้าง! นี่เงินค่าอาหาร เอาไป! ต่อไปนี้เราไม่ต้องมาเจอกันอีก!”
พูดจบเธอก็ยัดกระเป๋าเงินใส่ในมือเขา หันหลังวิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
เธอมันโง่เองที่ยอมทำตามคำขู่ของเขา รีบร้อนเอามาเงินค่าอาหารมาให้!
‘โดนดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่มีเหตุผล เสียหน้าชะมัด! โชคดีที่พวกเราจบกันไปแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ต้องเจอผู้ชายคนนี้อีก!’
“ลูกพี่ ไม่เป็ไรนะครับ?” ลู่ิเอ่ยถามอย่างร้อนใจ รีบวิ่งเข้าไปหา มองอวิ๋นโม่เทียน ที่ใบหน้าบึ้งตึงด้วยความกังวลใจ
อวิ๋นโม่เทียนโบกมือขัด ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังร่างบางที่จากไปไกลแล้ว “ลู่ิ นายได้ยินที่เธอพูดไหม?”
“ได้ยินครับ เธอบอกว่าลูกพี่ดูถูกเธอสองครั้ง เธอเลยตบพี่หนึ่งทีเพื่อชดเชย” ลู่ิ ตอบตามตรง
“ฉันพูดผิดตรงไหน?” น้ำเสียงของอวิ๋นโม่เทียนนั้นราบเรียบ แต่ลู่ิก็ยังคงได้ยินความโกรธเคืองแฝงอยู่ในนั้น “ฉันบอกว่าเธอมันไร้ยางอาย นั่นคือการดูถูกเธอเหรอ?”
“ลูกพี่ เอ่อ…” ลู่ิลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “เท่าที่ผมเห็น คุณหนูเสิ่นเป็คนเด็ดเดี่ยว ไม่น่าจะเป็คนไร้ยางอายอย่างที่พี่ว่า บางที อาจจะมีคนปากเสีย ชอบพูดจาเหลวไหลใส่ร้ายป้ายสีเธอก็ได้!”
เขาไม่ได้สนิทสนมกับคุณหนูเสิ่นคนนี้ แต่จากการพบกันเพียงสามครั้ง ลู่ิรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีจิตใจที่แข็งแกร่งและแน่วแน่ คนแบบนี้ไม่น่าจะเป็คนอย่างที่เมิ่งเจียงอวี่พูด!
อวิ๋นโม่เทียนดูเหมือนจะเข้าใจที่ลู่ิพูด เขาเม้มริมฝีปาก ก้มลงหยิบท่อนเหล็กที่ตกอยู่บนพื้น
ลู่ิเบิกตากว้าง ก้มหน้าหลบสายตา เดินถอยหลังออกไปเงียบ ๆ
เสียงร้องโหยหวนอย่างเ็ปของเมิ่งเจียงอวี่ดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงร้องนั้นค่อย ๆ เบาลง จนในที่สุดก็เหลือเพียงเสียงครางเท่านั้น
ลู่ิส่ายหน้าอย่างอดไม่ได้ ‘คนปากสุนัขก็สมควรโดนแบบนี้ โดนตีตายก็สมควรแล้ว!’
เขาหันกลับมานึกถึงหญิงสาวที่กล้าลงมือกับท่านยมบาลอย่างไม่เกรงกลัว อดพยักหน้าไม่ได้ ‘มองไม่ออกเลยแฮะ คุณหนูเสิ่นคนนี้ก็ใจเด็ดไม่เบา หลายปีมานี้ เธอเป็คนแรกที่กล้าลงมือกับลูกพี่! เพียงแต่…’
ลู่ิ เหลือบมองร่างสูงที่กำลังระบายความโกรธใส่เมิ่งเจียงอวี่อย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง
‘คุณหนูเสิ่นคิดว่าเื่มันจะจบง่าย ๆ แบบนั้นจริง ๆ เหรอ? คิดว่าจะไม่ต้องเจอกันอีกก็ได้งั้นเหรอ?’
‘ดูจากปฏิกิริยาของลูกพี่แล้ว ต่อไปนี้ ปมขัดแย้งระหว่างเขากับคุณหนูเสิ่น คงไม่มีวันจบลงง่าย ๆ แน่’