ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 กายาศักดิ์สิทธิ์สีขาว ราชันย์เซียนจุติลงมายังเก้าฟ้า!

            มู่เสินฉวนยืนหยัดท่ามกลางทะเลสายฟ้าทั่วร่างเปล่งประกาย ผิวเนื้อกระจ่างใสราวกับหยกงามไร้ที่ติแห่งโลกหล้า

            ดวงตาของเขาสงบนิ่งดุจสายน้ำที่ปราศจากคลื่นลมใดๆเพียงจ้องมองไปยังฟากฟ้าเบื้องบนแล้วพึมพำว่า "เพิ่งจะครั้งที่สามยังห่างไกลเกินไป"

            สิ้นเสียง ราวกับสวรรค์รับรู้ได้

            ตูม!

            ตูม!!!

            อสนีบาตหลายสายฟาดลงมาอีกครั้งเพียงแต่คราวนี้อัสนีกลับลึกล้ำยิ่งกว่า แปรเปลี่ยนเป็นอัสนีสีม่วง!

            ทำให้ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนที่เฝ้าดูอยู่เบื้องล่างต่างตื่นตระหนก

            ยังไม่จบอีกหรือ?

            ทัณฑ์เอกะของผู้นำตระกูลมู่น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!

            ไม่เพียงแต่ปรากฏแผนภาพวิถีต้นกำเนิดปล่อยโซ่ศักดิ์สิทธิ์เก้าวิถีลงมาหลายเส้น ยังมีอัสนีสีม่วงพิฆาตลงมาอีก!

            เขาทำเรื่องที่สวรรค์พิโรธหรือโลกโกรธแค้นอันใดเจตจำนงแห่งสวรรค์ถึงปฏิบัติต่อเขาแข็งกร้าวเช่นนี้?

            ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยที่เพิ่งประสบเคราะห์กรรมไปรีบใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ปิดประสาทสัมผัสทั้งห้า ป้องกันไม่ให้ถูกลูกหลง

            …

            อัสนีสีม่วงดั่งคลื่นถาโถมทำลายทุกสิ่งโชติช่วงไร้เปรียบ โลกหล้าขาวโพลน

            เสียงอัสนีราวจะทะลวงแก้วหูบดขยี้วิญญาณราวกับเทลงมาจากเก้าฟ้าเพื่อทำลายหมื่นพันดาราให้ดับสูญ!

            คงรู้แล้วว่ามู่เสินฉวนที่อยู่ใจกลางทะเลสายฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

            ตูม!!!

            แสงอัสนีอันรุนแรงกลืนกินร่างของเขาทั้งหมดแม้แต่ห้วงอากาศก็ยังลุกไหม้

            กระหน่ำจนกระดูกของเขาลั่นกร๊อบแกร๊บโลหิตสีทองสาดกระเซ็นไปทั่ว ทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยไหม้เกรียม

            ภายใต้การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้แม้แต่จิตสัมผัสของเหล่าผู้อาวุโสแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนที่แผ่ออกไปก็ยังถูกบดขยี้

            พึ่บ!

            เหล่าเอกะหลายท่านเผยสีหน้าซีดเผือดและพ่นโลหิตออกมาคำหนึ่งในดวงตาฉายแววตกตะลึง

            "เก็บจิตสัมผัสกลับมาก่อน!"

            "อัสนีสีม่วงนี้ไม่ธรรมดาบดขยี้ได้กระทั่งพลังจิตสัมผัส"

            อวี๋อิ๋งตะโกนเสียงดังสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น อัสนีสีม่วงนั้นแม้แต่จิตสำนึกของนางก็ยังสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม

            ในใจอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจร่างกายเช่นนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว

            สมกับที่คนทั้งโลกกล่าวขานกายาศักดิ์สิทธิ์ที่บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ เทียบเคียงได้กับมหาจักรพรรดิแห่งยุคโบราณ

            เพียงแค่ทัณฑ์สวรรค์ในระดับเอกะนี้คงไม่มีผู้ใดทะลวงฝ่าไปได้

            หากก้าวไปสำเร็จพลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ชนิดที่พลิกฟ้าคว่ำดิน!

            …

            ปรากฏการณ์บนฟากฟ้าดำเนินต่อไปนานครึ่งชั่วยามก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจางหาย

            ในช่วงเวลานี้ทัณฑ์สวรรค์ได้เปลี่ยนแปลงกว่าสิบรูปแบบโซ่ศักดิ์สิทธิ์เก้าวิถีที่แผนภาพวิถีต้นกำเนิดปล่อยลงมานั้น มีมากถึงหลายสิบสาย!

            แต่สิ่งที่น่าสะพรึงที่สุดก็คือครั้งก่อนหน้านั้น มีรอยแยกในห้วงอากาศสามแห่งเปิดออกและปรากฏสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ไม่รู้จักพุ่งออกมา!

            ถึงแม้จะมองออกว่าเป็นการแปรเปลี่ยนของอสนีบาตแต่ก็ล้วนเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรมองข้าม

            พวกมันทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ทะเลสายฟ้าส่งเสียงกึกก้อง และปลดปล่อยแสงเจิดจ้า

            ณ ขณะนั้นแม้ร่างนั้นในห้วงอากาศจะถูกโจมตีจนดำเป็นตอตะโกและใกล้จะเสื่อมสลายแต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างแกร่งกล้า

            ทันใดนั้นเองก็มีเสียงพึมพำแผ่วเบาดังออกมาจากภายใน

            "เก้าครั้งแล้ว"

            "ควรจะจบได้แล้ว"

            นัยน์ตามู่เสินฉวนทอประกาย พึมพำกับตนเอง

            ตามมาด้วยเสียงแตกดังกร๊อบผิวของเขาเริ่มปริแตก เปลือกนอกที่ดำเป็นตอตะโกหลุดลอกออกอย่างรวดเร็วแสงสว่างส่องประกาย ร่างเนื้อที่เกิดใหม่ปรากฏ!

            ในเวลานี้เขารู้สึกเพียงว่าพลังชีวิตทั่วร่างดั่งมหาสมุทร พลังศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลมิขาดสายราวกับว่าเพียงแค่ยกมือก็ทำลายฟ้าดินได้ด้วยพลังมหาศาล!

            ตูม!

            พร้อมกับเสียงสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดพลันระเบิดออกมาราวกับคลื่นกระแทกที่แผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง

            หว่างคิ้วมู่เสินฉวนเจิดจ้าทั่วร่างพลันเปล่งแสง

            ในเวลานี้เขาได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตเอกะขั้นหนึ่งอย่างสมบูรณ์!

            ร่างกายเนื้อหนังผ่านการเปลี่ยนแปลงเก้าครั้งบรรลุถึงความไร้ที่ติสมบูรณ์แบบ!

            จิตสัมผัสอันกว้างใหญ่ได้หลอมรวมตัวกันเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ดวงใหม่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรูปคนขนาดเล็กสีทองคำ นั่งขัดสมาธิอยู่เหนือตำหนักวิญญาณ

            ปราณแห่งความโกลาหลในร่างกายกำลังเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีดำเมื่อมรอบกายพันด้วยปราณเซียนแห่งความโกลาหลสามสาย ทะลวงเข้าสู่เอกะ!

            วาบ!

            ร่างเล็กที่หว่างคิ้วของเขาพลันเบิกตาทั้งสองมีแสงสีทองหมื่นจั้งพุ่งออกมาตรงไปยังห้วงเวหารวมตัวกันเป็นเงาร่างราชันย์เซียนขนาดยักษ์ ลอยอยู่เหนือเก้าชั้นฟ้ามองลงไปยังสรรพสิ่ง ชี้นำสรรพชีวิต กลิ่นอายยิ่งใหญ่ไร้ผู้ใดเทียบ

            "อะไรน่ะ!"

            "นั่นมัน…ปรากฏการณ์เฉพาะของกายาศักดิ์สิทธิ์!!!"

            "ราชันย์เซียนจุติลงมายังเก้าชั้นฟ้า!"

            "ผู้นำตระกูลมู่เป็นกายาเทพศักดิ์สิทธิ์หรือ!!!"

            "ที่แท้เป็นเช่นนี้ข้าน่าจะคาดเดาได้นานแล้ว!"

            "ไม่แปลกใจเลยที่ทัณฑ์สวรรค์ของเขาจะน่ากลัวเช่นนั้นขนาดเจตจำนงแห่งสวรรค์ยังมิอยากยอมรับ!"

            ผู้ฝึกตนมากมายบนเกาะต่างเผยสีหน้าเหลือเชื่อในดวงตาฉายแววตกตะลึง

            ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีคนเห็นแผนภาพวิถีต้นกำเนิดปรากฏขึ้นก็พอจะคาดเดาได้รางๆ ด้วยความไม่แน่ใจ

            จนกระทั่งปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจึงยืนยันความคิดในใจได้ในที่สุด!

            เพราะปรากฏการณ์นี้ประหลาดเกินไป!

            มีเพียงกายาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ทำได้พลังจึงน่าสะพรึงกลัวจนมิอาจจินตนาการได้ในอดีตกายาศักดิ์สิทธิ์ก็ใช้พลังนี้สังหารนักปราชญ์แห่งยุคโบราณและความมืดมิดไปมากเท่าไรต่อเท่าไรในคัมภีร์โบราณมากมายก็จดบันทึกไว้

            ณ ขณะนั้นเงาร่างราชันย์เซียนบนเก้าฟ้าเคลื่อนไหว มือใหญ่ปกคลุมฟากฟ้า ปิดบังแสงตะวันโถมกระแทกลงไปยังแผนภาพวิถีต้นกำเนิด

            การโจมตีนี้ส่งเสียงดังครืนสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ราวกับมีดาราขนาดใหญ่มากมายร่วงหล่นสรรพสิ่งมีชีวิตล้วนกระทบ

            ตูม!

            แผนภาพวิถีต้นกำเนิดรวมถึงห้วงอากาศนั้นถูกกระแทกจนแหลกละเอียดและระเบิดออกเป็นแสงนับไม่ถ้วนทะเลสายฟ้าที่ทอดยาวไร้สิ้นสุดก็จางหายไปในเวลานี้

            โลกทั้งใบกลับคืนสู่ความสงบท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก สายรุ้งเมฆาสวยงามจับใจ

            ใจกลางทะเลสายฟ้าก่อนหน้านั้นร่างร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาผู้คน

            ไม่รู้ว่ามู่เสินฉวนเปลี่ยนเป็นชุดขาวตั้งแต่เมื่อไหร่ผมยาวดำขลับราวสายน้ำตกสยายลงบนบ่า ชุดขาวราวหิมะปลิวไสวไปตามลมกลิ่นอายความหยิ่งผยองเดียวดายดุจดอกบัวหิมะหมื่นปีบนยอดเขาสูง

            "..."

            "นี่…ทำไมแม้แต่รูปลักษณ์ของท่านผู้นำตระกูลก็ยังเปลี่ยนไป!"

            "อีกทั้งยังหนุ่มขึ้นดูจะเด็กกว่าข้าเสียอีก!!"

            เหล่าลูกหลานตระกูลมู่จำนวนไม่น้อยส่งเสียงอุทานบนใบหน้าปรากฏสีหน้าประหลาดใจ

            "อย่าพูดจาเหลวไหล!"

            "ตอนท่านผู้นำตระกูลยังหนุ่มก็เป็นแบบนี้แหละ!"

            ผู้อาวุโสใหญ่ มู่ชิงหยุนขมวดคิ้วตำหนิ"ทัณฑ์สวรรค์ของกายาศักดิ์สิทธิ์ต้องชำระกระดูกและผิวหนังใหม่จะเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ก็เป็นเรื่องปกติ!"

            มู่เสินฉวนที่ลอยเด่นอยู่ในห้วงอากาศลูบใบหน้าด้วยท่าทีไม่ใส่ใจก่อนจ้องมองไปยังเรือรบที่ไม่ไกลออกไปแล้วยิ้มเล็กน้อย

            "สหายจากแดนศักดิ์สิทธิ์ต้าเยี่ยนรอคอยนานแล้ว"

            "เชิญขึ้นเกาะหารือกัน"

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน