“คุณนายคะท่านผู้บัญชาการหยางให้ฉันมาตามคุณนายค่ะ”
เสียงของสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลังขณะที่ซ่งเฟยเหรินยังยืนอยู่ใต้ต้นหลิวมือยังจับจดหมายที่เปื้อนคราบน้ำตาเอาไว้แน่น เธอรีบยัดมันลงในกระเป๋าสะพายใบเล็กราวกับซ่อนบางสิ่งที่ไม่ควรให้ใครเห็น
“อื้มฉันรู้แล้ว”
เธอพยักหน้าสั้นๆ แล้วหันหลังเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมองจุดที่ยืนอยู่เมื่อครู่
รถยนต์คันใหญ่สีดำจอดอยู่หน้าคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว
ผู้บัญชาการหยางอวี้เหอนั่งรออยู่ด้านในเบาะหลังฝั่งซ้าย ใบหน้าเคร่งขรึมดั่งเคย
ไม่มีคำทักไม่มีแววตาไถ่ถาม เขาเพียงขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเธอขึ้นมานั่งข้าง ๆ
บานประตูปิดลงอย่างเงียบงันเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นอย่างราบเรียบ
รถเคลื่อนตัวออกจากลานหินมุ่งหน้าไปยังถนนใหญ่ที่ทอดยาวสู่ เมืองฟู่เถา
ภายในรถ…
เงียบสนิทไม่มีคำพูด ไม่มีการสบตา มีเพียงเสียงล้อรถบดถนน กับเสียงลมหายใจของสองคนที่นั่งอยู่ใกล้กัน…แต่เหมือนอยู่คนละโลก
ซ่งเฟยเหรินมองออกไปนอกหน้าต่างเธอไม่ได้มองวิว แต่เธอกำลังหลบสายตา หลบความรู้สึกที่กำลังไหลย้อนกลับเข้ามาในอก
ในขณะที่มือของเธอ…จับกระเป๋าแน่นข้างในนั้น มีจดหมายฉบับหนึ่งที่กำลังเผาเธออยู่เงียบ ๆ
ผู้บัญชาการหยางก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่เขาเหลือบมองเธอเป็ระยะๆ จากหางตา
ผู้หญิงคนนี้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยให้สัญญาว่าจะปกป้อง
ผู้หญิงคนนี้ที่เคยยิ้มให้เขาโดยไม่ต้องมีคำพูด
แต่วันนี้…เธอกลับดูห่างออกไปทุกที
เขาไม่รู้ว่าเธอเปลี่ยนไปหรือเขาเองที่ไม่เหมือนเดิม
ในขณะที่รถแล่นผ่านแนวต้นสนที่เรียงกันเป็ทิวแถวดวงอาทิตย์เริ่มเลื้อยขึ้นเหนือทิวเขาเบื้องหน้า
แต่ทว่าภายในรถ…บรรยากาศยังคงเ็าเหมือนในยามราตรี
จนกระทั่ง…เธอเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนโดยไม่หันหน้ามอง
“คุณยังไม่เคยถามเลยว่าทำไมฉันถึงอยากไปเมืองฟู่เถาด้วย”
คำถามนั้นไม่ได้รอคำตอบแต่มันคือการท้าทายความนิ่งเฉยของเขา
ผู้บัญชาการหยางหันมามองเธอแววตาคมกริบสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตอบช้า ๆ
“เพราะเธอไม่ไว้ใจฉัน…หรือเพราะเธออยากไปหาคำตอบด้วยตัวเอง?”
เธอหลุดหัวเราะเบาๆ
“หึนี่คุณพูดเหมือนกับว่าคุณกำลังมีเื่ปิดบังฉันอยู่ยังไงอย่างนั้นถึงได้คิดว่าฉันจะไปที่นั่นเพื่อจับผิดคุณ?”
คำพูดนั้น…เงียบงันยิ่งกว่าความเงียบที่ผ่านมาทั้งเช้า
“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อเป็ตัวเลือกของใครแต่ฉันเกิดมาเพื่อเป็คนที่ถูกเลือกเพราะฉะนั้นอย่าทำเหมือนฉันเป็สิ่งของที่ไร้ค่า”
เขาเงียบไปชั่วขณะไม่ใช่เพราะคำพูดของเธอทำให้เ็ป…แต่เพราะมันกระแทกหัวใจเข้าอย่างจัง
ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเหมือนใครเธอไม่ใช่ลูกไม้หล่นใต้ต้น ไม่ใช่ภาพจำที่เขาเคยรู้จัก เธอคือซ่งเฟยเหริน…ผู้หญิงที่ไม่ยอมเป็เงาของใคร
เขามองแผ่นหลังของเธอที่ค่อยๆหันหนีเหมือนจะตัดใจจากบางสิ่ง ดวงตาคมที่เคยเฉียบขาดเริ่มสั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว
ในใจเขารู้ดีว่าเธอไม่ได้พูดเพียงเพื่อประชดประชันแต่เหมือนเธอกำลังจะสื่อบางอย่างเพื่อเป็การเตือนเขา
เสียงลมที่พัดแรงจนใบไม้ปลิวไหวไปทั่วถนนสายแคบในหมู่บ้านเล็กๆ
รถยนต์หรูแล่นอย่างระมัดระวังผ่านถนนดินแดงที่เต็มไปด้วยหินกรวดชาวบ้านที่ไม่ค่อยได้เห็นรถยนต์แบบนี้ต่างพากันแง้มผ้าม่านบ้านออกมาดูบ้างก็มายืนริมถนนจ้องมองด้วยความอยากรู้
“เข้าเมืองฟู่เถาแล้วครับคุณนาย”คนขับรถพูดขึ้นเบาๆราวกับเป็การบอกซ่งเฟยเหรินที่เพิ่งจะเคยมาที่เมืองนี้เป็ครั้งแรก
ซ่งเฟยเหรินเพียงยิ้มมุมปาก…สายตาเธอมองผ่านกระจกรถออกไปยังด้านนอก
“ที่นี่…ดูเล็กและห่างไกลความเจริญมากกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก”เธอพูดเบาๆ ราวกับกำลังคุยกับตัวเอง
ผู้บัญชาการหยางเหลือบมองเธออีกครั้ง
“ถึงที่นี่จะเล็กและห่างไกลความเจริญแต่ที่นี่ก็สงบเรียบง่ายและน่าอยู่เป็อย่างมาก”เขาพูดพลางยิ้มออกมาจากแววตา
ซ่งเฟยเหรินกระตุกยิ้มมุมปากบางๆ
“ที่ว่าน่าอยู่เพราะความสงบเรียบง่ายของที่นี่หรือเพราะใครบางคนกันแน่คะ”
ผู้บัญชาการหยางถึงกับชะงักเมื่อได้ฟังคำถามที่ไม่ได้รอคำตอบของเธอ
ไม่นานนักรถยนต์หรูก็ขับมาถึงบ้านพักรับรองของนายทหารสาวใช้ต่างพากันรีบมาหอบหิ้วกระเป๋าของผู้บัญชาการหยางและคุณนายของเขาเข้าไปเก็บไว้ในบ้านบรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ แต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ซ่อนเร้นอยู่ในอากาศ
จู่ๆทหารนายหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาหาผู้บัญชาการหยางอย่างรีบร้อนเขาแอบกระซิบข้างหูผู้บัญชาการหยางก่อนที่สีหน้าของผู้บัญชาการหยางจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“เฟยเหรินวันนี้ฉันอาจไม่ได้กลับมาค้างคืนที่นี่ คืนนี้เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”เสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวลและความหนักใจ
เธอไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เดินขึ้นห้องไปโดยไม่สนใจเขา
เสียงส้นเท้าของซ่งเฟยเหรินกระทบขั้นบันไดไม้ดัง“ตึก ตึก ตึก” ก่อนจะค่อยๆ เงียบลงเมื่อเธอหายลับเข้าไปในห้องพัก้า
ผู้บัญชาการหยางยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูอีกครู่ก่อนจะหันกลับมาสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงด้วยแรงกดดัน
“เตรียมรถฉันจะไปที่เรือนพักทางเหนือ”
“ครับผู้บัญชาการ”นายทหารคนนั้นรับคำสั่งแล้วรีบเดินนำไปอย่างรู้หน้าที่
รถยนต์สีดำหรูแล่นออกจากบ้านพักรับรองในความเงียบยามเย็นขณะที่ดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ความมืดค่อยๆ คลี่คลุมเมืองฟู่เถาไว้ด้วยความเงียบสงัด
ที่ห้องพัก้า
ซ่งเฟยเหรินยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างดวงตาของเธอมองดูรถยนต์หรูที่แล่นออกไปอย่างรีบร้อน
“ลั่วเหยียนเอ๋อ…”เธอพึมพำชื่อนั้นเบาๆ อย่างคนที่รู้ความลับอยู่แล้ว
ใช่...เธอรู้
หญิงสาวผู้นั้น…เป็มากกว่าคำว่า‘ชู้รัก’ สำหรับผู้บัญชาการหยาง
ไม่ใช่เพราะใครมาเล่า ไม่ใช่เพราะเธอสอดรู้…แต่เพราะผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปั้แ่วันแรกที่เขาพูดชื่อเมืองฟู่เถาด้วยแววตาที่ไม่เคยมีให้เธออีกทั้งจดหมายรักที่เธอพบเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ
.......................อีกด้านหนึ่ง... เรือนพักทางเหนือของเมืองฟู่เถา
เรือนพักไม้สองชั้นในสวนดอกไม้เงียบสงบมีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมสีอำพันที่แขวนอยู่หน้าประตู
เมื่อรถหยุดลงผู้บัญชาการหยางก้าวลงมาเงียบๆ
เขาเดินเข้าไปอย่างคุ้นเคยมือแตะบานประตูไม้ที่เคยเปิดให้เขาเสมอ…แต่ครั้งนี้ ประตูปิดสนิท
ไม่มีเสียงฝีเท้าไม่มีเสียงของหญิงสาวที่เคยเรียกชื่อเขาด้วยความอ่อนหวาน
ในใจเขาวูบไหว
“เหยียนเอ๋อ…” เขาเรียกชื่อเบาๆแต่กลับไม่มีคำตอบใด
เขารีบผลักประตูเข้าไปอย่างร้อนใจ