หลงไห่ยามค่ำคืนส่องสว่างไปด้วยแสงไฟหลากสี เต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา
ที่ปากทางเข้าร้านที่ซินเทียนตี้ กวงโถเซ่อ ที่มีแขนข้างหนึ่งเข้าเฝือกอยู่ กำลังมองซ้ายทีขวาที เหมือนว่ากำลังรอใครบางคน
ที่ด้านหลังของมันก็มีชายหนุ่มชุดดำยืนอยู่หลายสิบคน คนเหล่านี้ดูไม่เหมือนกับอันธพาลธรรมดา ๆ ร่างกายของพวกมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารแสนเย็นยะเยือก!
“มาแล้ว!”
ทันใดนั้น กวงโถเซ่อ ก็พูดขึ้นแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า
ช่วงเวลาต่อมาก็มีรถสีดำคันหนึ่งขับเข้ามาจอดเทียบหน้าร้านซินเทียนตี้ เมื่อประตูรถถูกเปิดออก พลันมีชายวัยกลางคนอายุ 40 กว่าคนหนึ่งเดินลงมา
“พี่ซิ่ง พี่มาแล้ว!”
กวงโถเซ่อ เห็นผู้ที่มา ก็เผยยิ้ม และแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคารพ
“ปู่ซิ่ง!”
ชายหนุ่มชุดดำหลายสิบคน ก็ก้มหัวทักทายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เสียงดังสะเทือนทั่วทั้งปฐพี!
การกระทำเช่นนี้ ดึงดูดความสนใจจากคนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาวทั้งหลายที่เดินทางมาที่หลงไห่เพื่อท่องเที่ยว ดวงตาเป็นประกาย ไม่ใช่ว่านี่เป็นพวกแก๊งมาเฟียเหมือนในหนังงั้นเหรอ?
แต่ว่าก็ยังมีบางคนรู้จักตัวตนของแกนนำกลุ่มเหยี่ยวแห่งแก๊งอินทรีคนนี้ หวงซิ่ง!
คนภายในเรียกเขาว่า ปู่ซิ่ง!
“อ้อ!”
หวงซิ่ง พยักหน้า สายตาของมันกวาดผ่านชายหนุ่มชุดดำหลายสิบคนที่อยู่ด้านหลังแล้วพูดว่า “ต้าเซ่อ บอกให้พวกเขาแยกย้ายกันไปก่อน!”
“ครับ!” กวงโถเซ่อ พยักหน้าตอบรับด้วยความเคารพ
หวงซิ่ง ไม่พูดอะไรอีก มันเดินพามือขวาเข้าไปในร้านเหล้าที่อยู่ในซินเทียนตี้
“ทุกคนแยกย้ายกันไปอยู่ตามจุดต่างๆ!”
กวงโถเซ่อ โบกสะบัดมือ และก็เดินตามเข้าไปในร้านเหล้า
“เฮ้ ลูกพี่ พวกนายเล่นหนังเป็นแก๊งมาเฟียจากโลกใต้ดินงั้นเหรอ? ยังต้องการคนอีกไหม? ตั้งแต่เล็กฉันชอบเกี่ยวกับพวกโลกใต้ดินมาโดยตลอด นายพอจะให้ฉันเล่นได้หรือไม่? ทางที่ดีที่สุดให้ฉันเล่นเป็นพี่ใหญ่เถอะ...”
ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่ม 2 คนเดินเข้ามาขวางทาง กวงโถเซ่อ แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ถ่ายหนัง?” กวงโถเซ่อ ยืนอึ้ง แล้วกวาดสายตามองพวกเขาอยู่หลายรอบจากนั้นก็ตะโกนออกมา “ไสหัวไป!”
“เฮ้ นายเป็นคนยังไงกันเนี่ย? ไม่ให้เล่นหนังก็แค่บอกสิ ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ และยังสบถด่าออกมาอีก?” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
กวงโถเซ่อ แสดงสีหน้าเย็นชาออกมา แล้วก็ตบเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นอย่างแรง “ชอบโลกใต้ดินงั้นเหรอ? แล้วตัวบัดซบอย่างแกยังอยากจะเป็นลูกพี่งั้นเหรอ? วันนี้ท่านปู่จะให้แกได้ลิ้มลองดูสักครั้ง ว่าอะไรคือโลกใต้ดิน...มา ลากมันไปในตรอกให้ฉัน เดี๋ยวฉันจะให้มันได้ลองดูว่าโลกใต้ดินเป็นยังไง!”
“ครับ!”
ชายหนุ่มชุดดำ 7-8 คนล้อมเข้ามาแล้วลากพวกเขาทั้ง 2 คนไป
“พวกแกจะทำอะไร...ไว้ชีวิตฉันด้วย!”
ชายหนุ่ม 2 คนตื่นตระหนก และรู้แล้วว่านี่ไม่ได้เป็นการถ่ายทำหนัง
แม้ว่าตามถนนจะมีคนอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง ทุกคนสามารถเข้าใจได้ชัดเจนเลยว่า นี่ไม่ใช่การถ่ายทำหนัง แต่เป็นมาเฟียจากโลกใต้ดินจริง ๆ !
ชายหนุ่มทั้ง 2 ถูกลากเข้าไปในตรอกที่อยู่ข้างๆ จากนั้นก็ได้ยินเพียงแค่เสียงโครมครามและเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังออกมา...
“ปล่อยมันไปได้!”
กวงโถเซ่อ ตะโกน จากนั้นก็หันกายเดินเข้าไปในร้านเหล้า พร้อมเดินขึ้นมาบนชั้น 4
“ต้าเซ่อ จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?”
หวงซิ่ง ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มันกำลังสูบซิก้าร์ แล้วมองวิวทิวทัศน์กลางคืนที่ด้านนอก เอ่ยถามขึ้นมา
“พี่ซิ่ง ผมจัดการตามคำแนะนำของพี่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มีมือมีดอยู่ทั้งหมดอีกข้างละ 100 คน เมื่อใดที่คุณวางถ้วยลง พวกเขาก็จะพุ่งเข้ามาแล้วจัดการกับเจ้าเด็กนั่น!”
กวงโถเซ่อ แตะเฝือกที่อยู่บนแขนแล้วพูดอย่างดุร้าย
“ดี!” หวงซิ่ง พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ปู่ซิ่ง ยังอยากจะให้จัดการอย่างอื่นด้วยไหม?”
“ไม่จำเป็น แม้ว่ามันจะเป็นยอดฝีมือขั้นที่ 1 แต่ทางเราเองก็มียอดฝีมือขั้นที่ 1 ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกลัวมันไป......และยังมีมือมีดอยู่อีก 200 คน หากว่ามันสัยญาว่าจะยอมฉันก็ดี แต่ถ้ามันไม่ยอมละก็ เหอะ ฉันจะทำให้มันรู้ว่าแก๊งอินทรีไม่ใช่สิ่งที่มันจะมายั่วยุได้!”
เมื่อ หวงซิ่ง พูดจบ มันก็กวาดสายตาไปมองชายที่อยู่ด้านหลังซึ่งสวมใส่เสื้อลายตารางหมากรุก แล้วพูดว่า “ซุนเฟย ตราบใดที่เริ่มลงมือแล้ว แกก็มีหน้าที่ฆ่ามันซะ.....ไม่อย่างนั้นการไปกระตุ้นยอดฝีมือขั้นที่ 1 มันอาจจะทำให้มีปัญหาตามมาไม่หยุดหย่อน!”
“ผมรู้แล้ว”
ชายที่ถูกเรียกว่า ‘ซุนเฟย’ พยักหน้าตอบรับ
กวงโถเซ่อ มองดู ซุนเฟย หัวใจพลันเต้นแรง นี่ก็คือยอดฝีมืออันดับที่ 1 ของกลุ่มเหยี่ยว และเป็นยอดฝีมือขั้นที่ 1 อีกด้วย เมื่อมีมันอยู่ที่นี่ มันย่อมสามารถต่อสู้กับ เซียวเฉิน ได้อย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม เมื่อมันนึกถึงชายคนหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนหมีป่าก็พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล “พี่ซิ่ง นอกจาก เซียวเฉิน แล้ว ข้างกายมันก็ยังมีชายร่างใหญ่คนหนึ่งด้วย ผมเกรงว่าคืนนี้มันก็จะมากับ เซียวเฉิน.......”
“งั้นเหรอ? แล้วมันแข็งแกร่งไหม?”
“ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ผมรู้สึกว่ามันน่าจะอยู่ประมาณระดับยอดฝีมือขั้นที่ 2 ” กวงโถวเซ่อ พูดความคิดของมันออกมา
“ขั้นที่ 2 งั้นเหรอ?” หวงซิ่ง ขมวดคิ้วเป็นปมจากนั้นก็ใช้มือหยิบซิก้าร์ขึ้นมาสูบต่อ และชี้ไปที่คนที่มันไว้ใจทั้งหลายแล้วพูดต่อว่า “นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นจะต้องกังวล บนร่างของพวกเขาล้วนมีปืนอยู่ ต่อให้ร้ายกาจแค่ไหนก็ไม่สามารถหลบกระสุนได้อยู่ดี!”
“พกปืนด้วยงั้นเหรอ? งั้นก็ดีเลย คืนนี้พวกมันหนีไม่พ้นแน่นอน!”
เมื่อ กวงโถเซ่อ ได้ยินคำพูดเช่นนี้ มันก็รู้สึกวางใจ ต่อให้มีวิชากังฟูสูงส่งแค่ไหน มันก็ไร้ค่าเมื่อต้องอยู่ต่อหน้ามีดและปืน!
“ต้าเซ่อ หากว่ามันยอมรับใช้ฉันจริงๆ ฉันหวังว่านายจะคิดถึงภาพรวม และไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไรกับมันอีก! และมั่นใจได้ ฉันจะไม่ยอมให้นายต้องลำบากใจหรอก!”
หวงซิ่ง มองไปที่ กวงโถเซ่อ จากนั้นส่งซิก้าร์ไปให้มัน 1 มวน แล้วพูดเสียงต่ำ
“ครับ พี่ซิ่ง!”
กวงโถเซ่อ พยักหน้า ในใจหวังให้ เซียวเฉิน ทำตัวเย่อหยิ่งต่อไป แล้วมันก็จะถูกฆ่าตายไปในที่สุด!
“ตอนนี้แก๊งอินทรีกำลังมีความขัดแย้งภายใน หากว่าครั้งนี้ฉันได้รับตำแหน่ง ขึ้นมาเป็นผู้นำของแก๊งอินทรี วันนั้นของพวกนายก็จะต้องได้เติบโตขึ้นอย่างแน่นอน.....ในทางตรงกันข้าม อนาคตของคนอื่นก็จะแย่ลง พวกนายเข้าใจไหม?” ระหว่างที่พูดขึ้น แววตาของ หวงซิ่ง เกิดประกายตาบางอย่าง
“ผมเข้าใจครับ!” กวงโถเซ่อ พยักหน้า
“เอาละ แล้วในช่วง 2 วันนี้ หลิวต้าขุย ไปทำอะไร? นายได้บอกมันไหม ว่าตอนนี้พวกแกนนำกำลังต้องการใช้คน หากว่ามันยินดีที่จะช่วยฉัน ฉันก็จะปฏิบัติกับมันอย่างยุติธรรมด้วยเช่นกัน!”
เมื่อ หวงซิ่ง นึกถึงเรื่องนี้ก็พูดต่อ
“ได้ เอาไว้เดี๋ยวผมจะไปคุยกับเขาให้!”
“อ้อ แล้วตอนนี้กฎของโลกใต้ดินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ใช้คนมากมายในการต่อสู้ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นพวกยอดฝีมือแทน! แต่ละกลุ่มแค่มียอดฝีมือขั้นที่ 1 หรือ ขั้นที่ 2 อยู่สักคนก็สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้แล้ว! ฉันได้ยินมาว่า ก่อนหน้านี้ 2 วันไม่รู้ว่าเหล่าเฮยไปหายอดฝีมือขั้นที่ 1 มา 2 คนจากที่ไหน หากว่าเป็นเรื่องจริง มันจะต้องเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก!”
“พี่ซิ่ง งั้นพวกเราก็ใช้เงินจ้างยอดฝีมือมาดีไหม?”
“หึ นายคิดว่ายอดฝีมือขั้นที่ 1 เป็นผักกาดขาวงั้นเหรอ? ไม่ต้องพูดถึงแก๊งอินทรีเลย แม้แต่ 3 แก๊งใหญ่ ก็ยังไม่ยอดฝีมือขั้นที่ 1 อยู่ไม่กี่คนเลย.....ยอดฝีมือขั้นที่ 1 เป็นตัวตนที่ไม่สามารถใช้เงินซื้อตัวได้!” เมื่อ หวงซิ่ง พูดออกมา แววตาก็มองไปที่ ซุนเฟย หากตอนแรกเขาไม่ได้ช่วยชีวิตคนๆนี้เอาไว้ เขาก็คงไม่ยอมขายตัวเองหรอก!
อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงคืนนี้ตัวมันเองก็อาจจะได้ยอดฝีมือขั้นที่ 1 มาเข้าร่วมด้วยอีกคน ใบหน้าของมันก็ยิ้มขึ้น มันเชื่อว่าด้วยเงื่อนไขของมัน เซียวเฉิน จะต้องไม่มีทางที่จะปฏิเสธอย่างแน่นอน.....
.........................
บนท้องถนนมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนต้องรู้สึกงุนงงปรากฏขึ้นมา!
มีรถมาเซราติสีดำคันหนึ่งกำลังขับด้วยความเร็วแค่ 40-50 ไมล์ต่อชั่วโมง และด้านหลังก็มียักษ์คนหนึ่งวิ่งตาม
ชายหนุ่มคนนั้นมีความสูงราวๆ 2 เมตร เมื่อมองจากระยะไกล ก็ดูเหมือนกับหมีดำกำลังวิ่งโยกไปมา ในแต่ละก้าวสามารถก้าวได้เกือบ 2 เมตร........
“พี่เฉิน พี่ช้าลงหน่อย เดี๋ยวฉันตามไม่ทัน!”
เมื่อ เซียวเฉิน ฟังเสียงที่ดังด้านหลัง ก็มอง หลี่หานโฮ่ว จากกระจกมองหลังจากนั้นยกยิ้มขึ้นแล้วชะลอความเร็วลง
“ฮ่าๆๆๆ การออกกำลังกายแบบนี้ คาดว่าต้าหานคงจะต้องซัดข้าวเข้าไปอีกมหาศาลแน่นอน”
ติงลี่ ไม่ได้กลัวเรื่องนั้น เขาเข้าใจดีว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องไป แต่ที่เขากลัวก็คือกลัวว่าตัวเองไปแล้วจะไม่มีประโยชน์!
“ต้าหาน ถ้านายวิ่งได้ขนาดนี้.....ฉันคิดว่านายควรจะไปแข่งโอลิมปิกนะ”
“พี่เฉิน ติงจื่อ พวกนายพูดว่าอะไรนะ?”
โดยไม่ทันรอให้ เซียวเฉิน ตอบ ติงลี่ พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าต่างของรถ ก็เห็น ต้าหาน ไล่ตามมา ตะโกนใส่พวกเขาแล้วหัวเราะขึ้น
“กำลังคุยกันว่านายจะกินข้าวได้ทั้งหมดกี่จาน”
เซียวเฉิน หัวเราะไปพลางพูดไปพลาง
”อ้อ ฉันก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่น่าจะเกินสิบกว่าจานหรอกนะ”
“ได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่ต้องเกรงใจ อยากกินอะไรก็กิน อยากกินมากขนาดไหนก็ไม่ต้องยั้ง!”
“ฉันรู้แล้ว!” หลี่หานโฮ่ว หัวเราะอย่างซื่อๆแล้ว พยักหน้าตอบรับ
“พี่เฉิน ข้างหน้าก็เป็นซินเทียนตี้แล้ว”
ติงลี่ ชี้ไปที่อาคาร 4 ชั้นที่อยู่ด้านหน้า แล้วหันไปพูดกับ เซียวเฉิน
“อ้อ นายไม่กลัวแล้วใช่ไหม?”
“ก็ยังมีอยู่นิดหน่อย.....”
“ฮ่าๆๆๆ นายไม่ได้เยี่ยวราดบนรถใช่ไหม?”
เซียวเฉิน พูดหยอกล้อ
“เปล่านะ!” ติงลี่ ส่ายหน้ารัวๆ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย!
ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่ รถมาเซราติก็มาจอดอยู่ริมถนนห่างออกไปจาก ซินเทียนตี้ ประมาณ 50 เมตร
นี่คือสถานที่ที่ เซียวเฉิน เลือกมาเป็นพิเศษ เขาไม่กล้าที่จะจอดรถอยู่หน้าประตู เพราะหากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ พวกเขาก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีบางคนจากแก๊งอินทรีมาทำลายรถมาเซราติเอาได้
แม้ว่าจะพวกเขาจะสามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อรถคันใหม่ได้ แต่ว่ารถคันนี้เป็นของ ซู่ฉิง ดังนั้น เซียวเฉิน จึงรู้สึกว่าควรที่จะระมัดระวังเอาไว้ การที่จอดออกมาไกลหน่อย ก็รู้สึกอุ่นใจกว่า!
เซียวเฉิน และ ติงลี่ ก้าวเดินลงมาจากรถ ส่วน หลี่หานโฮ่ว ก็ตามมา
“พี่เฉิน มันอยู่ที่ไหน?”
“ตรงนั้น คืนนี้พวกเราจะไปกินข้าวกันที่นั่น” เซียวเฉิน ชี้ไปที่ ซินเทียนตี้ “ไป!”
“ได้!”
ดวงตา หลี่หานโฮ่ว เปล่งประกาย เขารู้สึกหิวมานานแล้ว ตอนนี้หากนำหมูมาวางไว้เบื้องหน้าเขา เขาก็คงกินได้หมดภายในพริบตา!
เซียวเฉิน กับ หลี่หานโฮ่ว เดินนำอยู่ด้านหน้า ส่วน ติงลี่ อยู่ข้างหลัง เมื่อพวกเขามาถึงที่ประตูทางเข้า ซินเทียนตี้
“หยุด คืนนี้ที่นี่ไม่รับลูกค้าแล้ว!”
ชายหนุ่มชุดดำ 2 คน ขวาง พวก เซียวเฉิน เอาไว้
“หวงซิ่ง นัดฉันที่นี่!”
เซียวเฉิน พูดบอกมันไป
“ปู่ซิ่ง นัดงั้นเหรอ? งั้นนายก็คือ เซียวเฉิน ใช่ไหม?”
ชายหนุ่มทั้ง 2 คนจ้องกันเป็นตาเดียว จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ปู่ซิ่ง? โอ้ ตอนนี้ไม่ว่าใครก็เป็น ‘ปู่’ ได้แล้วงั้นเหรอ?” เซียวเฉิน หัวเราะเยาะ “พาฉันไปหามัน!”
ใบหน้าของชายหนุ่มทั้ง 2 เต็มไปด้วยความโกรธ ในใจลอบก่นด่า ตอนนี้แกบ้าไปก่อนเถอะ ไว้รอให้ปู่ซิ่งสั่งจัดการ แกจะต้องตายแน่นอน!
“ตามพวกฉันมา!”
เซียวเฉิน และพรรคพวกเดินตามพวกมันทั้ง 2 คนเข้าไปใน ซินเทียนตี้ เมื่อมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ นี่น่าจะเป็นแหล่งกบดานของแก๊งอินทรี และคืนนี้ก็ไม่มีลูกค้าเลยสักคนเดียว.....
นอกจากนี้ เขายังสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารอันเย็นยะเยือก น่าจะมีคนมากมายดักซุ่มรออยู่!
สัญชาตญาณของ หลี่หานโฮ่ว ก็ตื่นตัวขึ้นเช่นกัน เขามองซ้ายมองขวา รอยยิ้มบนใบหน้าได้หายไปแล้ว แววตาของเขาประกายขึ้นด้วยความดุร้าย
ส่วน ติงลี่ ก็ยังคงตัวสั่นอยู่ด้านหลัง เขาไม่ได้ค้นพบอะไรเลย แต่ว่าเขารู้ว่างานเลี้ยงในคืนนี้มันจะต้องไม่มีการเลี้ยงอะไรกันเกิดขึ้นแน่นอน!
พวกเขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 4 เมื่อออกจากลิฟต์มาก็เห็นชายหนุ่มชุดดำ 4 คนยืนอยู่
“หยุด พวกเราจะต้องตรวจร่างกายพวกมันก่อน!” ชายหนุ่มทั้ง 4 ขวางทาง เซียวเฉิน เอาไว้ “พวกแกทั้งหมดยกมือขึ้น!”