ณ อาณาจักรต้าเหลียน ป่าวิญญาณ
ถ้ำเล็กๆตั้งอยู่ทางตอนเหนือของผืนป่า ถ้ามองเข้าไปจากปากถ้ำ จะเห็นเหมือนผ้าขาวเนื้อดีถูกวางอยู่บนพื้น แต่ถ้าได้ลองเข้ามาใกล้ๆ จะเห็นเสือขาวตัวโตเต็มวัยนอนขดตัวอยู่ ขนสีขาวงามสง่ามีลายสีน้ำตาลเข้ม ม่านตาสีฟ้ามีความคมทางหางตา จมูกสีชมพู ปากที่มีฟันอันแหลมคมดั่งใบมีด มีหนวดระหว่างแก้ม กรงเล็บทั้งสี่ข้างถูกซ่อนไว้ในอุ้งเท้า ใบหูสั้นและกลม หางสีขาวยาวครึ่งลำตัวมีหน้าที่ในการทรงตัวและกลับตัวกะทันหัน แม้ว่าการนอนอาจจะโดนทำร้ายได้ทุกเมื่อ แต่เสือขาวมีความน่าเกรงขามอยู่ภายในตัว และปลดปล่อยมันออกมาตอนหลับ ทำให้สัตว์ระดับต่ำกว่าไม่กล้าเข้าใกล้ แต่อาจทำให้สัตว์ที่แข็งแกร่งกว่าไม่พอใจได้
บรรยากาศโดยรอบตัวมันเปลี่ยนไป เงียบจนผิดปกติ ถึงแม้หลับอยู่แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ไม่เคยผิดพลาด เปลือกตาค่อยๆเปิดออก เบื้องหน้ามีหมีสีน้ำตาลตัวโตยืนอยู่ปากทางเข้าของถ้ำ ท่าทางที่มันแสดงออกมาเหมือนกับจะพูดว่า ข้าปิดทางออกถ้ำไว้แล้ว ไม่มีทางที่แกจะหนีได้อีกแล้ว หมีสีน้ำตาลค่อยๆเดินเข้ามาด้วยสี่เท้าอันแข็งแกร่ง
เสือขาวค่อยๆลุกยืนขึ้นด้วยสี่เท้าที่มั่นคง ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันเคยล่าแต่สัตว์ที่อ่อนแอกว่า แต่ครั้งนี้ต่างออกไป มันกลับเป็นผู้ถูกล่าซะเอง ไม่ว่าสิ่งที่ทำจะผิดหรือถูก ขอแค่มีพลังที่แข็งแกร่งกว่าใครๆ สิ่งนั้นจะถูกเสมอ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถอยู่อย่างสงบสุขจากโลกใบนี้ได้
หมีสีน้ำตาลวิ่งมาด้วยความเร็วและได้หยุดตรงหน้าเสือขาว มันยืนด้วยขาสองข้างเพื่อแสดงถึงความเหนือชั้นกว่า มันใช้กรงเล็บสีดำยาวพยายามตะปบเข้าที่คอของเหยื่อ แต่ด้วยความเร็วที่มากกว่าทำให้เสือขาวหลบจากการถูกสังหารได้ และเสือขาวกระโจนโต้ตอบกลับทันที มันขึ้นไปยืนบนหลังของหมีสีน้ำตาล เมื่อหมีสีน้ำตาลพลาดจากการโจมตีเมื่อครู่ทำให้มันต้องลงมายืนด้วยสี่ขา ด้วยเหตุนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ขึ้นไปบนหลังได้อย่างง่ายดาย เสือขาวกัดไปที่ลำคอของหมีและฉีกกระชากเนื้อแดงฉาน เลือดแดงสดพุ่งกระฉูด เศษเนื้อกระจัดกระจายเต็มผืนหญ้า จากหญ้าสีเขียวขจีถูกเคลือบไปด้วยเลือดแดงสด หมีล้มลงและตายลงในที่สุด และชัยชนะก็ตกเป็นของเสือขาว ไม่ใช่เหยื่อทุกตัวจะอ่อนแอ
การต่อสู้ที่กดดันทำให้เหนื่อยและอยากอาหาร เสือขาวใช้ปากฉีกเนื้อและกินเหยื่อ ภายในเวลาไม่นานหมีก็เหลือแต่เนื้อติดกระดูกที่อาบไปด้วยเลือด เสือขาวหลังจากท้องอิ่มก็ได้ออกไปเดินสำรวจรอบๆป่าแห่งนี้
ต้นไม้โอ๊กที่มีใบสีแดงและสีเหลืองต่างๆล้วนแล้วแต่มีลำต้นที่สูงใหญ่ แทบจะบดบังท้องฟ้าได้เลย แต่สายลมกับพาดผ่านเข้ามาได้ ด้วยความที่พริ้วไหวไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้ ต้นหญ้าที่ควรเตี้ยแต่กลับโตขึ้นมาเกือบหนึ่งเมตร บดบังการมองเห็นของเสือขาวแทบจะทั้งหมด แต่ด้วยสายตาที่เฉียบคมทำให้ต้นหญ้าพวกนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหา แต่มันกลับกลายเป็นข้อดีของสัตว์ที่ถนัดการซุ่มโจมตีอย่าง เสือขาว
ตระเวนมาได้สักพักก็ถึงแม่น้ำใหญ่ ปกติสัตว์ส่วนใหญ่จะมาแวะเวียนดื่มน้ำที่นี่ แม่น้ำที่นี่ใสขนาดที่มองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ และเหตุผลที่ไม่มีสัตว์กล้าเข้ามาใกล้แม่น้ำแห่งนี้ ใกล้ๆริมแม่น้ำมีสัตว์ขนาดใหญ่ขุดดินจำศีลอยู่ มีผิวหนังสีทองและนุ่มลื่นแต่กลับมีกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง มีดวงตากลมโตและมีปากขนาดใหญ่ ขาทั้งสี่ข้างของมันกำลังแนบชิดลำตัวอยู่ มันมีความพิเศษที่มีพังผืดที่ขาทั้งสี่ข้างของมัน และลิ้นที่ยาวมากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมัน สะเทินน้ำสะเทินบก กบธรรมดาที่กินสัตว์วิญญาณเป็นจำนวนมาก จะมีวิวัฒนาการกลายเป็นยักษ์ใหญ่ของสายพันธุ์นั้นๆ จ้าวเเห่งกบ ก็เป็นหนึ่งในนั้น
เสือขาวหลบเลี่ยงและเปลี่ยนเส้นทาง เนื่องด้วยสัญชาตญาณบอกมันว่า กบตัวนั้นอันตรายกว่าหมีที่มันฆ่าไปหลายร้อยเท่า ทางที่ดีควรออกห่างและจากไปอย่างเงียบๆดีกว่า
ความพิเศษของป่าวิญญาณ มีพลังวิญญาณที่หนาแน่น สัตว์ที่อยู่มานานจะเริ่มมีความคิดและฉลาดขึ้น บางตัวก็วิวัฒนาการกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ อย่างจ้าวแห่งกบตัวนั้น หลายสิ่งหลายอย่างล้วนมีต้นกำเนิดมาจากป่าแห่งนี้ และที่นี่ก็เป็นที่หมายตาของพวกผู้บำเพ็ญตน
ณ อาณาจักรต้าเหลียน เมืองต้าเหลียน บ้านเมืองที่อยู่อาศัยต่างๆถูกสร้างขึ้น และทุกหลังล้วนแล้วแต่มีความงดงาม บางหลังก็ดูเงียบสงบและได้กลิ่นดอกไม้จางๆ บางหลังก็มีกลิ่นเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์และผู้คน รอบๆสองข้างทางมักจะมีผู้คนเดินกันให้พุ่งพล่าน และร้านค้ามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธและขวดน้ำยาต่างๆ อาณาจักรต้าเหลียนแห่งนี้ ขาดแคลนอาหารอย่างหนัก เพราะด้วยการที่จะไปล่าสัตว์ในป่าวิญญาณก็เหมือนส่งตัวเองไปตาย แต่ก็มีหลายคนที่กล้าไปที่ป่าแห่งนั้น บางคนก็โชคดีกลับมาพร้อมอาหาร บางคนก็ไม่กลับมาหายสาบสูญไปเลยก็มี
ตำหนักขนาดใหญ่โตมโหฬารตั้งอยู่ใจกลางเมืองต้าเหลียน การตกแต่งภายนอกดูหรูหรา หลังคาบางส่วนที่ยื่นออกมาทำมาจากทองคำแท้ และเกือบทั้งหลังทำมาจากวัสดุชั้นดี ป้ายหน้าตำหนักทำมาจากไม้เนื้อดีทนทานต่อไฟ บนป้ายเขียนว่า ตระกูล กู่ ถ้าถามคนที่ผ่านไปมาไม่ว่าจะหน้าใหม่หน้าเก่า ทุกคนล้วนแล้วแต่รู้จักตระกูลกู่ ถ้าจะพูดให้ถูกควรจะเป็น รู้จัก กู่ฟาน ซะมากกว่า
กู่ฟาน เป็นผู้นำตระกูลกู่ คนปัจจุบันและในอดีตเขาเคยไปป่าวิญญาน สัตว์วิญญาณต่างๆถูกเขานำมันกลับมาเต็มคันรถม้า และสัตว์ส่วนใหญ่มีพลังวิญญาณสูง บางตัวถึงขั้นวิวัฒนาการแล้วด้วย แต่ก็ไม่รอดพ้นกำมือกู่ฟาน แต่หลังจากเขากลับมาแทนที่จะดีใจ แต่ตัวเขากลับสั่นอย่างแรงและไม่มีท่าทีว่าจะหยุด สีหน้าเขาเหมือนกลัวบางอย่าง หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นกู่ฟานออกไปไหนเลย วันๆหมกตัวอยู่แต่ภายในตำหนักและสั่งห้ามไม่ให้ใครพูดถึงเรื่องนี้อีก
กู่หลงเทียน ชายหนุ่มรูปงามสวมใส่ชุดหนังที่สั่งทำจากผ้าชั้นดี มือขวาถือทวนสีเงินที่สะท้อนแสงเจิดจ้า ทำเอาผู้ที่มองต้องรีบละสายตาไปทางอื่นทันที เขาใช้โอกาสนี้หายไปจากสายตาผู้คน
ณ ป่าวิญญาน กู่หลงเทียน นัดหมายกับบุคคลที่สวมใส่ชุดดำปกปิดตัวตน ไม่แสดงอาวุธให้ใครได้เห็น ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน และเดินเข้าไปภายในป่า หลังจากเดินไปได้ช่วงเวลาหนึ่ง ก็เหมือนได้ยินเสียงหญ้าที่ถูกแหวกออกจากกัน เหมือนถูกแทนที่ด้วยบางอย่าง มีบางสิ่งอยู่ในพุ่มหญ้าข้างหน้าพวกเขา
ลงทุกวันจันทร์ อาทิตย์ละหนึ่งตอน