บทที่ 69
เช้าวันใหม่ที่ทุกคนต่างก็รอคอย ออทาร์มารอท่านพี่ของเขาตั้งแต่เช้าที่โถงกลางบ้าน เพื่อที่จะได้ออกไปเยี่ยมชมร้านค้าของท่านพี่ที่ใครๆต่างก็ร่ำลือกัน ว่ากันว่าแสงสะท้อนของสินค้าทำให้คนตาบอดได้เลยทีเดียว มันไม่มืดบอดลง แต่มันจะทำให้ผู้คนควักเงินจ่ายพวกมันกลับมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เหมือนกับคนที่หน้ามืดตามัวเวลาเห็น ไม่ต่างอะไรกับคนตาบอดซื้อโดยไม่สนโลก “อะไรกัน!! เจ้าจะแต่งตัวพร้อมเกินไปหรือเปล่า ..” รีออนลงมาจากห้องนอนของตัวเอง ชาลเวียเองก็เช่นกันพวกเขาเพิ่งจะตื่นนอนกันเอง ไม่ใช่ว่าพวกเขาตื่นสายหรืออย่างไร นี่มันก็เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเท่านั้นเอง มันจึงทำให้รีออนอดที่จะบ่น และถามออกมาไม่ได้“อะไรกันขอรับท่านพี่ ข้าก็แค่เตรียมตัวให้พร้อมไปทุกๆที่ที่ท่านไปเลยนะขอรับ ไหนจะร้านเครื่องเพชรของท่านอีก ท่านแม่ข้าเองก็ฝากซื้ออยู่หลายชุดเสียด้วย แล้วไหนจะบทละครของน้องอีกล่ะขอรับ ... แล้วๆน้องชายที่น่ารักคนนี้ได้เล่นเป็นตัวอะไรเอ่ย เป็นเจ้าชายก็จะดีไม่น้อยเลยทีเดียว..” ออทาร์กล่าวพร้อมกับทำดวงตาอ้อนเหมือนแมวน้อย น้ำตาซึมหน่อย แต่ทั้งหมดนั้นมันกับทำให้รีออนรู้สึกหมั่นไส้เป็นอย่างมาก“แกคงจะตื่นเต้นล่ะซินะ ... ท่านพี่ของเจ้าได้เตรียมบทเอาไว้ให้น้องชายสุดที่รักแล้ว รับรองได้เลยว่าน้องชายจะดังเป็นพลุแตกเลยล่ะ .. ออกมาทุกฉากตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบเรื่องเลย..” รีออนก็พูดกลับเล่นตามน้ำไปบ้างตามฟิลลิ่งของออทาร์“จริงหรือขอรับท่านพี่.. ท่านพี่ช่างเป็นคนที่ประเสริฐยิ่งนัก นอกจากจะเก่งแล้วยังหล่อมากอีกด้วย ถ้าจะหล่อมากกว่านี้ท่านต้องลดราคาเครื่องเพชรให้กับข้าด้วยนะขอรับ.. ว่าแต่ข้าได้แสดงเป็นเจ้าชายรูปงามใช่หรือเปล่าขอรับ..” ออทาร์กล่าวอ้อนๆเหมือนเดิม รีออนที่ได้ยินนั้นเขาก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวแทงใจออทาร์ไปเต็มๆ“เปล่าหรอกน้องรัก เจ้าได้แสดงเป็นก้อนหินริมทางล่ะ แน่นอนว่าเจ้าจะได้ออกมาทุกฉาก ยืนนิ่งๆตลอดทั้งเรื่อง เป็นไงล่ะ เจ้าน่าจะเกิดเลยนะ... ส่วนเรื่องลดราคานั้นแน่นอนอยู่แล้วว่า ‘ไม่’...” รีออนตัดการสนทนาในทันที เขาเดินไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารให้กับแคทเทอรีนทาน แน่นอนว่ารวมถึงชาลเวียเองก็ด้วย พวกเขาคงติดรสมือของรีออนไปแล้ว ส่วนออทาร์ที่ได้ยินก็แข็งนิ่งเหมือนกับซ้อมเป็นหินในบทละครอย่างไรอย่างนั้น“ท่านพี่ใจร้ายที่สุดเลย .. ว่าแต่ท่านพี่สะใภ้ละขอรับ ข้าไปอ้อนท่านพี่สะใภ้ดีกว่า พี่สะใภ้ใจดีกว่าท่านพี่เยอะเลยขอบอก..อื้มๆ” ออทาร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าออกมา แน่นอนว่ารีออนมีหรือจะสนใจ เขายักไหล่ครั้งหนึ่งในขณะที่หันหลังในกับออทาร์พร้อมกับคิดในใจ ‘ครอบครัวอย่างนั้นเหรอ.. เราไม่คิดเลยว่าออทาร์จะยอมรับเราในฐานะพี่ชายด้วยอีกคน.. มันจะดีกว่านี้ถ้าไม่อยู่คนละฝ่ายกัน..’ รีออนสะบัดความคิดของตัวเองออกก่อนจะหันไปทำอาหารของตัวเองต่อ ชาลเวียที่เห็นเหตุการณ์นั้นจึงได้ตอบคำถามองค์รัชยาทแทนรีออน “ถ้าแคทเทอรีนแล้วล่ะก็นางจะลงมาในอีกประมาณครึ่งชั่วโมงขอรับองค์รัชทายาท ผู้หญิงก็ต้องมีแต่งองค์ทรงเครื่องเล็กน้อย..” ชาลเวียยิ้มแล้วก็ตอบ ออทาร์ที่ได้ยินก็กลับไปนั่งเซ็งตามเดิมที่โซฟาประจำบ้าน ชาลเวียที่เห็นอย่างนั้นก็หันกลับมามองรีออนที่ทำหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด ‘พระองค์คงยังไม่รู้.. มันมีข่าวลือในราชสำนัก โดยเฉพาะดยุคอย่างพวกข้า ว่าองค์รัชทายาทกำลังรวบรวมอำนาจแทนองค์ราชินีอยู่ เป้าหมายคือการล้มล้างพระสนม หากองค์ชายรีออนทรงทราบ พระองค์จะทำเช่นไร แล้วเราควรจะบอกพระองค์ดีหรือไม่..’ ชาลเวียคิดอยู่ภายในใจ สมองของรีออนนั้นถือว่าดีมากในสงคราม นอกจากนี้เพียงแค่ชื่อก็อาจจะทำให้ศัตรูขวัญเสียได้เลยทีเดียว เรื่องนี้เขาจะต้องคิดให้ดีๆ เพราะมันก็เกี่ยวข้องกับลูกสาวของเขาเองด้วย รีออนทำอาหารตามความเคยชิน แน่นอนว่าเมื่อแคทเทอรีนเดินลงมาออทาร์ก็เริ่มปฏิบัติการอ้อนของตนในทันที และมันก็ได้ผลโดยที่รีออนไม่สามารถขัดอะไรได้เลย หากเขาเถียงไป คืนวันนี้เขาได้นอนนอกบ้านแน่ๆ หลังจากทานอะไรเสร็จแล้วรีออนก็ขึ้นบนบ้านแต่งตัวเล็กน้อยก็ออกจากบ้านในทันที ประชาชนต่างก็กล่าวทักรีออนอย่างเป็นกันเอง ซึ่งรีออนก็ทักกลับเหมือนปกติ แต่ที่มันไม่ปกตินั้นก็คือออทาร์ที่เอ่ยแซวเขาตลอดทาง “ถ้าเป็นเมืองหลวง ท่านพี่เองก็ถูกทักเหมือนกันนะขอรับท่านพี่สะใภ้.. แต่ถูกทักด้วยไข่ดิบๆตลอดเลยล่ะ ฮ่าๆ..โอ้ๆทำหน้าอย่างนั้น ไม่ต้องร้องนะขอรับท่านพี่ ฮ่าๆ” ออทาร์กล่าว และมันก็เป็นมุกที่ดีที่ทำให้แคทเทอรีนหัวเราะออกมา แต่มันผิดกับรีออนที่ทำหน้าเอิ่มออกมา“ไข่ดิบมันยังน้อยไปเจ้ารู้หรือเปล่า เจ้ารู้จักลูกมะเหงกหรือเปล่าล่ะ.. โอ้นั่นไงบนฟ้านั่นไง...” รีออนกล่าวออกมา แน่นอนว่าออทาร์ก็ทำหน้างงว่าไอ้ลูกที่ท่านพี่กล่าวมามันมีหน้าตาเป็นเช่นไร แต่จู่ๆท่านพี่ก็ชี้ไปบนฟ้าเหมือนจะให้เขาดูไอ้เจ้าลูกมะเหงกนั่น แคทเทอรีนเองก็มองตามด้วยเช่นกัน แต่มันกลับไม่มีอะไรเลย แต่ออทาร์ก็ได้รู้ในทันทีว่าไอ้มะเหงกหน้าตามันเป็นอย่างไรเมื่อมันมากระทบเข้าที่หัวอย่างจัง“อะนี่ไง มะเหงก.. มะเหงกเข้าให้ รีบมาได้แล้ว..” รีออนเดินต่อไปทันที ปล่อยให้ออทาร์ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ส่วนแคทเทอรีนก็หัวเราะเบาๆ และเธอคิดว่ามุกนี้เธอจะเอาไปเล่นบ้างดีกว่า ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงร้านเครื่องเพชร รีออนเปิดประตูที่ต้องใช้หลายขั้นตอน แสกนดวงตา ลายนิ้วมือ ใบหน้า อื่นๆอีกมากมาย เพราะสินค้าเหล่านี้มันล้วนแต่มีราคาทั้งนั้นจะให้ป้องกันแค่ชั้นเดียวได้อย่างไร และตั้งแต่เปิดร้านมาก็ไม่มีใครสามารถขโมยอะไรไปจากร้านของเขาไปได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ออทาร์ที่ได้เห็นสินค้าเครื่องเพชรมันก็ทำให้ดวงตาของเขาส่องประกายขึ้นมาทันที มันสมคำร่ำลือจริงๆ เขามองไปยังเครื่องเพชรชุดหนึ่งที่มีราคาโครตจะแพง ทำท่าเหมือนจะวิเคราะห์เครื่องเพชรชุดนี้ แต่จริงๆก็คือเปล่าเลยเขาไม่ได้ทำอย่างนั้นเลย เขากำลังเห็นภาพซ้อน มันซ้อนกับภาพของไอรีนนักแสดงนำของโรงละคร “นี่ข้าเป็นอะไรไปเนี้ย... ทำไมเอาแต่คิดถึงนางกัน..” ถึงเขาจะพูดมาอย่างนั้น เขาก็ยังหลงอยู่ในจินตนาการที่ตัวเองกำลังสร้างขึ้นมา ฝันถึงรอยยิ้ม และถ้าเธอสวมใส่เส้นนี้เธอจะสวยแค่ไหนกันนะ แล้วเธอจะดีใจมากขนาดไหนถ้าเขาเป็นคนให้เครื่องเพชรชุดนี้แก่เธอ“ท่านพี่ขอรับ.. ท่านพี่ ข้าสนใจเครื่องเพชรชุดนี้ขอรับ ท่านพี่จะคิดราคาข้าเท่าไรหรือขอรับ” ออทาร์ถามออกมาแต่ดวงตาก็ยังจ้องไปแต่ที่มันไม่วางตา รีออนที่เห็นสีหน้าของออทาร์ดูเหม่อลอยไปไกลเขาก็เข้าไปดึงตัวของออทาร์ในทันที“อย่าจ้องมันมาก ชุดเครื่องเพชรนั้นเป็นชุดมายา.. อัญมณีเวทมนตร์เชียว อย่าให้มันหลอกตาเจ้าได้ ... แหวนที่ข้าให้เจ้าไปคราวก่อนไม่ได้สวมใส่มันหรืออย่างไรกัน..” รีออนกล่าว เมื่อไม่นานมานี้เขาเริ่มทำเครื่องเพชรที่เขาตั้งชื่อว่า ‘มายา’ และแต่ชิ้นนั้นไม่ได้ทำยากกว่าเครื่องเพชรแบบธรรมดาเลยแม้แต่น้อย แต่พวกมันมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน แต่แหวนที่เขาทำให้ออทาร์นั้นมีคุณสมบัติป้องกันเวทมนตร์พวกนั้นอยู่ และมันก็อยู่ในระดับสูงสุดที่เขาเคยเห็นมาแล้ว เขาจึงแนะนำให้ออทาร์สวมมันไว้ทันที...