เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 38 ยามหน้าแดง เธอช่างน่ารัก

            เวลาซูเจี่ยนอันหน้าแดงช่างน่ารักจริงๆผิวขาวนวลที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเหมือนดอกบ๊วยที่ผลิบานในเดือนมีนาคมทำให้คนเห็นอยากยื่นมือไปสัมผัสแล้วแนบริมฝีปากประทับลงไปยังเรียวปากงามคู่นั้นเหลือเกิน

            ลู่เป๋าเหยียนพยายามเป็นอย่างมากเพื่อควบคุมความรู้สึกนี้ไม่ให้แสดงออกมา

            “กลับบ้านกันเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันเดินก้มหน้าแดงๆของเธอเดินออกจากระเบียงเพื่อไปบอกถังอวี้หลันว่าพวกเธอขอตัวกลับก่อน

            ถังอวี้หลันพยักหน้า“กลับไปพักผ่อนเร็วหน่อยก็ดีเหมือนกัน”

            ว่าแล้วจึงหันไปสั่งลูกชาย“เป๋าเหยียน กลับไปแล้วอย่าลืมหาน้ำแข็งมาช่วยประคบให้เจี่ยนอันด้วยล่ะไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้มันจะบวมจนออกจากบ้านไม่ได้พอดี”

            “ครับ”ลู่เป๋าเหยียนจูงมือซูเจี่ยนอัน “งั้นพวกผมไปก่อนนะครับ”

            ซูเจี่ยนอันปล่อยให้เขาจูงมือเธอเพราะรู้ดีว่าต่อให้ขัดขืนเขาก็ไม่ยอมปล่อยอยู่ดี อีกอย่าง...มือเขาอุ่นดีโดนเขากุมมือไว้แบบนี้สบายจัง

            ติ้ง...เสียงลิฟต์เปิดออกที่ชั้นหนึ่ง ลู่เป๋าเหยียนจูงซูเจี่ยนอันเดินออกจากโรงแรมแต่จู่ๆ ก็มีแสงแฟลชสาดส่องมาจากทั่วทุกสารทิศตามมาด้วยฝูงนักข่าวพร้อมตากล้องที่ต่างยื่นไมค์เข้ามาหาพวกเธอ

            ลู่เป๋าเหยียนพาเธอหลบมาอยู่หลังเขาทันทีก็จริงทว่าพวกเธอก็ยังถูกล้อมเอาไว้

            “คุณลู่ได้ยินว่าคุณจ่ายเงินสามล้านเพื่อประมูลกำไลหยกให้คุณนายลู่เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ”

            “เอ๋คุณนายลู่ กำไลหยกที่ว่าใช่ที่ใส่อยู่บนข้อมือคุณหรือเปล่าคะช่วยบอกความรู้สึกตอนนี้หน่อยค่ะ”

            เมื่อก่อนเวลามีคดีใหญ่พวกนักข่าวชอบแห่กันมาทำข่าว ณ สถานที่เกิดเหตุก็จริงแต่พวกเขาไม่เคยมาล้อมสัมภาษณ์เธอสักครั้งเธอไม่เคยอยู่ท่ามกลางแสงแฟลชแบบนี้มาก่อนจึงทำตัวไม่ถูกเธอได้แต่จับมือลู่เป๋าเหยียนแน่นและมองหน้าเขาอย่างมึนๆ

            ลู่เป๋าเหยียนโอบเธอไว้อย่างปกป้องเพื่อไม่ให้ศีรษะเธอไปกระแทกโดนกล้องพลางกระซิบ “ไม่ต้องกลัวอีกเดี๋ยวพวกรปภ.จะเข้ามาจัดการให้”

            ซูเจี่ยนอันพยักหน้าอย่างสบายใจขึ้นมาว่าแล้วนักข่าวก็ยื่นไมค์เข้ามารุมถามเธอเป็นชุด เธอไม่รู้จะตอบอย่างไรจึงได้แต่หลบอยู่ในอ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียน

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปเธอในตอนนี้เหมือนลูกแกะหลงทางอย่างไรอย่างนั้นว่าแล้วจึงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก ในที่สุดรปภ.ก็มาถึง

            “หลีกหน่อยครับ ทุกคนขอทางหน่อยครับ”

            พวกรปภ.รีบเคลียร์ทางให้ลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันคนขับรถเองก็นำรถมาจอดรอพร้อม ทั้งสองคนรีบขึ้นรถทันทีในที่สุดก็หลุดออกจากกองทัพนักข่าวจนได้

            ซูเจี่ยนอันถอนหายใจอย่างโล่งอก“เป็นนักข่าวสมัยนี้ไม่ง่ายเลยนะเนี่ย...”เธอพับแขนเสื้อนอกขึ้นพลางจับกำไลหยกวงงามที่อยู่บนข้อมือ “ลู่เป๋าเหยียนขอบคุณนายมากนะที่ช่วยประมูลมันมา ถ้าคนอื่นได้ไปไม่รู้ว่าจะเอากลับคืนมาได้ไหม”

            ต่อให้คนอื่นได้มันไปขอแค่ซูเจี่ยนอันเอ่ยปาก รับรองไม่ว่าใครหน้าไหนคงรีบนำมาให้โดยไม่อิดออด เพื่อหวังประจบลู่เป๋าเหยียนเป็นแน่

            ทว่าเรื่องพวกนี้ลู่เป๋าเหยียนไม่คิดจะบอกเธอจึงได้แต่เตือนว่า

            “อย่าลืมคืนดอกเบี้ยก็พอ”

            พอนึกถึงริมฝีปากแผ่วเบาที่ได้สัมผัสเมื่อครู่หน้าซูเจี่ยนอันก็ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่หลงกลเขาหรอก

            “ตาบ้าโรคจิต!”

            ลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้มอย่างมีเลศนัย

            เขายังโรคจิตได้กว่านี้อีกนะ

     

            สี่ทุ่มกว่าทั้งสองคนก็กลับมาถึงบ้านลุงสวีเห็นซูเจี่ยนอันใส่เสื้อตัวนอกของลู่เป๋าเหยียนอยู่จึงอดคิดไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนคงพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว เขาถามอย่างภูมิใจ

            “คุณชาย คุณผู้หญิงมีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ”

            ซูเจี่ยนอันนึกไม่ออกว่ามีอะไรต้องรบกวนลุงสวีอีกจึงยิ้มตอบไปว่า

            “ไม่มีค่ะลุงสวีไปพักผ่อนเถอะนะคะ” ว่าแล้วเธอก็เดินขึ้นห้องไป

            แต่ก่อนที่ลุงสวีจะเดินกลับที่พักลู่เป๋าเหยียนได้เรียกตัวเขาเอาไว้

            ลู่เป๋าเหยียนสั่งให้เขาเตรียมถุงประคบเย็น

            ที่ชั้นบนหลังจากที่ซูเจี่ยนอันเดินเข้าห้องน้ำมาก็นึกขึ้นได้ว่าตนกำลังสวมเสื้อนอกของลู่เป๋าเหยียนอยู่เสื้อนอกตัวหลวมโคร่งที่ไม่ได้สวยงามอะไร แถมยังไม่พอดีกับตัวเธอ

            แต่มันกลับทำให้เธออารมณ์ดีอย่างประหลาดความรู้สึกพอใจและเป็นสุขเกาะกุมไปทั้งใจราวกับได้ครอบครองสิ่งล้ำค่าที่สุดบนโลกใบนี้

            เธอค่อยๆ ถอดเสื้อนอกอย่างระวังพลางก้มลงไปสูดดมกลิ่นกายอันคุ้นเคยของลู่เป๋าเหยียนที่ติดอยู่กับตัวเสื้อ

            กลิ่นนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเขากำลังยืนอยู่ข้างๆ

            เธอเผลอดมจนตัวเองเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกจึงยกหน้าขึ้นมาจากเสื้อนอกตัวนั้น เมื่อเห็นตัวเองในกระจกก็นึกตกใจว่าทำอะไรลงไปนี่เธอโรคจิตยิ่งกว่าตาบ้าลู่เป๋าเหยียนอีกเหรอเนี่ย

            คิดได้ดังนั้นจึงรีบแขวนเสื้อนอกเขาเอาไว้แล้วเปิดน้ำลงอ่างหยดน้ำมันหอม จากนั้นจึงลงไปแช่อย่างสบายใจ

            เธอนึกว่าพอทำแบบนี้จะสลัดภาพของลู่เป๋าเหยียนออกไปได้ทว่าทุกครั้งที่หลับตาลง ก็อดไม่ได้ที่จะนึกคิดจุมพิตที่ระเบียง...

            ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรืออย่างไรแต่ตอนนั้นเธอรู้สึกได้ว่าเขาตั้งใจจูบเธอจริงๆ

            เขาจูบเธอไม่ใช่เพราะจะไล่ใครไป เขาจูบเพราะอยากจูบ

            จูบเหมือนเขามีใจให้เธอ

            คิดถึงตรงนี้ซูเจี่ยนอันก็มุดหน้าลงไปใต้น้ำพลางคิด

            ‘เป็นไปไม่ได้เขาไม่ได้ชอบเธอสักหน่อย เลิกฟุ้งซ่านได้แล้ว ขืนคิดมากไปคนที่จะเจ็บก็คือตัวเอง’

            หลังอาบน้ำและเป่าผมจนแห้งแล้วเธอก็เอนลงบนเตียงเตรียมเข้านอน แต่เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นเสียก่อน

            “เข้ามาได้”

            ซูเจี่ยนอันนึกว่าเป็นคนรับใช้แต่ที่ไหนได้ คนที่เดินเข้ามาคือลู่เป๋าเหยียน

            ดึกขนาดนี้แล้วเขายังมาหาเธอชายหญิงอยู่กันสองต่อสองในห้องนอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ มันจะดีเหรอ?

            เธอมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มจนเหลือแค่หน้าผากกับลูกตาเท่านั้นที่โผล่ออกมาพร้อมถามว่า “มีธุระอะไรหรือเปล่า”

            ลู่เป๋าเหยียนเดินเข้ามานั่งข้างเตียงยกถุงน้ำแข็งมาประคบหน้าให้เธอ

            “ซี้ด...”ถุงน้ำแข็งเย็นเฉียบที่ประคบลงบนหน้า ทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาเธอนอนมองลู่เป๋าเหยียนพลางคิด

            จะมองจากมุมไหนผู้ชายคนนี้ก็หล่อไปหมด ปกติเขากลับชอบทำตัวเย็นชาไม่น่าเข้าใกล้ แต่ในตอนนี้เขาคนที่อยู่ในชุดลำลองนั่งที่ข้างเตียงคอยประคบน้ำแข็งให้เธอทั้งสีหน้าและการกระทำช่างดูอ่อนโยนเหลือเกิน

            ซูเจี่ยนอันรู้สึกซาบซึ้งที่เขาอุตส่าห์ทำเพื่อเธอแบบนี้เขาในวันนี้ดูหล่อจนน่าหลงใหลยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

            คนที่ถูกแขวนอยู่ตรงขอบเหวอย่างเธอคงต้องปล่อยมือเสียทีเพราะตอนนี้ต่อให้ต้องตกลงไปหรือแหลกสลายเธอก็ยอม

            สุดท้ายแล้วซูเจี่ยนอันก็ไม่กล้าปล่อยให้ความรู้สึกนี้เข้าครอบงำนานเกินไปเธอรับถุงน้ำแข็งจากเขามา

            “เดี๋ยวฉันทำเองขอบคุณมาก”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้พูดอะไรเขาลุกขึ้นเตรียมเดินออกไป แต่ซูเจี่ยนอันเรียกเขาไว้

            “เดี๋ยวก่อน!”

            ลู่เป๋าเหยียนหยุดเดินแล้วหันกลับมา

            “มีอะไร”

            ซูเจี่ยนอันนึกเปลี่ยนใจแล้วจึงส่ายหน้า

            “ไม่มีอะไรราตรีสวัสดิ์นะ”

            “รีบเข้านอนล่ะ”พูดจบเขาก็เดินออกไปพร้อมปิดประตูห้องให้เธอ

            ซูเจี่ยนอันเปิดผ้าห่มและหยิบเสื้อนอกของเขาที่เธอแอบไว้เมื่อครู่ออกมา

            เดิมทีเธอกะจะคืนเขาแต่เธอขอเก็บมันเอาไว้อีกสักคืนแล้วกัน อีกแค่คืนเดียวก็ยังดี

            สิ่งที่เขาทำเพื่อเธอเธออาจไม่กล้ารับไว้ แต่สำหรับเสื้อนอกตัวนี้ที่ให้บรรยากาศของเขาเธอคงไม่อาจฝืนปฏิเสธ กลิ่นกายของเขาที่ติดอยู่บนเสื้อตัวนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เธอหลอกตัวเองได้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้ อยู่ตรงที่ข้างๆ เธอ

            ลู่เป๋าเหยียนลงไปดื่มน้ำที่ชั้นล่างตอนนั้นเองลุงสวีก็เดินเข้ามา

            “ทางสถานีตำรวจโทรมาครับบอกว่าตอนนี้ได้คุมตัวซูหยวนหยวนเอา คาดว่าพรุ่งนี้พ่อของเธอน่าจะมาประกันตัวคุณชายจะให้...?”

            “ติดต่อผู้กำกับ”ลู่เป๋าเหยียนวางแก้วน้ำลง “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามปล่อยซูหยวนหยวนออกมา”

            “ทราบแล้วครับ”

            ลุงสวีโทรหาผู้กำกับตามคำสั่งจึงได้รู้ว่าซูหงเยวี่ยนยืนกรานที่จะประกันตัวลูกสาวออกมาให้ได้แต่ทางผู้กำกับเองก็ได้แจ้งแล้วไปว่า ต่อให้ใช้เงินมากแค่ไหนก็คงยังปล่อยตัวซูหยวนหยวนออกมาไม่ได้

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มพลางคิดซูหงเยวี่ยนพูดถูกอยู่เรื่องที่ว่าซูเจี่ยนอันเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของซูอี้เฉิงแต่ผลลัพธ์ของการมาลองดีกับซูเจี่ยนอันมันแย่ยิ่งกว่าแหย่หนวดเสือของซูอี้เฉิงเสียอีก

            จากเรื่องนี้ที่จริงซูอี้เฉิงไม่ใช่ไม่มีอำนาจปกป้องซูเจี่ยนอัน แต่แล้วทำไมตอนนั้นซูอี้เฉิงต้องมาขอความช่วยเหลือจากแม่แถมยังตกลงเรื่องที่แม่เสนอให้ซูเจี่ยนอันแต่งงานกับเขาอีกกันนะ

            เสิ่นเยว่ชวนเคยพูดว่าซูอี้เฉิงอาจจะต้องการเอาใจเขาแต่ด้วยความสามารถและความสำเร็จที่ซูอี้เฉิงมีเขาไม่มีความจำเป็นต้องมาประจบสอพลอคนอื่น อีกอย่างตัวซูอี้เฉิงเองก็ไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น

            ดูท่าคงมีเรื่องอะไรที่เขายังไม่รู้...

            วันรุ่งขึ้นขณะที่ซูเจี่ยนอันนั่งพิมพ์รายงานชันสูตรศพ ก็มีคนเข้ามาแจ้งว่ามีผู้หญิงแซ่เจี่ยงต้องการพบเธอ

            หรือว่าจะเป็นเจี๋ยงเสวี่ยลี่?

            เมื่อซูเจี่ยนอันออกไปดูก็ใช่อย่างที่เธอคิด

            ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้นอนทั้งคืนหรืออะไรสีหน้าของเจี๋ยงเสวี่ยลี่ดูอ่อนเพลียและเศร้าหมองเมื่อเธอเห็นซูเจี่ยนอันก็รีบวิ่งมาหา

            “เจี่ยนอันฉันผิดไปแล้ว เป็นความผิดของฉันเอง ฉันทำผิดต่อแม่เธอ เธอจะทำอะไรฉันก็ได้แต่ได้โปรดช่วยปล่อยหยวนหยวนออกมาเถอะ เธอเพิ่งอายุแค่ยี่สิบสี่ แถมยังเป็นลูกสาวตระกูลซูด้วยจะให้เธอมีประวัติแบบนี้ไม่ได้นะ”

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่ขอร้องเธออย่างหมดท่าราวกับเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน

            “ฉันไม่ใช่ผู้พิพากษาที่มีอำนาจสั่งคุมตัวหรือปล่อยตัวเธอออกมา”ซูเจี่ยนอันพูดหน้าตาย “คุณนายซู แทนที่จะมาหาฉัน คุณควรไปหาทนายฝีมือดีมากกว่าอย่างน้อยเขาอาจจะช่วยลดโทษให้ซูหยวนหยวนได้บ้าง”

            เจี๋ยงเสวี่ยเริ่มโมโห“ซูเจี่ยนอัน เธอจงใจใช่ไหม เธอตั้งใจจะให้ลูกฉันมีประวัติอาชญากรรมเธอต้องการทำร้ายลูกฉัน!”

            เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวคนอื่นเป็นเรื่องผิดกฎหมายซูหยวนหยวนต้องการแก้แค้นเธอถึงทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก็สมควรรับกรรมในสิ่งที่ตัวเองกระทำซูเจี่ยนอันไม่เข้าใจว่ามันกลายเป็นความผิดเธอได้อย่างไร

            เธอหมดอารมณ์จะต่อปากต่อคำกับเจี่ยงเสวี่ยลี่อีกต่อไปจึงตั้งท่าจะเดินกลับออฟฟิศ แต่จู่ๆ เจี๋ยงเสวี่ยลี่ก็หยิบกระถางต้นไม้บนโต๊ะปาใส่ซูเจี่ยนอันเต็มแรงอย่างกับคนบ้า

            “เจี่ยนอัน!”เจี่ยงเส้าข่ายเพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดีเห็นดังนั้นจึงรีบคว้าตัวซูเจี่ยนอันให้หลบออกมา

            เพล้ง!กระถางต้นไม้เฉียดตัวซูเจี่ยนอันตกลงไปที่พื้นเศษกระถางแตกละเอียดกระจายเต็มพื้นไปหมดนายตำรวจทั้งหลายรีบเข้ามาจับตัวเจี๋ยงเสวี่ยลี่ในทันที

            “ปล่อยฉัน!”เจี๋ยงเสวี่ยลี่ดิ้นอย่างเอาเป็นเอาตาย “วันนี้ฉันจะฆ่ายัยนี่ให้ได้!”

            สายตาของซูเจี่ยนอันเย็นเยียบ“คุณน้าอยากจะเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนหยวนหยวนเหรอคะ ถ้าใช่เดี๋ยวหนูจะสงเคราะห์ให้ตอนนี้เลย”

            เจี๋ยงเสวี่ยลี่ได้ยินดังนั้นถึงกับหน้าซีดรีบสงบลงทันที ซูเจี่ยนอันพูดเสียงเย็น

            “ถ้าไม่อยากก็รีบไสหัวไปซะ”

            เธอไม่เคยเห็นซูเจี่ยนอันน่ากลัวขนาดนี้มาก่อนเจี๋ยงเสวี่ยลี่กลัวจนไม่กล้ามองหน้าเธอตรงๆ แล้วจึงรีบเดินออกไป

            “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”เจียงเส้าข่ายถามเธออย่างเป็นห่วง

            ซูเจี่ยนอันก้มลงไปมองเท้าซ้ายวันนี้เธอใส่กางเกงห้าส่วนกับรองเท้าแตะ เศษกระถางต้นไม้จึงกระเด็นมาโดนข้อเท้าเธอบาดเป็นแผลจนเลือดไหลเลอะรองเท้าแตะไปหมดดูน่ากลัว

            “บาดไม่ลึกมากทำแผลนิดหน่อยก็หาย” ซูเจี่ยนอันตบไหล่เจียงเส้าข่าย “ขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้นายเลือดคงออกที่หัวฉันแทน เดี๋ยวฉันเลี้ยงมื้อเที่ยงดีไหม?”

            เจียงเส้าข่ายมองไปที่รอยแผลบนข้อเท้าเธอทำท่าเหมือนคิดอะไรออก

            “กลับห้องทำงานฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ!”

            คุณชายเจียงขึ้นชื่อเรื่องใจร้อนกว่าใครซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร จึงได้แต่เดินตามเขาเข้าห้องทำงานไปด้วยความสงสัย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392