บทที่ 13 ใช่ลูกของคุณไหม?
แม่เฒ่าจ้าว้าแยกครอบครัวออกจากเหวินเฟิงฉีและ้าให้เหวินเฟิงไป๋ที่ออกไปปฏิบัติภารกิจรับอุปการะพวกเธอแทน
ภายในหนึ่งถึงสองวัน ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปจนทั่วหมู่บ้านซานชา
เหวินเฟิงฉีหัวร้อนจนแทบะเิเมื่อเขารู้ข่าวนี้ เขาชี้ไปที่หน้าของเหวินหน่วน "อย่าคิดว่าจะให้เขารับแกเป็ลูกบุญธรรมเด็ดขาด! ฉันไม่ยินยอม ยังไงแกก็ต้องเป็ลูกคอยรองมือรองเท้าของฉันตลอดไป!"
ตอนนี้เขาอยากจะบีบคอลูกเลวคนนี้เหลือเกิน
แต่เขาทำไม่ได้
แม้ว่าลู่กัวจื่อจะได้รับาเ็และไปที่เมืองหลวงเพื่อพักฟื้นแล้ว แต่แม่สื่อก็ได้เอารูปถ่ายของเหวินหน่วนให้ลู่กัวจื่อดูแล้ว อีกฝ่ายดูเหมือนจะพอใจมาก
ทันทีที่ลู่กัวจื่อกลับมาจากเมืองหลวง ชายหนุ่มจะต้องมาพูดคุยเื่แต่งงานอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้เขาอยากจะสอนบทเรียนดี ๆ ให้กับลูกสาวไม่รักดีของเขาคนนี้เหลือเกิน ไม่เช่นนั้นคนทั้งหมู่บ้านซานชาคงเอาเขาไปนินทาว่าดูแลครอบครัวตัวเองไม่ได้
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ ชาวบ้านมองมาที่เขาโดยปราศจากความกลัวอย่างที่เคยมี
เป็เพราะเหวินหน่วนนังลูกไม่รักดีคนนี้คนเดียว!
เหวินหน่วนไม่คาดคิดว่าเมื่อแม่เฒ่าจ้าวและปุู่สามคุยกันเื่นี้ พวกชาวบ้านที่ผ่านไปมาจะบังเอิญได้ยินและทั้งหมู่บ้านก็รู้เื่นี้ทั้งหมด
ครั้งล่าสุด เหวินเฟิงฉีเกือบจะแยกหัวของเหวินหน่วนออกเป็สองส่วน แต่วันนี้เขากลับไม่กล้าทำมันอีก
ถ้าเหวินหน่วนเป็อะไรขึ้นมา อย่าว่าแต่ลู่กัวจื่อจะไม่เอาเลย แม้ว่าเขาจะเอาลูกสาวไปขายบนเขาก็ขายไม่ได้ราคา
ยากมากที่เหวินเฟิงฉีจะแก้ปัญหาความเกลียดชังโดยไม่ใช้วิธีทุบตีเหวินหน่วน
เมื่อวานเหวินหน่วนทำหน้าที่ปรุงอาหารค่ำ วันนี้เธอจึงไม่ได้ไปโรงอาหารแต่เช้า หญิงสาวแค่ต้องไปถึงให้ทันมื้อเที่ยง
"แกมีแผลที่หัว หยุดงานที่ฐานทัพไปสักวันสองวันเถอะ" เหวินเฟิงฉีกล่าวขณะรับประทานอาหารเช้า "เดี๋ยวให้แม่ของแกพาไปทำรองเท้าให้กัวจื่อเป็ของขวัญ เข้าใจไหม"
หวังเซียนฮัวฉีกยิ้มเมื่อได้ยินเื่รองเท้า เธอพูดว่า "ที่บ้านมีพื้นรองเท้าสำเร็จรูปอยู่แล้วด้วย เดี๋ยวเรารีบทำวันนี้เลย"
เหวินเฟิงฉีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นเหวินหน่วนก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่พูดตอบโต้อะไร เขาจึงคิดว่าเธอน่าจะเชื่อฟังเขาขึ้นมาบ้างแล้ว หลังจากถูกทุบตีไปเมื่อวันก่อน
เมื่อลู่กัวจื่อกลับมา าแบนศีรษะของเหวินหน่วนก็น่าจะหายดีแล้ว
เมื่อถึงเวลานั้น ลู่กัวจื่อก็จะได้สวมรองเท้าที่เหวินหน่วนทำขึ้น ใครจะไม่อยากได้ภรรยาที่ทั้งสวยและมากด้วยความสามารถด้านงานบ้านล่ะ?
"กัวจื่ออายุน้อยแค่นี้ แต่ก็ถูกส่งตัวไปในงานแสดงความเสียใจ เห็นได้ว่าผู้นำของฐานทัพและโรงงานยังคงให้ความสำคัญกับเขามาก" เหวินเฟิงฉียิ้มมากขึ้นเมื่อเขาคิดถึงเื่นี้ "ฉันบอกแกแล้ว อนาคตของแกยังมีวันดี ๆ รออยู่"
เหวินหน่วนไร้ท่าทีใด ๆ ต่อคำพูดของเหวินเฟิงฉีเหมือนมันเป็เพียงลมตด
มีเพียงคนโง่อย่างเหวินเฟิงฉีเท่านั้นที่คิดว่าการเข้าูเาลึกเพื่อร่วมพิธีแสดงความเสียใจในฤดูหนาวเป็เื่ที่ดี
“ถ้าหนูลางานหลังจากทำงานได้เพียงสองวัน หัวหน้าต้องไม่พอใจแน่” เหวินหน่วนวางชามและตะเกียบลงหลังจากรับประทานอาหารแล้วพูดว่า “หนูไม่รู้วิธีทำรองเท้า หรือต่อให้รู้วิธีทำหนูก็ไม่คิดจะทำมันหรอก”
เหวินเฟิงฉี ถูกขัดอารมณ์ทันทีขณะกำลังตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำพูดเ็าของเหวินหน่วน เขาทุบชามในมือของเขาด้วยความโกรธ
“แกจะทำอะไรอีก!” เขาจ้องมองที่เหวินหน่วนด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ดวงตาของเหวินเฟิงฉีนั้นเขม็งจนน่ากลัว เมื่อเขาจ้องมองด้วยสายตาคุกคาม
เหวินหน่วนรู้สึกกลัวเล็กน้อยในใจ แต่เธอก็หยิกต้นขาตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากบ้าน
เหวินเฟิงฉีอยู่ข้างหลังกำลังจะะเิอารมณ์ออกมา จากนั้นเขาก็ระบายอารมณ์กับหวังเซียนฮัวด้วยการตบที่หัวและตวาด "ดูอีนังเด็กไม่รักดีของแกสิ!"
หวังเซียนฮัวเวียนหัวจากการถูกสามีตีจนเธอไม่กล้าพูดอะไร
เหวินเชี่ยงและเหวินเจวียนไม่กล้าพูดอะไร พวกเขารีบทานอาหารเสร็จและจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเหวินเจวียนกลับเข้าไปในห้อง เธอเห็นเหวินหน่วนนอนอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอเม้มปากแล้วเดินไปนั่งบนขอบเตียงแล้วถามเสียงต่ำว่า "พี่สาว พี่เป็อะไรหรือเปล่า”
เหวินหน่วนเงยหน้าขึ้นมองเธอเบา ๆ "โจวย่าหนีติดสินบนอะไรเธอ"
เหวินเจวียนมองเหวินหน่วนด้วยความตื่นตระหนก "อะ...อะไร สินบนอะไรพี่สาว พี่พูดเื่อะไร?"
"ไม่ใช่ว่าโจวย่าหนีให้ผ้าเช็ดหน้าสีแดงในตู้แก่เธอเหรอไง" เหวินหน่วนยิ้มอย่างเย้ยหยัน "เหวินเจวียน พี่ไม่สนหรอกนะว่าเธอจะเอาของอะไรจากโจวย่าหนี แต่อย่าได้มาตั้งแง่กับฉันอีกเด็ดขาด”
เธอหยุดตรงนี้ “ลองคิดดูให้ดี ๆ”
ชีวิตนี้เธอจะได้ไม่ทำผิดซ้ำสอง
“พี่พูดถึงอะไร หนูเป็น้องสาวของพี่ หนูจะคิดตั้งแง่กับพี่ได้อย่างไร!” เหวินเจวียนพูดอย่างไม่พอใจ
เหวินหน่วนไม่พูดอะไรต่ออีก
ไม่ใช่ว่าน้องสาวของเธอคนนี้ทำสิ่งเลวร้ายหลายอย่างต่อเธอเมื่อชีวิตที่แล้วเหรอ?
เมื่อเห็นเหวินหน่วนเมินเธอ เหวินเจวียนก็รู้สึกเสียใจและโกรธเคืองอีกฝ่าย
“พี่เรียนไม่จบชั้นประถมด้วยซ้ำ ลู่กัวจื่อเป็ผู้อำนวยการโรงงานและเขามาจากเมืองหลวง ทำไมพี่ดูถูกเขาแบบนั้น” เหวินเจวียนพึมพำเบา ๆ
หากพี่สาวของเธอได้แต่งงานกับลู่กัวจื่อ เธอคงไม่ต้องคอยประจบโจวย่าหนี จริงไหม ?
"ออกไป!" เหวินหน่วนตะคอกใส่อีกฝ่าย
เหวินเจวียนปิดปากเงียบและร้องไห้ออกมา
เหวินหน่วนอยากประชดประชันน้องสาวของเธอนัก ในชีวิตที่แล้วเธอถูกลู่กัวจื่อทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อเหวินเจวียนมาเยี่ยมเธอ เธอแค่้าบ่นกับเหวินเจวียนเท่านั้น แต่อีกฝ่ายกลับดูถูกเธอซ้ำ
‘พี่สาว พี่ควรทำตัวให้มันดีกว่านี้สิ’ เหวินเจวียนมองเธอด้วยความไม่พอใจ ‘เป็เพราะพี่ทำตัวไม่ดีเองนั่นแหละ ไม่งั้นพี่เขยกัวจื่อคงไม่ต้องสั่งสอนพี่แบบนี้’
เธอถูกทุบตีจนต้องเข้าโรงพยาบาลแต่เหวินเจวียนกลับบอกว่ามันเป็ความผิดของเธอ?
นี่คือน้องสาวของเธอที่มีการศึกสูงในระดับมหาวิทยาลัยงั้นเหรอ!
เหวินหน่วนนอนอยู่บนเตียงคิดย้อนถึงสิ่งต่าง ๆ ต่อไป
เพื่อไม่ให้เหวินเฟิงฉีควบคุมการแต่งงานของเธอได้ วิธีที่ดีที่สุดคือได้รับการอุปการะจากเหวินเฟิงไป๋
แต่เื่นี้คงยาก
เป็ไปไม่ได้ที่เหวินเฟิงฉีจะตอบตกลง เขา้าเป็พ่อตาของผู้อำนวยการโรงงานปูน
แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ ลำบากแค่ไหนเธอก็ต้องหาทางออกให้ได้
ขณะที่เธอกำลังนอนคิดอยู่ ประตูก็ถูกผลักเปิดจากด้านนอก แต่เหวินหน่วนก็ไม่ได้ลืมตาขึ้น
หวังเซียนฮัวเดินเข้ามา เธอนำแผ่นรองของรองเท้าและผ้าสักหลาดสีดำที่เธอซื้อมาก่อนหน้านี้เข้ามาด้วยรอยยิ้ม "เหวินหน่วน ลูกคิดอย่างไรกับผ้าผืนนี้"
เมื่อเห็นว่าเหวินหน่วนไม่ขยับ เธอจึงโน้มตัวลงและพูดอีกครั้ง "ตอนนี้พ่อของลูก ได้สั่งให้เหวินเชี่ยงไปขอลางานให้ลูกแล้ว แม่ทำส่วนบนของรองเท้าให้เสร็จแล้ว ลูกแค่เย็บต่ออีกสักสองสามเข็มแค่แป๊บเดียวรองเท้าก็จะเสร็จ”
เธอรู้ว่าเหวินหน่วนชอบทำอาหาร แต่ไม่ชอบทำงานฝีมือเย็บปักถักร้อยแบบนี้
"ใครบอกว่าหนูจะลางาน?" เหวินหน่วนลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที "หนูไม่ชอบทำรองเท้า หนูไม่ทำ และหนูก็ยืนกรานไปแล้วว่าหนูไม่แต่งงานกับลู่กัวจื่อ"
"เหวินหน่วน! ลูกกินอะไรเข้าไป ทำไมถึงต้องค้านหัวชนฝาไม่แต่งงานกับคนดีขนาดนั้น!" หวังเซียนฮัวตบแขนเธออย่างแรง "ทำไมฉันถึงให้กำเนิดลูกสาวที่เป็ตัวหายนะแบบนี้!
"ใช่ หนูเองก็อยากถามเหมือนกันว่าหนูเป็ลูกของแม่หรือเปล่า” เหวินหน่วนจ้องไปที่หวังเซียนฮัวอย่างโกรธเคือง คิดถึงทุกสิ่งที่แม่คนนี้ทำกับตัวเองเมื่อชาติที่แล้ว หญิงสาวพยายามระงับความหงุดหงิดในใจของเธอเอาไว้ ก่อนจะพูดอย่างเ็า
หวังเซียนฮัวรู้สึกผิดอยู่ครู่หนึ่งและเริ่มร้องไห้ “ฉันเป็คนเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้แกั้แ่แกยังเล็ก ฉันจะไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของแกได้อย่างไร? แกคิดว่าจะหาการแต่งงานที่ดีกว่านี้ได้เหรอไง”
“หา?” เหวินหน่วนโกรธจนไม่รู้จะพูดอะไร
หวังเซียนฮัวเป็พวกชอบถูกกระทำใช่ไหม? เธออุตส่าห์บอกว่าลู่กัวจื่อเป็พวกชอบทำร้ายร่างกายแต่ผู้เป็แม่กลับบอกว่าการแต่งงานนี้เป็สิ่งที่ดี?
“ถ้าอย่างนั้น แม่ก็ถือว่าหนูตายไปแล้วก็ได้” เหวินหน่วนพูดเรียบ ๆ
"ออกไปซะ หนูจะออกจากบ้านหลังนี้แล้ว"