Thinking of 11
มื้อเย็นของเราสองพี่น้องผ่านไปอย่างเรียบง่าย เมื่อทานข้าวเสร็จฝุ่นก็ยึดครองโซฟาที่ห้องรับแขกเปิดหนังดู ฉันที่รู้สึกเพลีย ๆ หลังจากล้างจานเสร็จก็แยกตัวเข้ามานอน ่นี้ก็อย่างที่รู้กันว่าเราต้องเข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทรวมถึงเริ่มทำงาน เทอมสุดท้ายของเราไม่มีอะไรมากอยู่แล้ว เพราะฝึกงานเราฝึกกันเทอมที่แล้ว วิชาเรียนตอนนี้ก็ไม่มีเพราะอาจารย์สั่งงานเสร็จแล้วเรียบร้อย รอแค่เข้าไปสอบแล้วก็จบ ฉันไม่มีแพลนที่จะเรียนต่อเลยสักนิด ฉันรู้สึกว่าแค่เรียนมามันก็มากเกินกว่าสมองน้อย ๆ ของฉันจะรับไหวแล้วล่ะ ฉันกะว่าเรียนจบจะเที่ยวสักหนึ่งปีแล้วค่อยหางานทำ แต่นี่อะไร เฮอะ!! ไม่ไหวเลย แพลนฉันพังหมดแล้ว คิดแล้วก็โมโห
เมื่อได้พักผ่อนอย่างที่ใจ้าพอเช้ามาก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใส อารมณ์ดีจนฝุ่นแซว วันนี้เราไม่ได้ออกไปไหน ฉันชวนฝุ่นดูหนังที่ดูค้างไว้หลายวันก่อน พอหนังเริ่มฉายฝุ่นก็หลับ ฉันตั้งใจดูจนเวลาล่วงเลยมาเกือบบ่าย คนที่หลับงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมกับใช้ฉันไปทำกับข้าว
“ฝันไปทำให้หน่อย หิว”
“อยากกินอะไร?” ฉันเอ่ยถาม มือก็กดหยุดหนังที่กำลังดูอยู่ค้างไว้
“กะเพรากับต้มยำ”
“ได้ รอแปบ”
“ขอบคุณครับ” ฝุ่นพึมพำออกแล้วเงียบไป หลับค่ะ หลับไปอย่างนั้นเลย
“อะไรจะง่วงขนาดนั้น” ฉันขำเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าครัว โทรศัพท์มือถือที่หยิบติดมือมาถูกเปิดเพลงไว้เป็เพื่อนเบา ๆ จัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยฉันก็หุงข้าวไว้ และเริ่มลงมือทำอาหารเมนูแรกผ่านไปอย่างราบรื่นกะเพราไก่ถูกตักใส่จานแล้วเรียบร้อย เมื่อตั้งหม้อต้มยำและรอน้ำเดือด เพลงที่เปิดไว้ก็หยุดตามด้วยเสียงเรียกเข้าของแอพลิเคชันยอดนิยม ชื่อและรูปที่ขึ้นโชว์ช่างมีอิทธิพลต่อหัวใจฉันเสียจริง ยื่นมือไปกดรับสายแล้วหันไปทำกับข้าวต่อ
(ทำอะไรอยู่ครับ?) คนที่โทรมาถามเสียงเบา
“ทำกับข้าวให้ฝุ่น”
(มื้อเที่ยงเหรอ)
“ค่ะ ทานอะไรหรือยัง”
(ยังเลยครับ เพิ่งคุยงานเสร็จกำลังไปซื้อของฝากเด็กแถวนี้) ปลายสายเล่าอย่างอารมณ์ดี
“ไปทานข้าวก่อนก็ได้ ที่นู่นกี่โมงแล้วนะ บ่ายสามหรือเปล่า”
(ครับ บ่ายสามนิด ๆ แล้ว)
“ไปทานข้าวก่อนก็ได้ค่ะ เดี๋ยวก็ปวดท้อง” ฉันหันกลับมาจ้องหน้าจอก็เห็นอีกฝ่ายอยู่ในชุดสูทสุดเนี้ยบ ปกติของเขาแหละใส่สูทแบบนี้น่ะ
(ครับ เดี๋ยวหาร้านแวะทานแล้ว เราทำอะไรบ้าง)
“กะเพราไก่ค่ะ แล้วก็ต้มยำ”
(อยากทานด้วยจัง...) ฉันหันกลับไปยิ้มให้อีกฝ่ายกวน ๆ
“อดค่ะ!”
(ใจร้ายจังตัวก็แค่นี้)
“ไม่ต้องมาตัดพ้อหรอกค่ะ ไม่สนใจ ไปทานข้าวได้แล้วค่ะ จะทำกับข้าวต่อแล้ว”
(ครับ เดี๋ยวดึกพี่โทรหานะ รับสายด้วย)
“ค่าลุง ลุงไปทานข้าวเถอะนะคะ”
(ยังไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย)
“วางแล้วนะคะ บายค่ะลุง”
(ดื้อจริง...)
เสียงพึมพำของคุณยูก่อนดังขึ้นก่นที่ที่สายจะตัดไปทำเอาฉันหลุดยิ้มอีกจนได้ แกล้งเขาแบบนี้ก็สนุกดีนะ
วันหยุดสองวันของเราสองพี่น้องหมดไปกับการนอนดูซีรีส์ที่ห้องและทานอาหารอร่อย ๆ แต่พอถึงวันอาทิตย์ตอนเย็นฉันก็ออกอาการงอแงเพราะไม่อยากจะไปทำงาน ฝุ่นทั้งปลอบทั้งขำกับท่าทีงอแงของฉัน พอหลุดงอแงเช้าวันจันทร์ฝุ่นก็ตื่นมาทำมื้อเช้าง่าย ๆ ให้พร้อมกับขับรถพาไปทำงาน เอาใจทุกอย่างเพื่อที่ฉันจะได้ไม่งอแง งานวันนี้มีแค่เอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน พี่แต้มคอยอธิบายในเื่ที่ฉันไม่เข้าใจอย่างใจเย็น หลังจากพักเที่ยงฉันก็เรียนรู้งานทุกอย่างด้วยความตั้งใจ ฝุ่นเองชอบทางนี้อยู่แล้วเลยเรียนรู้เร็วและทำทุกอย่างออกมาได้อย่างดีไม่มีที่ติ
ฉันแทบจะไม่ได้แตะโทรศัพท์มือถือของตัวเองเลยตลอดทั้งวัน ่นี้เพื่อนก็เริ่มทำงานกันแล้วทำแตกต่างกันออกไป อรุณช่วยที่บ้านดูบริษัทที่ตั้งอยู่กรุงเทพ ฟางเห็นบอกว่าเข้าไปช่วยพี่บีมทำงาน เราเลยไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อนมากเท่าไหร่เพราะเวลาว่างเราไม่ค่อยตรงกัน แต่ก็มีส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มค้างไว้ใครว่างก็เข้ามาอ่านมาตอบค้างไว้ เฮ้อ ชีวิตจริงกับชีวิตในรั้วมหาลัยมันต่างกันมากจริง ๆ นะ
“สวัสดีค่ะคุณฝัน” เลขาคนสวยหน้าห้องฝุ่นเอ่ยทักทายพร้อมกับขยับลุกขึ้นยืนต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ บอสคุณยิมอยู่ไหมคะ?”
“อยู่ค่ะ บอสอยู่ด้านในค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ ฝันขอเข้าไปเจอฝุ่นนะคะ”
“ได้ค่ะ รับเครื่องดื่มอะไรไหมคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันส่งยิ้มให้คุณเลขายิม จากนั้นก็เดินเข้าห้องทำงานของฝุ่น หลังจากเปิดประตูเข้ามาก็เจอกับร่างสูง ๆ ของฝุ่นนั่งเปิดเอกสารที่ยังกองอยู่บนโต๊ะ ในห้องเปิดเพลงคลอเบา ๆ หึ เหมือนฉันเลยฉันเองก็เปิดเพลงคลอในห้องเบา ๆ เหมือนกัน อยู่คนเดียวแล้วมันวังเวงอะมันเงียบเกินไปฉันเลยเปิดไว้เป็เพื่อน
“อะแฮ่ม ๆ ” ฉันกระแอมเบา ๆ ฝุ่นเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ว่างแล้วเหรอ?”
“ใช่ เคลียเอกสารหมดแล้ว เลยเดินมาหา”
“หึหึ คงไม่พ้นมื้อเย็น” ฝุ่นว่าอย่างรู้ทัน ฉันเดินไปยืนข้างโต๊ะหยิบของว่างในจานมาทานอย่างถือวิสาสะ ฝุ่นมองก่อนจะหัวเราะเบา ๆ
“อยากทานชาบูที่ร้านประจำ”
“ได้ หิวมากหรือเปล่าทานอะไรรองท้องก่อนไหม” ฝุ่นถาม
“ไม่ ๆ รอทานที่ร้านเลย นัดเพื่อนด้วยได้ไหม”
“นัดเลย ๆ อะนัดหน่อย” ฝุ่นยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันจัดการพิมพ์ข้อความในไลน์กลุ่มและส่งไปทันที รอไม่นานอรุณก็ตอบตกลงส่วนฟาง บอกว่ามาไม่ได้เพราะตอนเย็นมีงาน ฉันก็ไม่เซ้าซี้เพื่อนมากเพราะเข้าใจว่าทำงานแบบฟางมันเวลาว่างไม่แน่นอนจึงตอบตกลงไป ปิดท้ายด้วยการบอกเพื่อนว่านี่น้องฝันเอง อรุณส่งสติกเกอร์แยกเขี้ยวโมโหมาให้มันไม่ได้น่ากลัวเลยแต่มันน่าขำขันมากกว่า
“เสร็จแล้วโทรบอกนะเดี๋ยวจะกลับไปรอที่ห้องทำงาน”
“ครับ ๆ ๆ ๆ ” ฝุ่นขานรับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง
“หึย อย่าพูดเพราะ ขนลุก”
“ยัยน้องบ้า”
“ฮาๆๆๆ”
ฉันเดินหัวเราะออกจากห้องฝุ่น พอเจอคุณเลขาก็ยิ้มให้ก่อนจะรีบกลับห้อง พี่แต้มที่เห็นฉันเดินกลับมาก็มองอย่างใท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนใอะไรสักอย่าง
“พี่แต้มเป็อะไรคะ?” อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้จริง ๆ ไม่สบายหรือเปล่า
“ปะ เปล่าค่ะ”
“ถ้าไม่สบายให้รีบบอกหนูเลยนะคะ”
“ค่ะคุณฝัน” ฉันมองพี่แต้มนิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าห้องทำงาน วันนี้ฉันเคลียเอกสารบนโต๊ะเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้เลยไม่มีงานแต่ก็ยังเปิดเอกสารศึกษาอยู่เพราะี้เีนั่นแหละถึงได้เดินไปหาฝุ่น ฉันเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้เบา ๆ ปวดหัวแฮะวันนี้ แต่พอนั่งคลึงขมับไปได้สักพักก็รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ เหมือนฉันไม่ได้อยู่ในห้องแค่คนเดียวยังไงไม่รู้ ที่นี่มีผีเหรอ? คิดได้แบบนั้นก็ลืมตาโพลง แอบสะดุ้งใกับร่างสองร่างที่อยู่โซฟา ร่างหนึ่งนั่งกอดอกมองฉัน อีกร่างยืนด้านหลังร่างที่นั่งอยู่ ที่เหมือนกันคือทั้งสองกำลังยิ้มและมองมาทางฉัน
“ไปไหนมาครับ” คนที่นั่งเอ่ยถามเสียงนุ่ม พร้อมกับลุกขึ้นเดินมาหาฉัน
“ไปหาฝุ่นมาค่ะ” ฉันตอบเสียงอุบอิบ กลัวเขาดุที่แอบเดินออกไปเล่นในเวลางาน อย่าลืมนะว่าที่นี่เป็ของเขา ถึงแม้เขาบอกว่าจะโอนคืนให้ฝุ่นก็ตาม
“แล้วที่โทรหาทำไมไม่รับสาย?”
“ไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปค่ะ” ฉันยืนเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ยังไม่ทันจะได้ก้าวหลบไปไหนคุณยูก็ดึงมือให้เดินไปนั่งกับเขาที่โซฟา บนโต๊ะกระจกใส ๆ มีถุงขนมมากมายวางอยู่
“ซื้อมาให้แล้วนะครับ” คุณยูยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณค่ะ ทั้งหมดเท่าไหร่คะจะได้โอนคืนให้”
“ไม่เป็ไร พี่อยากซื้อมาให้เองแหละ”
“แต่...”
“อย่าเพิ่งดื้อน่า แล้วทำงานเป็ยังไงบ้าง”
“ก็เรื่อย ๆ ค่ะ พยายามดูและศึกษาให้มากขึ้น”
“เก่งมากครับ ถ้ามีอะไรปรึกษาพี่ได้เลยเข้าใจไหม”
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วเย็นนี้ว่างไหม ไปทานข้าวด้วยกันทางครอบครัวหนูก็จะมา...” ครอบครัว? ฉันไม่รับรู้ความหมายของคำนี้นานแล้ว ถ้าถามว่าตอนนี้ครอบครัวฉันมีใครบ้าง ฉันตอบได้เลยว่าคือฝุ่นและเพื่อนของฉัน
“ว่าไงครับ ว่างหรือเปล่าพี่อยากให้ไปด้วยกันนะ”
“ไม่ว่างค่ะ มีนัดแล้ว”
“นัด? นัดใคร” เขาถามกลับมาเสียงเข้มราวกับไม่พอใจที่ฉันมีนัด
“นัดกับเพื่อนไว้แล้วค่ะ คงไม่สะดวกไป”
“นัดที่ไหน? เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวไปกับฝุ่น ขอบคุณนะคะ” ฉันฝืนยิ้มบาง ๆ ส่งให้อีกฝ่าย เขามองก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“มีธุระอะไรอีกหรือเปล่าคะ? ถ้าไม่เป็การเสียมารยาทเกินไปรบกวนขอเชิญกลับไปก่อนนะคะ พอดีว่าจะเคลียเอกสาร”
“ดื้อ!”
อีกฝ่ายว่าให้ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ก็ดี ให้เขาไม่พอใจแบบนี้ก็ดีแล้ว ยังไงซะฉันก็ไม่ควรรู้สึกหวั่นไหวกับเขามากไปกว่านี้แล้ว ไม่ว่ายังไงเื่ของฉันกับเขาความเป็ไปได้มันแทบจะติดลบ ที่สำคัญฉันยังไม่รู้แน่ชัดว่าที่เขาเข้ามาใกล้ชิดแบบนี้มีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่
“เป็แบบนี้คงดีแล้วล่ะนะ”
===================
เม้นได้แต่อย่าด่า 5555 แต่งสดมันก็จะสวิงตามอารมณ์เรานี่แหละ แต่บอกเลยคุณยูน่ารักนะ แต่ตอนนี้อะไรหลายๆอย่างยังไม่ลงตัว ทุกอย่างเลยสวิงอยู่