ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสาม ทีมฟุตบอล
ในทางตะวันตกมีบทกลอนเกี่ยวกับโอซีแมนเดียสที่แฟนจักรวาลเฟทจะพอรู้ว่ามีโนเบิลแฟนตาสม่าที่พอจะเทียบเคียงกับกิลกาเมธได้
แต่บทกลอนของราชันย์โอซีแมนเดียสผู้ยิ่งใหญ่ในตะวันตกนั้นว่านักเดินทางพบคำจารึกสรรเสริญราชันย์โอซีแมนเดียส...ท่ามกลางทะเลทรายที่ว่างเปล่าสุดลุกหูลูกตา
ว่าความยิ่งใหญ่มากมายที่จารึกเพียงใดกลับล่มสลายกลายเป็นฝุ่นทราย
เป็นการเปรียบเปรยว่าไม่มีราชันย์ที่ไหนอยู่ค้ำฟ้าไปได้
ไม่ว่ามีผลงานที่ยิ่งใหญ่เพียงไรกาลเวลาจะกัดกร่อนไปตามกาลเวลา
เป็นการแสดงจิตใจของชาวตะวันตกอย่างหนึ่งว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่มองแต่วัตถุแต่เพียงอย่างเดียวแต่มองว่าความยิ่งใหญ่ของราชันย์นั้นเทียบไม่ได้กับสายธารของกาลเวลาและความยิ่งใหญ่ต่อหน้าเทพเจ้า...เพราะพวกเขาไม่เคยเจอสุสานจิ๋นซีหรืออนุสาวรีย์เจงกิสข่าน
ว่าสุสานจิ๋นซียังยิ่งใหญ่มีคนจดจำเป็นมรดกโลกแม้ราชวงศ์ฉินจะอยู่เพียงแค่ไม่กี่สิบปีก็ตาม
หรือสายเลือดของราชันย์เจงกิสข่านยังมีอยู่ประมาณ2 % ของประชากรชายทั่วโลก
เป็นความแตกต่างของแนวคิดทางตะวันตกและตะวันออกอีกอย่างหนึ่ง
ว่าคนตะวันออกคงซึ้งกับโอซีแมนเดียสได้ยากในเมื่อเขามีหลักฐานจากสุสานจิ๋นซีและอนุเสาวรีย์เจงกิสข่านกันเห็นๆว่าหากเราสร้างอนุสาวรีย์และสุสานใหญ่มากพอ
ผู้คนก็จะจดจำเราได้แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปีก็ตาม
นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่นักเขียนพยายามล้อเลียนเกี่ยวกับ
“สายเลือดท่านข่าน”
ให้เป็นเรื่องราวตลกชวนขำขันว่าเลโอนาร์ดนั้นมีสายเลือดท่านข่านที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไร
ทั้งที่จักรวาลนี้มีเทพเจ้าและกึ่งเทพเดินไปเดินมาเต็มไปหมด
และเวทย์พิธีกรรมที่สามารถสังเวยชีวิตคนทั้งเมืองได้มีอยู่จริง
ทำไมถึงยังคิดว่าสุสานขนาดใหญ่เป็นเรื่องไร้สาระ?
อย่างน้อยหากมีเทพโอซิริสที่ควบคุมความตายหรือสมุดบันทึกคนตายของธอธอยู่จริงในเรื่องแสดงว่าอย่างน้อยองค์ฟาโรห์โบราณต่างๆก็คิดถูกเกี่ยวกับการสร้างสุสาน
เป็นเรื่องที่เลโอนาร์ดคิดอยู่เนิ่นนานว่าในโลกสังคมปัจจุบัน
ต่อให้เรามีสายเลือดท่านข่านจะยึดครองดลกได้อย่างไรมิทราบ?
ในเมื่อตำราทางตะวันตกมีเรื่องราวของโอซีแมนเดียสนั้นไม่มีคำตอบ
เขาเลยต้องปัดฝุ่นตำราของทางตะวันออกแทน
ว่าสร้างสถานที่พิธีกรรมขนาดใหญ่และสืบสายเลือดให้มากกว่าหนึ่งในสิบของประชากรในโลกก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราพอจะทำได้
แบบเดียวกับแนวเรื่องอิเซไคแดนอาทิตย์อุทัย
เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ
หรือแนวภาพยนตร์ตะวันตกยุคใหม่ที่พยายามเฉลยว่า
ที่จริงแล้วพระเอกไม่ใช่ผู้ช่วยโลกแต่คือลูกหลานของพวกเขาต่างหาก
อันเป็นความคิดของพวกบูเมอร์โดยแท้ที่สิ่งที่ตนเองทำไม่ได้และไม่คิดจะทำเพราะมีชีวิตที่สะดวกสบายเกินไปดันจะคาดหวังให้ลูกหลานทำสิ่งที่ตนเองทำไม่ได้
แทนที่จะทำทุกอย่างด้วยตนเองแต่ดันคิดจะพึ่งลูกหลานในอนาคตที่ควรจะแก้ปัญหาในส่วนของพวกเขาเองไม่ใช่ต้องมาตามเช็ดล้างความผิดพลาดของพวกบูมเมอร์
แต่บูมเมอร์และคนที่ไร้ความรับผิดชอบก็จะคิดแบบเกิดชาตินี้พี่ต้องเทพและแนวภาพยนตร์ตะวันตกยุคใหม่นั้น
ฝากความหวังให้ลูกหลานไม่คิดจะแก้ปัญหาของตนเองแต่ประการใด
ผมก็จะทำอย่างนั้นล่ะ
ผมเริ่มถลกกระโปรงของบอนนี่ลงเผยให้เห็นชั้นในสีดำ
ผมกล่าวกับแอนนา
“เพราะผมต้องการมีลูกจำนวนมากสร้างทีมฟุตบอลได้เลยต้องรีบหน่อยในการมีลูก”
การศึกคือจำนวน
คนที่มีจำนวนมากที่สุดคือผู้ชนะ
ตะวันตกหลงลืมการบูชาท่านบรรพชนและตระกูลใหญ่ไปเพราะโดนแบนโดยศาสนาคริสต์
แต่ทางตะวันออกวงศ์ตระกูลและปริมาณยังมีความสำคัญอยู่มาก