บทที่ 45 พบเจออีกครั้ง
ตั้งแต่เกิดใหม่ เหวินหน่วนก็คิดถึงฉากที่จะได้เห็นลู่กัวจื่ออีกครั้งมาหลายรอบและคิดว่าเธอเตรียมใจไว้ดีแล้ว
แต่เมื่อเธอเห็นเหวินเฟิงฉีและคนอื่น ๆ ลงจากรถพร้อมกับลู่กัวจื่อเธอก็ตัวแข็งอยู่กับที่
ฉากนี้ดูคุ้นเคยมาก
ในตอนที่เหวินเฟิงฉีและกัวอันฉินแต่งงานกันในชีวิตที่แล้ว ลู่กัวจื่อมักจะขับรถพาพวกเขาไปเที่ยวเล่น และเมื่อพวกเขากลับมา เธอก็จะทักทายพวกเขาที่ประตูและเตรียมอาหารไว้ให้
เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน เพราะลู่กัวจื่อบอกว่ารสชาติอาหารของเธออร่อยมาก เขาจึงอยากจะทานอาหารร้อน ๆ ที่เธอทำหลังจากที่ไปเที่ยวเล่นมาจนเหนื่อย
เหวินหน่วนเตรียมอาหารด้วยความสุข
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นสี่คนนี้ลงจากรถ มันช่างน่าขันเสียจริง!
เธอมองพวกเขาทั้งสี่อย่างเย็นชาและไม่แยแส
"เหวินหน่วน" เหวินเฟิงฉีพูดอย่างเร่งรีบและมีความสุข "นี่คือคนที่ฉันบอกให้ฟัง ผู้อำนวยการลู่กัวจื่อแห่งโรงงานปูนซีเมนต์"
เหวินหน่วนรู้สึกเย้ยหยันอีกฝ่าย
เธอไม่รู้ว่าเขาภูมิใจอะไรนักหนา!
โจวย่าหนีมองไปที่เหวินเฟิงฉีด้วยความประหลาดใจ
ระหว่างทาง เธอเพ้อฝันถึงตัวตนของชายคนนี้ แต่เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะเป็นคนที่อยากจะหมายมั้นกับเหวินหน่วน เขาคือลู่กัวจื่อ ผู้อำนวยการโรงงานปูนซีเมนต์คนนั้น!
เธอรู้สึกอิจฉาเหวินหน่วนมากจริง ๆ
ทำไมกัน?
เหวินหน่วนมีโอกาสแต่งงานกับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เธอไม่มีโอกาสอะไรเลย
“อืม” เหวินเหน่วนมองเหวินเฟิงฉีอย่างเฉยเมย “มาที่นี่กันทำไม?”
เหวินเฟิงฉีสำลัก
เขาอยากจะโกรธ แต่เนื่องจากลู่กัวจื่ออยู่ข้างหน้าเขา เขาจึงระงับอารมณ์ทันที
"ฉันคิดว่าฉันได้แสดงความตั้งใจออกไปอย่างชัดเจนแล้ว แต่ทำไมวันนี้ลุงและคนอื่น ๆ ทำเหมือนลืมมันไปแล้ว หรือว่าพวกคุณยังไม่เข้าใจความหมายที่สื่อออกไปอีก" เหวินหน่วนมองไปที่ลู่กัวจื่อที่ยังคงยืนยิ้มอยู่ในเวลานี้ "ผู้อำนวยการลู่ ฉันขอโทษที่ต้องพูดตรง ๆ แต่ฉันไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของเรา"
แม้ว่าเขาจะยิ้ม แต่ลู่กัวจื่อก็รู้สึกว่าเธอไม่ชอบเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันไม่ใช่เหรอ?
“ตอนนี้ฉันยุ่งมาก ฉันขอตัวก่อน ไม่ส่งนะ” หลังจากเหวินหน่วนพูดจบ เธอก็หันหลังกลับและปิดประตูลานบ้าน ก่อนจะออกไปพร้อมจานเกี๊ยวที่จะเอาไปแบ่งให้บ้านของหูเสี่ยวหลิง
โชคดีที่ตอนนั้นเธอไม่ทำจานตกหล่นลงพื้น ไม่อย่างนั้นเธอคงพลาดเกี๊ยวไส้ผักจี่ไฉ่แสนอร่อยจานนี้
“ขอโทษนะครับ” ลู่กัวจื่อถามไล่หลังเธอ “นั่นเกี๊ยวไส้ผักจี่ไฉ่ที่คุณทำหรือเปล่า แบ่งให้ผมบ้างได้ไหม? ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ยังไม่หายดี แล้วยังต้องนั่งรถมาทั้งวันอีก” เขาลูบท้องตัวเอง “ตอนนี้ผมหิวมากจริง ๆ ”
“ขอโทษด้วย” เหวินหน่วนหันกลับมายิ้ม “เกี๊ยวไส้ผักจี่ไฉ่มีไม่เยอะนัก”
กล้าดีอย่างไรถึงกินเกี๊ยวไส้ผักจี่ไฉ่? เขาไม่ชอบกลิ่นมันไม่ใช่เหรอ?
เมื่อชีวิตที่แล้ว เธอสงสัยอยู่เสมอว่าผักจี่ไฉ่ไม่ใช่ยี่หร่า แล้วมันจะมีรสชาติหรือกลิ่นฉุนได้อย่างไรกัน?
ต่อมาเธอก็รู้ว่าปัญหาไม่ใช่เกี๊ยวไส้ผักจี่ไฉ่ แต่อยู่ที่คนกินเกี๊ยวต่างหาก
ตอนนี้จะมาอยากกินเกี๊ยวของเธองั้นเหรอ?
ขอโทษที! ถ้าต้อให้คนอย่างเขา เธอยอมเขวี้ยงให้ลูกหมูในสวนหลังบ้านกินดีกว่า เธอไม่มีวันให้ลู่กัวจื่อได้ลิ้มรสอาหารของเธออีกแล้ว!
“นังเด็กดื้อรั้นคนนี้!” เหวินเฟิงฉีโกรธจัดจนอยากจะตบใครสักคน “ผู้อำนวยการลู่อย่าถือสาเธอเลย เดี๋ยวผมจะไปพูดกับเธอเป็นการส่วนตัว"
“ไม่เป็นไร” ลู่กัวจื่อยิ้ม “บางทีอากาศวันนี้คงจะไม่ค่อยดี"
"นี่..." เหวินเฟิงฉีจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าไม่เกี่ยวอะไรกับสภาพอากาศ เขาจึงทำได้เพียงยิ้มประจบประแจง "ผมจะไปเปิดประตูให้เราเข้าไปนั่งรอกันก่อน เดี่ยวอีกสักพักเธอก็กลับมา "
"ไปบ้านฉันกันเถอะ" กัวอันฉินพูดด้วยรอยยิ้ม "อย่าทำให้ผู้อำนวยการลู่รอทั้งที่หิวอยู่เลย"
“เกี๊ยวที่แม่ของฉันทำก็อร่อยเหมือนกัน" โจวย่าหนียกยอแม่ตัวเอง
"ทำไมเหวินหน่วนถึงเรียกคุณว่าลุง?" จู่ ๆ ลู่กัวจื่อก็มองไปที่เหวินเฟิงฉี "เธอเป็นลูกสาวของคุณไม่ใช่เหรอ"
“ไปกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยคุยกันครับ" เหวินเฟิงฉีพูด
ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของกัวอันฉินแล้ว เนื่องจากเหวินหน่วนปฏิเสธที่จะตกลงแต่งงานครั้งนี้ ดังนั้นอย่าโทษฉัน เหวินเฟิงฉีที่ไม่ปรานีเธอ!
"ฉันหัวใจสลายจริง ๆ " หลังจากดื่มเหล้าไปสองแก้ว เหวินเฟิงฉีก็เริ่มร้องไห้ "พูดถึงเรื่องนี้ ฉันล้มเหลวและฉันก็ทำให้ลูกสาวตัวเองกลายเป็นคนเนรคุณ"
“มันน่าอายจริง ๆ ที่จะพูดว่าไม่กี่วันก่อน ฉันทะเลาะกับเธอเรื่องบุตรบุญธรรม"
"ฉันไม่เห็นด้วยกับเธอ เธอจึงร้องไห้ สร้างปัญหา และเกือบจะแขวนคอตัวเอง" เหวินเฟิงฉีเช็ดหน้าและพูดเยาะเย้ยว่า "ลูกสาวของฉันมีความสามารถ แต่ฉันไม่นึกเลยว่าหลังจากเข้าไปทำงานในโรงอาหารของฐานทัพได้แล้ว เธอกลับมาดูถูกพ่อของตัวเองแบบนี้"
“อีกทั้งเธอยังมีผู้นำของฐานทัพสนับสนุน แล้วฉันจะไม่ยอมตกลงเรื่องบุตรบุญธรรมได้ยังไง จริงไหม”
เขาจิบเหล้าและดูเศร้ามาก “ฉัน... ฉันทำได้แค่เห็นด้วยเท่านั้น”
“ลุงเฟิงฉี อย่ารู้สึกแย่ไปเลยนะคะ” โจวย่าหนีปลอบเขาอย่างเป็นห่วง
"หลานเป็นเด็กสาวที่น่ารักเสมอมาจริง ๆ " เหวินเฟิงฉีมองโจวย่าหนีด้วยความพึงพอใจ "หลานมีเหตุผลและน่ารัก ฉันคิดว่าหลานควรจะได้เรียนสูงกว่านี้"
มันหมายความว่าถ้าคุณไม่มีการศึกษา คุณจะรู้แต่วิธีสร้างปัญหาเรื่อยไป
"ผู้อำนวยการลู่ ท้ายที่สุดนี้ผมคงต้องขอโทษคุณด้วย" เหวินเฟิงฉีตบไหล่ลู่กัวจื่อ "แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง มันก็ดีแล้วใช่ไหม ถ้านังเด็กผู้หญิงนั่นแต่งงานเข้าครอบครัวของคุณไป มันจะไม่เป็นการทำร้ายคุณเหรอ"
ลู่กัวจื่อเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ เขาไม่พูดอะไรก่อนจะจิบเหล้าแล้วไอออกมาสองสามครั้ง
เหวินเฟิงฉีเม้มริมฝีปาก
คน ๆ นี้ให้กำเนิดลูกสองคนด้วยร่างกายเล็ก ๆ เช่นนั้นได้อย่างไร?
“เธอเป็นลูกบุญธรรมคนอื่นแล้วก็จริง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็ยังมีเลือดของคุณไหลเวียนอยู่ในร่างกาย” ลู่กัวจื่อพูดด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเขาแดงเล็กน้อย ไม่รู้ว่ามาจากการไอหรือฤทธิ์เหล้า “อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าตอนนี้เธอยังเรียกคุณว่าลุงอยู่ จริงไหม?”
เหวินเฟิงฉียิ้มอย่างเขินอาย “ใช่แล้ว”
แต่ตอนนี้เหวินหน่วนไม่ใช่หญิงสาวที่เขาเคยควบคุมได้อีกต่อไปแล้วและไม่มีใครในหมู่บ้านที่ไม่รู้จักเธอ
กัวอันฉินขยิบตาให้ลูกสาวและขอให้เธอตามออกไป
“แม่คะ” โจวย่าหนีร้องเสียงเบา “ทำไมสิ่งดี ๆ ทั้งหมดถึงเกิดขึ้นกับเหวินหน่วนอยู่ตลอดเลย”
คำพูดของเหวินเฟิงฉีเมื่อกี้นี้มีความหมายว่าจะจับคู่ให้เธอกับลู่กัวจื่อแทน แต่ลู่กัวจื่อกลับพูดเบี่ยงประเด็นออกไป
เหวินหน่วนมีชีวิตที่ดีอะไรอย่างนี้!
“ดูท่าทางของแกตอนนี้สิ ดีเหลือเกินนะ!” กัวอันฉินจิ้มหน้าผากของลูกสาวตัวเองอย่างรำคาญ “การควบคุมอารมณ์ของแกนี่เทียบเหวินหน่วนไม่ได้เลย!”
เมื่อใดก็ตามที่มีอะไรเกิดขึ้น ลูกสาวของเธอจะพูดจาโผงผางโดยมีความคิดทั้งหมดฉายอยู่บนใบหน้า
"แม่คะ หนูอยากแต่งงานกับคน ๆ นี้" โจวย่าหนีพูดอย่างอาย ๆ
กัวอันฉินชำเลืองมองเธอ "ผู้ชายคนนี้เหมาะจริง ๆ นั่นแหละ"
ลู่กัวจื่อเป็นคนที่มีความสามารถ กัวอันฉินแอบสังเกตเขามาตลอดทาง บอกตามตรงว่าครั้งนี้เหวินเฟิงฉีทำทุกอย่างสมกับเป็นพ่อจริง ๆ
แต่เหวินหน่วนกลับเนรคุณ
…
ตอนนี้เหวินหน่วนนอนอยู่บนเตียง แต่หัวใจของเธอไม่สามารถสงบลงได้
เมื่อชีวิตที่แล้ว ลู่กัวจื่อไม่กลับมาจนกระทั่งปลายเดือนมีนาคม และไม่นานหลังจากที่เขากลับมา เขาก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรส จากนั้นเขาก็พาตัวเธอไปที่บริเวณโรงงานซีเมนต์โดยไม่มีแม้แต่งานแต่งงาน อีกทั้งยังให้เธอใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนอยู่แต่กับเด็กเนรคุณสองคนนั้นของลู่กัวจื่อ
ส่วนลู่กัวจื่อได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศและไม่ได้กลับมาเลยจนกระทั่งผ่านไปครึ่งปี
ในเวลานั้น เหวินหน่วนแทบจะไร้เรี่ยวแรงจากการถูกเด็กทั้งสองและแม่สามีใช้งาน
เมื่อลู่กัวจื่อกลับมา เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดว่าอะไร ๆ จะดีขึ้นกว่าเดิม
ทว่าลู่กัวจื่อกลับพูดว่า "ฉันแต่งงานกับเธอเพื่อให้เธอรับใช้พวกเขา ไม่อย่างนั้นเธอจะยังมีประโยชน์อะไรอีก?”