ตอนที่ 96 เหล่าผู้คนอันเจิดจรัส!
คลักซ์ได้เล่าให้เชนฟังว่าการประลองเมื่อวาน ขั้นสามัญระดับชั้นสิบทั้งสิบสองคนได้ลงประลองกันหมด และผู้ที่สามารถฝ่าฟันเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จก็คือ..อาร์ทและคลักซ์พวกเขาทั้งสองเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งและสอง ก็ไม่แปลกที่จะได้มาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศและผู้ที่สามารถคว้าชัยชนะการประลองในรอบพิเศษ และเป็นผู้ที่ได้รับเม็ดยาสู่พื้นฐานไปครองนั่นคือตัวเต็งอันดับหนึ่งในการประลอง...อาร์ท"เจ้านั่นมันเร็วโคตรเลยละเชน แถมโจมตีแรงอีกต่างหาก อุตส่าห์ลดเกราะเจ้านั่นจนเหลือแค่1,200จุดแล้วแท้ๆ เฮ้อ~ น่าเสียชะมัด"คลักซ์กล่าวพร้อมถอนหายใจอย่างเสียดาย ที่เขาเสียดายไม่ใช่เพราะพลาดชื่อเสียงในฐานะอันดับหนึ่งในการประลอง แต่เพราะเขาเสียดายที่ไม่ได้เม็ดยาสู่พื้นฐานมาครอบครอง การได้ครอบครองเม็ดยาสู่พื้นฐานก็เหมือนการการันตีว่าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นพื้นฐานได้อย่างแน่นอน..ใครบ้างจะไม่เสียดาย"ผมได้ยินมาว่า..ในRaidระดับพิเศษจะมีเม็ดยาหรือแม้แต่สมบัติล้ำค่ามากมาย ไม่แน่คุณคลักซ์อาจได้เจอเม็ดยาเกี่ยวกับการทะลวงระดับในนั้นก็ได้นะครับ"เชนกล่าวปลอบใจเมื่อเห็นสีหน้าคลักซ์"ก็นะ ถ้าได้เจอสมบัติในนั้นสักชิ้นฉันก็พอใจแล้วล่ะ แต่ฉันน่ะไม่ได้คาดหวังเรื่องสมบัติแห่งโลกเลยสักนิด เพราะสมบัติแห่งโลก..พวกนั้นไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือหรอก"คลักซ์หันไปมองยังบ้านรับรองของเหล่าสี่สังกัดและสมาพันธ์นักล่าก็จริงอย่างที่คลักซ์ว่า ถ้ามีRaidระดับพิเศษนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับสมบัติแห่งโลกไปครองก็คือสี่สังกัดและสมาพันธ์นักล่า ตามสถิติที่ทางสมาพันธ์เคยบันทึกไว้ สี่สังกัดและสมาพันธ์นักล่ามีโอกาสเป็นผู้เคลียร์Raidสูงถึง..เก้าในสิบส่วน!มีRaidระดับพิเศษสิบครั้ง พวกเขาเป็นผู้คว้าสมบัติแห่งโลกไปได้ถึงเก้าครั้งเป็นอย่างน้อย!นี่คือพลังอำนาจและความแข็งแกร่งอันเด็ดขาด! "ใกล้ได้เวลาที่Raidจะเปิดแล้ว ผู้ได้รับสิทธิ์ทุกคนเชิญด้านหน้าRaid!"ในขณะนั้นก็มีเสียงเจ้าหน้าที่ที่ฟังดูคุ้นหูตะโกนขึ้นจนเชนต้องหันไปมอง และเจ้าของเสียงที่กำลังส่งเสียงเรียกความสนใจของทุกคนก็คือเจ้าหน้าที่แฟรงค์เชนกับคลักซ์เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เดินตรงไปยังแฟรงค์ ส่วนคนอื่นๆเองก็เริ่มเดินรวมกลุ่มกันเข้ามา เชนมองไปก็เห็นทั้งอาร์ท ทัสและคนอื่นๆที่ได้รับสิทธิ์ พวกเขาต่างเดินมาหยุดหน้าทางเข้าและแน่นอน...ในนี้ไม่มีกอร์ก้า ตั๋วที่ว่างอยู่ทางสมาพันธ์จึงยกให้กับผู้เข้าประลองในรอบที่สองที่ได้คะแนนที่ดีที่สุดไปถ้าเชนรู้สึกไม่ผิด สายตามากกว่าครึ่งในห้าสิบคนของผู้ที่ได้สิทธิ์ล้วนหันมาจับจ้องเขา ก็ไม่แปลกหรอก เมื่อวานเขาเพิ่งทำเรื่องแบบนั้นไป ถ้าไม่มีใครมองเลยสิแปลกเชนทำเป็นไม่สนใจสายตาเหล่านั้นแล้วมองไปยังแฟรงค์"ดีใจด้วยที่พวกนายได้มายืนตรงจุดนี้"แฟรงค์กล่าวทักทายผู้ได้รับสิทธิ์ทั้งห้าสิบคน"Raidด้านหลังฉันที่พวกนายกำลังเห็นอยู่นี่ มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของพวกนายคนใดคนหนึ่งให้ขึ้นสู่สวรรค์ได้ในก้าวเดียว แต่..สำหรับบางคนมันอาจเป็นขุมนรกที่ต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกนายจะได้ถอย จงคิดให้ดี เพราะเมื่อเข้าไปแล้วสิ่งที่กำลังรอพวกนายอยู่..คือความโหดร้ายที่แท้จริง"แฟรงค์กล่าวเตือนพร้อมกับมองไปยังทั้งห้าสิบคน เมื่อสายตาของเขากระทบกับร่างของเชนก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงครู่เดียวก็มองเลยผ่านเชนไปยังคนอื่นๆ เมื่อไม่เห็นใครที่คิดจะถอยเขาก็พยักหน้า"อีกห้านาทีประตูRaidจะเปิดออก จงเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อม.."สิ้นเสียงของแฟรงค์ก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวบางอย่างจนคนทั้งหมดต้องหันไปมองความเคลื่อนไหวที่ว่าเกิดขึ้นจากเรือนรับรองที่มีสัญลักษณ์รูปกระถางปรุงยาแปดขา เรือนรับรองของสังกัดเทพโอสถ!ประตูของเรือนหลังนั้นถูกผลักเปิดจากภายในจนเกิดเสียงดังแผ่วเบา กลิ่นอายแห่งสมุนไพรแผ่กระจายจนตลบไปทั่วทั้งบริเวณท่ามกลางสายตาของคนทั้งหมด ผู้ที่เดินนำออกมาจากเรือนหลังนั้นคือผู้เฒ่าในชุดขาวคนหนึ่งที่มีกลิ่นอายสมุนไพรอบอวล ใบหน้าของท่านแต่งแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนแสงในฤดูใบไม้ผลิ ผู้เฒ่าท่านนี้ดูผ่านๆก็เหมือนชายสูงอายุใจดีคนหนึ่ง แต่ด้วยกลิ่นอายบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาจากผู้เฒ่าท่านนี้..ทำให้ผู้คนที่มองต้องรู้สึกใจสะท้านอย่างประหลาดตามหลังจากผู้เฒ่าชุดขาวก็เป็นเหล่าชายหญิงสิบคนที่เดินออกมาอย่างเป็นระเบียบ เมื่อพวกเขาทั้งสิบเดินออกมากลิ่นอายแห่งสมุนไพรก็ยิ่งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ พวกเขาเหล่านี้มีชายหญิงปะปนกันไป แต่ที่เป็นจุดสนใจและสะดุดตาที่สุดคือ..ชายผู้ที่เดินนำหน้าสุดของกลุ่มเขาคนนี้เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาดูสะอาดสะอ้าน หญิงสาวคนใดได้เห็นชายหนุ่มผู้นี้คงอดไม่ได้ที่จะมองอย่างเคลิบเคลิ้มหลงใหล กลิ่นอายของยาและสมุนไพรแผ่กระจายออกจากชายผู้นี้โดดเด่นกว่าคนเบื้องหลังของเขาทุกคนพวกเขาทั้งสิบอยู่ในชุดสีขาวที่มีสีเขียวแซมประปรายดูสบายตา นี่คือ..สังกัดเทพโอสถ!"ชายที่เดิมตามหลังผู้เฒ่าชุดขาวคือซิล ด้านการต่อสู้ฉันไม่รู้ว่าเขาแข็งแกร่งไหม แต่ด้านการปรุงยา..ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์หาตัวจับยาก ฉันเคยได้ยินว่าเขาที่อยู่ในขั้นสามัญถึงกับสามารถหลอมโอสถขั้นพื้นฐานได้แล้ว! จะเรียกเขาว่าอัจฉริยะ..คงไม่มีใครกล้าขัด"คลักซ์ที่ยืนด้านข้างเชนกล่าวขึ้นเชนเองเมื่อมองชายคนนั้นก็รู้สึกได้ถึงความไม่ธรรมดาที่กระจายอยู่รอบตัวของเขา ชายคนนี้..แข็งแกร่งและทันใดนั้นประตูเรือนรับรองที่มีสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อยู่ด้านบนก็อ้าเปิดออก สายตาของทุกผู้คนละสายตาจากคนของสังกัดเทพโอสถแล้วหันไปมองผู้เดินนำหน้าออกมาเป็นหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งที่แผ่กลิ่นอายอันแปลกประหลาด นั่นเพราะเมื่อเชนมองเธอคนนี้เหมือนเขากำลังจับจ้องไปยังท้องฟ้าในยามราตรีที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว เกศาของเธอมีสีดำเงางามราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน ไหนจะใบหน้าที่แม้จะเริ่มมีอายุแต่ก็ไม่อาจปกปิดความงามที่ผู้ชายคนใดได้พบเห็นก็ต้องมองตาค้าง พอจะบอกได้ว่าตอนวัยรุ่นเธอคนนี้ต้องเป็นหญิงงามหาตัวจับยากแน่นอน แต่ใบหน้าอันงดงามของเธอนี้กลับแฝงเร้นความเย็นชาจนผู้เฝ้ามองต้องพากันหนาวเหน็บสะท้านใจด้านหลังของเธอเดินตามมาด้วยเหล่าชายหญิงสิบชีวิต แม้จะไม่อาจเทียบกับหญิงสาววัยกลางคนได้ แต่ทุกคนในกลุ่มทั้งสิบล้วนแผ่กลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์เช่นหญิงสาววัยกลางคนผู้นั้นออกมาในหมู่คนทั้งหมดนี้ คนที่ดูแล้วโดดเด่นที่สุดเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่สะพายดาบสีม่วงดูเร้นลับไว้กลางแผ่นหลัง ใบหน้าของเขาสงบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เมื่อเชนมองชายคนนี้ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความองอาจกล้าหาญที่แผ่กระจายออกมาจากทุกท่วงท่าของเขา"คนคนนั้นใครเหรอครับ"เชนกล่าวถามคลักซ์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง คลักซ์เองก็กำลังมองชายที่สะพายดาบสีม่วงดูเร้นลับคนนั้นอยู่เช่นกัน"เขาชื่อครูซ เป็นคนของสาขาย่อยหมื่นทิวาที่ไม่ค่อยปรากฏตัวนัก เพราะงั้นข้อมูลเกี่ยวกับเขาที่ฉันได้ยินมาจึงมีน้อยมากจนแทบจะไม่มี แต่มีข่าวลือเรื่องเขาอยู่เรื่องหนึ่ง ว่ากันว่า..เขาเป็นหลานของหนึ่งในสี่ปรมาจารย์หมื่นทิวา!"เชนเมื่อได้ยินคำของคลักซ์ก็ ตาของเขาที่กำลังมองครูซก็ต้องนิ่งค้างไปในทันที ปรมาจารย์..หมื่นทิวา!"เรื่องจริง..เหรอครับ"เชนกล่าวอยากไม่อยากจะเชื่อ"ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงไหม แต่..อย่าไปยุ่งกับเขาจะดีที่สุด"ต่อมาก็เป็นเรือนของสมาพันธ์นักล่าที่เปิดออกมา และผู้ที่เดินนำหน้ามาก็เป็นผู้ที่เชนรู้จักดี หัวหน้าสมาพันธ์นักล่าเมืองไม้หอม ไรม์!ไรม์ในวันนี้ก็ยังอยู่ในชุดสูทดูภูมิฐานเช่นเดิม แต่ไม่ทราบเพราะบรรยากาศโดยรอบหรือไม่ ทำให้เชนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้งเมื่อมองไปที่ไรม์ในวันนี้ถ้าเชนสังเกตไม่ผิด ไม่ว่าจะเป็นหญิงวัยกลางคนหรือชายชราในชุดขาว เมื่อพวกเขาเห็นไรม์พวกเขาก็ล้วนก้มหน้าลงเล็กน้อยเหมือนเป็นการคารวะพร้อมแสดงสีหน้า..เคารพ!ปกติคนของสี่สังกัดนั้น ภายในเลือดเนื้อของพวกเขาล้วนถูกสลักฝังแน่นไว้ด้วยความทรนงและศักดิ์ศรีที่สูงเทียมฟ้า! การก้มหัวคารวะคนนอกสังกัดจึงพบเห็นได้ยากราวกับเกล็ดมังกร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าไรม์เป็นเพียงแค่เจ้าเมืองในเมืองเล็กๆอันห่างไกล ดูแล้ว..ไรม์คงไม่ใช่เจ้าเมืองธรรมดาๆเป็นแน่..ด้านหลังของไรม์เดินมาด้วยเหล่าชายหญิงสิบชีวิต แต่ละคนใส่ชุดสีดำดูทะมัดทะแมง กลิ่นอายของพวกเขาไม่ได้มีเอกลักษณ์โดดเด่นเช่นสองสังกัดที่ผ่านมา แต่ทุกคนที่กำลังจับจ้องก็รู้สึกได้ว่าพวกเขาเหล่านี้..ไม่ธรรมดาในหมู่คนเหล่านั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งดูโดดเด่นกว่าคนอื่น เธอมีรูปร่างเพรียวบางที่ราวกับเมื่อต้องสายลมก็พร้อมจะปลิวได้ทันที ตรงเอวคอดกิ่วของเธอเหน็บไว้ด้วยมีดสั้นสองเล่มที่ดูคมกริบอย่างที่สุดนี่คือสมาพันธ์นักล่า"ผู้หญิงคนนั้นชื่อซาช่า..เป็นหัวกะทิในหมู่คนรุ่นเดียวกันของสมาพันธ์นักล่าจนมีข่าวลือว่า ขอเพียงเธอเข้าสู่ขั้นก่อเกิดวิญญาณได้เมื่อไหร่ ห้าหน่วยล่าพิฆาตก็พร้อมจะอ้าแขนรับเธอทุกหน่วยเลยทีเดียว"เชนฟังที่คลักซ์กล่าวแต่สายตายังจับจ้องไปยังซาช่าไม่ละสายตาต่อมาก็เป็นเรือนรับรองที่มีรูปกระบี่อันเรียบง่ายอยู่ด้านบนที่ประตูเปิดออก ทุกผู้คนรวมถึงเชนต่างจับจ้องไปยังทิศทางนั้น นั่นคือเรือนรับรองของสังกัดที่ทรงพลังที่สุดในอาณาจักรเซเฟียอย่างไร้ข้อกังขา..สังกัดแดนกระบี่ผู้ก้าวเดินนำออกมาเป็นชายวัยกลางคนที่มีเส้นผมยาวถึงกลางหลัง เส้นผมของชายผู้นี้มีสีดอกเล้าแซมดำอย่างลงตัว เขาอยู่ในชุดสีขาวอมเหลืองดูเรียบง่ายอย่างที่สุด ด้านหลังของเขาสะพายไว้ด้วยกระบี่ที่ดูธรรมดาเล่มหนึ่ง ทั้งท่วงท่าและการแต่งกายของชายคนนี้ดูเรียบง่ายจนเรียบง่ายไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วแต่เมื่อสายตาของเชนปะทะเข้ากับร่างของชายผู้นี้ ห้วงความคิดของเขาก็ราวกับถูกกระบี่อันคมกริบที่มองไม่เห็นฟันใส่จนขาดสะบั้น!เชนรีบละสายตากลับมาทันทีพร้อมกับต้องหลับตาแน่นอย่างเจ็บปวด และไม่ใช่เพียงเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้ ทุกคนที่มองไปล้วนเป็นเช่นนี้ทั้งสิ้น แม้แต่นักล่ารุ่นเยาว์ของสี่สังกัดและสมาพันธ์นักล่าเองก็ไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาทั้งหมดพากันหลุบตาไม่กล้ามองไปยังร่างของชายวัยกลางคนโดยตรง!นี่คือ...จิตกระบี่สะบั้นคำนึง!จิตกดดันอันเลื่องชื่อของสังกัดแดนกระบี่! แต่ดูแล้วชายผู้นี้ไม่ได้ตั้งใจจะปลดปล่อยจิตกดดันนี้ด้วยซ้ำ เป็นเพียงเศษเสี้ยวที่หลุดรอดออกมาตามธรรมชาติเท่านั้น ขนาดไม่ได้ปลดปล่อยยังเสียดแทงบาดลึกห้วงคำนึงได้ขนาดนี้ ไม่อยากคิดว่าถ้าชายคนนี้ปลดปล่อยโดยตั้งใจจะขนาดไหน..คงมีแต่ไรม์และเหล่าผู้นำขบวนของสี่สังกัดที่ต่างมองตรงไปยังชายวัยกลางคนได้อย่างไม่สะทกสะท้านตามหลังชายวัยกลางคนผู้นั้นก็เป็นเหล่าชายหญิงสิบคนที่เดินมาด้วยฝีเท้าแผ่วเบาไร้เสียง พวกเขาทั้งหมดต่างสะพายกระบี่ที่ดูธรรมดาไว้บนแผ่นหลัง ให้กลิ่นอายอันเรียบง่ายเฉกเช่นเดียวกับชายวัยกลางคนเมื่อเชนมองไปที่พวกเขาแม้ไม่ได้มีจิตกระบี่อันบาดลึกเช่นชายวัยกลางคน แต่เมื่อมองไปที่พวกเขาเหล่านั้นเชนก็รู้สึกเหมือนกำลังมองไปยังกระบี่อันคมกริบ!ในหมู่ชายหญิงทั้งสิบคนนั้นที่เด่นสะดุดตาเชนที่สุดกลับเป็นหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอคนนี้มีดวงหน้าขาวผ่องน่ารักงดงามราวกับตุ๊กตา เกศาของเธอมีสีดำสนิท ดวงตาสดใสราวกับน้ำตกอันเย็นฉ่ำ เธออยู่ในชุดขาวอมเหลืองอันเรียบง่าย แต่ชุดอันเรียบง่ายนั้นก็ไม่สามารถซ่อนรูปร่างเย้ายวนชวนฝันของเธอได้เลยแม้แต่น้อยเมื่อหญิงสาวเห็นว่ามีสายตามากมายจับจ้องมา เธอก็ก้มหน้าหลบสายตาเหล่านั้นทันทีอย่างเขินอาย แก้มขาวผ่องทั้งสองข้างของหญิงสาวถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูบางเบาจนผู้พบเห็นต้องมองอย่างเหม่อลอยในความน่ารักเมื่อเชนมองหญิงสาวก็รู้สีกแปลกใจไม่น้อย นั่นเพราะหญิงสาวผู้นี้ไม่ว่าจะเป็นท่าทางหรือใบหน้าล้วนให้ความรู้สึกเหมือน...มิ้นท์น้องสาวของเขาอย่างประหลาด ยัยเด็กที่ชอบกวนโอ๊ยและคอยป่วนเขาจนหัวหมุน แต่พออยู่ต่อหน้าคนไม่รู้จักจะประหม่าเขินอายจนต้องคอยหลบหลังเขาอยู่ร่ำไป..เชนมองไปยังท่าทางเขินอายนั้นของเธอแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มคลักซ์เหล่ตามามองเชนจึงเห็นว่าเชนกำลังมองหญิงสาวคนนั้นแล้วกำลังยิ้ม"สนใจเธอเหรอ? ขอเตือนว่าอย่าดีกว่านะเชน ถึงจะดูขี้อายแบบนั้นแต่ตอนสู้คนละเรื่องกันเลยล่ะ""คุณคลักซ์รู้จักเธอเหรอครับ?"เชนไม่ตอบแต่กล่าวถามคลักซ์กลับไปคลักซ์พยักหน้า คลักซ์ในตอนนี้มีสีหน้ากดดันอย่างที่เชนไม่เคยเห็นมาก่อนเมื่อมองไปที่ฟางหรู"แน่นอน แดนกระบี่ถึงจะเป็นสังกัดที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครและปรากฏตัวบ่อยนัก แต่สายตาของทั้งอาณาจักรเซเฟียก็ไม่เคยละสายตาจากพวกเขาอยู่แล้ว..ยิ่งกับเธอคนนี้ด้วย เธอชื่อฟางหรู..อันดับหนึ่งในการประลองระหว่างสาขาย่อยสี่สังกัดเมื่อปีที่แล้ว"เชนเมื่อได้ยินก็ต้องเผยสีหน้าตื่นตะลึง!"เธอคนนั้น..คืออันดับหนึ่งการประลองสาขาย่อยสี่สังกัด!"เชนไม่อยากจะเชื่อ ดูท่าทางขี้อายและบอบบางเช่นนั้น แต่กลับเป็นอันดับหนึ่งในการประลองสุดยิ่งใหญ่ระหว่างสาขาย่อยสี่สังกัด! การประลองที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ประหลาด!หรือพูดง่ายๆ ใต้ศูนย์ใหญ่ของสี่สังกัด เธอคือ..อันดับหนึ่ง!"ใช่แล้ว ในการประลองสาขาย่อยตอนนั้นฉันเองก็ไปดูเหมือนกัน บอกเลยนะ..ตอนเห็นเธอสู้น่ะทำเอาฉันมือเย็นเฉียบไปหมด"คลักซ์กล่าวพร้อมถูมือไปมา เหมือนพอคิดถึงการต่อสู้ของฟางหรูจะทำเอาเขามือเย็นขึ้นมาอีกครั้งในขณะที่เชนพูดกับคลักซ์อยู่ ประตูเรือนรับรองหลังที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยในที่สุดก็เปิดออก ทั่วบริเวณเงียบกริบขึ้นมาอย่างไม่ได้นัดหมาย ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปที่เรือนรับรองของ..ฟ้าครวญ --------------------กะจะให้เข้าRaidตอนนี้ แต่แต่งไปแต่งมายาวกว่าที่คิด555