ตอนที่หกสิบเอ็ดไป่มู่หลิงผู้หยิ่งทระนง!!!
อ้าวป้าหม่าที่จ้องมาทางไป่ซู่นั้นตามความเห็นของเขา นอกจากความหนุ่มแน่น ยังเปี่ยมไปด้วยพละกำลังที่พร้อมจะเคลื่อนไหวไปทั้งโลกหล้าไม่ปล่อยให้ใครมาขัดขวางเขาได้ จากการที่เห็นเขาตัดสินใจขายกิจการอย่างฉับพลันก็รู้แล้ว
ใบหน้าที่จ้องกลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจรัศมีที่ออกมาจากร่างกายแสดงถึงความรู้สึกที่อยู่เหนือกว่าคนทั่วไป
ไป่ซู่คิดในใจว่าพี่หลงเทียนมีผู้สืบทอดที่ดีแน่นอนแล้ว
“ผมอ้าวป้าหม่า กล่าวคำไหนคำนั้นไม่ขอคืนคำเด็ดขาด”
คำกล่าวของอ้าวป้าหม่าทำให้ไป่ซู่เกิดความรุ้สึกว่าทุกอย่างที่อ้าวป้าหม่าคิดทำนั้นต้องประสบความสำเร็จเป็นแน่
วิธีการนั้นก็ดีเหมือนกัน สอนให้ลูกสาวรู้จักความเป็นจริงของโลกเสียบ้างจะได้เข้าใจว่าโลกนี้ภูเขาสูงน้ำลึกมากแค่ไหน
ส่วนอ้าวป้าหม่าคิดในใจก็กังวลว่าไป่มู่หลิงจะไม่ยอมรับเท่านั้นล่ะนะ
การวางแผนการเราจะคิดเข้าข้างตนเองไปตลอดไม่ได้
คนเรามีความตื้นลึกหนาบางไม่ใช่ตัวละครที่เราเห็นเพียงแค่สองมิติมีความคิดของตนเอ---
“ชั้นตกลง”
ไป่มู่หลิงก้าวเดินออกมาอย่างมุ่งมั่นจ้องมองผมผ่านหน้าจอโทรศัพท์ดาวเทียมทางไกล ที่ทางสกุลไป่ก็มีเช่นกัน
ส่วนอ้าวป้าหม่า ถอนใจในใจว่าที่คนในโลกนี้มันเห็นว่าตนเองฉลาด ก็เพราะแต่ละคนมีนิสัยที่ค่อนข้างจะเดาได้ง่ายสินะ
ไป่มู่หลิงแม้สองตาแดงเล็กน้อยแต่ผมสีขาวน้ำเงินก็สว่างไสวเดินมาอย่างมั่นใจ
อ้อใช่ ลืมไป เธอมีร่างกายเก้าหยินหรืออะไรสักอย่างล่ะนะ
ที่ต้องเป็นสาเหตุให้เซียนเหนือโลกจับตัวไปให้คนกลับจากโลกเซียนตามไปกระทืบอีกที
“ชั้นจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าชั้นต่างจากคุณอ้าวป้าหม่าชั้นไม่ใช่คนที่ไม่มีอะไรหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล!!!”
ไป่มู่หลิงกล่าวอย่างมั่นใจ
ส่วนไป่ซู่สีหน้าปั้นยากกังวลกับลูกสาวที่ไม่รู้ความตื้นลึกหนาบางของโลกธุรกิจ
“ดี ผมอ้าวป้าหม่ากล่าวคำไหนคำนั้นแต่ว่าเรื่องของเราตั้งเงื่อนไขได้ และเรื่องสี่ยวชุ่ยจัดการในทีเดียวเลย”
ผมหันไปทางเสี่ยวชุ่ย
“คุณอาไป่ ตามสัญญาว่าสกุลไป่จะไม่สนับสนุนให้เงินทุนใดใดเท่ากับว่า ต้องไม่ให้บัตรเครดิตหรือการกู้เงินกับทางไป่มู่หลิง เรื่องนี้เธอยอมรับได้ไหมไป่มู่หลิง?”
“ชั้นรับได้ ชั้นจะพิสูจน์ให้เห็นเองว่าชั้นไม่ใช่ของของนายชั้นมีชีวิตของตนเอง”
ไป่มู่หลิงส่องสายตาอย่างมุ่งมั่น
โดยมีฮูหยินไป่มารดาอยู่ข้างๆกุมอกอย่างกลุ้มใจ
“คุณอาไป่เสี่ยวชุ่ยเข้ามาเป็นตัวกลางในเรื่องนี้ ตามสัญญาหากในหนึ่งปี สามปีหรือสิบปีไป่มู่หลิงหาเงินไม่ได้พันล้านหยวนเธอจะแต่งงานกับผมและเสี่ยวชุ่ยเป็นสาวใช้อุ่นเตียง”
ไป่ซู่ไม่ได้กล่าวอะไรเพราะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ไม่มีแนวคิดเรื่องการมอบสาวใช้อุ่นเตียงให้เป็นสินส่วนตัวของเจ้าสาวไปพร้อมกันเป็นเรื่องไม่ถูกต้องผิดหลักสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด
อนิจจา เสี่ยวชุ่ยแม้ไม่พอใจแต่ก็ดันมองว่าไม่มีอะไรผิดปรกติเช่นกัน
“ถูกแล้วตรงไปตามข้อตกลงเดิมของพวกเราทางสกุลไป่เราไม่บิดพริ้วสัญญาเด็ดขาด”
ไป่ซู่กล่าวอย่างรวดเร็ว
เพราะมองว่าลูกสาวไม่มีทางทำสำเร็จหรอกตามแนวคิดที่คนทั่วไปนั้นมี
อัตราการประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจนั้นต่ำมากๆ
จากหมื่นบริษัท ผ่านไปหนึ่งปีจะเหลือรอดแค่หนึ่งพันบริษัท
ผ่านไปสิบปีหนึ่งพันบริษัทจะเหลือแค่ร้อยบริษัท
หรืออย่างที่วอเรนบัฟเฟตว่าคน 98% จะล้มเหลวในการประกอบธุรกิจนั้นเอง
อ้าวป้าหม่าไม่ใช่วอเรนบัฟเฟตแต่เขาเชื่อว่าพันล้านหยวนนั้นง่ายมากๆสำหรับคนที่กลับมาจากโลกเซียนที่จะเป็น simp ให้นางเอกอย่างไป่มู่หลิง
กติกาที่กล่าวนี้มีแค่ทำให้คนกลับจากโลกเซียนคิดว่าต้องจ่ายเงินพันล้านหยวนให้เขาแทนที่จะเอาหมัดมาชกฆ่าเขาเท่านั้นเอง
“ดีมาก คำไหนคำนั้น แต่ว่าผมขอค่าชดเชยมัดจำเอาไว้ทำขวัญจากเรื่องนี้ขอสร้อยคอของไป่มู่หลิงเอาไว้ก่อน กับเพื่อป้องกันการโกงกันและเสี่ยวชุ่ยจะต้องวางตัวเป็นกลางไม่ช่วยไป่มู่หลิง”
“ถูกต้องแล้ว สกุลไป่จะไม่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจของไป่มู่หลิงและเดิมพันครั้งนี้เด็ดขาดและสร้อยคอนั้นทางเรายินดีให้เธอเป็นการแสดงการขอโทษ”
ไป่ซู่รู้สึกโล่งใจ อ้าวป้าหม่าร้องขอของขวัญเป็นการขอโทษ แสดงว่าเรื่องนี้เลิกแล้วต่อกันแล้ว
การยอมรับของขวัญแม้จะมีค่าสูงก็เป็นการแสดงท่าทีเป็นมิตรให้ตนเองไป่ซู่เข้าใจดี
และสร้อยคอของไป่มู่หลิงนั้นหากไป่มู่หลิงแต่งงานไป ก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ของอ้าวป้าหม่าอยู่แล้ว
เท่ากับว่าตนเองไม่เสียอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว!!!
ไป่ซู่ขอบคุณอ้าวป้าหม่าในใจที่พยายามอ่อนข้อให้ทางตนเองถึงที่สุดแล้ว
ขอเพียงยอมรับของขวัญขอโทษไปทางสังคมก็มีคำว่ากล่าวกัน
ของขวัญก็ดูมีค่าแต่ก็เป็นของที่ต้องตกเป็นของอ้าวป้าหม่าอยู่แล้วหากการแต่งงางนั้นเกิดขึ้น สมบูรณ์พร้อมทั้งสองอย่าง
ขอเพียงให้ลูกสาวที่หัวดื้อรู้จักความเป็นจริงของโลกธุรกิจ
ส่วนอ้าวป้าหม่าที่แท้จริงแค่ต้องการสร้อยคอหิมะของวิเศษที่ติดตัวไป่มู่หลิงมาบ่มเพาะพลังเท่านั้นเอง