ตอนที่ 90: การฟักตัวของมารราคะ
ความทรงจำจากความปั่นป่วนในเซสชั่นสัมภาษณ์ครั้งก่อนยังคงทิ้งรอยแผลใจและกลิ่นอายความหวาดกลัวไว้ในใจของ ดร.น้ำฟ้า อย่างไม่อาจลบเลือน แม้จะรู้ดีว่าภัยเงียบในสมองของเธอกำลังรอเวลาปะทุ แต่หน้าที่และเกียรติยศของนักจิตบำบัดมืออาชีพก็ไม่อาจปล่อยให้เธอหันหลังกลับได้ การสะกดจิตบำบัดเพื่อเยียวยาปมสวาทบิดเบี้ยวของคุณหญิงกรองแก้ว ไฮโซสาวใหญ่ และท่านพลกฤต สามีผู้กุมตำแหน่งราชการระดับสูง จึงถูกจัดขึ้นภายในห้องบำบัดลับพิเศษ ซึ่งเป็นห้องลึกสุดที่ตัดขาดจากแสงสว่างและเสียงรบกวนภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มหนาพิเศษถูกปิดทึบสนิท โอบล้อมห้องบำบัดให้ตกอยู่ในความสลัวราง มีเพียงแสงไฟนีออนสลัวโทนสีน้ำเงินหม่นและประจุไฟจากหน้าจอมอนิเตอร์ตรวจวัดสัญญาณสมองที่สาดส่องสร้างเงาตะคุ่มเลือนลาง กลิ่นน้ำมันหอมระเหยสกัดเข้มข้นโชยอบอวลสร้างบรรยากาศสงบ ทว่ากลับไม่อาจกลบกลิ่นอายความอึดอัดระคนเสน่หาที่บิดเบี้ยวซึ่งก่อตัวหนาแน่นขึ้นทุกทีจนราวกับเป็นมวลอากาศเหนียวหนืดที่หายใจเข้าไปได้ยากลำบาก
คุณหญิงกรองแก้วนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้เอนบำบัดตัวยาวที่บุด้วยเบาะหนังแท้เกรดพรีเมียม สองมือบางประสานกันแน่นอยู่บนหน้าท้อง ลมหายใจเริ่มกระชั้นขาดห้วงและสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสมองส่วนลึกเริ่มยอมจำนนต่อคำสั่งเสียงสะกดจิตอันไพเราะและเยือกเย็นของดร.น้ำฟ้า ที่ดังสม่ำเสมอผ่านสายหูฟังพิเศษ
ตรงมุมห้องที่มืดสลัวที่สุด ท่านพลกฤตยืนกอดอกแน่น ร่างทั้งร่างเหยียดเกร็งจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นรอยปูดนูน ใบหน้าของข้าราชการรุ่นใหญ่บูดบึ้งปั้นปึ่งและเต็มไปด้วยความอับอายขายหน้าสะสม ทว่าดวงตาคมกริบที่สั่นระริกกลับจ้องเขม็งไปยังร่างของภรรยาสุดที่รักตรงหน้า ความรู้สึกรัก ใคร่ เจ็บช้ำ และศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่กำลังจะถูกเหยียบย่ำในห้องบำบัดแห่งนี้ตีรวนกันอยู่ในอกจนเขาต้องหายใจหอบสั่น
"หลับตาลงให้ลึกขึ้นเรื่อยๆ ค่ะคุณหญิง..." น้ำฟ้าเอ่ยเสียงนุ่มนวล ลื่นไหลราวกับสายน้ำที่ไร้แรงต้านทาน พยายามสะกดและประคองสมาธิของตนเองอย่างที่สุด "ปล่อยวางม่านบังตาที่ขังความลับอันทรมานของคุณเอาไว้... นิมิตจำลองชีวิตรักที่คุณต้องการป้อนเข้ามาในสมองส่วนลึกได้เลยค่ะ..."
เมื่อสิ้นคำสั่งสะกดจิต ภาพจำลึกสุดใจของคุณหญิงกรองแก้วก็พรั่งพรูออกมาในจิตใต้สำนึกทันที มันเป็นฉากตัณหาบิดเบี้ยวที่เกือบทำลายชีวิตสมรส ในห้วงนิมิตจำลองนั้น คุณหญิงกรองแก้วยินยอมพร้อมใจที่จะสละศักดิ์ศรีทั้งมวล ยอมจำนนทอดกายเปลือยเปล่าให้กลุ่มชายฉกรรจ์ร่างใหญ่อูมหนาและหยาบช้าเข้ามารุมรังแกขยี้สวาท ชำเราผิวเนื้อนวลอย่างป่าเถื่อนรุนแรง โดยที่ท่านพลกฤตผู้เป็นสามีต้องจำยอมจ้องมองความอัปยศเหล่านั้นในสภาพที่ถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้ ไม่สามารถขยับเขยื้อนไปช่วยเหลือได้ ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูภรรยาของตนกรีดร้องและสุขสมภายใต้ร่างของชายชู้อูมหนาเหล่านั้นทีละคืบอย่างอดสู
"อ๊ะ... อื้อออ... ท่านคะ... กรองแก้ว... กรองแก้วกลัว..."
คุณหญิงกรองแก้วพึมพำเสียงละเมอแหบพร่าลอยฟุ้งกลางห้องบำบัด ร่างกายทางกายภาพของเธอในโลกจริงตอบสนองความกำหนัดในภวังค์อย่างรุนแรง ผิวเนื้อขาวนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ เม็ดเหงื่อกลมพราวผุดเกาะเต็มใบหน้าและลำคอ สองขาเรียวบดเบียดสั่นเทา สะโพกกลมกลึงยกส่ายโยกเบาๆ บนเบาะหนังอย่างทรมานจากความสยิวซ่าน ร่องรักสีหวานหลั่งหยาดน้ำหล่อลื่นสาวเปียกชุ่มออกมาท่วมท้นจนเปื้อนเนื้อผ้ากระโปรงหรูหรา
ท่านพลกฤตจ้องมองภาพภรรยาที่นอนบิดเร่าส่งเสียงครางครวญหาชายอื่นด้วยแววตาปวดช้ำทรมานสุดกำลัง สองมือกำแน่นจนเล็บยาวเกือบจิกเนื้อฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นโทสะและความรู้สึกกระสันรักแปลกประหลาดที่ปะทุตามมาอย่างหักห้ามไม่ได้
แต่คนที่ต้องรับศึกหนักที่สุดในห้องบำบัดแห่งนี้คือ ดร.น้ำฟ้า
กระแสประจุราคะและความปรารถนาอันรุนแรงวิปริตที่ระเบิดตัวออกจากจิตใจของคุณหญิงกรองแก้วผสมโรงกับอารมณ์บีบคั้นของพลกฤต แผ่ซ่านโชยอบอวลอยู่ในห้องหนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นไออุ่นร้อนที่มองเห็น น้ำฟ้าที่ต้องเพ่งสมาธินำทางกระบวนการสะกดจิตโดนไอกามารมณ์และสัมผัสความเสียวซ่านเหล่านั้นปะทะเข้าใส่ตัวเธอตรงๆ โดยไม่มีเครื่องกำบัง
*วิบ... วิบ... วิบ...*
ใต้ปกเสื้อเชิ้ตของน้ำฟ้า ปลอกคอสมอประสาทพกพาทำงานอย่างบ้าคลั่งเพื่อต่อต้านคลื่นรบกวน ทว่าความถี่ต่ำที่ปล่อยออกมาเพื่อสะกดกั้นกลับเริ่มควบคุมสัญญาณมลทินที่หนักหน่วงเกินพิกัดไม่อยู่ ตัวชิปประมวลผลขนาดจิ๋วสะสมประจุจนเกิดความร้อนจัด แผ่ความร้อนระอุเผาลวกผิวลำคอขาวเนียนของจิตแพทย์สาวจนขึ้นรอยแดงไหม้จางๆ ไฟแจ้งสัญญาณเตือนภัยอันตรายกะพริบเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดงชาดถี่ยิบส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ
ความร้อนทางกายภาพผนวกกับไอราคะที่กดดันส่งผลให้เมล็ดพันธุ์ราคะในสมองของน้ำฟ้ารับปุ๋ยตัณหาแสนหวานเข้าไปอย่างล้นหลาม พลังสะกดจิตของเธอแตกร้าว เปิดโอกาสให้เมล็ดพันธุ์ชั่วร้ายเติบโตจนฟักร่างจำลองของธิดามารราคะออกมาได้เกือบสมบูรณ์แบบในโลกจิตลวงตา
*วูบ...*
หมอกควันหนาทึบสีม่วงลอยฟุ้งล้อมรอบกายน้ำฟ้า ปล่อยให้ความมืดและอายตัณหาปิดกั้นการรับรู้จากโลกภายนอกจนเกือบหมดสิ้น ร่างจำลองของปีศาจสาวราคะสีม่วงผู้งดงามปานเทพธิดามาร ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าประชิดแผ่นหลังของน้ำฟ้าอย่างเงียบเชียบ สองแขนเรียวสีม่วงลึกลับโอบรัดบ่าบางไว้หลวมๆ ก่อนจะลากไล้ฝ่ามือที่เย็นเยียบทว่าแฝงความร้อนรุ่มผ่านลาดไหล่ลงมาบีบเค้นเต้าทรวงอวบอิ่มอย่างแผ่วเบาแต่เน้นย้ำ ยั่วเย้าให้กายสาวเสียวซ่านสะท้านรัญจวน ใบหน้าของมารราคะโน้มต่ำลงจนชิดนวลแก้มใส ปลายลิ้นชื้นโลมเลียไปตามใบหูระหงและซอกคอ พร้อมเป่าลมหายใจร้อนระอุที่อบอวลด้วยอายเสน่หาเป่ารดผิวเนื้อจนร่างกายของน้ำฟ้าสั่นเทิ้มระริกอย่างควบคุมตนเองไม่อยู่
'ดูสิหมอคนเก่ง...' น้ำเสียงหวานแหบพร่าชวนบาปดังแว่วสะท้อนก้องในโสตประสาทและส่วนลึกของสมองของน้ำฟ้า ราวกับเสียงกระซิบโลมเลียของยอดชู้ 'แรงปรารถนาของมนุษย์พวกนั้นช่างร้อนแรงและหอมหวานเหลือเกิน... ปลอกคอแสนเปราะบางบนลำคอของเจ้าแทบจะพังทลายอยู่แล้ว เหตุใดต้องฝืนสะกดกลั้นความหิวกระหายนี้ไว้เล่า... ปล่อยใจให้เริงร่ากับกิเลสในจิตใจของเจ้าเถอะ... ปลดปล่อยอารมณ์ดิบออกมา... ยอมจำนนต่อข้า แล้วเข้ามาดื่มด่ำกับคลื่นตัณหาอันยิ่งใหญ่นี้เสียดีๆ...'
"อึก... ไม่..." น้ำฟ้าพึมพำเสียงแผ่วในลำคอ ใบหน้าสวยสะคราญบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านล้ำลึกที่ปะทุขึ้นในช่องท้องน้อย ร่องรักเปียกชื้นหลั่งน้ำอุ่นออกมาจนชุ่มกางเกงในผ้าบาง สองขาเรียวสั่นเทาจนแทบยืนทรงตัวไม่อยู่ เธอพยายามกัดริมฝีปากล่างของตนแน่นอย่างสุดกำลังเพื่อหวังเอาความเจ็บปวดลึกๆ ทางกายภาพมาดึงรั้งตรรกะเหตุผล เลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาที่มุมปากบาง กลิ่นคาวเลือดแตะจมูก
ทว่า คำพร่ำล่อลวงสีม่วงและความเสียวซ่านอันเกิดจากสัมผัสเล้าโลมลวงตาของอสุรร้ายด้านหลังยิ่งทวีความป่าเถื่อนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างจำลองสีม่วงสอดนิ้วลวงตาขยี้ปุ่มเสียวซ่านในกายของเธอรัวเร่งจนสมองของน้ำฟ้าขาวโพลนไปหมด คลื่นสมองส่วนการตัดสินใจถูกบิดเบือนสัญญาณอย่างสมบูรณ์แบบ
ดวงตาคู่สวยที่เคยนิ่งเยือกเย็นของดร.น้ำฟ้า พลันเปลี่ยนไปเป็นแววตาที่เหม่อลอยไร้ชีวิตจิตใจ ม่านตาสีดำสนิทถูกแทนที่ด้วยคลื่นหมอกสีม่วงเข้มข้นจนแทบจะกลืนกินนัยน์ตาทั้งดวงอย่างเต็มเปี่ยม
ในห้วงนิมิตสะกดจิตบำบัดของคุณหญิงกรองแก้ว จิตใต้สำนึกของคุณหญิงกำลังรอคอยให้ชู้รักเปิดประตูห้องเพื่อก้าวเข้ามาย่ำยี ร่างกายที่ไร้การควบคุมตรรกะของน้ำฟ้าขยับก้าวเดินอย่างไร้ทิศทางตรงไปยังบานประตูทางเข้าออกของห้องบำบัดลับอย่างเชื่องช้าตามกระแสภวังค์ตัณหาที่ครอบงำสมอง มือเรียวสั่นเทายื่นนิ้วไปแตะสัมผัสกลอนประตูโลหะและเตรียมจะบิดปลดล็อกเพื่อเปิดกว้างเรียกคนภายนอกตามภาพสะกดจิตจำลองในวินาทีนั้น
ภายในห้องควบคุมหลังกระจกสองทาง รินเฝ้าจ้องมองระดับคลื่นสมองบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตึงเครียด เขาตรวจพบสัญญาณคลื่นสมองของน้ำฟ้าที่แสดงผลประสาทสัมผัสสั่นพ้องผิดปกติ ดิ่งวูบลงอย่างรวดเร็ว เส้นกราฟสีฟ้าที่เป็นตัวแทนของสติสัมปชัญญะแตกร้าวสลายหายไป ค่าระดับความเสถียรของดวงจิตดิ่งลงอย่างน่ากลัวจนเหลือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสภาวะวิกฤตอันตรายสูงสุด!
ไฟสัญญาณสีแดงกะพริบรัวถี่ยิบบนหน้าจอมอนิเตอร์พร้อมข้อความแจ้งเตือนสีแดงชาดกะพริบแจ้งเหตุฉุกเฉิน
"หมอฟ้า!... อย่านะครับ!"
รินตะโกนสุดเสียงลั่นห้องควบคุมด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นเบิกกว้างสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่มีอะไรปิดกั้นได้ทันทีที่เห็นภาพน้ำฟ้าตาเหม่อลอยเรืองแสงสีม่วงและเอื้อมมือจะบิดกลอนประตูเปิดในโลกจริง ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะพยายามกดควบคุมรีโมตส่งคำสั่งเหนี่ยวนำประคองสติฉุกเฉิน ทว่าหน้าจอกลับแสดงสถานะเตือนล้มเหลวเนื่องจากอุปกรณ์สะสมความร้อนสูงจนขาดการตอบสนองชั่วขณะ
รินผลักเก้าอี้กระเด็นล้มลงบนพื้นแล้วถลาตัววิ่งทะยานออกจากห้องควบคุมอย่างรวดเร็วที่สุดในชีวิต เขาวิ่งผ่านทางเดินอันเงียบงันพุ่งตรงเข้าใส่บานประตูห้องบำบัดลับพิเศษเพื่อขัดขวางภัยพิบัติและความพินาศในดวงจิตของจิตแพทย์สาวที่กำลังจะปะทุระเบิดออกในเสี้ยววินาทีถัดไป!