ตอนที่ 15
เด็กดื้อเ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก (1/2)
“อวี้เอ๋อร์ !”
ตู้มมมมมมม
แม้จะพอมีสติเห็นแล้วว่ามีผู้ะโลงมาช่วยแต่ด้วยกระแสน้ำพัดพาให้ร่างเล็กห่างจากฝั่งไปเรื่อย ๆ ไป๋อวี้พยายามถีบตัวให้พ้นเหนือน้ำด้วยความทุลักทุเลนางร้ายสาวมีหนึ่งจุดอ่อนที่พยายามป้องกันด้วยการพาทหารมานั่นก็คือ....นางว่ายน้ำไม่เป็!
ตะเกียกตะกายจนหมดแรง ร่างกายคล้ายว่าหนักอึ้งจนไม่สามารถพยุงตัวเอาไว้และค่อยๆ จม ประกอบกับสำลักน้ำหนักขึ้นแต่การช่วยเหลือก็ยังมาไม่ถึง ร่างบอบบางจมลงสู่แม่น้ำในที่สุด””
เมื่อเห็นว่าร่างบางจมหายไปจากสายตาตนรองแม่ทัพใหญ่ก็ยิ่งร้อนใจเขาดำน้ำทันทีโดยไม่รีรอ ดวงตาสีรัตติกาลเปิดกว้างภายใต้กระแสน้ำอย่างไม่มีอุปสรรค‘ไป๋เหอ’ พยายามมองหาร่างของน้องสาวที่ตน
แม้ในใจจะร้อนรุ่มด้วยความเป็ห่วงน้องสาวสุดที่รักแต่เขาก็ถูกฝึกมาให้มีสติในทุกสถานการณ์ ไม่นานก็มองเห็นร่างของน้องสาวคนรองที่สมควรอยู่ที่จวนแต่บัดนี้กำลังหมดสติและลอยไปตามกระแสน้ำร่างสูงรีบเข้าประชิดตัวไป๋อวี้และพานางขึ้นจากน้ำในที่สุด
กลุ่มคน้าเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนขึ้นมาแล้วก็โล่งใจกันยกใหญ่ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากช่วยแต่สตรีผู้นี้เป็ถึงคุณหนูคนรองตระกูลไป๋ ทั้งยังเป็น้องสาวที่ไป๋เหอเ้านายของพวกเขาหวงแหนกว่าสิ่งใดในโลกจึงไม่กล้าแม้จะมองนางตรง ๆ ด้วยซ้ำ
ไป๋อวี้ถูกพาขึ้นจากแม่น้ำด้วยสภาพเปียกปอนโชคดีที่นางใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มเมื่อเปียกน้ำเสื้อผ้าแนบชิดกับร่างกายจนเห็นสัดส่วนเย้ายวนแต่ก็ไม่บางจนเห็นเนื้อหนังรอบตัวของนางมีไอมนตราสีดำห่อหุ้มอยู่ไป๋เหอใช้มนตราเยียวยาที่ไม่ถนัดยื้ออาการน้องสาวของตนไว้เพื่อรอให้หมอมารักษาอย่างถูกวิธี
“เรียนท่านรองแม่ทัพไป๋ ไม่ไกลจากนี้มีหมู่บ้านที่มีหมอหลวงประจำอยู่ที่นั่นขอรับ”เป็ทหารที่มากับไป๋อวี้รีบคุกเข่ารายงานเมื่อเห็นว่าที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดรักษาคุณหนูไป๋ได้เลย
“เป็หมู่บ้านใกล้วัดประจำตระกูลไป๋ที่หวางเย่เคยประทับใช่หรือไม่”
“ขอรับ”
“ดียิ่ง..” ไป๋เหอกระชับอ้อมแขนที่โอบอุ้มน้องสาวเอาไว้“..ข้าจะล่วงหน้าไปก่อน สองคนตามข้ามาที่เหลือจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยและรอฟังคำสั่ง”
“คุณชายใหญ่เ้าคะ ให้บ่าวไปด้วย” เสี่ยวซีก็ร้อนใจไม่แพ้กัน
“เ้าพานางไป” คุณชายใหญ่ตระกูลไป๋หันมาสั่งลูกน้องอย่างเร่งรีบก่อนทะยานตัวออกไปด้วยวิชาตัวเบาร่างสูงมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านโดยเร็วที่สุด เสี่ยวซีที่ถูกอุ้มด้วยชายชุดดำผู้เก่งกาจวิชาตัวเบาตามไปอย่างกระชั้นชิดและมีชายชุดดำอีกคนถือกระบี่ตามหลังปิดขบวน
ไป๋เหอพาไป๋อวี้มาถึงมือหมอในที่สุดเคราะห์ดีที่มนตราเยียวยาที่ห่อหุ้มตัวไว้ทำให้ไป๋อวี้ได้รับการรักษาทันและไม่มีอาการใดที่น่าเป็ห่วงบัดนี้รอเพียงแต่นางฟื้นขึ้นมาก็เท่านั้น
เดิมทีคนในหมู่บ้านต่างพากันตามหาคุณหนูไป๋ผู้หายตัวไปแต่ไม่มีผู้ใดคิดว่านางจะออกไปไกลจนถึงต้นแม่น้ำโอวหยางิเซียนและไป๋ฮวาได้รับข่าวว่าไป๋อวี้หายตัวไปก็รีบกลับมาทันทีแต่เมื่อกลับมาก็เห็นร่างบอบบางนอนนิ่งใบหน้าซีดเซียวและพบกับผู้มาใหม่ที่ตอนนี้สมควรอยู่ที่ชายแดนมากกว่า
“ถวายพระพรฉินหวางพ่ะย่ะค่ะ” ไป๋เหอประสานมือน้อมศีรษะให้ผู้สูงศักดิ์ในขณะที่ไป๋ฮวาก็ยอบตัวคารวะพี่ใหญ่ที่นางจำได้จากความทรงจำจากร่างเดิมด้วยความงุนงง
“เปิ่นหวางคิดว่าเ้าประจำอยู่ที่ชายแดน”
“ทูลหวางเย่ กระหม่อมตามเสด็จท่านแม่ทัพใหญ่กลับเมืองหลวงตามพระราชโองการพ่ะย่ะค่ะระหว่างทางพบกับน้องรองที่ริมแม่น้ำ โชคร้ายนักที่นางตกลงไปโดยไม่ทันระวังตัว”ไป๋เหอเลือกที่จะพูดปดกับโอวหยางิเซียนเพราะหากตนเอ่ยความจริงออกไป อาจจะทำให้ภารกิจลับของตนที่ได้รับคำสั่งมาจากโอวหยางเฟยหลงถูกล่วงรู้ได้
ระหว่างที่ไป๋อวี้รักษาตัวไป๋เหอได้สอบถามจากนายทหารที่ตามมาทีหลังจึงทราบว่าไป๋อวี้ออกมาเพื่อตามหาเบาะแสของโรคระบาดผู้เป็พี่นึกอยากจะตีน้องสาวของตนนัก เหตุใดจึงกระทำสิ่งที่อันตรายเช่นนี้ แต่ก็อดภูมิใจไม่ได้ที่น้องสาวของตนมองการณ์ไกลและเกือบจะพบเบาะแสแล้วหากเขาไม่ไล่ล่าศัตรูมาเจอเข้า
ความจริงแล้วเขาผู้เป็รองแม่ทัพใหญ่ได้รับภารกิจจากรุ่ยหวางให้มาตรวจสอบเื่นี้อยู่เช่นกันแต่บังเอิญเจอศัตรูที่เกี่ยวข้องกับภารกิจลับและศพนั้นจึงทำให้เกิดการต่อสู้ไล่ล่ากันกว่าหนึ่งชั่วยาม
ไป๋เหอเอื้อมมือลูบใบหน้างามแต่ทว่าซีดขาวของสตรีที่สำคัญกว่าผู้ใดแล้วก็นึกโทษตัวเองอยู่ในใจเขาไม่อาจปล่อยให้นางนำศพกลับมาเอง เพราะจะมีเื่ยุ่งยากและสร้างปัญหาให้ไป๋อวี้มากกว่านี้ทั้งยังกระทบต่อภารกิจลับที่โอวหยางเฟยหลงได้รับพระราชโองการมาจากฮ่องเต้เป็แน่
“พี่ขอโทษ น้องรัก”
ริมฝีปากอุ่นทาบทับลงบนหน้าผากนวลเนียนของผู้ที่อยู่ในนิทรา
ความพยายามของเ้าในวันนี้ทั้งพี่และหวางเย่ต่างรู้ดีแต่เพื่อส่วนรวม...พี่จะบอกเื่นี้กับผู้ใดไม่ได้
.
.
.
ั้แ่เกิดเหตุคุณหนูรองพลัดตกไปน้ำก็ผ่านไปแล้วสองวันการรักษาชาวบ้านด้วยการฝังเข็มกำลังเป็ไปด้วยดีสถานการณ์จึงไม่ตึงเครียดมากนักด้านไป๋อวี้ที่หมดสติไปก็เพิ่งรู้สึกตัวหลังจากหลับไปสองวันเต็ม ๆ แพขนตาหนากะพริบถี่เพื่อปรับการมองเห็นร่างบางค่อย ๆ พยุงตัวลุกหาน้ำดื่มเพราะนางคอแห้งเหลือเกิน
“น..น้ำ”
“อวี้เอ๋อร์” นามที่คุ้นเคยถูกเปล่งด้วยน้ำเสียงนุ่มของบุรุษที่นั่งเฝ้าอยู่นานสักพักริมฝีปากแห้งก็ได้ดื่มน้ำจนชุ่มคอไป๋เหอวางถ้วยน้ำชาไว้เรียบร้อยแล้วหันมาลูบศีรษะน้องสาวกล่าวถ้อยคำที่คับแน่นหัวใจ“พี่เป็ห่วงเ้านัก”
“พี่ใหญ่”
ไป๋อวี้พินิจมองเ้าของดวงตาสีเดียวกับตนพลางนึกถึงความทรงจำที่มีนางพบว่าชายตรงหน้าคือพี่ชายคนโตที่เกิดจากเยวี่ยเหมยเช่นเดียวกับนางหลายปีมานี้ไป๋อวี้ไม่ได้พบไป๋เหอบ่อยนักเพราะเขาร่วมรบกับโอวหยางเฟยหลงั้แ่เด็กจนรั้งตำแหน่งรองแม่ทัพใหญ่ที่น่าภาคภูมิใจ ซึ่งเ้าของร่างนี้กับพี่ชายของตนก็มีความสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่แน่นแฟ้นยิ่งนัก
“เด็กดื้อ เ้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก”
ไป๋อวี้รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อจู่ๆ ก็ถูกพี่ชายดึงเข้าไปกอดเสียแน่นจนนางอึดอัด แต่ร่างบางก็ไม่ได้ผลักไสอันใดทั้งยังมีหยาดน้ำใสไหลรินจากดวงตาหงส์ ความรู้สึกอบอุ่นใจที่เกิดขึ้นโดยที่นางไม่สามารถควบคุมได้
นี่หรือสายสัมพันธ์พี่น้องของไป๋อวี้และไป๋เหอ
“พี่ใหญ่น้องขอโทษเ้าค่ะน้องเพียงอยากทำตัวให้เป็ประโยชน์ต่อสถานการณ์เช่นนี้” หลังจากกลั้นน้ำตาได้นางก็เอ่ยกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมทั้งกอดตอบเสียแน่น ใบหน้างามซุกหาความอบอุ่นบนอกแกร่งของพี่ชาย
ซึ่งแน่นอนว่ากิริยาและน้ำเสียงเช่นนี้ทำให้ไป๋เหอใจอ่อนกับน้องสาวผู้นี้ทุกครั้ง
“น้องน้อยของพี่ เ้าอยู่เฉย ๆ ก็เป็ประโยชน์แล้วผู้ใดมันบังอาจหาว่าน้องของพี่ไร้ประโยชน์” มือใหญ่ลูบเส้นผมนุ่มลื่นของน้องสาวใบหน้าหล่อเหลาแย้มยิ้มจนเห็นลักยิ้มข้างแก้มที่มีไม่ต่างจากผู้เป็น้อง
เขาคิดถึงนางเหลือเกิน
“น้องอยากเก่งอย่างท่านพี่อย่างไรล่ะเ้าคะจะให้อยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร” ไป๋อวี้จับมือหนามาแนบแก้มพวงแก้มนิ่มถูไถกับฝ่ามืออุ่นของพี่ชายอย่างออดอ้อน แม้จะไม่เคยพบเจอมาก่อนแต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาจากร่างนี้ทำให้ไป๋อวี้ปฏิบัติต่อพี่ชายด้วยความเป็ธรรมชาติและสนิทใจคล้ายว่าคุ้นเคยกับไป๋เหอมานานแสนนาน
ชาติก่อนนางไม่เคยมีพี่น้องได้ออดอ้อนเช่นนี้ช่างรู้สึกดีเหลือเกินอย่างน้อยการข้ามภพมาคราวนี้นางก็ได้พบสิ่งดี ๆ นั่นคือการมีพี่ชายหน้าตาดีไว้ให้พักพิงใจ !
“เ้าเด็กดื้อ อย่ามาออดอ้อนเสียให้ยาก บอกพี่มาว่าเ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
นิ้วเรียวยาวเคาะหน้าผากมนของน้องสาวนางเพียงหัวเราะคิกคักก่อนเล่าเื่ที่เกิดขึ้นั้แ่ที่งานเลี้ยงในวังหลวงจนถึงเื่ที่นางไปพบกับศพนั่นแต่เว้นเื่ที่นางได้ล่วงเกินโอวหยางเฟยหลงไว้ ด้วยคนผู้นั้นเป็ผู้บังคับบัญชาของพี่ชายหากนางบอกกล่าวไปว่าตนทำสิ่งใดไป พี่ชายของนางคงได้ไปนั่งคุกเข่าขอขมาแทนนางสามวันสามคืนเป็แน่
ไป๋อวี้และไป๋เหออายุห่างกันเพียงหนึ่งปีพี่ชายและน้องสาวคู่นี้เกิดจากภรรยาเอกของตระกูลไป๋ ทั้งสองถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันและสนิทสนมกันที่สุดไป๋เหอรักน้องสาวของตนมากเพราะเขารู้ดีว่าน้องสาวต้องเจอสิ่งใดั้แ่เล็กจนโตเื่ความขมขื่นของท่านแม่เขาก็รับรู้ดี จึงไม่เคยเอ่ยห้ามเมื่อเยวี่ยเหมยฝึกฝนและสั่งสอนไป๋อวี้ให้เก่งกาจเพียบพร้อมเพื่อเป็พระชายาของฉินหวาง
ไป๋เหอเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลไป๋ซึ่งเป็ตระกูลขุนนางฝ่ายบุ๋นแต่บุรุษผู้นี้กลับไม่รับราชการเป็ขุนนางตามรอยบิดา เขาเลือกที่จะรับราชการทหารเข้าร่วมกองทัพใหญ่ของโอวหยางเฟยหลงฝึกฝนตนเองจนก้าวหน้าทางตำแหน่งเพื่อสร้างขุมอำนาจด้านการทหาร เพื่อภายภาคหน้าอำนาจของเขาจะส่งให้ไป๋อวี้เหมาะสมต่อตำแหน่งฉินหวางเฟยมากที่สุด
แม้มารดาและน้องสาวจะทำตัวร้ายกาจต่อคนในจวนไปบ้างแต่เขาก็หาได้เก็บมาถือสาไป๋เหอคิดเพียงแต่ว่าจะทำเช่นไรให้มารดาและน้องสาวมีความสุขเพราะทั้งสองนั้นเป็สตรีที่สำคัญที่สุดในชีวิต เขาจึงจะต้องส่งเสริมพวกนางอย่างสุดความสามารถ
“เช่นนั้นน้องสี่ก็คงจะพยศกับเ้าไม่น้อย”
“เ้าค่ะ แต่น้องกำราบไปบ้างแล้ว”
“ดียิ่ง เวลาไม่อยู่จวน พี่ห่วงเ้ากับท่านแม่นัก”
“ท่านพี่ก็กลับมาอยู่จวนสิเ้าคะ” ไป๋อวี้ออดอ้อนหนักขึ้น ในซีรีส์ไป๋เหอไม่ได้มีบทบาทมากนักจนทำให้ไป๋อวี้ลืมไปเลยว่าในชาตินี้นางมีพี่ชายแต่เมื่อพี่ชายที่มาอยู่ตรงหน้าและแสนดีเช่นนี้นางจึงออดอ้อนเขาให้หนัก ความคิดถึงที่ท่วมท้นออกมาจากหัวใจทำให้นางอยากรั้งพี่ชายเอาไว้ข้างกาย
“ครั้งนี้พี่ตามเสด็จแม่ทัพใหญ่มา คงอยู่เมืองหลวงนานอยู่จริงสิ..” คนเป็พี่นึกบางอย่างขึ้นได้ไป๋เหอล้วงเอาถุงผ้าไหมสีดำปักลวดลายงดงามยื่นให้น้องสาว “..เมื่อวานหวางเย่ให้ม้าเร็วฝากสิ่งนี้มาให้เ้า”
ไป๋อวี้รับมาอย่างงุนงง
“มันคือสิ่งใดเ้าคะ”
“อาจจะเป็ของตอบแทนที่เ้าช่วยเหลือพระองค์ไว้คราที่าเ็ก็เป็ได้”
โอวหยางเฟยหลงบอกไป๋เหอว่าครั้งที่าเ็นั้นได้น้องสาวของเขาเป็ผู้ช่วยเหลือรองแม่ทัพหนุ่มจึงคาดเดาไว้ว่าของในถุงผ้าก็คงหนีไม่พ้นคำขอบคุณของหวางเย่ผู้สูงศักดิ์แต่ความคิดของไป๋เหอกลับทำให้ไป๋อวี้ก็งุนงนยิ่งขึ้น
นางจำได้ว่าเขาเคยให้หยกดำแทนคำขอบคุณแล้วมิใช่หรือ ?เหตุใดยังสิ่งสิ่งนี้มาให้อีก ?
เมื่อคิดอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบ ไป๋อวี้จึงไม่รอช้ารีบล้วงดูของในถุงผ้าสวยงามนางพบว่าด้านในมีจดหมายเขียนด้วยลายมืองดงามเสียจนนางไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็ลายมือของบุรุษผู้ไร้มารยาทผู้นั้น
ในจดหมายมีตัวอักษรอยู่เพียงไม่กี่คำ แม้จะไม่ได้ลงชื่อไว้แต่ประโยคเ่าั้ก็ทำให้ไป๋อวี้เชื่อสนิทใจว่าเป็จดหมายจากโอวหยางเฟยหลงแน่นอนเพราะเนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า..
‘ตัวโง่งม เ้าสมควรไปฝึกกระบี่’
นี่มันของตอบแทนประเภทใดกัน ? ตั้งใจกวนโทสะกันชัดๆ ! นางเป็สตรีจะแกว่งกระบี่ไม่เป็ก็หาใช่เื่ผิดทำมาไล่ให้ข้าไปฝึกฟาดฝึกฟัน...ท่านก็ไปฝึกเย็บผ้าสิ !
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook: หงเฟย 弘飛
Twitter: @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนสวน
-------------