จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    ตอนที่ 82 ทักษะลวงตา

     

                          ในการประลองครั้งนี้ถูกกำหนดมาว่าห้ามใช้ทักษะที่มีพลังทำลายล้างที่มีความรุนแรงเป็นอันขาดเพราะอาจจะเกิดผลกระทบข้างเคียงต่อเรือเหาะก็เป็นได้จึงถูกจำกัดให้เพียงแค่ให้ใช้พลังทางกายภาพและก็ทักษะระดับต่ำเท่านั้นจุดประสงค์ของการประลองก็เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนฝีมือกันโดยไม่ได้เพื่อหวังผลแพ้หรือชนะเป็นสำคัญถึงแม้ว่าในการประลองในครั้งนี้จะเป็นเพียงการแลกเปลี่ยนฝีมือแต่มันก็สร้างความสนใจกับคนทั่วไปอยู่ดีเพราะคนทั้งคู่ต่างก็มีความแข็งแกร่งในระดับ  1ใน5 ของอาณาจักร


    มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาดูภาพเหล่านี้ได้เพราะตัวของราชาริวมะนั้นเป็นถึงผู้ปกครองแห่งราชอาณาจักรคราวถึงแม้ว่าจะเกิดสงครามคนระดับผู้ครองดินแดนไม่จำเป็นที่จะลงมือเองเลยดังนั้นภาพที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ถือว่าหาดูได้ยากยิ่งส่วนทางด้านเซย์รินเองนั้นก็หาที่นั่งเพื่อรอรับชมการประลองในครั้งนี้โดยรอบๆตัวเด็กหนุ่มเอลซ่าและแชลเทียร์เองก็นั่งอยู่คอยรับชมด้วย


    "ท่านเซย์รินคิดว่าการประลองครั้งนี้ใครจะเป็นผู้ชนะกันเอลซ่าหันมาถามเด็กหนุ่มด้วยความสงสัย

    "หากในยามปกติพ่อของเจ้าย่อมเป็นฝ่ายชนะอย่างไม่ต้องคิดให้มากความแต่ว่าในการประลองในครั้งนี้ถูกห้ามใช้ทักษะระดับสูงเพราะมีความรุนแรงจนเกินไปอาจจะทำให้ได้รับผลกระทบข้างเคียงต่อเรือเหาะลำนี้ส่วนหัวหน้ากิลนักผจญภัยเองเดิมทีก็มีพลังน้อยกว่าพ่อของเจ้า1ระดับ และด้วยเนื่องจากกฎข้อห้ามในการใช้ทักษะระดับสูงและด้วยเหตุนี้ทำให้หัวหน้ากิลนักผจญภัยมีความได้เปรียบอยู่บ้างเป็นเพราะโดยพื้นฐานพลังแทบจะทั้งหมดของเขาหนักไปทางกายภาพเสียมากกว่าถ้าหากให้ข้าเดาละก็ศึกในครั้งนี้คุณแฮนซ่ำหน้าจะเป็นฝ่ายชนะพ่อของเจ้าแต่ก็คงจะหืดขึ้นคอเอาเหมือนกัน


    "หืม ท่านพ่อของข้าจะแพ้อย่างงั้นรึ เอลซ่าทำท่าทางครุ่นคิดจากการวิเคราะห์ของชายหนุ่ม

    "ผลของการประลองที่แท้จริงยังไม่มีใครทราบอะไรมันก็เกิดขึ้นได้เจ้าก็คอยดูด้วยตาของตนเองเสียเถอะ

    "ค่ะท่านเซย์ริน คงจะเป็นจริงดังท่านว่าเพราะตั้งแต่ข้าเกิดมานั้นข้ายังไม่เคยเห็นท่านพ่อพ่ายแพ้ให้แก่ใครมาก่อน


    ณ สนามประลองประจำเรือเหาะหมายเลข 1

    คนทั้งคู่ต่างก็สบตากันแทบจะไม่กระพริบตาเลยทีเดียวเพราะต่างคนต่างก็รู้ถึงความแข็งแกร่งของคนตรงหน้าดี

    "หากเจ้ายังไม่เข้ามาข้าจะเป็นฝ่ายบุกก่อนเอง..เจ้ากอลิล่ายักษ์ เมื่อสิ้นเสียงของริวมะ มันก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงภายในพริบตา

    พรึบ พรึบ พรึบ


    พลังหมัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อัดเข้าใส่ที่ร่างของคนตรงหน้าอย่างไร้ปราณี

    ตู๊มมมมมมมม ตู๊มมมมมมมมมมม

    เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ร่างของหัวหน้ากิลนักผจญภัยถึงกับกระเด็นเพราะการตั้งตัวไม่ทัน

    "ฟู่………เกือบไปแล้วไหมล่ะเจ้ายังเป็นคนที่ใจร้อนเหมือนเดิมเลยนะ ริวมะ ไม่เสียแรงที่เป็นคู่แข่งเพียงคนเดียวของข้าคนนี้พลังหมัดของเจ้ายังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิมแต่น่าเสียดายที่เจ้าจะวัดพลังกายภาพกับข้าเจ้าเล่นผิดคนแล้วท่านราชาผู้ยิ่งใหญ่…


    "ชิ นึกว่าจะจัดการได้ภายในหมัดเดียวเสียอีก….ยังเป็นคนที่จัดการยากเหมือนเคย

    "ข้าจะสอนให้เจ้ารู้ซึ่งถึงพลังหมัดที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยพลังเองท่านราชาตาข้าบ้างล่ะ

    ตู๊มมม ตู๊มมม ตู๊มมม พริบตาเดียวแฮนซ่ำถึงกับระเบิดพลังของตนออกมาเพื่อจัดการกับคนตรงหน้า

    พรึบ พรึบ พรึบ ตู๊มมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!!!


                   ริวมะ ร่างถึงกับปลิวไปไกลด้วยแรงหมัดที่ถูกอัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาลมันมากกว่าตนที่ปลดปล่อยพลังเมื่อครู่เสียอีกซึ่งตัวมันเองก็เริ่มที่จะรู้ตัวแล้วว่าหากไม่สามารถใช้ทักษะระดับสูงได้ละก็เสียเปรียบคนตรงหน้าอย่างไม่ต้องคิดเพราะเดิมทีเจ้าหมอนี่มันก็เป็นพวกประเภทบ้าพลังอยู่แล้ว


    "เห้อ…เจ้านี่ยังบ้าพลังเหมือนเดิมการประลองในครั้งนี้ข้าคงจะเสียเปรียบเจ้าเยอะเลยละซินะ

    "จิ๊ จิ๊ ฮ่า ฮ่า ท่านราชาริวมะผู้ยิ่งใหญ่ตัวท่านจะขอยอมแพ้ก็ได้นะข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรแฮนซั่มรู้สึกชอบใจกับท่าทางสหายของตน

    "ให้ข้าผู้นี้ยอมแพ้อย่างงั้นรึไม่มีทางเด็ดขาด เจ้าฝันไปเถอะ….


                       การต่อสู้ของคนทั้งสองแทบจะไม่ใช้พลังเวทออกมาเลยใช้เพียงแค่พลังกายแต่นี่มันก็มากพอที่จะสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมทั่วไปเพราะพลังการโจมตีเพียงแค่กายภาพล้วนๆนั้นก็สร้างความรุนแรงเป็นอย่างมากแล้วพวกมันไม่อยากจะเชื่อต่อภาพตรงหน้าว่านี่คือพลังของมนุษย์หรือสัตว์ประหลาดกันแน่

    ตู๊มมมมม ตู๊มมมม


    ทั้งสองคนต่างก็แลกหมัดกันอย่างเมามันต่างก็ไม่มีใครยอมใครเพราะนี่ถือว่าเป็นรอบใน 10 ปีเลยที่คนทั้งสองได้ประลองกันอีกครั้งเพราะต่างคนต่างก็มีหน้าที่ ที่ต้องทำเป็นของตนเองและวันนี้ก็เป็นวันที่ทั้งสองมีความสุขเป็นอย่างมากเหมือนว่าพวกตนได้กลับไปในสมัยวัยเยาว์อีกครั้ง


    "ริวมะการโจมตีนี้จะเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายจากข้าเจ้าจงตั้งใจรับมันไว้ให้ดีหากเจ้าพลาดได้นอนเป็นผักเน่าแน่

    "เข้ามาเจ้ากอลิล่ายักษ์ข้าพร้อมแล้ว……

    พรึบ พรึบ พรึบ

    หมัดทะลวงภูผา ขั้นสูงสุด ตู๊มมมมมมมมมมมมมมมม

    ร่างของริมมะถึงกับกระเด็นตกสนามประลอง ด้วยแรงระเบิด….

    เนื่องจากท่านริวมะตกสนามประลองไป จึงถูกตัดสินว่าเป็นฝ่ายแพ้ผู้ชนะได้แก่ท่านหัวหน้ากิลนักผจญภัย…


    "ชิ ข้าก็สามารถป้องกันการโจมตีของมันได้โดยไม่ได้รับบาทเจ็บแท้ๆ แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถสลายแรงกระแทกได้ริวมะ ถึงกับบ่นอุบอิบออกมา…

    "จิ๊ จิ๊ ฮ่า ฮ่า ในที่สุดข้าก็เป็นฝ่ายชนะเจ้า แฮนซ่ำถึงกับหลุดหัวเราะออกมาจากท่าทางของสหายของตน


    "เออ คือว่า ในเมื่อตัวเจ้าเองก็บาทเจ็บและเสียพลังไปมากการประลองกับข้าคงจะถูกยกเลิกใช่หรือไม่ อยู่ๆเจ้ากัสมันก็เดินขึ้นมาบนสนามประลองพร้อมทั้งกล่าวถามคนตรงหน้า

    "แน่นอนว่าย่อมไม่ หัวหน้ากิลแฮนซั่มตอบโดยไม่ต้องคิด

    "หืม… แล้วข้าสามารถใช้ดาบเป็นอาวุธได้หรือไม่

    "แน่นอนไม่มีปัญหาย่อมได้อยู่แล้ว


    ส่วนริวมะเมื่อตนเองเป็นฝ่ายแพ้แล้วมันรีบมานั่งกับพวกของเซย์รินโดยทันที

    "เจ้าหนู คิดว่าการประลองในครั้งนี้ผลจะเป็นยังไงคนของเจ้าจะพอปะมือกับเจ้ากอลิล่าได้หรือไม่

                 ริวมะถามเด็กหนุ่มด้วยความสงสัยเพราะตนเองนั้นไม่เคยเห็นการต่อสู้ของกัสมาก่อนส่วนตัวยูริเองก็คอยจับตาดูการประลองในครั้งนี้ด้วยความตั้งใจเพราะทักษะมายาของกัสนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากเธออยากเห็นด้วยตาของเธอเองว่าเจ้านี่มันจะจัดการคนที่แข็งแกร่งกว่าได้อย่างไร


    "หัวหน้ากิลนักผจญภัยจะแพ้ให้กับคนของข้าอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มพูดโดยไม่ต้องคิด

    "หือ….จะจริงอย่างที่เจ้าว่าอย่างงั้นรึเจ้าหนูก็เห็นๆอยู่พลังของมันห่างจากแฮนซ่ำถึงสองระดับ

    "หากท่านไม่เชื่อข้างั้นโปรดมองดูด้วยตาของท่านเองเลยท่านลุง


    "ข้าจะเป็นฝ่ายบุกก่อนละนะเจ้าหนุ่มแฮนซั่มเปิดฉากบุกจู่โจมก่อนโดยทันที

    ทักษะประกายเพลิง ตู๊มมมมมมมมมมมมมม

                                    เกิดเปลวไฟทั่วทั้งบริเวณของสนามประลอง ซึ่งถือว่าเป็นการโจมตีที่รุนแรงเป็นอย่างมากหัวหน้ากิลนักผจญภัยสามารถสัมผัสได้รางๆว่าคนตรงหน้านั้นเป็นตัวอันตรายในระดับนึงตนเองจะไม่ประมาทต่อคนตรงหน้าเด็ดขาดเมื่อเห็นคนตรงหน้าของตนรอดพ้นจากการโจมตีได้มันจึงทำการบุกต่อทันที


    ตู๊มมม หมัดของแฮนซ่ำ ชกไปที่ท้องของกัสอย่างหนักหน่วงแล้วหลังจากนั้นร่างของกัสก็ค่อยๆล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดแต่ยังไม่ทันที่หัวหน้ากิลนักผจญภัยจะพอใจกับผลงานตรงหน้า อยู่ๆที่คอของมันก็มีวัตถุเย็นๆพลาดอยู่


    "ยอมแพ้ซ่ะท่านแพ้ข้าแล้วอยู่ๆร่างของกัสก็โผล่มาที่ด้านข้างของหัวหน้ากิลนักผจญภัยส่วนภาพด้านหน้าที่มีกัสอีกคนที่กำลังแสดงท่าทางเจ็บปวดก็ค่อยๆจางหายไป

                          อะไรกันภาพลวงตาอย่างงั้นรึไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ากิลนักผจญภัย หรือผู้ชมคนอื่นต่างก็ไม่อยากจะเชื่อกับภาพตรงหน้าภาพลวงตาแม้แต่ราชาริวมะเองก็อดที่จะทึ่งไม่ได้ขนาดคนระดับตนยังได้รับผลกระทบต่อภาพลวงตาด้วยหากเป็นการต่อสู้จริงๆระก็สหายของตนคงจะตายอย่างไม่รู้ตัวยูริเองก็อดที่จะทึงกับภาพตรงหน้าไม่ได้ถึงแม้จะคาดอยู่แล้วว่าผลมันจะออกมาเป็นเช่นนี้ก็ตามภายในสถานที่แห่งนี้มีเพียงเซย์รินเท่านั้นที่ไม่ถูกภาพลวงตาคอบงำเป็นเพราะมีพลังจิตที่สูงส่งกว่าคนทั่วไปหลายระดับ


                            หัวหน้ากิลนักผจญภัยเองก็ถึงกับช๊อคที่ตนถูกจัดการได้ง่ายๆอย่างนี้ถึงแม้จะเจ็บใจอยู่บ้างแต่ก็สามารถทำใจยอมรับได้เพราะคนข้างหน้าตนนั้นคือของจริง

    "ข้าขอยอมแพ้…แฮนซ่ำกล่าวคำด้วยความยิ้มแย้มอย่างช่วยไม่ได้….

    คล้ายกับเรื่องจงเรียกข้าว่าจอมราชัน ที่คุณอ่าน