หนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว

    บทที่ 25 นักต่อรอง

    ในขณะที่หมากดำของจ้าวหยางที่รุกไล่ราวมังกรนั้น กลับเกิดความไม่สมดุลในกลหมากขึ้น

    ทัพหน้าที่เข้าจู่โจม กับทัพหลังของมันขาดการเชื่อมต่อกันอย่างไร้สาเหตุ

    ในกลุ่มผู้มีปัญญาชนกล่าวขึ้นอย่างเป็นปริศนาว่า “หรือ...หรือว่าที่เจ้าเด็กแดนมนุษย์นั้นยินยอมให้จ้าวหยางเดินก่อน เพียงหวังผลเช่นนี้”

    สีหน้าของเกาซุนนั้นเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวราวกับพบเจอภูตผีก็ไม่ปาน ‘ที่มันยอมให้จ้าวหยางวางหมากก่อนเพียงเพราะต้องการเห็นเส้นทางก่อทัพอย่างนั้น?’

    จ้าวหยางที่พึ่งจะรู้สึกตัว มันมองไปยังกองทัพดำของมันอย่างตื่นตระหนก

    แม้ภาพภายนอกของมันที่คนอื่นเห็น จะเป็นการบุกอย่างมุทะลุดุดันก็จริง แต่ทุกๆก้าวหมากของมันนั้นเดินด้วยความรอบครอบอย่างที่สุด

    แต่เช่นนั้น มันก็ไม่รู้เลยว่าเพราะเหตุใดหมากสีดำของมันในทัพหน้ากลับถูกตัดขาดจากทัพหลังเช่นนั้นได้

    และหมากสีขาวของหนิงเทียนไปจ่ออยู่ด้านหลังทัพขวาของมันได้อย่างไร เวลานี้จ้าวหยางอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก

    ถ้ามันเดินหน้าถล่มต่อไปมันจะทำลายทัพขาวของหนิงเทียนลงได้แต่ว่ามันนั้นไม่มีความมั่นใจที่จะเอาชนะในศึกของทัพหลังได้

    ครั้นจะเชื่อมต่อทั้งสองทัพกลับเข้าหากัน ก็กินเวลานานเกินไปไม่ทันการ

    จ้าวหยางรู้สึกตัวแล้วว่ามันไม่สามารถกลืนกินทัพหน้าของหนิงเทียน พร้อมช่วยทัพหลังของมันได้ในเวลาเดียวกัน

    ใบหน้าของจ้าวหยางบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน ชัยชนะที่มันกำอยู่ในมือบัดนี้จางหายไปแล้ว ถ้ามันมุทะลุจะหักเอาชัยทั้งหน้าและหลังในคราวเดียวกัน

    มันอาจจะต้องพบกับความชิบหายทั้งสองทัพเป็นแน่ แต่ถ้ามันเลือกทิ้งทัพหลังเพื่อเอาชนะในทัพหน้า หมากกระดานนี้ก็ต้องกลับมาเริ่มกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง

    ภายในหัวของมันครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง แต่เช่นไรการเดิมพันนี้ก็มีค่ามากเกินไป มันไม่สามารถที่จะเสี่ยงเอาชัยทั้งสองทัพได้

    มันตัดสินใจที่จะทิ้งทัพหลังของมันไปอย่างจนใจ

    อย่างไรเสียกำลังของมันนั้นก็ยังมากกว่า ถ้าต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

    จ้าวหยางหยิบศิลาดำของมันขึ้นมาด้วยโทสะ มันบีบจนศิลาสีดำนั้นเกิดรอยร้าว การเดินของมันครั้งนี้คล้ายกับเป็นการป่าวประกาศออกไปว่า

    มันนั้นตกหลุมพรางที่ศัตรูขุดไว้ ศักดิ์ศรีของมันนั้นกลับถูกเด็กในแดนมนุษย์เล่นตลกเอา ก่อนที่เม็ดหมากของมันจะกระทบกลับกระดานเหล็ก

    เสียงหัวเราะที่น่าเกลียดที่สุดเท่าที่จ้าวหยางเคยได้ยินได้ฟังมาในชีวิตนี้ก็ดังขึ้น

    “ฮ่าๆฮ่าๆๆ”หนิงเทียนหัวเราะเยาะเย้ยมันอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าของหนิงเทียนที่มองไปยังจ้าวหยางเต็มไปด้วยความดูถูกพร้อมกล่าวออกมาเสียงดัง

    “เอาเลยสิ ยอมสละทัพหลังของเจ้าให้ข้าเสียแล้วเรามาเริ่มต่อสู้กันอีกคำรบหนึ่ง แต่เจ้าจงสลักคำพูดของข้าไว้ในจิตให้ดี

    ถ้านี้คือการศึกที่แท้จริงแล้ว เวลานี้ลูก เมียและครอบครัวทั้งหมดของเจ้าจะตกอยู่ในกำมือของข้า

    พวกมันจะตายตกอย่างไร้ดินกลบหน้าเพียงเพราะเกิดจากความโง่ของเจ้าที่หลงกลศึกของข้า”

    หนิงเทียนยังคงกล่าวต่อ “เจ้าจงรีบวางหมากนั้นเสียแล้วป่าวประกาศออกไปว่าจ้าวหยางเป็นคนโง่ที่ไร้เกรียติมากเพียงใด

    เจ้าต้องการเป็นแม่ทัพ? แม่ทัพที่ไม่สามารถปกป้องแม้แต่ทัพหลังของตัวเองได้อย่างเจ้า สมควรหรือที่จะเป็นแม่ทัพที่ให้ลูกน้องไว้วางใจได้?

    ฮ่าฮ่าๆ ข้านั้นเสียดายจริงๆที่การประลองนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเมืองฉางผิงอย่างที่เจ้าต้องการ ไม่เช่นนั้นผู้คนมากกว่านี้จะได้เห็นความน่าสมเพชของเจ้า”

    กล่าวจบมันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง มันมีคำกล่าวที่ว่าหัวเราะที่หลังนั้นดังกว่าเสมอ

     

    จ้าวหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็บังเกิดโทสะอย่างหาที่ใดเปรียบมิได้ หมากดำเดิมทีจะต้องถูกวางลงไปเพื่อทำลายทัพขาวให้สิ้นซาก กลับหยุดชะงักลง ก่อนที่มันจะสัมผัสกระดานเหล็กหยินหยางเพียงชั่วคืบเท่านั้น

    สองมือของจ้าวหยางที่จับกุมเม็ดหมากนั้นสั่นด้วยความโมโห มันมองไปยังหนิงเทียนด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย

    ปัง!!! เกาซุนทุบฝ่ามือลงบนโต๊ะเสียงดัง คล้ายกับว่ามันพยามที่จะเตือนสติจ้าวหยางอย่างลับๆ

    “น้องจ้าว อย่าได้ฟังที่เจ้าเด็กนั้นพูด มันไม่สามารถสู้กับเจ้าตรงๆได้จึงได้ใช้วิธีมากเล่ห์เพื่อทำลายสมาธิเช่นนี้”

    ซินเฉาส่งเสียงผ่านลมปราณออกเตือนอย่างเร่งร้อน เวลานี้มันไม่เหลือท่าทีที่สงบเช่นเดิมแล้ว

    มันนั้นเติบโตมากับจ้าวหยางจึงทำให้รู้นิสัยกันเป็นอย่างดี แต่มันไม่คาดคิดว่า เจ้าเด็กหนิงเทียนคนนี้ เพียงพบกับจ้าวหยางได้ไม่ถึงชั่วยามกลับมองผ่านถึงก้นบึงในจิตใจของจ้าวหยางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

    เวลานี้สายตาของซินเฉาที่จับจ้องไปยังหนิงเทียนนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร

    แต่ในขณะนี้ดูเหมือนว่าจ้าวหยางจะไม่รับฟังเสียงของผู้ใดอีกแล้ว ฟันของมันขบกันแน่นด้วยความโกรธ

    เดิมนิสัยของมันก็เป็นคนที่หยิ่งผยองในศักดิ์ศรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วประกอบกับคำพูดของหนิงเทียน ทำให้มันไม่สามารถที่จะวางหมากบุกเข้าใส่ได้

    เส้นเลือดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจ้าวหยางหลายสาย มันใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะเปลี่ยนความคิดถอยร่นหมากดำเชื่อมต่อหน้าหลัง

    “เจ้าโง่นั้น” ซินเฉาคำรามด้วยความโกรธ

    เมื่อหมากตานี้ของจ้าวหยางปรากฏแก่สายตาของผู้คน มันทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างมากบ้างก็ชื่อชมในความกล้า บ้างก็ก่นด่าด้วยความดูถูก

    หนิงเทียนเห็นเช่นนั้นมันยิ้มออกอย่างพอใจ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “เจ้าไม่ควรที่จะจับปลาสองมือหรอกนะ”

    “ข้าจะเอาชนะในศึกทัพหน้าและทำลายทัพหลังของเจ้าในเวลาเดียวกันและด้วยหมากตานี้มันจะทำให้ข้าเข้าใกล้สำนักเทพหยินหยางมากขึ้นไปอีก” จ้าวหยางยังคงกล่าวอย่างถือดี

    สถานการณ์ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ช่วงท้ายกระดานเต็มทีแล้ว หมากขาวของหนิงเทียนที่แทรกตัวโจมตีตลบหลังหมากดำนั้น

    ทำให้กระแสของหมากดำที่บุกตะลุยอย่างคลุ้มคลั่งหยุดชะงักลง เพียงแค่ไม่กี่ทางหมาก หมากขาวที่เคยเป็นฝ่ายรับอยู่ตลอดเวลา บัดนี้มันเปลี่ยนสถานการณ์เป็นฝ่ายรุกอย่างต่อเนื่อง

    สถานการณ์เวลานี้กลายเป็นรุกรับพลิกผัน กลับเป็นจ้าวหยางที่พยามถอยร่นหมายจะเชื่อมหมากดำทั้งหน้าและหลังโดยเร็วที่สุด

    หนิงเทียนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดรอดไป มันวางหมากโหมกระหน่ำบุกราวกับหยาดพิรุณในช่วงมรสุมที่สาดซัดเวลานี้ทัพขาวของหนิงเทียนเปลี่ยนผู้ล่าโดยสมบูรณ์

    ด้วยจำนวนหมากดำในทัพหน้าที่ลดน้อยลง ทำให้หมากขาวของหนิงเทียนแทรกจังหวะเอาตัวรอดออกมาได้และหมากดำในทัพหลังที่อยู่ตำแหน่งไม่ดีนักกลับถูกหมากขาวไล่ฆ่าจนจะหาพื้นที่รอดไม่ได้

    เวลานี้ใบหน้าของจ้าวหยางดำมืดลง ในยามที่มันตัดสินใจถอยทัพหน้าของหมากดำลงมาเชื่อมต่อกับทัพหลัง มันเองก็ไม่คาดคิดถึงผลลัพธ์เช่นนี้

    ถ้ามันรู้ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้ มันคงจะยอมกลืนน้ำลายบุกตลุยทำลายหมากขาวของหนิงเทียนอย่างแน่นอน

    เวลานี้ผู้คนโดยรอบเริ่มที่จะมองเห็นชัยชนะของหนิงเทียนแล้ว ถ้ามันไม่รับมือพลาดหรือหลงไปกับการยั่วยุของจ้าวหยาง สถานการณ์ไม่มีทางพลิกกลับไปได้แน่

    ผู้คนที่ลงเดิมพันข้างหนิงเทียนเริ่มที่จะโห่ร้องออกมาด้วยความดีใจ แต่พวกมันกลับต้องเงียบลงด้วยเสียงตวาดที่แฝงด้วยจิตสังหารของซินเฉา

    การประลองกระดานหยินหยางเดินทางมาจนถึงท้ายกระดานแล้ว หมากดำของจ้าวหยางพยามที่จะบุกอย่างหนักเพื่อจะช่วงชิงพื้นที่จากหมากขาวคืน แต่หมากขาวของหนิงเทียนกลับถอยร่นอย่างพร้อมเพียง มันหลีกเลี่ยงการปะทะใดๆทั้งสิ้น

    ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้จนจบตา หมากขาวของหนิงเทียนยึดครองพื้นที่ได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน มันไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้าปะทะหักหาญกับหมากดำอย่างพวกคลั่งในการต่อสู้

    “สารเลว เจ้าไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรือไง หยุดหนีแล้วเข้ามาปะทะกับข้า”จ้าวหยางคำรามอย่างเดือดดาล

    ซินเฉาที่เงียบสงบมันตะโกนดังขึ้น “กระดานเหล็กหยินหยางเป็นการประลองที่ทรงด้วยเกรียติยศ กลับมีผู้แข่งขันที่ชั่วช้าและน่าไม่อายเช่นนี้ ข้าไม่อาจยอมรับในผลได้”

    ฮ่าฮ่าๆ หนิงเทียนหัวเราะกับท่าทีของซินเฉามันกล่าวตอบว่า “ไม่ยอมรับแล้วอย่างไร? หรือว่าเจ้าจะคุกเข่าแล้วขอเงินคืนจากข้า

    แต่ข้าให้สัญญานะ ว่าข้าจะใช้10ล้านเหรียญทองของเจ้าอย่างมีความสุข”หนิงเทียนเจตนาใช้คำพูดที่จ้าวหยางเคยกล่าวกับมัน แต่ในเวลานี้มูลค่าของมันกลับเพิ่มมากกว่าเดิมถึง10เท่า

    จ้าวหยางได้ยินเช่นนั้น มันไม่สามารถอดทนกับความอับอายได้อีกต่อไป มันคำรามออกมาอย่างสัตว์ร้าย“สารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า”

    จ้าวหยางเร่งลมปราณออกพลังสีม่วงปกคลุมร่างกายมันทันที ในครั้งนี้มันไม่ได้ใช้เพียงหมัดเหมือนคร่าแรกที่มันต่อสู้กับหลี่เฟิงอีกต่อไป

    บังเกิดเสียงแหวกอากาศของลมปราณสีม่วงสายใหญ่พุ่งเข้าใส่หนิงเทียนในทันที

    “ลมปราณเบญจมาศของตระกูลจ้าว ทักษะระดับปราชญ์”เสียงฮือฮาออกเป็นเสียงเดียวของผู้คนดังขึ้น

    เกาซุนเห็นเช่นนั้นมันก็ไม่ได้แสดงท่าทีห้ามออกแต่อย่างใด

    ในการประลองกระดานหยินหยางระหว่างผู้ฝึกตนนั้น การใช้ออกด้วยลมปราณนับว่าไม่ได้เป็นเรื่องผิดกฎอันใด

    ตราบเท่าที่พวกมันไม่สัมผัสตัวซึ่งกันและกัน จะไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎของการประลองสามกฎฟ้า

    แต่อย่างใดก็ตาม การที่ผู้ฝึกตนในดินแดนที่สูงกว่านั้นใช้พลังลมปราณเพื่อหมายจะเอาชนะระหว่างการประลองกระดานหยินหยางคงจะหนีไม่พ้นข้อครหาตำหนิอย่างรังเกียจจากคนทั่วล้าแน่

    เมื่อเห็นลมปราณที่แผ่พุ่งออกจากร่างกายของจ้าวหยาง สีหน้าของหลี่เฟิงซีดขาวลงทันทีมันรีบพุ่งตัวออกไปหมายจะหยุดปราณสีม่วงของจ้าวหยางให้ได้

    แต่ด้วยระยะทางและพลังฝึกตนของมันนั้น ไหนเลยจะเข้าปกป้องหนิงเทียนได้ทันท่วงที เวลานี้มันอยุ่ห่างจากหนิงเทียนอีกสามก้าวใหญ่

    ในเวลาเดียวกันหนิงเทียนยังคงนั่งอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มันเพียงเคาะนิ้วไปกับเม็ดหมากสีขาวเท่านั้นชั้นน้ำแข็งบางๆก็ปรากฎขึ้นเบื้องหน้ากลายเป็นเกราะป้องกันสีใส ขวางกั้นลมปราณสีม่วงของจ้าวหยาง

    พร้อมกันนั้นหนิงเทียนเร่งพลังลมปราณทั่วร่างในช่วงพริบตา มันดึงร่างของหลี่เฟิงที่อยู่ห่างไปสามก้าวมันพุ่งเข้ามาหามันอย่างรวดเร็ว

    ปัง!!!! เสียงปะทะกันดังสนั่น

    ลมปราณสีม่วงของจ้าวหยางเข้าปะทะกับชั้นน้ำแข็งบางๆที่กลมกลืนไปกับอากาศธาตุส่งผลให้ลมปราณเบญจมาศของจ้าวหยางสลายไปทันที

    เมื่อการปะทะกันจบลง ภาพที่ปรากฏให้เห็นแก่สายตาของผู้คนคือ หลี่เฟิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของหนิงเทียนอย่างกล้าหาญ

    “นั้นคือหลี่เฟิง มันสามารถสลายปราณเบญจมาศของตระกูลจ้าวได้ อัจฉริยะวัยเยาว์ของเมืองฉางผิงปรากฎตัวอีกคนแล้ว” เสียงของฝูงชนกล่าวสรรเสริญวีรกรรมของหลี่เฟิงอย่างไม่หยุดยั้ง

    หลี่เฟิงทำได้แต่เพียงมองไปรอบๆด้วยสีหน้างุนงง มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอันใดขึ้นกับตัวมัน

    ช่วงเวลานั้นความเกลียดชังคั่งแค้นในใจของหนิงเทียนพลันปะทุเดือดขึ้น

    แม้แต่ตัวมันเองก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ มันใช้เวลาในช่วงที่ผู้คนกำลังสรรเสริญการกระทำของหลี่เฟิงอยู่นั้นทำการข่มสะกดโทสะลง

    ก่อนมันจะกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ “จ้าวหยางเสียทีเป็นถึงบุตรของตระกูลใหญ่ กลับแสดงพฤติกรรมต่ำทรามเช่นนี้

    เจ้าแสดงออกถึงความขลาดเขลาในกระดานเหล็กหยินหยางยังไม่พอ เจ้ายังละทิ้งศักดิ์ศรีลอบทำร้ายข้า”กล่าวจบมันตะโกนออกเสียงดัง

    “เรื่องในครั้งนี้ ถ้าบุคคลใดนำมันไปป่าวประกาศในเมืองฉางผิงละก็ ข้าจะมอบ5000เหรียญทองแก่คนผู้นั้น”

    “บัดซบ!!! วันนี้ถ้าไม่ฆ่าเจ้าข้าไม่ขอเป็นคน” จ้าวหยางคำรามดุจสัตว์ร้าย

    “พอได้แล้ว!! เจ้ายังสร้างความอับอายแก่ตระกูลจ้าวไม่พออีกหรือ” น้ำเสียงอันแข็งกร้าวของเกาซุนดังออกมา

    ในขณะเดียวกันซินเฉาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆของจ้าวหยางพร้อมกระซิบอย่างแผ่วเบา ไม่มีผู้ใดได้ยินถึงข้อความที่พวกมันคุยกัน ทุกคนเห็นเพียงแต่ว่า เมื่อจ้าวหยางได้ยินเช่นนั้นโทสะของมันลดลงอย่างมาก

    หนิงเทียนหันไปทางเกาซุน “จะไม่ประกาศว่าข้าชนะ?” เวลานี้น้ำเสียงมันไร้ซึ่งความเคารพเหมือนแต่ก่อน

    มุมปากของเกาซุนกระตุกทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น มันประกาศออกอย่างจนใจ “การประลองกระดานเหล็กหยินหยางครั้งนี้ น้องชายหนิงเป็นผู้ชนะ”

    เมื่อตัดสินผลการประลองแล้ว เกาซุนรีบกล่าวปิดงานอย่างรวดเร็ว เพียงเพราะมันกลัวว่าถ้างานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป จ้าวหยางและตระกูลจ้าวจะกลายเป็นตัวตลกในวงสุราอย่างแน่

    งานเลี้ยงที่วุ่นวายได้จบลง ผู้คนต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับขบวนคาราวานของใครของมันทันที

    ภายในขบวนคาราวานที่3 กลุ่มของหลานเหลียงต่างเข้ามายินดีกับหนิงเทียนอย่างเป็นมิตร พวกมันกล่าวชมหนิงเทียนอยู่ไม่ขาด

    จะมีเพียงผู้เดียวที่มองหนิงเทียนด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากมุมมืด มันคือเหลียวเหยียนนั้นเอง

    การที่หนิงเทียนและหลี่เฟิงได้สร้างผลงานใหญ่นั้นคงจะมีมันแต่เพียงผู้เดียวที่ไม่ได้แสงความยินดีใดๆออกมา

    หนิงเทียนไม่ได้สนใจอันใดนัก มันเพียงกล่าวอย่างไม่สนใจ “ข้าเหนื่อยแล้วต้องขอตัวไปพักผ่อน” จากนั้นมันก็เดินจากไปทันที

    แม้ว่าการแสดงออกของหนิงเทียนจะมีความเหย่อหยิ่งอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้คนในกลุ่มคุ้มกันหลาน จะแสดงท่าทีไม่ชอบมันเลยแม้แต่น้อย

    หนิงเทียนไม่ได้เดินเข้าที่พักแต่อย่างใด มันเพียงแต่หยุดมองไปยังบนท้องฟ้าที่มืดมิดคล้ายกับว่ารอคอยใครบางคนอยู่ “น้องชายหนิง รอก่อน” หลี่เฟิงตะโกนเรียกไล่หลังออกมา

    “มีเรื่องอะไรหรือ พี่ชายหลี่” หนิงเทียนถามออก

    “ข้านำแกนอสูรขั้น3มาคืนเจ้า”

    “ไม่ต้องทำเช่นนั้น ข้าได้พูดไปแล้วว่าตราบใดที่ข้าชนะมันจะเป็นของท่าน อีกทั้งข้าได้รับสัญญาหนี้ของจ้าวหยางที่มีค่ามากกว่านี้นับ10เท่า” หนิงเทียนแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงตั๋วสัญญาเงินกู้

    “เช่นนั้น ข้าไม่เกรงใจละนะ ด้วยแกนอสูรขั้น3นี้สามารถทำให้ พี่ใหญ่หลานก้าวเข้าสู่แดนแห่งปราชญ์ภายในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน”หลี่เฟิงมองไปยังแกนแท้อสูรขั้น3ด้วยสายตาตื่นเต้น

    หนิงเทียนได้แต่ส่ายศีรษะให้‘กับความมีน้ำใจของหลี่เฟิง’ ก่อนที่หนิงเทียนจะขอตัวลา พวกมันทั้งคู่ได้ยินเสียงตะโกนของเปาเปาดังขึ้นมา “น้องชายหนิง น้องชายหนิงหยุดก่อน”

    “เปาเปา เจ้ามีเรื่องอันใด ถึงวิ่งอย่างรีบร้อนถึงเพียงนี้” หลี่เฟิงถามอย่างสงสัย

    “ท่านเกามายังคาราวานของพวกเรา ท่านมีเรื่องจะหาลือกับน้องชายหนิงจึงให้ข้ารีบมาแจ้ง” เปาเปารีบกล่าวออกอย่างรวดเร็ว

    หลี่เฟิงหันไปถามกับหนิงเทียน “เหตุใด ท่านเกาเหตุใดถึงมาเวลานี้”

    หนิงเทียนยิ้มออกเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “พี่ชายหลี่ ท่านไปพักเถอะ ข้าจะไปพบท่านเกาเอง” กล่าวจบหนิงเทียนเดินจากไปอย่างไม่แยแสใดๆ คล้ายกับว่ามันรู้อยู่ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีคนมาพบมัน

    ภายในขบวนคาราวานที่3 ใต้บรรยากาศที่เงียบหงัด

    เปรี้ยะ!! เปรี้ยะ!! มีแต่เพียงเสียงของกองไฟที่กำลังลุกไหม้ท่อนฟืนอยู่ ปรากฏร่างของเกาซุนกำลังนั่งอยู่อย่างเงียบเฉียบ

    “น้องชายหนิงเจ้ามาแล้ว”

    “ท่านต้องการพบข้าเพราะเรื่องสัญญาหนี้ของจ้าวหยาง”หนิงเทียนถามออกอย่าไม่อ้อมค้อม มันคร้านที่จะเสียเวลาฟังเกาซุนชักแม่น้ำทั้งห้า

    เกาซุนเกิดอาการประหลาดใจอยู่ชั่วครู่ “เจ้ารู้อยู่แล้ว ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าถึงชนะจ้าวหยางได้

    น้องชายหนิงนับว่าเป็นมังกรหลับคนหนึ่งทีเดียว”เกาซุนชมหนิงเทียนจากใจจริงและยังคงกล่าวต่อไป

    “ถ้าเช่นนั้นก็คงเป็นเรื่องง่ายที่จะพูดกัน น้องชายหนิงคงรู้มาบ้างแล้วว่าถึงข้าจะเป็นผู้พิทักษ์แดนฟ้าก็จริง แต่ข้าเองก็ยังเป็นคนของตระกูลจ้าวอยู่ครึ่งหนึ่งเหมือนกัน

    เรื่องเงิน10ล้านเหรียญทองนั้น แม้มันจะไม่ได้มากมายอะไรนักสำหรับตระกูลจ้าวก็จริง แต่ก็นับว่าสร้างความปัญหาให้แก่ตระกูลจ้าวอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

    ข้าจึงอยากขอให้น้องชายหนิงเห็นแก่หน้าข้าเล็กน้อย คิดเสียว่ากระดานเหล็กหยินหยางเมื่อครู่เป็นการประลองเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพวกเราดีหรือไม่”

    “ท่านต้องการให้ข้าทำลายสัญญาหนี้นั้นทิ้ง”หนิงเทียนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็น

    “ถ้าน้องชายหนิงทำตามเจตนาเช่นนั้น ข้ารับรองเมื่อถึงเมืองฉางผิง เราทั้งสองจะร่ำสุรากันดุจดั่งมิตรสหาย”

    หนิงเทียนมองไปยังเกาซุนด้วยสีหน้าครุ่นคิด ‘ด้วยวาจาที่โอนอ่อนชวนให้ผู้ที่ได้ฟังคล้อยตาม วาจาชั่งทองนั้นสมควรแก่ตัวมันจริงๆ’

    “น้องชายหนิงเอาเช่นนี้เป็นไร การที่จะให้เจ้าทำลายสัญญาหนี้ทิ้งไปก็อาจเป็นการไม่สมควรนัก ข้าจะยอมจ่ายให้เจ้าเท่าราคาที่ได้เดิมพันไป หนึ่งล้านเหรียญทองเป็นอย่างไร”

    เกาซุนยังคงกล่าวด้วยสีหน้าแย้มยิ้มเช่นเคย ด้วยตัวมันที่เป็นถึงผู้พิทักษ์แดนฟ้า ตัวตนแห่งปราชญ์ขั้นปลาย ในอนาคตตัวมันนั้นมีโอกาสสูงที่จะได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งวีรชน

    ด้วยเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ มันกลับไม่มีน้ำเสียงไหนเลยที่แสดงถึงความถือตัวเลยแม้แต่น้อย มันนั่งคุยกับเด็กน้อยแดนมนุษย์ด้วยความเท่าเทียม

    ใครที่ได้ยินเช่นนี้คงจะตอบรับคำขอไปกับท่าทีและวาจาเช่นนั้นของเกาซุนอย่างขัดไม่ได้ไปแล้ว

    หนิงเทียนกล่าวออกโดยไม่สนใจท่าทีของเกาซุนเลยแม้แต่น้อย

    “ท่านเกา เรื่องที่ท่านขอนั้น เห็นทีว่ามันจะไม่สามารถเป็นไปได้”

    “น้องชายหนิง เจ้าหมายความว่าอย่างไร”เกาซุนกล่าวถามอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันคิ้วทั้งสองข้างของมันขมวดเข้าหากัน

    “ข้าพูดไม่ชัดเจน หรือท่านได้ยินไม่ถนัด?”คราวนี้หนิงเทียนกล่าวออกเสียงดัง “ข้าหมายความว่า ให้ท่านลืมเรื่องที่กล่าวออกมาซะ”

    “นี้เจ้า!!!”มุมปากของมันกระตุกถี่ๆทันทีที่ได้ยินคำพูดของหนิงเทียน เกาซุนลอบถอนหายใจอยู่เฮือกหนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา

    “เนื่องจากเจ้าเป็นหลานของท่านซาง ข้าจะขอเตือนด้วยความหวังดี ตระกูลจ้าวนั้นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะไปยั่วยุได้” น้ำเสียงของเกาซุนเย็นเยียบลงทันใด

    หนิงเทียนกล่าวตอบอย่างไม่แยแสใดๆ “มันเป็นเรื่องระหว่างข้ากับจ้าวหยาง ข้าไม่ได้มีความคิดจะไปยั่วยุตระกูลจ้าวแต่อย่างใด

    กลับกันถ้าตระกูลจ้าวต้องการหาเรื่องกับข้าละก็ ข้าจะลบมันให้หายไปจากเมืองฉางผิง” น้ำเสียงของหนิงเทียนเป็นปกติที่สุด

    เมื่อเกาซุนได้ยินเช่นนั้น ขนในกายของมันลุกขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ด้วยพลังฝึกตนในแดนแห่งปราชญ์ขั้นปลายของมันกลับบังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวในน้ำเสียงของเด็กหนุ่มในแดนมนุษย์

    มันจับจ้องไปยังใบหน้าที่เรียบเฉยของหนิงเทียนอยู่เป็นเวลานาน ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน พร้อมกล่าวออก “ถ้าเช่นนั้น ก็ขอให้น้องชายหนิงคิดเสียว่าไม่เคยได้พบข้าในวันนี้”กล่าวจบเกาซุนมันเดินจากไปทันที

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว ที่คุณอ่าน

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135