เพลิงและสายฟ้า
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ตอนนี้ทั้งสองต่อสู้กันมาได้ร้อยกว่ากระบวนท่าแล้ว และใตตอนนี้เองใบหน้าของลู่เฮ่ยเริ่มปรากฏเหงื่อเม็ดใหญ่ออกมา แต่กลับกันฉินเย่ยังคงแสดงสีหน้าปกติ“เป็นไปไม่ได้ข้าคืออัจฉริยะในรอบ 100 ปีของราชวงศ์ลู่ และจิตวิญญาณของข้าคือหอก ข้าจึงไม่มีทางแพ้ใครเรื่องการใช้หอกเด็ดขาด” ลู่เฮ่ยคำรามออกมา“องค์ชายลู่เฮ่ย ข้าจะบอกอะไรกับเจ้าสักอย่าง ถึงแม้ข้าจะไม่มีจิตวิญญาณหอกเหมือนกับเจ้าแต่ข้าก็ใช้เวลาหลายปีในการขัดเหล่าทักษะการใช้หอก และในขณะที่เจ้ากำลังนอนกอดนารีบนเตียงข้าก็กำลังฝึกฝนการใช้หอกอย่างหนัก เพราะงั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ข้าจะเหนือกว่าเจ้าด้านหอก” ฉินเย่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเยาะเย้ยถูกต้อง ตั้งแต่ลู่เฮ่ยถูกขนานนามว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งของราชวงศ์ลู่ ลู่เฮ่ยก็เริ่มหลงตัวเองและใช้เวลาอยู่กับหญิงสาวมากกว่าฝึกฝน และยิ่งในบรรดารุ่นเยาว์ของราชวงศ์ลู่ไม่มีใครเลยที่สามารถเอาชนะลู่เฮ่ยได้ในขณะที่ลู่เฮ่ยแทบไม่ได้ฝึกฝนทำให้ลู่เฮ่ยหลงคิดว่าอัจฉริยะต่อให้ขี้เกียจแบบใหนก็ยังคงแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ๆอยู่ดี“เป็นไปไม่ได้ข้าไม่ยอมรับ ข้าไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด ข้าคืออัจฉริยะ หอกทลายทัพ!!!!!!!!” ลู่เฮ่ยคำรามออกมาและโจมตีด้วยพลังทั้งหมดทันที“หึ อัจฉริยะงั้นเหรอ ถ้างั้นข้าจะแสดงพลังของคนธรรมดาให้อัจฉริยะแบบท่านได้เห็น หอกอสนีพิโรธ” ฉินเย่คำรามพร้อมกับปาหอกออกไปซึ่งตัวหอกกลายเป็นมังกรสายฟ้าเข้าปะทะกับหอกของลู่เฮ่ยทันที“ตูม!!!!!!!!!!!!”หอกของลาเฮ่ยถูกทำให้กระเด็นออกไปพร้อมกับตอนนี้เย่ฉินได้ชี้หอกมาที่คอของลาเฮ่ยอีกด้วย“เจ้าแพ้แล้วองค์ชายลู่เฮ่ย” ฉินเย่กล่าวลู่เฮ่ยแสดงสีหน้าเหม่อลอยทันทีในตอนนี้จิตใจของลู่เฮ่ยกลายเป็นว่างเปล่าทันที อัจฉริยะแบบเขาพ่ายแพ้เรื่องหอกแก่ผู้ไม่มีจิตวิญญาณหอก“ราชวงศ์ฉินชนะการประลอง” ผู้ตัดสินกล่าวทันทีในที่สุดการประลองรอบตัดสินก็มาถึง ผู้คนต่างเฝ้ามองอยากจะรู้ว่าครั้งนี้ราชวงศ์ฉินหรือสำนักจู่หลงใครจะเป็นฝ่ายชนะ“การประลองครั้งนี้ราชวงศ์ฉินอาจจะได้เปรียบเรื่องจำนวนคนแต่ว่า ถ้าเรื่องพลังละก็สำนักจู่หลงเหนือกว่า เพราะงั้นโอกาสที่สำนักจู่หลงจะชนะมีมากกว่า” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าวเมื่อการประลองกำลังจะเริ่มขึ้น ฉินเย่ก็ไม่รอช้ารีบขึ้นไปบนสนามประลองทันที“ฟางเฉินขึ้นมาเถอะ การต่อสู้ของพวกเราข้าเฝ้ารอมานานแล้ว” ฉินเย่กล่าว“นั่นสินะข้าเองก็อยากจะประลองกับเจ้าดูเช่นกัน” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับขึ้นไปบนสนามประลอง“เจ้าทำให้เต็มที่เถอะส่วนคนที่เหลือข้าจะจัดการเองเพราะงั้นไม่จำเป็นต้องออมพลังไว้” เย่เซียนกล่าว“ข้าเข้าใจแล้ว” ฟางเฉินกล่าว“แม้ ชั่งน่าอิจฉาจริง ๆที่เจ้ามีแม่นางเย่เซียนคอยเป็นห่วงแบบนี้” ฉินเย่กล่าว“เจ้าเองก็ใช่ย่อยไม่ใช่เหรอ ผู้หญิงสองคนที่อยู่ด้านหลังนั่นไม่ใช่พวกนางเป็นภรรยาของเจ้าหรอกรึ” ฟางเฉินกล่าว“สมแล้วมีดวงตาที่สามารถมองเห็นสิ่งที่ผู้คนไม่สามารถมองเห็นได้ เอาละการพูดคุยเรื่องไร้สาระจบลงแค่นี้ พวกเรามาเริ่มกันเถอะ” ฉินเย่กล่าว“ตามที่เจ้าขอ” ฟางเฉินไม่เก็บออมพลังอีกต่อไปเพลิงที่ร้อนแรงปะทุขึ้นทำให้ฟางเฉินเหมือนกับมนุษย์เพลิง“ดี แบบนั้นแหละดี จัดเต็มมาได้เลย” ฉินเย่คำรามออกมาพร้อมกับสายฟ้าระเบิดออกมา“เข้ามา!!!!!!!!!!!” ทั้งคู่คำรามออกมาหอกสายฟ้าและดาบเพลิงเข้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนทำให้สนามประลองเริ่มปริแตกอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าระดับพลังของฟางเฉินนั้นด้อยกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยแต่พลังปราณที่ระเบิดออกมากลับหนาแน่นและทรงพลังไม่แพ้ฉินเย่“นี่คือพลังของเขางั้นเหรอเป็นไปได้ยังไง” เหล่าองค์หญิงที่ดงงามต่างก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้สานสัมพันธ์กับฟางเฉินในงานเลี้ยงน้ำชาฉินเย่ควบคุมพลังสายฟ้าและสร้างหอกสายฟ้าขึ้นมาสี่เล่มก่อนจะขว้างหอกทั้ง 4 ออกๆไป ฟางเฉินเองก็ควบคุมเพลิงให้กลายเป็นดาบและขว้างออกไปเช่นกัน การต่อสู้ของทั้งสองนั้นทั้งดุเดือดและสูสีอย่างมาก“สุดยอดเจ้าเด็กนี่ยิ่งดูข้ายิ่งถูกใจยิ่ง” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามกล่าวด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า“ไม่ได้ข้าต้องส่งข้อมูลไปให้ท่านอาจารย์เพิ่ม” ผู้อาวุโสนิกายพฤกษาครามดล่าวพร้อมกับเริ่มสลักข้อความขึ้นใหม่และส่งไปอีกชุด“หอกสายฟ้าพิโรธ”“ดาบเพลิงผลาญสวรรค์”ทั้งฟางเฉินและฉินเย่ต่างระเบิดพลังออกมาใส่กันอย่างเต็มกำลังจนสนามประลองครึ่งหนึ่งกลายเป็นนรกเปลวเพลิงอีกครึ่งหนึ่งกลายเป็นทะเลสายฟ้า การต่อสู้ของทั้งสองได้อยู่เหนือระดับนักรบไปแล้วจนแม้แต่ผู้ที่มีพลังระดับปฐพีขั้นต้นอย่างหนิงเซี่ยยังต้องตื่นตระหนกเพราะพลังของทั้งคู่เกือบจะเทียบเท่ากับนางแล้ว“ฟางเฉินเรามาจบการต่อสู้กันเถอะเพราะข้าเองก็เหลือพลังไม่มากแล้ว” ฉินเย่กล่าว“นั่นสินะเรามาจบการต่อสู้กันเถอะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับหอบหายใจ“ฮู้!!!!!!!!” ฟางเฉินเป่าลมปากออกมาและรวบรวมสมาธิทันที“ถ้าปะทะซึ่งๆหน้าพลังของข้าก็ไม่ได้เหนือกว่าฉินเย่ถ้างั้นข้าคงต้องรองใช้พลังของจิตวิญญาณดวงตาเข้าไปด้วยแล้วละ” ฟางเฉินคิดกับตัวเอง“ใช่แล้วฟางเฉินข้อดูของผู้มีจิตวิญญาณสองดวงคือสามารถใช้พลังของจิตวิญญาณได้สองอย่างเพราะงั้นอย่าลังเลและอย่าคิดว่ามันเป็นการเอาเปรียบอีกฝ่ายเพราะนั่นคือพลังของเจ้า” ความโลภกล่าวฟางเฉินใช้พลังทั้งหมดบีบอัดพลังไว้ที่ตัวดาบส่วนฉินเย่เองก็ใช้ทักษะหอกอสนีพิโรธเต็มกำลังเช่นกัน ทั้งสองแสดงสีหน้าจริงจึงและพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายแต่ทันทีที่ฉินเย่สบตากับฟางเฉิน ดวงตาสีทองสว่างก็สาดประกายออกมาทำให้หัวของฉินเย่รู้สึกมึนหัวเล็กน้อยเพราะมีเครื่องประดับป้องกันการโจมตีด้วยพลังจิตคอยช่วยป้องกันเอาไว้ถึง 9 ส่วนทำให้ฉินเย่ไม่คิดว่าฟางเฉินจะโจมตีด้วยพลังจิตในเวลานี้ และถึงแม้การโจมตีจะทะลุเข้ามา 1 ส่วนแต่มันก็เพียงพอให้ฉินเย่เสียสมาธิแล้ว“ตอนนี้แหละ ดาบเพลิงผลาญสวรรค์” ฟางเฉินคำรามออกมาตัวดายสาดประกายแสงสีแดเงก่อนจะระเบิดเปลวเพลิงที่ทรงพลังออกมา ฉินเย่ที่เสียสมาธิจึงไม่สามารถโจมตีได้ทันและใช้หอกสายฟ้าป้องกันการโจมตีของฟางเฉินแทน“ตูม!!!!!!!!!!” สายฟ้าและเพลิงเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง แต่ว่าไม่นานเพลิงก็เริ่มกลืนกินสายฟ้าไปจนหมด เมื่อเปลวเพลิงหายไปก็เห็นฟางเฉินนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นส่วนฉินเย่ก็นอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า การต่อสู้ที่ดุเดือนในที่สุดก็รู้ผล