ณ เผ่าวิหก ต้าถังกำลังวุ่นอยู่กับการเผาจดหมายไร้สาระทิ้ง เนื่องจากสาวๆต่างเมืองที่เขาดันไปพัวพันด้วยนั้นเกิดติดใจในรสสวาทของเขาและเขียนจดหมายมาหาเพื่อที่จะให้เขาไปหาอีกครั้ง เเต่เเน่นอนว่าสำหรับต้าถัง ผ่านแล้วก็คือผ่านเลยสตรีพวกนั้นก็เปรียบเสมือนดอกไม้ริมทาง เมื่อชื่นชมจนสมใจแล้วเขาก็ไม่คิดจะย้อนกลับไปชื่นชมมันอีกนั่นเอง
“เร็วเข้าอาหนำ เผาทุกฉบับให้หมดอย่าให้เหลือ เดี๋ยวชูหลันมาเห็นจะเป็เื่ใหญ่!”
“ท่านเ้าวิหกเป็ห่วงความรู้สึกของคุณหนูชูหลันขนาดนั้นเลยหรือขอรับ?”
“คนอย่างข้านี่หรอที่จะต้องห่วงความรู้สึกใคร ข้าเเค่เห็นว่านางมีบทเพลงรักอันแสนเย้ายวนใจและทุกครั้งที่ข้าได้บรรเลงข้ารู้สึกผ่อนคลายมากก็เท่านั้นเอง ข้าจึงไม่อยากเสียนางไปยังไงล่ะ เพราะอย่างน้อยๆข้าก็ยังมีนาง ที่คอยปลอบประโลมหัวใจของข้าในเวลาที่ข้าไม่มีใคร”
“อ่อ..ปรนเปรอพิษสวาทน่ะหรือขอรับ”
“อย่าพูดมาก ข้าสั่งให้ทำก็รีบทำซะ!! แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ชูหลัน..นางจะเดินทางไปเยี่ยมชาวเมืองของนาง เ้าก็ไปกับนางด้วยแล้วกัน”
“แล้วทำไมท่านเ้าวิหกถึงไม่ไปกับนางล่ะขอรับ?”
“เพราะข้ามีเื่ที่จะต้องไปสะสางยังไงล่ะ!!” ต้าถังยิ้มเ้าเล่ห์เพราะตอนนี้ในหัวของเขาปรากฏแผนร้ายขึ้นมาอีกแล้วและเพื่อให้เป็ที่ประจักษ์ว่าเขาไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด เขาจึงคิดที่จะไปเหยียบเขตปกครองของวังัจริงๆ ซึ่งเมืองที่ต้าถังกำลังจะไปนั้นก็อยู่ไม่ไกลจากเขตของเผ่าจิ้งจอกเลย…อีกฟากฝั่งหนึ่ง ทางด้านเจียวเจี๋ยวที่กำลังรอการตอบกลับจากเผ่าวิหกโดยที่ไม่อาจรู้เลยว่าจดหมายสำคัญของเขานั้น ได้ถูกเผาไปพร้อมกับจดหมายไร้สาระของต้าถังแล้ว
“สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครยอมช่วยเหลือข้า มิตรภาพมันจบสิ้นลงแล้ว ไท่หลาง…หากเ้ายังมีชีวิตอยู่เ้าคงจะช่วยเหลือลูกสาวข้าได้” เจียวเจี๋ยตัดพ้อตนเองที่ไม่สามารถช่วยเหลือชางไห่ได้เลย ในทางกลับกัน ชางไห่นั้นกำลังแต่งตัวมิดชิดเพื่อไม่ให้ผู้เป็พ่อพบเห็นาแที่อยู่ตามตัวของนาง ชางไห่ค่อยๆเดินเอาอาหารเข้าไปให้ผู้เป็พ่อตามปกติ เเต่ทว่าเจียวเจี๋ย กลับสังเกตถึงอะไรแปลกๆ
“ชางไห่…เกิดอะไรขึ้น?”
“อะ..อะ..อะไร..อะไรหรือเ้าคะ?”
“ทำไมวันนี้เ้าถึง…ใส่เสื้อผ้ามิดชิดขนาดนี้ เ้าเป็อะไรหรือเปล่า?”
“อ่ะ..อ๋อ..คือว่า..ที่สวนผักเกิดเห็ดพิษนะเ้าค่ะ ลูกจึงต้องเเต่งตัวมิดชิดเพื่อที่จะไปเก็บเห็ดพิษออกจากสวนของเรานะเ้าค่ะ” ผู้เป็พ่อรู้ดีอยู่แล้วว่าชางไห่กำลังโกหกเพราะทุกครั้งที่นางโกหกนางจะหลบตาเสมอ เจียวเจี๋ย ใช้เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดถลกแขนเสื้อของนางขึ้นเผยให้เห็นาแเหวอะหวะจากรอยหวาย รอยตบ หยิกเขียวช้ำเต็มตัวไปหมด
“ชางไห่ นี่เ้าไปโดนอะไรมา?”
“ไม่มีอะไรหรอกเ้าค่ะ เมื่อวานลูกไปถางหญ้าที่สวนแล้วเกิดพลัดตกคลองน้ำไปนะเ้าค่ะ กิ่งไม้และหินบริเวณนั้นจึงบาดเอา ท่านพ่อรีบกินข้าวเถอะนะเ้าคะ ลูกจะได้ไปเก็บผักต่อ”
“ชางไห่…เ้าเป็ลูกของข้า แล้วเหตุใดข้าจะไม่รู้จักนิสัยของเ้า เ้าโดนเหมยอิงตีใช่หรือไม่?”
“........”
“ชางไห่!!!” ผู้เป็พ่อพยายามใช้น้ำเสียงอบอุ่นเพื่อให้ลูกรู้สึกเป็มิตรและยอมพูดความจริงออกมาและมันก็ได้ผล..
“ท่านพ่อ..ฮือฮือ…” ความทุกข์ทรมานของลูกถ่ายทอดผ่านน้ำตาที่ไหลนองหน้า เมื่อเห็นาแตามตัวของลูกสาวใจของผู้เป็พ่อก็แทบจะแหลกสลาย ั้แ่เล็กจนโตชางไห่มักจะโดนแบบนี้อยู่เป็ประจำ เเต่ทว่าพ่อของนางก็จะมาช่วยไว้ทุกครั้ง เเต่เมื่อพ่อของนางล้มป่วยลง ทำให้ชางไห่ต้องมารับชะตากรรมอันแสนขมขื่นนี้โดยปราศจากคนช่วยเหลืออีก
“ชางไห่..พ่อขอโทษ พ่อขอโทษที่ช่วยอะไรเ้าไม่ได้เลย”
“ลูกไม่เคยคิดที่จะโทษหรือโกรธท่านพ่อเลยเ้าค่ะ เพราะลูกทำผิดเอง ลูกถึงต้องโดนลงโทษเ้าค่ะ” ถึงแม้ว่าชางไห่จะโดนเหมยอิงเฆี่ยนตีปางตาย เเต่นางกับกล่าวปกป้องเหมยอิงไว้เสมอ ความเ็ปครั้งนี้มันสุดจะทนแล้วสำหรับเจียวเจี๋ย…เขาไม่อาจทนเห็นลูกสาวของเขาต้องเ็ปแบบนี้อีกแล้ว เจียวเจี๋ย ลุกขึ้นมาฟื้นตัวและฟื้นวิชาโดยที่ไม่ให้เหมยอิงรู้ ขณะที่เขาอยู่คนเดียวเขาจะฝึกวิชาและฟื้นฟูตัวเอง ในทางกลับกันหากเขารู้ว่าเหมยอิงจะเข้ามา เขาก็จะล้มตัวลงไปนอนเหมือนคนป่วย ด้วยความที่รู้ตัวว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน เจียวเจี๋ยพยายามใช้พละกำลังที่มีหมดจนเฮือกสุดท้ายเพื่อจะช่วยให้ชางไห่พ้นจากขุมนรกเืเย็นนี้ไปให้ได้ เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ ชางไห่เอาอาหารมาส่งพ่อในวันและเวลาปกติ เเต่ทว่าเมื่อนางเปิดประตูเข้ามา นางก็เห็นพ่อของนางยืนอยู่ข้างๆเตียงราวกับไม่ใช่คนป่วย
“ท่านพ่อ!!”
“ชางไห่…”
“ท่านพ่อลุกขึ้นมาจาก…เตียง..ได้..หรือว่าท่านพ่อ!!”
“ไม่ใช่อย่างที่เ้าคิดหรอกลูก”
“อย่างไรเ้าคะ?”
“ชางไห่..พ่อจะไม่พูดอ้อมค้อมเพราะพ่อรู้ว่าเ้าโตแล้ว สามารถดูแลตนเองได้แล้ว ดังนั้นพ่ออยากให้เ้าเดินทางไปที่เขามุซาน ที่นั่นจะมีคนรอช่วยเหลือเ้า ทันทีที่เ้าบอกว่าเป็ลูกสาวของพ่อพวกเขาจะช่วยเหลือเ้าทันที”
“ท่านพ่อ..เเต่ลูกเป็ห่วงท่านพ่อเ้าค่ะ ลูกไม่อาจทอดทิ้งท่านพ่อไปได้”
“เ้าไม่ได้ทอดทิ้งพ่อ เพราะพ่อเองจะไปส่งเ้าเอง!!”
“ท่านพ่อ…นี่ท่านพ่อกำลังจะบอกข้าว่า…”
“ใช่แล้ว…ในเมื่อไม่มีใครช่วยเหลือเ้า พ่อจะเป็คนช่วยเหลือเ้าเอง ขอเเค่เ้าเชื่อพ่อและไปซะ!!”
“เเต่ท่านแม่…”
“าแที่มันปรากฏบนตัวเ้า ยังทำให้เ้าต้องเป็ห่วงนางอีกหรือ? ชางไห่…ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้พ่อดูแลเ้าไม่ดีพอ แต่ครั้งนี้ ขอให้พ่อได้ทำหน้าที่ปกป้องลูกบ้างเถอะ”
“ท่านพ่อ…แล้ว…ชาวเผ่าจิ้งจอกจะเป็ยังไงต่อไปล่ะเ้าคะ?” เจียวเจี๋ยโอบกอดชางไห่ไว้ในอ้อมอกและนี่อาจจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาได้กอดลูกสาวที่น่ารักของเขา เจียวเจี๋ยเร่งหาวันและเวลาเตรียมตัว เพราะถ้าช้าไปกว่านี้มีหวัง ชางไห่คงไม่เหลือสภาพการเป็จิ้งจอกอยู่เเน่ๆ…เจียวเจี๋ยจะออกอุบายอย่างไรเพื่อให้พาชางไห่หนีไปได้กันล่ะ…???