สวรรค์นิรันดร์กาล

    สังหารเซียน

            หุ่นเชิดทั้งสามตัวไม่ได้เข้าโจมตีพวกผู้นำนิกายทั้งสี่ตรงๆแต่ใช้ค่ายกลคอยลดทอนพลังของอีกฝ่ายด้วยค่ายกลที่หลงเหลือเอาไว้โดยผู้อาวุโสของเผ่าใต้พิภพทำให้ฉางเฟิงสามารถใช้ต่อกรอีกอีกฝ่ายได้ทันที

            “นี่มันค่ายกลอะไร”ผู้นำนิกายกู่ตกใจเพราะรับรู้ได้ว่าพลังในร่างกำลังปั่นป่วน

            “ข้าเองก็เช่นกัน”ผู้นำนิกายสตรีหยกเผยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

            “หึ”ฉางเฟิงยกยิ้ม

            ฉางเฟิงไม่เพียงแต่ใช้พลังจิตควบคุมหุ่นเชิดทั้งสามแต่ยังใช้สายเลือดของตนเองปลดปล่อยเขตแดนโกลาหลออกมาผสานเข้ากับค่ายกลทำให้พลังของค่ายกลสูงมากขึ้น

            “เอาละต่อไปก็ได้เวลาทดสอบพลังของข้าแล้ว”ฉางเฟิงพุ่งออกไปพร้อมกับของเหลวศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นหอก

            “เสี่ยวเสี่ยวเองก็อยากเล่นด้วย”เสี่ยวเสี่ยวพุ่งเข้าหาผู้นำนิกายสตรีหยกทันที

            “เด็กนี่มาจากใหน”ผู้นำนิกายสตรีหยกตื่นตระหนกกับความเร็วของเสี่ยวเสี่ยว

            พริบตาเสี่ยวเสี่ยวก็ปรากฎข้างหลังของอีกฝ่ายพร้อมกับหมัดน้อยๆของนางกำแน่น

            “สตรีอัปลักษณ์อย่างเจ้าต้องเจอนี่”เสี่ยวเสี่ยวชกหมัดออกไปเข้าที่ใบหน้าที่งดงามของผู้นำนิกายสตรีหยกทันที

            “กรีด!!!!!!!!!!!”

            ผู้นำนิกายสตรีหนกกรีดร้องออกมาเพราะฟันของนางถึงกับหลุดออกมาจากปากสามซี่สำหรับหญิงสาวความงามคือเรื่องคอขาดบาดตายเป็นสิ่งสำคัญและตัวของผู้นำนิกายสตรีหยกเองก็งดงามมากเช่นกันแต่ตอนนี้นางต้องเสียโฉมเพราะเสี่ยวเสี่ยวจะไม่ให้นางโกรธได้อย่างไร

            “นังเด็กบ้าเจ้าต้องตาย”ผู้นำนิกายสตรีหยกออกกระบี่โจมตีเสี่ยวเสี่ยวอย่างบ้าคลั่งแต่เสี่ยวเสี่ยวกลับรวดเร็วอย่างมาก นางหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ราวกับกำลังวิ่งเล่น

            ทางด้านฉางเฟิงฉางเฟิงปลดปล่อยทักษะหอกออกไป ทักษะของฉางเฟิงตอนนี้ทรงพลังอย่างมากเพราะหลังจากทนรับทัณฑ์เซียนไม่เพียงแต่พลังปราณยกระดับขึ้นแต่กายาก็ยกระดับอย่างมากเช่นกัน

            กายาของฉางเฟิงตอนนี้เทียบได้กับจักรพรรดิขั้นที่5 ไปแล้ว ส่วนพลังจิตเทียบได้กับจักรพรรดิขั้นที่ 7 เรียกได้ว่าการทะลวงระดับครั้งนี้ฉางเฟิงได้กำไรอย่างมาก

             “การโจมตีนี่อย่ารับการโจมตีของเจ้านั่นตรงๆ” ผู้นำนิกายดาบฉลาดมากมองเห็นว่าการโจมตีของฉางเฟิงไม่ธรรมดาเลย

            “หึลองเจอกับลูกๆของข้าหน่อย” ผู้นำนิกายกายกู่ปลดปล่อยแมลงพิษหลากหลายพันตัวออกมาจากร่างทำให้พริบตาท้องฟ้าก็มืดลงเพราะฝูงแมลง

            “แมลงกร่อนกระดูกมากขนาดนี้เลยแถยยังอยู่ขั้นจักรพรรดิไปแล้ว” ฉางเฟิงไม่กลัวแค่แปลกใจ

            “กินมันให้หมดอย่าให้เหลือ”ผู้นำนิกายกู่คำราม

            “ได้ข่าวว่าแมลงของเจ้ากลัวไฟวิเศษสินะ”ฉางเฟิงระเบิดเปลววิเศษออกมาจากร่าง ในพริบตาเปลวเพลิงกลายเป็นคลื่นทะเลเพลิงเข้าซัดฝูงแมลงกร่อนกระดูกทันที

            “ม่ายยยลูกๆของข้า” ผู้นำนิกายกู่ตื่นตระหนกเพราะแมลงกร่อนกระดูกแพ้ทางเพลิงวิเศษอย่างมาก

            “ข้าช่วยเอง”ผู้นำนิกายมารปรากฎด้านหลังของฉางเฟิงและฟาดฟันดาบหมายจะตัดร่างของฉางเฟิง

            แต่พริบตานั้นเองสายฟ้าก็ระเบิดออกจากร่างของฉางเฟิงทำให้ร่างของฉางเฟิงมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อฉางเฟิงกลายเป็นสายฟ้าและปรากฎด้านหลังของผู้นำนิกายกู่ในพริบตา

            “ข้าขอชีวิตของเจ้าก่อนแล้วกัน”ฉางเฟิงกล่าวพร้อมกับหอกกลายเป็นมังกรแทงออกไป

            “อย่าได้หวัง”ผู้นำนิกายกู่คำรามพร้อมกับปล่อยแมลงสีแดงออกมาจากแขนเสื้อสองตัว แมลงที่ปรากฏนั้นมีตัวกลมๆและเริ่มขยายร่างในพริบตา

            “แย่แล้ว”ฉางเฟิงตื่นตระหนกพร้อมกับของเหลวศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นโล่ในพริบตา

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!!”

            แมลงทั้งสองระเบิดตัวเองทำให้เกิดการระเบิดที่รุนแรงร่างของผู้นำนิกายกู่กระเด็นออกไปและยกยิ้มอย่างชั่วร้าย

            “แมลงระเบิดโลหิตเจ้าถึงกับมีมัน” ผู้นำนิกายอื่นๆพากันตกใจ

            เพราะถ้าพวกเจ้าเจอกับแมลงระเบิดโลหิตนั่นระเบิดใส่ในระยะใกล้ขนาดนั้นพวกเขาคงบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ตายได้เพราะโลหิตของแมลงระเบิดโลหิตนั้นมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนอย่างมากและมีพิษอยู่ด้วย

            “ฮ่าฮ่า คิดว่าข้าอ่อนแอขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ น่าขัน” ผู้นำนิกายกู่มีความสุขอย่างมาก

            “จะดีใจมันยังเร็วเกินไปหรือเปล่า”เสียงของฉางเฟิงดังขึ้นพร้อมกับร่างของฉางเฟิงปรากฏ

            “เป็นไปไม่ได้”ผู้นำนิกายกู่ตกใจมาก

            “อาวุธนั่นเป็นอาวุธนั่นเปลี่ยนรูปร่างให้กลายเป็นโล่” ผู้นำนิกายดาบเมฆารู้สึกโลภอย่างมากเมื่อมองของเหลวศักดิ์สิทธิ์ในมือของฉางเฟิง

            “พวกเราโจมตีพร้อมกัน”ผู้นำนิกายมารพุ่งออกไปก่อนพร้อมกับด้านหลังปรากฎร่างเงาของจอมมารที่น่าเกรงขามร่างของจอมมารยกดาบขึ้นฟาดฟันใส่ฉางเฟิง

            “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอทุ่มสุดตัวเลยแล้วกัน”ผู้นำนิกายดาบยกดาบขึ้นมา

            “คนดาบรวมเป็นหนึ่ง”ร่างของผู้นำนิกายดาบเมฆาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับดาบและโจมตีเข้าหาฉางเฟิงทันที

            “ถ้าเช่นนั้นข้าจะปิดกั้นทางหนีของเจ้า”แมลงระเบิดโลหิตนับ 10 ตัวปรากฏและล้อมฉางเฟิงเอาไว้ไม่ให้ฉางเฟิงหนี

            “หึคิดว่าข้าจะกลัวพวกเจ้า” ฉางเฟิงคำราม

            สายเลือดในร่างปะทุพลังออกมาร่างของฉางเฟิงเริ่มปรากฎเกล็ดสีเทาส่องสว่างพร้อมกับปราณโกลาหลแผ่ขยายออกไป

            “เขตแดนโกลาหลเต็มกำลัง”ฉางเฟิงขยายเขตแดนโกลาหลออกไป

            “อะไรกันความรู้สึกนี้อีกแล้วข้าควบคุมสภาพคนดาบรวมเป็นหนึ่งไม่ได้”ผู้นำนิกายดาบเมฆาตกใจและหยุดการโจมตีทันที

            ส่วนผู้นำนิกายมารเองร่างจอมมารก็สั่นใหวเหมือนจะกำลังจะสลายฉางเฟิงได้โอกาสพุ่งเข้าหาผู้นำนิกายมารในพริบตา

            “คนกระบี่รวมเป็นหนึ่งกระบี่เพลิงแผดเผา” ฉางเฟิงผสานเพลิงวิเศษเข้ากับกระบี่ในมือและโจมตีสุดกำลัง

            “ม่ายยยยยยยย”ร่างจอมมารชกหมัดออกไปหมายจะหยุดการโจมตีของฉางเฟิง

            แต่ว่าความเร็วของฉางเฟิงกลับเหนือกว่าพริบตากระบี่ของฉางเฟิงก็ตัดร่างของผู้นำนิกายมารจนขาดสองท่อน เพียงแต่เมื่อกลายเป็นเซียนแล้วต่อให้ถูกตัดหัวก็จะยังไม่ตายของแค่ยังหลงเหลือวิญญาณก็จะสามารถงอกร่างกายใหม่ได้ทุกเมื่อ

            “บ้าเอ้ยทำไมถึงเป็นแบบนี้”ผู้นำนิกายมารคิดจะหนีไปฟื้นฟูร่างกาย

            เพียงแต่พริบตาเปลวเพลิงสีน้ำเงินก็ปะทุออกมาและแผดเผาร่างและวิญญาณของผู้นำนิกายมารในพริบตา

            “อ๊ากกกกกกกกกกกก”ผู้นำนิกายมารกรีดร้องออกมาอย่างทรมาน

            “บ้าเอ้ยนี่มันแปลกเกินไปแล้วจักรพรรดิขั้นที่ 1 ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” ผู้นำนิกายดาบเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา

            “กรี้ด!!!!!!!”พริบตานั้นเองผู้นำนิกายสตีหนกเองก็ถูกเสี่ยวเสี่ยวทำลายร่าง

            “ม่ายยยยยยยย”โจวเทียนถึงกับกรีดร้องเมื่อเห็นผู้นำนิกายสตรีหยกถูกเสี่ยวเสี่ยวใช้กระบองหินฟาดฟันร่างแหลกละเอียดพร้อมกับวิญญาณดับสลายเห็นได้ชัดว่าโจวเทียนและผู้นำนิกายสตรีหยกจะต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากันแน่ไม่อย่างงั้นโจวเทียนคงไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาได้ขนาดนี้

            ผู้นำนิกายกู่รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ดีจึงเตรียมหนีแต่ในตอนนั้นเองหุ่นเชิดทั้งสามตัวก็ควบคุมค่ายกลทันที ค่ายกลายเป็นโซ่หนาหลายเส้นเข้าผนึกร่างของผู้นำนิกายกู่เอาไว้ในพริบตาฉางเฟิงเองก็ไม่รอช้าหอกในมือกลายเป็นมังกรทะลวงร่างของอีกฝ่ายพร้อมกับเพลิงวิเศษแผดเผาวิญญาณของอีกฝ่ายต่อเนื่อง