มือปราบหญิงได้ยินถึงกับผงะ การเจอกับฮัวหยางก็ไม่ต่างจากเจอกับโจรเด็ดบุบผาเลยสักนิด นางก็ถูกเขาเอาเปรียบเหมือนกัน เพียงแต่เื่นี้ไม่อาจจะเอ่ยปากบอกผู้ใดได้
“ว่าแต่เ้าเถอะ ไปสนิทสนมกับคุณชายใหญ่ฮัวั้แ่เมื่อใด ฐานะอย่างเราอย่าไปเกี่ยวข้องกับพวกคนใหญ่คนโตจะดีที่สุด ตอนที่เขาโปรดปรานเราก็อาจจะให้เงินให้ทองโดยไม่เสียดาย แต่ถ้าวันหน้าเกิดเขาไม่พอใจเราขึ้นมา อาจจะทำร้ายเราได้โดยที่เราไม่อาจสู้ แม่เตือนเ้าเื่นี้ไปหลายหนแล้วนะ”
“ข้าไม่ได้สนิทกับเขานะ เป็เขาต่างหากที่วุ่นวายกับข้าเอง”
อู๋ฮูหยินชะงัก นางหันมาจ้องหน้าบุตรสาวอย่างจริงจัง “เ้าก็รู้ว่าท่านพ่อของเ้าเสียชีวิตได้อย่างไร อย่าไปยุ่งกับพวกคนตระกูลใหญ่จะดีกว่า ถ้าเขามาวุ่นวายด้วย เ้าก็รีบหลีกเลี่ยงไปเสีย”
“เ้าค่ะ ข้าไม่้ายุ่งกับเขาอยู่แล้ว”
“ดี เราต้องระมัดระวังตัว ที่พวกเราหนีกันมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อความปลอดภัย เ้าอย่าสร้างความยุ่งยากให้ครอบครัวเราอีกนะ”
อู๋จือพยักหน้านั่งฟังมารดาสั่งสอนอีกยืดยาว แต่ในใจกลับนึกถึงฮัวหยาง
‘จบกัน...ความบริสุทธิ์ของข้า ทั้งถูกเ้าหมอชั่วนั้นกอดและก็จูบไปตั้งสามครั้ง’
“เออนี่จือจือ คุณชายใหญ่ฮัวคนนั้นบอกว่าจะมาเยือนบ้านเราอีก แม่ออกปากห้ามเขาไปแล้ว แม่ว่าเ้าไปขอบคุณเขาสักครั้งแล้วก็รีบตัดสัมพันธ์ไปเถอะ อย่าให้เขามาวุ่นวายที่บ้านของพวกเราเลย”
อู๋ฮูหยินไม่อยากให้เพื่อนบ้านละแวกนี้มองว่านางคิดจะส่งบุตรสาวคนโตให้ไปเป็อนุภรรยาในครอบครัวคหบดี ปณิธานของนางคืออยากให้ลูกๆ ทุกคนมีครอบครัวที่ทัดเทียมกับคน และอยู่อย่างมีความสุข
ชีวิตภรรยาหัวหน้ามือปราบที่สามีถูกคนมีอำนาจกว่ารังแก ยากลำบากยิ่ง นางไม่้าให้ลูกๆ ไปยุ่งเกี่ยวกับคนที่มีฐานะหรืออำนาจ
แต่คิดไปก็น่าเสียดายไม่น้อย คุณชายใหญ่สกุลฮัวรูปร่างหน้าตาราวกับเทพเซียนมาจุติ หากลูกสาวของนางได้แต่งบุรุษเช่นนี้ วันหน้าหลานๆ ของนางก็คงจะหน้าตาดีมากเลยทีเดียว แต่...ครอบครัวเขายิ่งใหญ่เกินไป
“ท่านแม่ หากเขามาอีกคราวหน้า ท่านอย่าให้เขาเข้าบ้านของเราโดยเด็ดขาดนะเ้าค่ะ”
“เมื่อวานเขาอ้างด้วยนะว่าเป็สหายกับเ้า”
“ไม่ๆ เขาเป็สหายของหัวหน้าจางต่างหาก”
อู๋จือถึงกับอึ้งกับสิ่งที่มารดาเล่า ฮัวหยางอุ้มนางเข้ามาส่งถึงห้องและยังนั่งเฝ้านางรอให้มารดาไปต้มน้ำ นางเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ไม่อยากจะให้ฮัวหยางเข้ามาใกล้เพราะรู้สึกว่าตนเองหวั่นไหวกับสายตาและััของเ้าหมอโฉดนั่น
“ดีนะที่ไม่มีเพื่อนบ้านมาเห็นเข้า ไม่อย่างนั้นเ้าคงถูกนินทาจนเสียชื่อ ต่อไปเ้าอย่าได้ดื่มสุราอีกเป็อันขาด เ้าเป็สตรีมีแต่เื่เสียหาย” อู๋ฮูหยินอบรมบุตรสาวอีกยืดยาว
อู๋เหอตี้ไปเรียนที่สถาบันเค่อเฉิงในเช้าวันนี้ด้วยความรื่นเริงเต็มหัวใจ ก้อนตำลึงเงินในถุงผ้าใบเล็กเก่าๆ ถูกร้อยด้วยเชือกยาวคล้องคอและซุกในอกเสื้อ นี่คือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเด็กชายวัยสิบสี่
“เสี่ยวเหอตี้ เย็นนี้ไปเดินเที่ยวตลาดกับข้าหรือไม่ ” สหายร่วมชั้นชักชวน
“ไม่ได้ๆ เย็นนี้ข้าจะรีบไปซื้อตำราเล่มใหม่ที่ร้านเซียวเหยา”
“เอ๋ เ้ามีเงินแล้วหรือ ไหนว่าต้องรอให้เบี้ยหวัดพี่สาวออกก่อน ”
“เอาน่า ข้าพบเทพเซียนประทานเงินตรา ทำให้ข้าพอจะมีเงินซื้อเครื่องเขียนดีๆ สักชุด เ้าอย่าเพิ่งมาขวางข้าเลย”
หลังเลิกเรียนอู๋เหอตี้รีบตรงดิ่งไปยังร้านขายเครื่องเขียน “เซียวเหยา” ที่อยู่เลยหน้าประตูสถาบันไม่ไกล ร้านนี้จำหน่ายเครื่องเขียนและของใช้สำหรับนักศึกษา เมื่อปีก่อนมีกระเป๋าใส่ตำราที่ทำโดยช่างฝีมือดีออกมาจำหน่ายอยู่รุ่นหนึ่งเป็ที่นิยมของเหล่าบัณฑิตและนักศึกษาในสถาบันเค่อเฉิงยิ่งนัก
อู๋เหอตี้เองก็อยากได้ แต่ราคาของมันก็เกินกว่าที่คนในครอบครัวธรรมดาอย่างเขาจะไขว่คว้า เด็กชายจึงได้แต่มายืนชมและลูบคลำอยู่หลายคราว
ครั้งนี้ต่างออกไป ในถุงเงินของเขามีมากพอจะซื้อสิ่งที่อยากได้จนครบถ้วน
“เถ้าแก่ ข้าเอากระเป๋าใบนี้ขอรับ” เด็กชายเอ่ยเสียงใส
“เ้าหนู มีเงินมาซื้อแล้วหรือ เห็นมาแวะลูบคลำั้แ่ปีที่แล้ว ข้าดีใจด้วยนะ” เถ้าแก่ร้านเครื่องเขียนมองดูเสื้อผ้าและข้าวของที่เด็กชายใช้แล้วก็พอรู้ว่าอีกฝ่ายฐานะเป็เช่นไร
“ข้าเองก็ดีใจขอรับ มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งใจดีให้เงินข้ามา”
“ดีๆ ข้าจะลดให้เ้าเป็พิเศษก็แล้วกันนะ” เถ้าแก่วัยกลางคนมองเด็กหนุ่มด้วยความเมตตา เ้าเด็กผู้นี้น่ารักและสุภาพน่าเอ็นดู ทุกคราวที่มายืนเมียงๆ มองๆ กระเป๋าก็จะขออนุญาตเถ้าแก่ก่อนและบอกตามตรงว่าตนเองอยากได้แต่ยังไม่มีเงินซื้อ
“โอ...นี่เ้าได้มาตั้งหนึ่งตำลึงเชียว เก็บเงินทอนให้ดีๆ เล่า”
“ขอรับ ข้ายังต้องใช้เงินนี้ซื้ออุปกรณ์การเรียนอีก”
“เ้ามีถุงใส่เงินดีๆ ไหม ถ้าไม่มีเดี๋ยวข้าจะให้เ้าสักถุงก็แล้วกัน” เถ้าแก่มองถุงเงินที่อู๋เหอตี้ใช้ห้อยคอด้วยความเวทนา
อู๋เหอตี้ค้อมศีรษะกล่าวขอบคุณเถ้าแก่ที่ยื่นถุงใส่เงินที่ดูแ่าแข็งแรงและมีลายปักงดงามให้
สายตาของเด็กหนุ่มมองไปยังโต๊ะที่วางแท่นฝนหมึกคุณภาพดีที่เขาอยากได้มานาน
“เถ้าแก่ขอรับ ข้ายังอยากได้แท่นฝนหมึกกับตำราอีกสองสามเล่มที่ยังไม่มีด้วยขอรับ”
“เอาสิ เ้าเลือกได้เลย วันนี้ข้าจะลดราคาให้เ้าทุกอย่าง”
อู๋เหอตี้สะพายกระเป๋าใบใหม่เลือกตำราด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข กระเป๋าใบเก่าของเขาเป็ของที่ได้มาจากความกรุณาของเพื่อนบ้าน มันถูกท่านแม่ซ่อมปะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบไม่มีที่จะซ่อมแล้ว เถ้าแก่เห็นเขายืนมองกระเป๋าใบเก่าก็ยิ้ม
“ดูท่า แม่ของเ้าจะซ่อมกระเป๋าให้จนเต็มกลืนแล้วกระมัง”
“ขอรับ ในที่สุดข้าก็กระเป๋าใบใหม่เสียที ไม่ต้องสะพายไปคอยพยุงไปเพราะกลัวว่าก้นมันจะทะลุอีกแล้ว”
“ของทุกอย่างก็ย่อมมีอายุขัยของมัน ทิ้งเสียเถิด อย่าไปยึดมั่นถือมั่นให้มาก แล้วก็ใช้กระเป๋าใบใหม่ให้คุ้มค่า”
เด็กชายยิ้มกว้างก้มศีรษะอีกครา “ขอบคุณเถ้าแก่มากขอรับ”
“ขอให้เ้าได้เป็บัณฑิตสมกับที่มารดาของเ้ารอคอยก็แล้วกัน”
“ขอรับ ข้าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน”
เด็กชายได้สิ่งที่ตนเองปรารถนามานานก็นึกอยากจะอวดผู้อื่น ขณะเดียวกันก็คิดหาวิธีบอกมารดาเื่กระเป๋าใบใหม่ หากมารดารู้ว่าเขารับเงินมาจากคุณชายใหญ่ฮัวก็คงจะโมโหและซักไซ้จนความแตก
คนที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ก็คงจะมีเพียงพี่สาวคนรองเท่านั้น อู๋เหอตี้ตรงไปยังร้านขายยาสมุนไพรของสกุลฮัวที่อู๋เสี่ยวถงทำงานอยู่ พี่สาวของเขากำลังง่วนกับการจัดยาสมุนไพรที่เพิ่งเข้ามาใหม่
เด็กชายเดินเข้าไปในร้านแล้วบอกกับลูกจ้างผู้หนึ่งว่าเขามาขอพบพี่สาว อู๋เสี่ยวถงได้ยินว่าน้องชายมาหาก็รีบวางงานลงแล้วเดินออกมา
“เสี่ยวเหอตี้ เหตุใดเ้าจึงแวะมาหาข้า ”
“พี่เสี่ยวถง ท่านออกไปคุยกับข้าสักครู่ได้หรือไม่ ”
อู๋เสี่ยวถงหันไปดูหน้าหลงจู๊จี้ผู้ดูแลร้าน คนผู้นั้นจึงพยักหน้าให้
“เ้าไปคุยกับน้องชายเถิด ข้าให้เวลาหนึ่งเค่อ”
“เ้าค่ะ”
อู๋เสี่ยวถงเดินนำหน้าน้องชายไปด้านหลังร้าน นางหันกลับไปดูเด็กชายที่ดูลุกลี้ลุกลนผิดปกติ สายตาของนางจึงเปลี่ยนไปกลายเป็คุกคาม “เสี่ยวเหอตี้ บอกข้ามา เ้าไปทำสิ่งใดผิดจึงได้มาหาข้าเพื่อให้แก้ปัญหา ”
“พี่รู้ทันข้าอีกแล้ว”
“ข้ากับเ้าโตมาด้วยกัน เ้าคิดเช่นไรมีหรือข้าจะไม่รู้ ”
“อือๆ ข้าพูดก็ได้” เด็กชายปลดกระเป๋าสะพายออกแล้วยื่นให้พี่สาวดู “ข้าซื้อกระเป๋าใหม่แล้วนะขอรับ”
อู๋เสี่ยวถงทำตาโต “นี่มันกระเป๋าราคาแพงที่เ้าอยากได้นี่ เ้าไปเอาเงินที่ใดมาซื้อ คงไม่ใช่ไปทำเื่ชั่วๆ เพื่อให้ได้เงินมาหรอกนะ ข้าบอกเ้าแล้วว่าจะเก็บเงินซื้อให้ เหตุใดจึงไม่ยอมรอ ”
**************
