ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 47 คำสอน.

    แจ๊ครู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าเขาจะหลับตาอยู่ทว่ายังสัมผัสสิ่งของรอบตัวได้ ถึงระยะ 100 เมตร ไม่ว่าจะเป็นดิน หญ้า หินและมดตัวน้อย ๆ ที่กำลังจะเดินตามกันอยู่ตามต้นไม้ สิ่งที่แปลกคือเขาสัมผัสไม่เห็นหู่เสวีย แต่อยู่ว่าหู่เสวียอยู่ห่างแค่ 50 เมตรเท่านั้น แสดงว่าหู่เสวียมีวิชาปกปิดร่างกายที่กำลังใช้อยู่

    แจ๊คลืมตาขึ้นมามองที่กำแพงของถ้ำ น่าแปลกเพราะสายตาการมองของเขาเป็นปกติ แต่ถ้าใช้สัมผัสวิญญาณเขาสามารถมองทะลุไปอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้แจ๊ครู้สึกมึนหัวเป็นอย่างมาก ลองคิดดูถ้าใส่แว่นตาสายตาแค่ข้างเดียว ตาอีกข้างหนึ่งไม่ได้ใส่แว่นตา การมองเห็นจะปวดหัวมาก แจ๊คจึงหลับตาก่อนและใช้แค่ สัมผัสพลังจิตไปก่อน

    พอมองไปดูที่ร่างกายเหมือนกับที่หู่เสวียบอกว่า พลังงานในไตของตนเองเยอะเอามาก ๆ แสงพลังงานเหมือนกับว่าพลุดอกไม้ไฟในความมืด ที่ส่องแสงตลอดเวลา แจ๊คได้เดินออกไปข้างนอกก่อนจะได้เจอกับหู่เสวีย หู่เสวียได้ถามแจ๊คไปว่า

    “นายเจอบททดสอบอะไร”

    แจ๊คจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ตั้งแต่เสาทั้ง 12 ไปจนถึง วังวนสุดท้ายที่ได้เจอก่อนออกจากมิตินั้น หู่เสวียฟังแล้วเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

    “นายเจอบททดสอบแห่งวิญญาณและจิตใจ ถือว่าดีมาก เพราะจะขัดเกลาจิตวิญญาณของนาย ไม่เหมือนกับของคนอื่นที่พอบททดสอบเสร็จจะต้องสร้างทะเลความคิดขึ้นมาอีก”

    แจ๊คพยักหน้าตอบรับ และบอกถึงปัญหาสายตาตอนนี้ของเขาไป

    “นายรอเวลา เดียวมันจะคุ้นเคยเอง”

    แจ๊คได้พูดขึ้นมาอีกว่า

    “ฉันใช้เวลาไปเท่าไร”

    หู่เสวียได้ตอบกลับมา

    “หลอมรวมไข่มุกจักรพรรดิแห่งน้ำ ใช้เวลา 39 วัน ดูดซับพลังจากคริสตัล 210 วัน สร้างทะเลความคิด 380 วัน”

    แจ๊คตกใจมากทำไมถึงใช้เวลาเยอะขนาดนี้ รวมทั้งหมดมันตั้ง 629วันหรือ 1ปี7เดือนที่ใช่เวลาไปทั้งหมดในการเพิ่มพลังของตนเอง

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คตกใจกับวันที่ใช้ไปจึงได้บอกไปว่า

    “การฝึกฝนไม่มีการทางลัด ที่นายใช้เวลาเท่านี้ถือว่าดีมากแล้ว”

    แจ๊คยอมรับได้ การใช้เวลาแบบนี้ที่เรียกว่าฝึกฝนจิตใจไปด้วยถ้าคนเราไม่สามารถทนได้จะกลายเป็นบ้าไปทันที การฝึกฝนมันใช้เวลานาน แจ๊คจึงถามหาเป้าหมายต่อไป

    “แล้วเป้าหมายต่อไปที่จะหาคือธาตุอะไร”

    “ธาตุไม้”

    “ทำไม”

    แจ๊คถามไปด้วยความสงสัย เพราะว่าทำไมไม่เอาธาตุทองหรือธาตุดินก่อนทำไมถึงกลายเป็นธาตุไม้

    “ฉันรู้ว่านายคิดอะไรแต่ จะบอกให้ฟังดินเสริมสร้างทอง ทองเสริมสร้างน้ำ น้ำเสริมสร้างไม้ ไม้เสริมสร้างไฟ ไฟเสริมสร้างดินเป็นวัฏจักรของธาตุทั้ง 5”

    แจ๊คได้ฟังเหตุผลแล้วจึงหยิบเข็มทิศแห่งโชคออกมาแล้วพูดว่า

    “หาขอนไม้ต้นไม้หมื่นต้น”

    เข็มทิศได้หมุนไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วอย่างกับว่าเข็มทิศมันจะพังแล้วจนได้มันมีรอยแตกขึ้นมาอีก 1 รอยในเข็มทิศก่อนที่มันจะชี้ไปทางทิศตะวันตก

    แจ๊คไม่เสียเวลาเอาแผ่นที่ออกมา แล้วดูเป้าหมายที่จะไปคราวนี้ เป้าหมายอยู่ในอาณาจักรยะเซ็น ป่าแห่งความเงียบ หนึ่งในป่าต้องห้ามของดวงดาวแห่งนี้ แจ๊คยังไม่อยากที่จะไปหาพวกศาสนาแห่งแสงเท่าไรเพราะตอนนี้เขายังไม่พร้อมแต่ถือการผจญภัยที่ไม่มีคนไล่ล่าจะสนุกได้ยังไง แจ๊คจึงบอกเป้าหมายที่จะเดินทางไปคราวนี้

    “เดินทางไปที่อาณาจักรยะเซ็น”

    หู่เสวียพยักหน้าก่อนที่ทั้งคู่จะออกเดินทางกันไปต้องผ่านเมืองอาริโซ ซึ่งเป็นเมืองระดับสูงเมืองแรกที่แจ๊คจะเดินทางไปมีประชากรถึง 5-10 ล้านคน

    ในระหว่างการเดินทางหู่เสวียสอนวิธีใช้สัมผัสวิญญาณ การปกปิดร่างกาย การปลอมตัว และการเพิ่มพลังจิตวิญญาณให้กับแจ๊ค ทำให้แจ๊คสามารถลืมตาขึ้นมาได้หลังจากที่ฝึกสัมผัสวิญญาณแล้ว

    การเดินทางมันไม่น่าเบื่อมากนักเพราะมีหู่เสวียเป็นเพื่อนคุยและได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรหลาย ๆ ชนิด

    ทำให้แจ๊ครู้ได้ทันทีว่าทำไมจิตวิญญาณถึงได้สำคัญนัก เขาสามารถเดาทิศทางที่จะโจมตีของศัตรูที่กำลังเข้าไปได้ และหลบไปถ้าศัตรูไม่ได้มีความเร็วมากกว่าเขา การตอบสนองที่ดีเยี่ยม หู่เสวียบอกว่าถ้านักเวทที่สามารถสร้างจิตวิญญาณได้จะเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุด แต่แจ๊คว่าไม่ว่าใครก็น่ากลัวหมด คนที่สามารถสร้างจิตวิญญาณได้ ที่หู่เสวียบอกว่านักเวทน่ากลัวสุดเพราะอวยนักเวทมากกว่า หู่เสวียก็เป็นนักเวท

    ส่วนการปกปิดร่างกายเหมือนกับความสามารถของชุดแห่งความว่างเปล่า คือไม่มีใครรับรู้ตัวเรานอกจากจะมีลางสังหรณ์ สัญชาตญาณ และการรับรู้อื่น ๆ ได้ ข้อดีที่ชุดแห่งความว่างเปล่าไม่มีคือ มันสามารถหลบเวทมนตร์ตรวจจับได้ แต่หลบเวทมนตร์บางชนิดไม่ได้นะ

    การปลอมตัว อันนี้แจ๊คยังไม่ชำนาญมากหรือแบบอีกคือไม่อยากจะทำ แจ๊คมีทั้งหน้ากาก คนที่เห็นหน้าแจ๊คจริง ๆ น้อยมาก แต่เขาก็เรียนได้เพื่อเปลี่ยนสีชุดและหน้ากาก

    การเพิ่มพลังวิญญาณอันนี้ยากมาก ๆ เลยเพราะต้องฝึกฝนพลังวิญญาณในร่างกาย หลังจากที่ผ่านบททดสอบจิตวิญญาณแล้ว แจ๊คได้วิธีฝึกฝนวิญญาณมา คือ การสร้างดินขึ้นมา แม้จะดูเหมือนง่ายใช้ไหม แต่ยากโคตร ๆ มันต้องหาว่าดินมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ดินในโลกเดิมมีส่วนประกอบคือ อากาศ 25 % น้ำ 25% แร่ธาตุอาหาร 45 % อินทรียวัตถุ 5 %

    แต่ทว่ามีบอกว่าเราสามารถสร้างดินของตัวเราเองขึ้นมา โดยหาธาตุองค์ประกอบมาก่อนนำมาผสมร่วมกันจึงก่อเกิดเป็นดินขึ้นมา เท่ากับว่าถ้าแจ๊คใช้องค์ประกอบจากโลกเดิม ดินเขามันจะไม่มีคุณภาพแม่แต่นิดเดียว ดูดินจากดาวดวงเคอเซอร์นี้ยังแข็งแกร่งกว่าดินโลกเดิมอีก

    แจ๊คไม่เอาด้วยหรอก

    สิ่งนี้น่าปวดหัวมาก จึงนำไปถามกับหู่เสวีย แต่คำตอบคือ

    “นายหาเองสิ มันจะสร้างโลกจิตวิญญาณขึ้นมาโลกจิตวิญญาณเป็นของนาย นายต้องหาด้วยตนเอง”

    “ไม่มีคำแนะนำเลยหรือ หรือว่าให้ไปอ่านหนังสืออะไรพวกนี้”

    หู่เสวียมองแจ๊คและใช้ความคิดก่อนนิดหนึ่ง

    “หนังสือเล่นแร่แปรธาตุฝึกหัด เมืองต่อไปน่าจะมี”

    แจ๊คทำตามคำแนะนำของหู่เสวีย จึงรีบเดินทางไปเมืองอาริโซเป็นเมืองระดับสูงน่าจะมีสิ่งที่เขาต้องการนะ

    ผ่านไป 10วันหลังการเดินทาง

    แจ๊คได้เห็นกำแพงเมืองในที่สุด แต่คราวนี้กำแพงเมืองไม่ได้สร้างมาจากอิฐ แต่เป็นเหล็กผสมกับทอง ทำให้มีสีขาวผสมทอง ผนังกำแพงมันผสมเข้าไปได้ไงนะ มีวงแหวนกลางบนฟ้าเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนบิน

    มีป้อมสังเกตการณ์ 6 ป้อม หอคอย 4 ทิศ และกำแพงทั้ง 6 ทิศเหมือนกันกับเมืองขนาดกลางแค่มีป้อมสังเกตการณ์เพิ่มขึ้นมาเท่านั้น

    ประตูเมืองเหมือนกับเมืองระดับกลางไม่มีคนเฝ้าแค่ใช้เวทมนตร์ตรวจสอบเท่านั้น แจ๊คสบายได้ใช้ปกปิดแล้วเดินเข้าไปในเมือง ผู้คนในเมืองมีเยอะขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่แปลกไปที่สุดคือ มีคนใส่ชุดขาวตัดกับทองได้รับความเคารพจากผู้คนในเมืองแห่งนี้ คนที่ใส่ชุดขาวตัดทองคือสาวกเทพแห่งแสงนั้นเอง แจ๊ครู้สึกว่าพวกสาวกเทพแห่งแสงอ่อนแอกว่าสัตว์อสูรอีก

    แจ๊คจึงได้หันไปหาหู่เสวียแล้ว ใช้สัมผัสพูดคุยกัน

    [หู่เสวียทำไมสาวกเทพแห่งแสงถึงอ่อนแอจัง ฉันแค่ใช้หมัดอัดอากาศพวกมันก็ตายแล้ว]

    [นายจะไม่พูดอย่างนี้ถ้ารู้จักสาวกที่แท้จริงของเทพแห่งแสง]

    [สาวกแท้จริงหรือ]

    [นายรู้ไหมอะไรที่น่ากลัวที่สุดของเทพแห่งแสง]

    แจ๊คคิดนิดหนึ่งที่จะพูดไปว่า

    [แสงหรือ]

    หู่เสวียมองแจ๊ค ก่อนจะหันไป

    [นายคิดอะไร แสงหรือไม่ใช่แต่เป็นคำสอนต่างหาก]

    แจ๊คสับสนมาก คำสอนหรือที่น่ากลัวมากที่สุด บ้าไปแล้ว

    [คำสอนหรือ]

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คไม่เชื่อ พูดออกไป

    [ทำไมคำสอนถึงน่ากลัวหรือ เพราะว่าถ้ามีสาวกคนไหนได้ทำตามคำสอนโดยที่ไม่ผิดพลาด ในระยะเวลาอีก 50 ปีคนนั้นจะกลายเป็นมหาจอมเวท ถ้าเป็นนักรบจะได้กลายเป็นเซียน]

    แจ๊คตกใจกับคนตอบมาก แค่ 50 ปีกลายเป็นมหาจอมเวทกับเซียนเลยหรือ นั้นมันระดับครึ่งก้าวผู้เป็นเทพของปีศาจแล้วนะ

    [มันไม่บ้าไปหน่อยหรือ แค่ 50 ปีเอง]

    แจ๊คใช้เวลาถึง 4 ปีแล้ว จากที่ลงมาดวงดาวแห่งนี้ ระดับการฝึกฝนเขาแค่ ปีศาจฝึกฝนเอง แต่ถ้าทำตามตำสอนของศาสนาเทพแห่งแสงจะขึ้นไปเป็นมหาจอมเวทหรือเซียน ง่าย ๆ แบบนี้มันไม่ยุติธรรม

    หู่เสวียเห็นว่าแจ๊คยังฟังคำอธิบายไม่จบและตกใจแล้ว จึงพูดต่อไป

    [ข้อเสียมันมีอยู่ คือพวกสาวกที่จะขึ้นไปเป็นเทพนั้นน้อยมากเพราะไม่ได้ฝึกฝนด้วยตนเอง]

    [น้อยแค่ไหน]

    [1แสนคนขึ้นได้แค่คนเดียวเท่านั้นแต่คนที่ขึ้นไปนั้นเป็นอัจฉริยะ]

    แจ๊คได้ฟังคำอธิบายแล้วค่อยใจเย็นลงหน่อย ถ้าเป็นศัตรูกับคนที่เป็นมหาจอมเวทหรือเซียนง่าย ๆ แจ๊คคงร้องไห้ออกมา

    [กลับเรื่องเดิมแล้วทำไมพวกนี้ถึงอ่อนแอจัง]

    [นายคิดว่าจะมีคนทำตามคำสอนได้ตลอดหรือ คำสอนนั้นคือทำความดีให้กับชาวบ้านและละทิ้งความปรารถนาในใจทั้งหมด]

    แจ๊คได้ฟังแล้ว รู้สึกว่าเหมือนกับคำสอนในโลกเขาในศาสนาแห่งหนึ่ง

    [มนุษย์มีความเห็นแก่ตัวกันทุกคนแต่ใครจะเก็บกั้นเอาไว้ได้ตลอดดูเหมือนว่าโลกนี้จะไม่มีคนทำตามคำสอน]

    หู่เสวียพูดขึ้นมา แจ๊คได้ยินดังนั้นจึงยิ้มขึ้นมา ถ้ามีคนทำตามคำสอนมันจะเป็นเรื่องยากที่จะทำลายดวงดาวใบนี้

    .............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................