ตงโฉที่ตื่นขึ้นมาช่วงเช้ามืดเขายังคงมึนๆศีรษะอยู่เมื่อลุกขึ้นจากที่นอนก็เห็นฮูหยินของตนยังซุกอยู่ที่นอนใบหน้าของนางปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างเด่นชัดพลันความทรงจำของเมื่อคืนก็ผุดเข้ามา ยิ่งฉากเร่าร้อนของตนเมื่อคืนยิ่งทำให้เขาตกใจเพราะปกติเขานั้นถนอมนางด้วยความรักอย่างที่สุด
"อ่า.....ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งที่ทำให้เกิดเหตุอย่างนั้น"
เขาจ้องมองไปยังภรรยาของตนอย่างนิ่งงันแม้จะผ่านเวลามายาวนานแต่ความรักที่เขามีให้นางยังคงเหมือนเฉกเช่นวันแรกที่เจอกันกว่าที่เขาจะสามารถผ่านกำแพงใจมาได้เขาต้องทุ่มเทและผ่านการลองใจทุกรูปแบบ แต่ผลของทุกการกระทำก็ทำให้ชั่วชีวิตนี้ของตงโฉไม่เสียดายอีกแล้วที่มีนางเดินเคียงข้างมาจนถึงบัดนี้
ตงโฉนั่งลำลึกความหลังจนผ่านมาราวครึ่งชั่วโมงฮูหยินก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
"อะ....ท่านพี่...ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าค่ะข้าต้องขออภัยที่ข้าไม่ทันได้ตระเตรียมอาหารยามเช้าให้"
ฮูหยินรีบลุกขึ้นจากเตียงแต่เมื่อเห็นสภาพของตนนางก็บังเกิดความเขินอายขึ้นมาใบหน้างามขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัดจนตงโฉที่เห็นเช่นนั้นก็สะท้านไปทั้งใจ ก่อนที่อะไรจะตื่นขึ้นอีกรอบเขาต้องรีบถามเรื่องที่ติดค้างใจให้กระจ่างก่อน
"น้องหญิงเมื่อคืนนี้มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นข้าในตอนนั้นไร้สติจนทำให้น้องหญิงเจ็บตัว เจ้าพอทราบถึงสาเหตุหรือไม่"ตงโฉเอ่ยถามด้วยเสียงที่ปลอบประโลมเขากลัวนางจะตกใจตื่นกลัวกับการกระทำของตนเมื่อคืนเขากลัวฮูหยินเสียใจหาว่าเขาไม่รักไม่ถนอมแล้ว
เมื่อฮูหยินได้ยินใบหน้าของนางก็ซีดลงหรือว่ามีผลข้างเคียงกับท่านพี่หรือ
"ท่านเป็นเช่นไรบ้างโปรดบอกให้ข้ารู้และให้ข้าตรวจดูอาการของท่านพี่ด้วยเถอะเจ้าค่ะ"ฮูหยินรีบเข้าไปตรวจชีพจรของสามีทันทีด้วยความห่วงใย
ตงโฉได้บอกอาการที่เกิดขึ้นกับตนอย่างไม่ปิดบังและก็ยอมให้ตรวจอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่แปลกไป
"ท่านพี่ข้าขอบอกท่านตามตรง.....คือเมื่อวานนี้ข้าและลูกสาวทั้งสองได้ช่วยกันปรุงยาเม็ดวิญญาณขึ้นมาเมื่อทำสำเร็จข้าก็ได้กินมันลงไปหนึ่งเม็ดเจ้าค่ะ"
"ยาเม็ดวิญญาณคือสิ่งใด" สีหน้าของตงโฉปรากฏความไม่เข้าใจอยู่มากเขาไม่เคยได้ยินชื่อยาตัวนี้เลยแม้แต่ฮูหยินเองก็ไม่เคยกล่าวถึงมันให้ตนฟังสักครั้ง
"ยาเม็ดวิญญาณ มันคือยาที่หญิงสาวใช้บำรุงหยินหยางก่อนที่จะเข้าเรือนหอเจ้าค่ะ" นางตัดสินใจบอกกล่าวสามีอย่างไม่ปิดบังพร้อมทั้งยอมรับผลที่ตามมาทุกอย่างหากสามีจะโกรธนางที่นางแอบตัดสินใจกินยาแบบไม่บอกกล่าว
"เฮ้อ......ฮูหยินเป็นข้าเองที่ไร้ความสามารถไม่ต้องโทษตัวเองหรอกแต่ข้าสงสัยเหตุใดเจ้าไม่ใช้มันตั้งแต่ก่อนหน้านั้นล่ะ" ตงโฉรวบตัวฮูหยินตนมากอดไว้เขาสงสารภรรยายิ่งนักนางคงจะฝังใจกับเรื่องที่ยังไม่สามารถมีบุตรได้
ฮูหยินเองก็ยอมรับกอดนั้นด้วยความสุขใจก่อนจะซุกเข้ากับอกของสามี
"ยานี้มีส่วนผสมที่หายากนักเจ้าค่ะท่านพี่หากไม่ได้ลูกๆที่เป็นคนหาเจอและนำมาปลูกขยายพันธุ์มันให้ เกรงว่าชาตินี้ข้าคงไม่มีแสงแห่งความหวังแล้ว"
นางเอ่ยอย่างเศร้าใจน้ำเสียงสั่นไหวจนเขารับรู้ได้ตอนนี้ใจของเขานั้นซาบซึ้งต่อบุตรสาวทั้งสองยิ่งเมื่อทั้งสองเข้าใจกันดีแล้วสิ่งที่อัดอั้นไว้ก็ไม่ต้องทน มือของท่านเจ้าเมืองก็เริ่มซุกซนลูบไล้นวดเฟ้น จนฮูหยินร่างอ่อนระทวยในอ้อมกอด
"อื้มท่านพี่....อย่าเล่นอย่างนี้ซิเจ้าค่ะตอนนี้ก็สายแล้วเดี๋ยวข้าจะออกไปสั่งให้แม่ครัวทำกับข้าวมาให้ท่านดีกว่า"
"อย่าลำบากเลยน้องหญิงตอนนี้ข้าอยากย้อนถึงวันที่เราเข้าเรือนหอกันพวกเรามาลำลึกถึงมันดีไหม เพื่อความไม่เสียเปล่าของยาวิเศษ"
ความจริงตงโฉช่างเป็นบุรุษที่มากเล่ห์นัก แม้จะผ่านมาสิบปีกว่าแล้วเขายังคงมีนิสัยเช่นนี้แอบแฝงอยู่ดั่งเสือซ่อนเล็บ
สาวใช้หน้าห้องต้องก้มหน้าลงเมื่อได้ยินเสียงสวรรค์ดังมาจากข้างในห้องพวกนางยังเด็กแต่ก็เข้าใจเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง หากแต่การเป็นสาวใช้ต้องทำเหมือนไม่เห็นหรือไม่ได้ยินจึงจะสมควรใบหน้าพวกนางแดงซ่านอย่างไม่อาจห้ามอยู่จริงๆเพราะเสียงของทั้งสองที่ดังออกมาดูจะร้อนแรงกว่าทุกวันจนพวกนางต้องหาที่หลบออกไปก่อนและคาดว่าคงจะใช้เวลาอีกนานกว่าที่นายท่านทั้งสองจะออกมาจากห้องนอน
ทางด้านสองสาวซีซีและซีเหมยยังคงฝึกพลังปราณอยู่พวกนางฝึกการควบคุมลมปราณตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า สืบเนื่องจากต้องการฟื้นกำลังของสัตว์อสูรของตนที่ใช้ไปกับการปลูกพืชวิเศษอีกทั้งพลังที่ข้ามขอบเขตมายังไม่เสถียร พวกนางจึงต่างต้องเร่งฝึกสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกายไม่เช่นนั้นยามเมื่อพวกนางใช้พลังอยู่อาจเกิดภาวะพลังจิตแตกซ่านและถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้
"คุณหนูเจ้าค่ะ" เสียงสาวใช้หน้าห้องเรียกก่อนจะเดินเข้ามาโดยพลการ
สองสาวลืมตาออกจากสมาธิก่อนจะหันไปมองสาวใช้ที่ยืนมองพวกนางอยู่
"มีอะไรหรือ" ซีซีถามอย่างออกมาอย่างเยือกเย็น นางไม่คุ้นหน้าสาวใช้นางนี้สักเท่าไหร่
"เอ่อคือมีแขกจากท่านตระกูลสายรองมาขอพบเจ้าค่ะแต่นายท่านทั้งสองยังไม่ออกจากห้องซ้ำยังห้ามคนรบกวน ข้าน้อยเลยมาแจ้งคุณหนูทั้งสองเจ้าค่ะ"
สาวใช้นางนี้คือคนที่ตระกูลรองส่งมาแทรกซึมอยู่ที่นี่นางคอยเป็นหูเป็นตาและส่งข่าวทุกเรื่องให้เจ้านายที่แท้จริงของพวกมัน
"เช่นนั้นเจ้าก็ไปเตรียมน้ำชาและของว่างรอก่อนข้าทั้งสองขออาบน้ำแต่งตัวสักครู่คงต้องเสียมารยาทให้แขกพวกนั้นนั่งรอ"
เมื่อเห็นสายตาและท่าทางของหญิงสาวทั้งสองสาวใช้นางนี้ก็เร่งถอยออกมาอย่างหวาดหวั่น เมื่อกี้ตัวมันแทบเป็นลมเมื่อต้องรับแรงกดดันที่มองไม่เห็น
"ซีเหมยระวังด้วยแรงกดดันของเจ้าอาจทำให้นางตายได้" เป็นซีเหมยนั่นเองที่ส่งแรงกดดันใส่สาวใช้
"ข้าได้กลิ่นยาพิษจากตัวนางและสัมผัสได้ถึงพลังยุทธ์อีกสายหนึ่งในตัวของสาวใช้นางนั้นสมควรหรือที่สาวใช้ธรรมดาจะมีพลังยุทธ์เฉกเช่นเรา และข้าบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่คนของเรา"
ซีซีพยักหน้ารับ หากเรื่องจมูกดีต้องยกให้น้องสาวของนางช่างดีเสียจริงอยู่ดีๆหนอนตัวอ้วนที่เคยหลบลี้ก็เผยตัวออกมาให้พวกนางเห็นหรือว่าพวกตระกูลสายรองมีลูกเล่นอะไรอีกถึงได้มั่นใจมากจนกล้าที่จะเผยตัวคนของฝั่งตัวเองเช่นนี้พวกนางต่างเร่งทำกิจกรรมของตนเองก่อนจะออกไปพบแขกที่รออยู่ก่อนหน้านี้เมื่อมาถึงก็พบกับสีหน้าที่ย่ำแย่ของพวกตาเฒ่าที่พากันนั่งรออยู่
"อ่า.....ท่านผู้เฒ่าข้าทั้งสองขออภัยที่ให้รอนาน"ซีซีเอ่ยขออภัยต่อพวกอาวุโสก่อนจะพาน้องสาวเดินไปนั่งอีกด้านของพวกคนตระกูลรอง
เป็นตาเฒ่าอสรพิษคนตระกูลรองนั่นเอง มันยังกล้าโผล่หน้ามาที่นี่อีกหรือสองสาวแปลกใจที่เห็นคนพวกนี้กล้ากลับมาเหยียบที่นี่นับว่าหน้านี้ช่างหนากว่าเหล็กกล้าที่ใช้ตีดาบเสียอีก....หึ
"ไม่เลยๆคุณหนูทั้งสองได้กล่าวเกินไปแล้ว พวกข้าต่างหากที่ผิดเองที่ได้มาอย่างไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเหตุให้รบกวนเวลานอนของคุณหนูทั้งสองแล้ว"ตาเฒ่าหลี่ก็กล่าววาจาเชิงตำนิไปทีหนึ่งเพราะเขารู้สึกไม่พอใจที่ต้องมานั่งรอเด็กสาวสองคนนี้ทั้งที่ตนนั้นเป็นถึงผู้นำของสายตระกูลรองช่างไม่เห็นแก่หน้าตนยิ่งนัก
สองสาวถึงกับต้องหลี่ตามอง นี่คือสงครามประสาทโดยแท้ตาเฒ่าหลี่คงต้องการยั่วยุพวกนางโดยใช้คำพูดที่ดูสุภาพแต่แฝงการเสียดสีเช่นนั้น....ได้เรามาลองกันสักตั้งให้มันรู้กันไปเลยว่าวาจาของใครจะคมกว่ากัน
ซีซีตบมือของซีเหมยเบาๆเพื่อบ่งบอกสัญญาณ พลันพวกนางทั้งสองก็แย้มยิ้มออกมา
"พวกข้าทั้งสองต่างก็กำลังฝึกฝนฝีมือกันอยู่และไม่คาดคิดว่าจะมีแขกที่ไม่มีวี่แววจะโผล่มา....อ้อข้าหมายถึงแขกที่ยังไม่ได้เชื้อเชิญก็โผล่มาถึงเรือนแล้วนะเจ้าค่ะ"
อาการถลึงตามองของพวกตาเฒ่าหลี่และคนที่ติดตามมาช่างน่ากลัวว่ามันจะหลุดออกมาจากเบ้าตาเสียจริงเมื่อได้ยินวาจาที่เด็กสาวตรงหน้ากล่าวกับพวกตน
'ร้ายกาจนังเด็กนี่มันช่างปากร้ายยิ่ง ช่างเลวทรามนัก'
"คุณหนูทั้งสองถึงอย่างไรข้าก็เป็นถึงผู้นำตระกูลรองเจ้าเป็นผู้เยาว์ควรจะมีมารยาทมากกว่านี้ยามเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสนะ"
มันกล่าวต่อว่าพวกนางอย่างถือตัว ทั้งยังส่งสายตาหยามเหยียดออกมา
“หรือว่าก่อนที่จะได้เข้ามาอยู่ที่จวนนี้พวกเจ้าหาได้มีผู้ใหญ่คอยสั่งสอนกัน” ผู้อาวุโสที่นั่งข้างซ้ายของตาเฒ่าหลี่เอ่ยออกมาก่อนจะทำทีเป็นส่ายหน้าอย่างหนักใจทั้งที่ในใจของมันนั้นรื่นเริงนักที่สามารถกล่าวว่าเด็กสองคนนี้ได้
"อืมเป็นเช่นนั้นจริงๆแต่ถึงอย่างไรพวกข้าเป็นคุณหนูตระกูลหลักพวกท่านที่เป็นคนตระกูลรองกลับกล้าต่อว่าพวกข้าที่จวนของข้า พวกท่านก็ช่างยื่นมือมาไกลถึงจวนคนอื่นยิ่ง........แค่นี้ก็เห็นถึงความมีมารยาทของท่านแล้วละ"
สีหน้าโมโหร้อนของคนทั้งสามคนตรงหน้าช่างน่าขันนักเมื่อเจอนางยอกย้อนเข้าก็ถึงกลับมีอารมณ์หลุดออกมาฝีมืออ่อนหัดแค่นี้ก็พากันโกรธจนหนวดสั่น
'เรามันปากคนละชั้น เหอะไม่รู้จักไอ้ซีปากมีดโกนเสียแล้ว'
ซีเหมยแทบหลุดขำกับนิสัยเดิมๆที่เริ่มหลุดออกมาของซีซีโลกก่อนเป็นเช่นไรเดี๋ยวนี้พี่สาวนางก็ยังซุกซ่อนไว้มากมายอยู่เช่นเดิม นางได้แต่ยกยิ้มน้อยๆไว้อาลัยแก่คนทั้งสามตรงหน้า