บทที่ 84:ความเปลี่ยนแปลง
"ยืนยัน:จากการเปรียบเทียบพิกัดภูมิประเทศ มีความเป็นไปได้ 99.99% ว่าจุดนี้คือพื้นที่ซึ่งเคยเป็นแปลงเพาะปลูกหญ้าหนวดมังกร"
เชนหลาน ตอบกลับ
เฮรัค กวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความงุนงงร่องรอยการเพาะปลูกที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบเมื่อคืนหายวับไปราวกับเวทมนตร์
แม้แต่เส้นทางเดินเล็กๆระหว่างแปลงก็ถูกแทนที่ด้วยวัชพืชรกชัฏเขาตัดสินใจเดินเข้าใกล้ป่าสนด้วยความระมัดระวังพยายามรักษาเสียงฝีเท้าให้เงียบที่สุด
ทว่าเมื่อมาถึงชายป่า เขากลับต้องชะงัก
"ใยแมงมุม... หายไปหมดแล้ว?"
พื้นที่ซึ่งเคยขาวโพลนไปด้วยเส้นใยเหนียวหนึบบัดนี้เหลือเพียงกิ่งไม้แห้งและใบสนดั้งเดิม
เฮรัคนึกย้อนไปถึงตอนที่เขาเพิ่งก้าวออกจากถ้ำตอนรุ่งสางเขายังเห็นใยแมงมุมหลงเหลืออยู่แท้ๆ แต่เพียงไม่กี่นาทีที่แสงแดดสาดส่องทุกอย่างกลับเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขารีบย้อนกลับไปยังจุดที่ควรจะเป็นปากถ้ำแต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามีเพียงผนังภูเขาหินอันแข็งแกร่งไม่มีแม้แต่รอยแยกหรือร่องรอยการขุดเจาะใดๆ
เฮรัคใช้พลั่วขุดสมุนไพรถากวัชพืชออกเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดแต่ผลลัพธ์ยังคงเดิม... ถ้ำที่ซ่อนแผ่นศิลาโบราณได้หายสาบสูญไปแล้ว
“ด้วยความรู้ที่มีในตอนนี้ข้าไม่อาจอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้เลย...”
เฮรัคพึมพำ
“หรือว่ากลางวันกับกลางคืนที่นี่คือคนละโลกกัน?พื้นที่มันซ้อนทับกันอย่างนั้นหรือ?”
เขาสันนิษฐานว่ายามค่ำคืนมิติลี้ลับที่มีทั้งเมืองอันน่าขนลุก ทุ่งหญ้ามตรา และรังแมงมุมจะปรากฏขึ้นส่วนในเวลากลางวัน มิตินั้นจะถูกซ่อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์ของหุบเขาธรรมดา
“จริงสิ... ต้องกลับไปดูในเมือง!”
หากที่นี่คือมิติซ้อนทับบ้านเรือนในเมืองหุบเขาก็น่าจะเปลี่ยนไปเช่นกันแม้จะเสี่ยงแต่เขาก็ต้องผ่านเมืองเพื่อกลับไปยังเชิงเขา
เฮรัคเลือกที่จะเดินอ้อมป่าสนไป เพราะเขายังคงฝังใจกับฝูงแมงมุมยักษ์ระหว่างทางเขาพยายามมองหารอยเท้าของแมมมอธที่มีขนาดมหึมา
แต่กลับไม่พบร่องรอยการถูกเหยียบย่ำเลยแม้แต่น้อยพื้นดินปกคลุมด้วยหญ้าป่าราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดผ่านทางนี้มานานนับปี
เมื่อเฮรัคกลับมาถึงตัวเมืองลางสังหรณ์ร้ายก็ถาโถมเข้าใส่เมืองที่เคยดูเหมือนมีผู้คนเดินไปมาในวันแรกที่เขามาถึงบัดนี้กลับกลายเป็นซากปรักหักพังที่แท้จริง
บ้านเรือนพังทลาย ผุพังและถูกพืชเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ถนนหนทางหายไปภายใต้พรมวัชพืชสีเขียว
เขาเดินตรงไปยังบ้านของลุงช่างตีเหล็กโครงสร้างหลักของมันยังพอมีเค้าเดิมอยู่บ้าง เฮรัคพยายามผลักประตูที่ขึ้นสนิมเขรอะทว่าเพียงแค่ออกแรงเล็กน้อยวงกบประตูที่ผุพังก็ล้มตึงลงมาต่อหน้าต่อตาจนฝุ่นตลบอบอวล
“ขอโทษนะลุง... ข้าไม่ได้ตั้งใจ”
เฮรัคกล่าวพลางปัดฝุ่นเขาเดินเข้าไปด้านใน พบว่าพื้นบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้เล็กๆ ที่งอกแทรกตามรอยแตกมีงูเลื้อยหนีออกไปทางหน้าต่างเมื่อเห็นผู้บุกรุก
เขาตัดสินใจเดินขึ้นไปยังชั้นสองบันไดไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว
"คำเตือน:โครงสร้างบันไดมีความหนาแน่นต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัย 40% โปรดก้าวตามตำแหน่งที่ระบุ"
เชนหลาน ช่วยสแกนหาจุดที่แข็งแรงที่สุดผ่านทางชิปพันธุกรรม
เมื่อถึงชั้นสองเฮรัคมองไปที่โต๊ะอาหารซึ่งเมื่อคืนเคยมีแขนของ 'โรเบิร์ต'วางอยู่ บัดนี้มันเหลือเพียงโต๊ะไม้เก่าๆที่เต็มไปด้วยเศษขยะและคราบฝุ่น
เขาเดินต่อไปยังห้องที่เคยเห็นขาปริศนาห้อยลงมาบนหัวเตียงนั้นมีรูปถ่ายครอบครัวที่ซีดจางจนแทบมองไม่ออกว่าเป็นใคร แต่ข้างๆกันนั้นมีตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่งวางอยู่...
มันคือตุ๊กตาผ้าตัวเดิมที่เด็กหญิงตัวน้อยถือไว้เมื่อคืนเป๊ะๆเพียงแต่ตอนนี้มันเก่า ขาดรุ่งริ่งและถูกทิ้งไว้ในบ้านร้างที่ดูเหมือนไร้คนอยู่อาศัยมานานนับสิบปี