ณ มหานครโฮจิมินห์ซิตี้ ชายหนุ่มวัยราว 40 ปีขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รุ่น 1024 ผ่านมหาวิหารไซ่ง่อนนอเทรอดามอันงามสง่า (NotreDame Cathedral) ไปตามถนนอันมีรถมอเตอร์ไซค์แล่นขวักไขว่มากมายยิ่งกว่ารถยนต์แล้วก็มีเสียงสัญญาณโทรศัพท์โทรเข้ามือถือของเขา
“ฮัลโหล ว่าไงแคท ผมขับรถอยู่”
“ฟุก ฉันไม่รู้จะคุยตอนนี้ดีไหม ฉันว่าคุณจอดรถแล้วค่อยคุยก่อนเถอะมันเป็เื่ระหว่างเรา เกรงว่าคุณจะไม่มีสมาธิขับรถ”
“ไม่เป็ไรคุยได้เลย”
“ฉันว่าเราเลิกกันเสียดีกว่า”
หนุ่มฟุกรู้สึกสตั๊นเล็กน้อย จนเผลอถอนเท้าจากคันเร่งทำให้รถกระชากชั่วครู่ แต่เขาก็ตั้งสติขับต่อไป โดยสาวแคทพูดต่อไปว่า
“ คุณเป็วิศวกรบ้างานแบบนี้มาหลายปีแล้ว 7ปีที่เราคบกัน มันไม่คืบหน้าอะไรเลย บางครั้งวันหยุดฉันก็อยากจะไปเที่ยวกับคุณแต่กลับต้องอยู่บ้านคนเดียว เพราะคุณต้องคุมงานก่อสร้างใน่เทศกาลไลฟ์สไตล์ของเรามันไปกันไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันเจอคนที่ใช่แล้ว เรามีรสนิยมตรงกันมีเวลาให้กัน ก็เลยไม่อยากให้คุณเสียเวลารอฉันต่อไป แค่นี้นะ ขอให้คุณโชคดีเจอคนที่เหมาะสมกับคุณในเร็ววัน บาย”
หนุ่มวิศวกรฝืนขับรถทั้งที่เสียใจเสียดายคนรักที่คบกันมาั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย กระทั่งรถไปจอดใต้ถุนคอนโดที่เขาพักจึงนั่งทบทวนอดีตทั้งที่เปิดแอร์ติดเครื่องยนต์ราวครึ่งชั่วโมง ก็บิดกุญแจรถเปิดประตูขึ้นลิฟท์ไปยังห้องพักบนชั้นยี่สิบ
ชายหนุ่มเปิดตู้เย็นหยิบกระป๋องเครื่องดื่มมีฟองตราSaigonออกมาดึงห่วงแล้วซดไปอึกใหญ่ ก่อนจะเปิดโน้ตบุ้คเพื่อจะสะสางงานที่คั่งค้าง
จนเที่ยงคืนเขาจึงปิดคอมแล้วไปอาบน้ำเข้านอนเพื่อลุยงานต่อในวันรุ่งขึ้น
เมื่อฟ้าสางเขาก็แต่งตัวออกไปแวะกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ที่พัก
“เช้านี้รับอะไรดีคะ”พนักงานสาวหน้าตาสะสวยมารับออเดอร์
“ขอกาแฟร้อน บั๋นหมี่ และไข่กระทะนะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่ค่ะ”
ระหว่างนั่งรออาหารก็มีเด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางหน้าตาสะอาดหมดจดเดินมาที่โต๊ะของฟุก
“อ้าว ลงมาแล้วเหรอเค นั่งกินอะไรกันก่อนสิสั่งเลย เดี๋ยวพี่เลี้ยง”
“ขอบคุณครับ”
“เอาจ๋าวแก็งชามนึงนะ” หนุ่มเคหันไปบอกคนขายที่ยืนต้มก๋วยจั๊บญวนหน้าร้านซึ่งเป็ชนิดเดียวกับที่เขาเพิ่งสั่ง
“ตอนเย็นฝากไปเอาผ้าที่พี่ส่งซักในร้านใต้ถุนคอนโดด้วยนะนี่เงินค่าซักอบรีด ฝากไปจ่ายให้สาวเกียวด้วย แล้วเอาไปไว้ที่ห้องพี่กุญแจสำรองที่ให้ไว้ยังอยู่ดีใช่มั๊ย”
“ได้ครับ ผมเก็บกุญแจไว้อย่างดีครับ”
“หลินมาเอาไปเสิร์ฟ” พ่อครัวสั่งพนักงานสาวคนเมื่อกี้
ตอนสายเขาและเคก็ไปยืนตรวจงานก่อสร้างตึกว่าตรงกับแบบแปลนหรือไม่วิศวกรหนุ่มเซ็นตรวจรับงานส่วนที่เสร็จแล้ว ก่อนจะสั่งเคว่า
“ส่งเอกสารตรวจรับงานให้สาวลานฝ่ายบัญชีชุดนึงนะเขาจะได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้ผู้รับเหมา อ่อแล้วติดตามเื่ขออนุญาตก่อสร้างที่เรายื่นให้เทศบาลด้วยว่าไปถึงไหนแล้ว”
“ได้ครับพี่ฟุก”
ชีวิตวนเวียนกับงานเช่นนี้ได้ราวครึ่งเดือนก็ปรากฏมีสาวในโซเชียลมีเดียทักเข้ามาขอแอดเป็เพื่อนเขาก็กดรับไว้ตามปกติที่เคยทำแต่ไม่ได้คุยกับใครจริงจัง
“ขอบคุณที่รับแอดนะคะ ฉันชื่อเมย์ คุณชื่ออะไรคะ”
“ผมชื่อฟุกครับ เหงียน ฟุก เซิน ยินดีที่ได้รู้จัก”
“คุณทำงานอะไรคะเห็นลงรูปสถานที่ก่อสร้างเยอะเลย”
“ทำงานเป็วิศวกรครับ แล้วคุณล่ะ”
“เมย์เป็พริตตี้ค่ะมาทำงานที่ไต้หวัน แต่บ้านเกิดอยู่เมืองไทยนะคะ คุณเคยไปเที่ยวกรุงเทพไหมคะ”
“อ๋อ เคยสิครับ ทั้งกรุงเทพและพัทยา ประทับใจมาก”
“เมย์ดีใจที่คุณชอบเมืองไทยนะคะว่าแต่คุณมีแฟนหรือยังคะ”
“เคยมี แต่เพิ่งโดนเขาบอกเลิกเมื่อเดือนก่อนตอนนี้เลยเป็โสดครับ”
“ว้าวโชคดีจังเลย ที่คุณเป็โสด จะได้คุยกันโดยไม่รู้สึกผิด”
“คุณเมย์ก็โสดเหมือนกันเหรอครับไม่น่าเชื่อ สวยออกปานนี้”
“เป็เพราะเมย์ทำงานไม่ค่อยเป็เวลาน่ะค่ะแฟนที่ไหนจะทนได้”
“ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาให้แฟนเหมือนกันครับถึงโดนเซย์โนไง แบบนี้ผมจะอกหักซ้ำสองไหมนะ ฮ่าฮ่า”
“เมย์ก็คิดอยู่ว่าถ้าได้แต่งงานก็จะเลิกอาชีพพริตตี้แล้วไปเป็แม่บ้านเลี้ยงลูกค่ะ คุณฟุกว่าดีไหมคะ”
“ก็ต้องแล้วแต่ผู้ชายคนนั้นนะครับว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหน เป็สาวมั่นคนทำงานหรือว่าชอบแม่เหย้าแม่เรือน”
“เมย์ขออนุญาตโทรผ่านแอปนี้หาคุณได้ไหมคะพิมพ์ข้อความเยอะปวดตาจังเลย”
“อ๋อ ได้สิครับ โทรมาเลย”
แล้วสาวเมย์ก็โทรหาหนุ่มฟุกเสียงเล็กใสของหล่อน สร้างความชุ่มชื่นหัวใจให้วิศวกรกระชุ่มกระชวยในชีวิตโสดขึ้นมากเขาและเธอคุยโทรศัพท์กันยาวถึงสามชั่วโมงทุกวันติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม โดยสาวเมย์เป็ฝ่ายโทรหาหนุ่มฟุกก่อนทุกครั้ง
“ถ้าผมจะขอวิดิโอคอลหาคุณเมย์ จะสะดวกไหมครับ”
“โอ อย่าเลยนะคะเพราะเมย์พักอยู่กับเพื่อนหลายคน เกรงใจเขาจะหลับจะนอนและห้องก็รกไม่ค่อยเรียบร้อย อายคุณค่ะ”
เมื่อสาวปฏิเสธเช่นนี้หนุ่มขี้เกรงใจอย่างฟุกก็ไม่ได้ว่าอะไร
ต่อมาวันหนึ่งหลังจากหนุ่มเหงียนและหนุ่มเคเลิกประชุมสัมมนาในโรงแรมหรูก็ลงมาชั้นล่างที่เป็ห้างสรรพสินค้าระหว่างเดินผ่านแผนกเสื้อผ้าสตรี ฟุกก็สะดุดตากับชุดสวย จึงคิดจะซื้อเป็ของฝากให้สาวเมย์เขาหยิบมือถือขึ้นมากดโทรผ่านแอปโซเชียลที่คุยกันประจำ แต่ไม่มีการตอบรับจากปลายทาง
เมื่อกลับถึงบ้านแยกย้ายกับหนุ่มเคเข้าห้องพักของตนแล้ว ฟุกก็ลองกดโทรอีกครั้ง คราวนี้สาวเมย์รับสาย
“สวัสดียามเย็นค่ะคุณฟุกเหนื่อยไหมคะ ทำงานวันนี้”
“ไม่เหนื่อยครับ วันนี้เห็นชุดสตรีสวยในห้างว่าจะโทรถามคุณเมย์ว่าชอบแบบไหน แต่โทรไม่ติด”
“อ๋อเมย์ติดงานถ่ายแบบนะค่ะ เลยไม่สะดวกรับสาย ต้องขอโทษด้วยค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ”
เมื่อตัวห่างไกลกัน ได้แต่คุยกันแค่เสียงผ่านแอปบ่อยเข้าพาให้เกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมาจนทั้งคู่เว้น่การสนทนาลง
อยู่มาวันหนึ่งหนุ่มฟุกก็ลองชวนสาวหลินขณะไปนั่งกินข้าวในร้านประจำว่า
“เออ น้องหลินปกติหยุดวันไหน”
“วันอาทิตย์ค่ะทำไมเหรอคะ”
“อ๋อพอดีมีหนังเข้าใหม่เื่มาเลฟิเซนต์ อยากจะชวนหลินไปดูเป็เพื่อนน่ะ พอจะว่างไหมจ๊ะ”
“อุ๊ยหนูกำลังอยากดูพอดีเลย ว่าแต่มีใครไปบ้างคะ”
“มีแต่เราสองคนนี่ละจ้ะไปนะ”
สาวหลินยืนม้วนด้วยความเขินอายก่อนจะตอบว่า
“โอเคค่ะ”
แล้วทั้งคู่ก็คบหาดูใจกันได้ราวสามเดือนเศษทั้งดูหนัง กินข้าว เดินห้าง เที่ยวสวนสนุก ทำให้โลกนี้กลายเป็สีชมพูสำหรับเขาและเธอ
ทว่าความสุขนี้ช่างสั้นนักเมื่อฟุกได้ข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่า
“สาวร้านอาหารดับปริศนาคาห้องครัวนางสาวเฟือง นาม ลินห์Phương Nam Linhอายุ 25 ปีเสียชีวิตขณะทำงานเสิร์ฟอาหาร ตำรวจชันสูตรแล้วไม่พบสารพิษใดใดสันนิษฐานว่าหัวใจล้มเหลว”
“ไม่น่าอายุสั้นเลยนะน้องหลินยังสาวยังแส้ ทำไมหัวใจวายง่ายจัง” หนุ่มวิศวกรกล่าวอย่างเสียดาย
“คนเราสมัยนี้ตายง่ายจากหลายโรคครับบางคนก็เป็มะเร็งั้แ่อายุยังน้อย เพราะกินอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษอากาศไม่บริสุทธิ์ ความเครียดก็เป็ปัจจัยสำคัญ ผมเสียใจกับพี่ด้วยนะครับ” หนุ่มเคปลอบใจลูกพี่
ผ่านไปสองเดือนเมื่อเหงียนคลายความโศกเศร้าลงแล้ว เขาก็สนิทสนมกับสาวร้านซักอบรีดใต้ถุนคอนโด
“วันนี้กองโตหน่อยนะเกียวอากาศร้อนเปลืองเสื้อผ้าหน่อย”
“เดี๋ยวหนูซักให้อย่างดีเลยแล้วจะเอาขึ้นไปให้นะคะ”
“พี่ลงมาเอาก็ได้ลำบากน้องขึ้นไป อยู่ชั้นยี่สิบโน่น”
“ไม่ลำบากหรอกค่ะหนูชอบขึ้นลงลิฟท์ มันสนุกดี”
“ถ้างั้นก็ตามใจขอบใจนะน้องเกียว”
เมื่อสาวเกียวดูแลเสื้อผ้าให้บ่อยเข้าก็ขยายบริการไปดูแลอย่างอื่นให้ฟุกด้วย จนเธอเข้านอกออกในห้องพักเขาเสมือนเป็บ้านของตัวเอง
“อ้าว เคไปทำงานแล้วเหรอ ขยันจริงนะ ยังเช้าอยู่เลย” เกียวทักเคที่เดินผ่านหน้าห้องของฟุก
“งานเยอะน่ะเจ๊เกียวต้องไปแต่เช้า จะได้รีบเคลียร์งานให้เสร็จ ไปก่อนนะ”
สามเดือนต่อมาทีวีก็เสนอข่าวด่วนว่า
“สาวสวยร้านซักรีดถูกฆ่าหั่นศพทิ้งพงหญ้าชานเมืองโฮจิมินห์ท้าทายกฎหมายพบรอยสักชื่อฟาน เฮือง เกียว Phan Hương Kiều ช่วยยืนยันอัตลักษณ์บุคคลตำรวจยังไม่สรุปปมฆ่าคาดผู้ตายมีหนุ่มมาติดพันมากหน้าหลายตา อาจจะเกิดความหึงหวงจนก่อเหตุสลด”
วิศวกรหนุ่มถูกตำรวจเรียกไปสอบปากคำแต่เมื่อไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงกับตัวเขาจึงปล่อยกลับบ้าน
นี่มันอะไรกันเนี่ยคบกับผู้หญิงกี่คนก็เกิดเื่ไม่ดีครั้งแล้วครั้งเล่า หรือเราจะอาภัพรักมีคู่ไม่ได้กันนะ หนุ่มฟุกคิดในใจด้วยความรันทด
หลายเดือนต่อมาหลังจากงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทหนุ่มฟุกอาสาขับรถไปส่งพนักงานบัญชีสาวสวยที่ทำงานเดียวกันถึงบ้านพักของหล่อน
“โอ้ย น้องเมาพี่ฟุกเข้าไปส่งในห้องหน่อยนะ หนูเดินไม่ไหวแล้ว”
“ได้สิจ๊ะน้องลานคนสวย เอ้าระวังจ้ะ ก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นนะ”
เมื่อวางสาวลานลงบนที่นอนนักบัญชีสาวก็โอบคอหนุ่มฟุกไว้ไม่ยอมปล่อย
“ไม่ให้กลับอยู่คุยกับหนูก่อน”
“เมาหนักแล้วลานเอ้ยพรุ่งนี้พี่ต้องทำงานอีกนะ ไม่กลับไม่ได้หรอก” เขาพยายามจะแกะมือของหล่อนออกแต่เหมือนหนวดปลาหมึกยิ่งดิ้นยิ่งแน่น ในที่สุดหนุ่มวิศวะก็พ่ายให้สาวบัญชีทั้งสองเคาน์ดาวน์กันบนเตียงจนถึงเช้าของวันขึ้นปีใหม่
“HappyNewYear 2018 ค่ะ”สาวลานหอมแก้มฟุก ขณะที่เขายังนอนอยู่
“เดือนหน้าวาเลนไทน์เราไปเที่ยวเมืองไทยกันดีไหม”วิศวกรถามสาวบัญชี
“อุ้ยดีสิคะลานอยากไปเที่ยวพัทยา จะได้ใส่ชุดว่ายน้ำโชว์หุ่นสวย”
“เลยไปเที่ยวสมุยด้วยก็ดีเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง”
แต่เขาทั้งคู่ไม่มีวันนั้นเพราะกลางเดือนมกราคมปีนั้น หนุ่มเหงียนก็ได้รับข่าวร้ายของสาวลาน
“สาวนักบัญชีตกตึกสูงจากชั้น15 ดับสยอง นางสาวหวอ ญา ลาน Võ NhaLan อายุ 30 ปีร่างแหลกเหลวบนพื้นหน้าอาคารกำลังก่อสร้างกลางใจเมือง คาดถูกลวงไปฆ่าตำรวจยังสืบหาปมผลประโยชน์ในบริษัท”
เหงียนฟุกเซินได้ดูข่าวทีวีก็ถึงกับเข่าอ่อนนั่งซึมเศร้าไปหลายวัน ก่อนจะครองโสดโดยคิดว่าชาตินี้จะไม่คุยกับสาวใดอีกแล้ว
เวลาผ่านไปเกือบปีดอกรักในใจของวิศวกรก็ผลิบานอีกครั้ง เมื่อมีสาวส่งอาหารยี่ห้อ Grabfood ที่กำลังฮอตฮิตในเวียดนามชื่อว่า เจิ่นอัน ญิ Trần An Nhiตามป้ายชื่อติดหน้าอกของหล่อน รับหน้าที่บริการข้าวปลาและเครื่องดื่มกาแฟให้เหงียนถึงที่ทำงานไม่ว่าในออฟฟิซหรือไซด์งานก่อสร้างจนเขาและเธอสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง
“กล่องนี้ของพี่ฟุกกล่องนี้ของน้องเค” สาวอันหยิบกล่องอาหารจากกระเป๋าสีเขียวที่สะพายมายื่นให้สองหนุ่มบริษัทก่อสร้าง
“อันไม่เหนื่อยเหรอลาออกมาดูแลอาหารให้พี่คนเดียวจะดีกว่ามั๊ง” เหงียนลองโยนหินถามทาง
“น้องยังสนุกกับงานอยู่เลยพี่แต่อนาคตถ้าอิ่มตัวแล้วก็ไม่แน่” สาวแกร็บยิ้มให้หนุ่มวิศวะขณะที่หนุ่มเคเปิดกล่องอาหารแล้วอมยิ้มที่มุมปาก
สัปดาห์ต่อมาสาวอันก็ได้รับออเดอร์ให้ไปส่งอาหารที่ตึกสูงชั้นที่ 15 แห่งเดียวกับที่สาวลานตกลงมาตาย
หล่อนแบกกระเป๋าบรรจุกล่องอาหารขึ้นบันไดทีละขั้นไปบนตึกที่ยังสร้างไม่เสร็จยังไม่มีลิฟต์ให้ใช้งาน กระทั่งถึงชั้นที่ 15 ก็หันไปมองรอบบริเวณ
“อ้าว น้องเคอยู่นี่เอง แล้วคุณดิงที่สั่งอาหารอยู่ไหนล่ะ”
“ไปหามันในนรกเถอะ”หนุ่มเคพูดแล้วก็คว้าไม้หน้าสามฟาดเข้าใส่สาวอัน แต่แกร็บสาวหลบทัน ก่อนจะชูสมุดเล่มเล็กในมือคล้ายพาสปอร์ตแล้วกล่าวว่า
“นี่ตำรวจหยุดให้จับซะโดยดี”
“แกบ้าไปแล้วเหรอส่งอาหารอยู่ดี ๆ จะเป็ตำรวจได้ไง”
“อันเขาเป็ตำรวจไซเบอร์ยังไงล่ะแล้วพวกเราก็รู้ความจริงแล้ว” เสียงของเหงียน ฟุก เซิน ดังมาจากด้านหลังของหนุ่มเค
“อะไรยังไง”ผู้ช่วยวิศวะแกล้งทำเป็งง
“ฉันรู้แล้วว่าสาวเมย์ไม่มีตัวตนจริงเพราะเมย์กับเคก็คือคนเดียวกัน แกเอารูปสาวพริตตี้ที่ไหนมาหลอกฉัน อันเขาบอกให้รู้หมดแล้วและยังรู้ว่าแกอยู่เื้ัการตายของสามสาวทั้งหลิน เกียวและลานด้วย แกทำไปเพื่ออะไรหาเคบอกให้รู้หน่อยซิ ใจแกทำด้วยอะไร”
“อยากรู้ใช่มั๊ยเพราะฉันหลงรักแกไงล่ะ ไอ้ฟุก”หนุ่มเคหยิบลิปสติกจากกระเป๋าเสื้อออกมาทาปากเป็สีแดง แล้วพูดต่อไปว่า
“ฉันถึงได้ปลอมเป็เมย์จะได้คุยกับแกฉันชู้สาว แต่แกดันไปคบกับสามสาวนั่นให้เห็นตำตา มันปวดใจมากรู้มั๊ยใครที่มาแย่งแกไป ฉันถึงต้องกำจัดให้หมด”
“ฉันยังรู้อีกด้วยว่าแกใช้แอปเปลี่ยนเสียงแกให้เป็เสียงพี่ฟุกเพื่อหลอกนัดเหยื่อออกไปพบแก แล้ววางไซยาไนด์ฆ่าหลิน หลอกเกียวไปหาที่ห้องพี่ฟุกก่อนจะรัดคอเธอตายแล้วหั่นศพไปทิ้ง แถมยังหลอกลานมาหาบนตึกนี้แล้วผลักเขาตกลงไปตาย แกมันไอ้ฆาตกรโรคจิตโเี้ อำมหิตที่สุด ยอมให้จับเสียโดยดี”สาวอันจ่อปืนเข้าใส่เคเตรียมพร้อมจะยิง
“รู้แล้วยังไง ฝันไปเถอะว่าฉันจะยอม”แล้วเคก็โยนวัตถุรูปร่างคล้ายลูกะเิเข้าหาหนุ่มเหงียนสาวอันจนสองคนนั้นต้องหมอบลงเปิดช่องให้หนุ่มเกย์วิ่งเข้ามาแย่งปืนจากตำรวจสาวแล้วจ่อศีรษะหล่อนไว้
“อย่าขยับนะ ไม่งั้นอีนี่ตายหันหลังไป แล้วเดินไปทางปั้นจั่นนั่น”
ฆาตกรหน้าหยกล็อกคอสาวอันพร้อมชูมือที่ถือปืนไล่ต้อนหนุ่มวิศวกรไปด้วย
“ปีนขึ้นไปบนเครนนั่นขึ้นไปให้สูงที่สุดบนนั้น ฉันจะส่งพวกแกไปเที่ยว์ไงล่ะ ชอบไหม”สีหน้าของเคยามนี้คล้ายคนเสียสติ
หนุ่มสาวถูกบังคับให้ปีนขึ้นไปถึงแนวนอนของปั้นจั่นเกย์หนุ่มก็สั่งอีกว่า
“เดินไปทางปลายของเครนเดี๋ยวนี้เดินให้เร็วกว่านี้”
“แกจะบ้าไปแล้วเหรอเคปล่อยพวกเราไปเถอะ แล้วจะไม่เอาเื่” หนุ่มวิศวกรกล่าว แต่ลูกน้องเขาไม่สน
“ไม่ต้องพูดมากเดี๋ยวแม่ยิงให้ร่วงเลย เดินไป”
ทันใดนั้นก็บังเกิดลมพายุอย่างรุนแรงพัดจนเครนนั้นแกว่งไปมาก่อนที่ส่วนแนวนอนนั้นจะหักจนห้อยลงมาราวกับเครื่องเล่นกระดานหกสาวอันกับหนุ่มฟุกเกาะคานเหล็กโหนตัวพร้อมปลายเครนด้านหนึ่ง แต่หนุ่มเคโดนปลายเครนข้างที่เด้งขึ้นดีดตัวให้ลอยขึ้นบนอากาศก่อนจะดิ่งพสุธาลงโหม่งโลกจนร่างแตกกระจายน้ำสีแดงสาดทั่วพื้นปูนนั้นดูน่าสยดสยองนัก
เดชะบุญที่ปลายเครนด้านที่ห้อยลงมาปักบนพื้นดินตั้งอยู่พอให้ทั้งสองคนปีนลงมาได้อย่างปลอดภัย
นักข่าวรายงานผ่านกล้องทีวีในที่เกิดเหตุว่า
“ปิดฉากฆาตกรต่อเนื่องฆ่าสามสาวอย่างโเี้ผู้ช่วยวิศวกรนามว่าหลี ก่วง ซิง Lý Quảng Sinh หรือชื่อเล่นว่าเค มีพฤติกรรมชายรักชายวางแผนสังหารหญิงสาวสามคนที่เป็ศัตรูหัวใจ คนแรกสาวเสิร์ฟร้านอาหารโดนคนร้ายผสมสารไซยาไนด์ในน้ำดื่มจนหัวใจล้มเหลวคนที่สองถูกฆ่ารัดคอในห้องพักแล้วนำไปหั่นแยกชิ้นส่วนทิ้งพงหญ้าคนที่สามถูกผลักให้ตกจากตึกสูง 15 ชั้น แผนการร้ายถูกเปิดโปงโดยตำรวจไซเบอร์ที่แกะรอยจากการสนทนาผ่านแอปโซเชียลของคนร้ายซึ่งใช้แอปเปลี่ยนเสียงปลอมเป็คนที่เหยื่อหลงรักก่อนจะลวงไปฆ่า”
หลังจากปิดคดีฆาตกรโซเชียลนี้แล้ว
เหงียน ฟุก เซิน และ เจิ่น อัน ญิ
ก็
ไม่ได้แต่งงานกัน
เพราะสาวอันมีผัว มีลูกแล้ว
หนุ่มฟุกจึงต้องครองโสดต่อไป
จบข่าว
(แต่งเื่นี้จบเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 67 เวลา 0.05 น.)