หลินเฟยฝึกวิชาเฉือนนภาลัยด้วยความยากลำบากเพราะวิชานี้มีขั้นตอนการฝึก7ขั้นตอนและแต่ละขั้นตอนไม่ง่ายและไม่ได้มีต่อเนื่องกันเลยสักนิด หากให้พูดมันเหมือนกับวิชา7วิชาที่นำมาผสมรวมกันจนเกิดวิชาใหม่เสียมากกว่าและแน่นอนข้อบกพร้องต่างๆหลินเฟยสามารถมองเห็นได้เพียงแต่เห็นไม่มากโดยวิชาเฉือนนภาลัยมีข้อบกพร่องเพียง3ข้อบอพร่องเท่านั้น
''อ่า...ระยะเวลาที่ใช้วิชาได้มันสั้นเกินไป...หากตอนใช้วิชาอีกฝ่ายสามารถจับตัวหรือผนึกได้จะต้องบาดเจ็บหนักกินพลังปราณอย่างมหาศาล...''ถือว่าข้อบกพร่องของวิชานี้มันร้ายแรงอย่างไม่น่าเชื่อแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไหร่หลินเฟยพลางแก้ไขและฝึกไปพร้อมๆกันจนเวลาผ่านไปถึง1เดือนกว่า ซู่ว! ร่างของหลินเฟยสลายกลายเป็นควันจากนั้นก็ลอยไปรอบๆห้อง ตูม! ถึงจะอยู่ในสภาพคล้ายหมอกควันแต่หลินเฟยยังสามารถโจมตีได้ดั่งปกติและเมื่ออยู่ในสภาพนี้ลมปราณในร่างยังเพิ่มขึ้นมาอีก3ขั้น
''นี่สินะถึงได้เป็นวิชาในระดับราชันย์''หลินเฟยถอนหายใจเพราะการเพิ่มลมปราณขึ้นมา3ขั้นมันคือการแหกกฏสวรรค์ใครในโลกบ้างที่ไม่ต้องการครอบครองวิชาแบบนี้ หากมีคนรู้เรื่องนี้เข้าหลินเฟยคงโดนตามล่าตัวเพื่อรีดข้อมูลเป็นแน่ฉัวะ! ครืด! นอกจากจะแก้ไขให้ข้อบกพร่องต่างๆหายไปแล้วหลินเฟยยังเพิ่มขีดขั้นความสามารถเข้าไปอีกด้วยเพราะต้องใช้อาวุธสั้นอย่างเช่นกริชหรือมีดสั้นควบคู่ไปด้วยมันจึงยุ่งยาก หลินเฟยจึงใช้ลมปราณผนึกควันซึ่งควันนั้นเองมันได้กลายเป็นกริชที่แหลมคมแทน
''โอ้...หลังจากเรียนเสร็จวิชาก็หายไปงั้นหรือ ว่าแต่รู้ได้ยังไงว่าข้าเรียนเสร็จแล้ว...''มีสิ่งที่น่าสงสัยหลายอย่างหลินเฟยเชื่อไม่ลงที่มีสิ่งที่ได้มาง่ายๆโดยไม่เสียอะไรแบบนี้อยู่ด้วย
''ช่างเถอะ...ต่อไป...เคล็ดวิชาสืบวิญญาณ? ฮ่า ฮ่า ฮ่า วิชานี้เหมาะมากทีเดียว''กล่าวได้ว่าเป็นวิชามารเพราะผู้ที่เรียนวิชานี้สำเร็จจะสามารถอ่านความทรงจำของเป้าหมายได้ นอกจากนั้นยังส่งคลื่นพลังออกไปจนทำให้เป้าหมายเห็นภาพหลอนตามที่ต้องการหรือกระทั่งทำให้อีกฝ่ายลมปราณปั่นป่วนจนกลายเป็นบ้าก็ได้แต่การจะใช้วิชานี้ออกมาจะต้องระวังและคิดให้ดีเพราะถ้าหากมีคนล่วงรู้คงไม่พ้นถูกตามล่าแน่นอนแต่ถ้าหากหากฝึกจนถึงขีดสุดการใช้ความสามารถนอกจากอ่านความทรงจำมันสามารถทำได้อย่างไร้ร่องรอย
''ดีเยี่ยม...ไม่มีข้อบกพร่อง''หลินเฟยเริ่มต้นการฝึกทันทีเพราะไม่มีข้อบกพร่องหลินเฟยจึงเรียนรู้ได้ไวมากแต่มันก็กินระยะเวลายาวนานอีก3เดือน กล่าวคือมันฝึกฝนยากกว่าวิชาเฉือนนภาลัยหลายเท่าตัวครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก! หลังจากหลินเฟยเรียนทั้ง2วิชาเสร็จเคล็ดวิชาทั้ง2ก็หายไปแต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยข้อความใหม่
'ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้เวลาทั้งหมดไปกี่ปีหรือบางทีเจ้าอาจจะตายไปแล้วโดยที่ฝึกวิชาแรกไม่สำเร็จเลยด้วยซ้ำไปแต่ถ้าเจ้าเห็นก็ความนี้แสดงว่าเจ้าฝึกทั้ง2วิชาสำเร็จแล้วและเรื่องผนึกที่วางเอาไว้ในตัวเจ้าข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้นส่วนค่าตอบแทนสำหรับวิชา...ไม่ต้องกังวลเพราะมันไม่มีหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ส่วนวิชาทั้ง2ที่เจ้าฝึกไปนั้นล้วนเป็นวิชาที่ข้าคิดขึ้นมาเล่นๆยามข้าว่างส่วนบ้านพักแห่งนี้มันก็แค่ที่พักชั่วคราวและตัวจริงของข้านั้น...หากเจ้าเจอข้าเมื่อไหร่เจ้าจะรู้ได้ด้วยตัวเอง'
หลินเฟยอ้าปากค้างและหายใจติดขัดวิชาที่น่าสะพรึงกลัวทั้ง2วิชากลับเป็นวิชาที่คิดขึ้นมาเล่นๆเพียงเท่านั้น?ส่วนวิหารที่ไม่เคยมีคนผ่านไปที่ชั้น3ได้กลับเป็นบ้านพักชั่วคราว? แล้วสิ่งอำนวยความสะดวกเล่ามันอยู่ที่ไหนเพราะเท่าที่เห็นมาตลอดมันมีเพียงเก้าอี้2ตัวเท่านั้นเอง...หลินเฟยรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองเจอล้วนเป็นเรื่องตลกต้องเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนถึงมีเวลาว่างพอทำเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นมาได้
''ชะ...ช่างมันเถอะ หากข้าเอาเก็บมาคิดก็มีแต่จะทำให้ตัวเองรู้สึกกดดันไปซะเปล่าๆ''หลินเฟยเรียกสติกลับมาจากนั้นจึงลุกขึ้นเดินลงไปที่ชั้น4 ฉับพลันหลินเฟยก็ขมวดคิ้วเพราะมีกลุ่มคนที่คุ้นหน้ารออยู่หลายคน
''อ่า...นับว่าโชคดีที่ชั้นที่4ใช้ลมปราณไม่ได้เพราะถ้าหากเป็นที่ชั้น5ข้าคงลำบากไม่น้อย''ถึงจะฝึกเฉือนนภาลัยแต่หลินเฟยยังไม่สามารถใช้วิชานั้นเอาชนะคนที่มีปราณระดับปฐพีแบบตรงๆได้และหลินเฟยเองก็ไม่รู้ว่าคนเหล่านี้...มีปราณอยู่ที่เท่าใดกันแน่แต่ก็นับว่าดีที่ลมปราณยังโดนผนึกอยู่
''เจ้า...พวกข้ารอเจ้ามานานแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไปตามพี่ใหญ่มาเร็วเข้า''กลุ่มคนของศิษย์สายหลักโห่ร้องทันทีคนที่อยู่ที่นี่คือส่วนน้อยที่ถูกใช้ให้เฝ้าชั้นที่4เอาไว้ ส่วนตัวศิษย์หลักได้ไปรออยู่ด้านนอก
''พวกเจ้าเป็นใคร''แววตาของหลินเฟยไม่แยแสขณะถามออกไปสั้นๆมันไม่จำเป็นต้องถามว่าพวกมันต้องการอะไรเพราะแววตาที่เต็มไปด้วยความโลภของพวกมันมันได้บ่งบอกหลินเฟยทั้งหมดแล้ว
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช่คนๆเดียวกันกับที่เราตามหาหรือเปล่า ว่าไงเจ้าโจมตีศิษย์สายในของเราใช่มั้ย....ช่างเถอะมันไม่ใช่ประเด็นหลักที่เราต้องการคือสิ่งที่เจ้าได้ไปทั้งหมดจากที่นี่''หลินเฟยมีใบหน้าที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยเพราะจากที่อีกฝ่ายพูดศิษย์สายในคนนั้นยังไม่ตายไม่อย่างนั้นคนพวกนี้คงไม่รู้เรื่องศิษย์สายในที่ถูกโจมตี
''ช่างมันเถอะ''ฟุ่บ! ตูม! แคร่ก! หลินเฟยใช้มือคว้าไปที่หัวของคนที่พูดจากนั้นอัดหัวของอีกฝ่ายใส่กำแพงเสียงกระโหลกแตกพร้อมกับหัวที่อ่อนย่วบได้ล้มลงบนพื้น มันจากไปโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายยังไงเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก
''ครั้งต่อๆไปข้าจะตรวจดูให้ดีว่าอีกฝ่ายตายแล้วหรือยัง ไม่งั้นคงได้มีปัญหาตามมาแบบนี้อีก''ฟุ่บ! ตูม!หลินเฟยเหมือนหมาบ้าที่หันไปเล่นงานคนอื่นๆโดยไม่มีการพูดหรือเจรจาอะไรทั้งสิ้น
''บัดซบ! มันแข็งแกร่ง มันแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก เร็วเข้ารีบหนีไปหาพี่ใหญ่เร็วเข้า''
''อย่าเข้ามา ขะ...ข้าถูกบังคับ...''ตูม...ตลอดการฆ่าหลินเฟยไม่ได้ปริปากพูดกับฝ่ายตรงข้ามแม้แต่ครึ่งคำจนกระทั่งคนสุดท้ายที่อยู่ที่นี่ล้มลงและสิ้นใจ หลินเฟยจึงเดินลงไปที่ชั้น3 ชั้น2 ชั้นแรก หลินเฟยหยุดที่ชั้นแรกเพราะด้านหน้าหลินเฟยมีคน2คนยืนอยู่ มันคือศิษย์หลักในสำนักมังกรอักขระและคนที่ไปตามมันมา