กำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 61 ต่อกรกับนักยุทธ์ตระกูลหลิ่วทั้งแปดคน (2)

            นักยุทธ์ทั้งหกคนของตระกูลหลิ่วเหลือเพียงห้าคนที่ยังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายในขณะที่อีกคนหนึ่งล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับเบิกตาค้างแสดงให้เห็นว่าได้สิ้นใจไปแล้ว!คนแรกที่เซียวหลิงอวิ๋นสังหารไปก็ไม่ใช่หลิ่วถังที่มือขาดเสียด้วยแต่เป็นนักยุทธ์ระดับเก้าที่แข็งแกร่งมากอีกคนหนึ่ง!

            นักยุทธ์คนนี้ถือดาบยาวฟันม้าทั้งทรงพลังและหนักหน่วงเป็นภัยคุกคามต่อเซียวหลิงอวิ๋นมากกว่านักยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดเสียอีกบาดแผลที่ไหล่ที่เกิดจากการฟันผ่านเกราะป้องกันของกายค้อนสำริดขั้นสมบูรณ์รอยแผลยาวเป็นชุ่นนี้ก็เกิดจากนักยุทธ์คนนี้ แต่แน่นอนว่าเซียวหลิงอวิ๋นซึ่งยอมแลกด้วยการรับดาบของอีกฝ่ายตรงๆจึงสามารถสังหารนักยุทธ์คนนี้ได้

            ดาบภูติน้ำแทงทะลุหน้าอกของอีกฝ่ายในขณะที่เซียวหลิงอวิ๋นใช้แขนซ้ายต้านรับการฟันลงมาด้วยดาบถึงสองครั้ง!

            ส่วนเสื้อผ้าที่ฉีกขาดบนหลังนั้นเกิดจากการโจมตีอย่างกะทันหันของนักยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดที่ใช้หอกแทงเข้ามา!

            เซียวหลิงอวิ๋นจึงรีบพลิกตัวกวัดแกว่งดาบคมกริบในมือออกไป พร้อมกับเสียง ‘แกร๊ก’ ที่ดังขึ้นดาบของเขาตัดหอกนั้นขาดครึ่งทันทีก่อนที่ตัวของเขาจะพุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับดาบภูติน้ำพุ่งเข้าหาศัตรูที่ถือหอกหักนั้นอยู่ราวกับยมทูตที่ไล่ตามวิญญาณ!

            นักยุทธ์เบิกตากว้างรีบถอยหนีออกไปอย่างรวดเร็ว!

            เสียง“แกร๊งๆ” ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับดาบฟันม้าที่โผล่ออกมาจากทางด้านข้างฟาดฟันเข้าใส่ดาบภูติน้ำในมือเซียวหลิงอวิ๋นอย่างดุดันนั่นคือหลิ่วถังที่เก็บอาวุธของสหายที่ล้มตายไปขึ้นมานั่นเอง!

            แม้หลิ่วถังที่ถือดาบด้วยมือซ้ายจะไม่ได้ห้าวหาญเหมือนตอนแรกแล้วแต่ด้วยพลังอันทรงพลังของดาบนี้ ก็ยังทำให้เซียวหลิงอวิ๋นต้องเซถอยหลังออกไปสองดาบนี้ช่วยชีวิตสหายที่ใช้หอกของเขาได้

            เซียวหลิงอวิ๋นที่ไม่สามารถไล่ตามเผด็จศึกได้นั้นพลันเคลื่อนตัวเองไปอีกด้าน ดาบภูติน้ำก็ได้ปลดปล่อยเงาดาบคดเคี้ยวราวกับงูออกไปเลื้อยอ้อมไปด้านหลัง ส่งเสียง ‘โช้งเช้งๆ’เข้าขัดขวางการโจมตีประสานของดาบกับหอก!

            เซียวหลิงอวิ๋นต่อสู้พลางใช้ความคิดไปด้วยไม่ได้การแล้ว ตัวเขาเองโดนโจมตีไปสี่ครั้งแล้วบาดแผลที่ไหล่ซ้ายและแขนซ้ายส่งผลกระทบต่อเขาไม่น้อยแม้ว่าจะสังหารยอดฝีมือของอีกฝ่ายไปได้หนึ่งคน และยังทำให้บาดเจ็บได้อีกสองคนก็ตามแต่อีกฝ่ายก็มีกันถึงแปดคน ในขณะที่ยังมีอีกสองคนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้หากยังไม่สามารถทำผลลัพธ์เพิ่มสังหารได้อีกสักหนึ่งถึงสองคนก่อนที่ทั้งสองคนนั้นจะเข้าผสมโรงด้วยแล้วศึกหลังจากนี้ก็จะยิ่งยากลำบาก!

            คงถึงเวลาที่จะต้องงัดเอาไพ่ตายออกมาแล้ว!

            เลือดในกายพลันพลุ่งพล่านเขาสูดลมหายใจเข้าอย่างรวดเร็ว หน้าอกของเซียวหลิงอวิ๋นบุ๋มเข้าไปอย่างรวดเร็วจากนั้นก็อ้าปากออก “ฮ่า!” เสียงคำรามที่เกิดจากเลือดและลมปราณดังก้องกังวานวิชาลับของเขาระเบิดออกมาในชั่วขณะนั้น!

            เสียงคำรามนี้แม้ดูเหมือนไม่ดังมากแต่ในหูของหลิ่วถังและอีกสี่คนที่เหลือกลับเหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องอยู่ข้างหู จนทำให้หูอื้อไม่ได้ยินเสียงอื่นๆ ไปชั่วขณะนอกจากเสียงวิ้งในหูแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีกเลย ในหัวสับสนมึนงงไปหมด!

            นักยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดที่อยู่ใกล้โดนยิ่งกว่านั้นดวงตาของเขาเบิกกว้าง ทั้งหัวใจและร่างกายสั่นเครือไปหมด

            ด้วยเสียงคำรามดังก้องทั้งห้าคนหยุดชะงักพร้อมกัน หลังจากเปล่งเสียงคำรามนี้ออกไปเซียวหลิงอวิ๋นก็อ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดเห็นได้ชัดว่าการคำรามนี้ทำให้ทั้งเลือดและลมปราณในกายสูญเสียไปไม่น้อย!

            เซียวหลิงอวิ๋นที่มีประสบการณ์การต่อสู้มามากมายย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสอันดีที่ได้มาจากการสละเลือดและลมปราณหมดไปอย่างเปล่าประโยชน์เท้าของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ร่างกายราวกับสายฟ้าพุ่งตัวไปยังด้านหน้าของนักยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดทันที พร้อมด้วยแสงดาบที่สว่างวาบขึ้น“ฉัวะ!” เลือดพุ่งกระฉูดเป็นสายหัวของนักยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดหลุดออกจากบ่าทันที!

            “ฉัวะ!”

            “ฉึก!”เสียงอาวุธมีคมทั้งแทงและตัดผ่านเข้าไปในร่างกายคน ดังขึ้นอีกสองครั้งรวด!

            หัวสองหัวก็ร่วงหล่นลงบนพื้น!

            แสงจากดาบยาวสว่างวาบอีกครั้งเซียวหลิงอวิ๋นราวกับย่นระยะก้าวจนเหลือเพียงหนึ่งชุ่น แวบมาอยู่ตรงหน้าหลิ่วถังแสงของดาบภูติน้ำที่ส่องประกาย แสงสีน้ำทะเลเปล่งออกมาจากตัวดาบสีเขียวน้ำทะเลนั้นพุ่งเข้าหาลำคอของหลิ่วถัง!

            ร่างกายของหลิ่วถังก็เกิดการสะดุ้งอย่างรุนแรง!จนได้สติคืนกลับมา!

            ประจวบเหมาะกับแสงดาบรวดเร็วราวสายฟ้าที่มาถึงตรงหน้าแล้ว!

            ดวงตาของหลิ่วถังฉายแววดุดันแม้เขาจะไม่มีเวลาให้หนี แต่ตัวเขาก็ถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันดาบฟันม้าในมือซ้ายก็ฟันเสยขึ้นจากด้านล่างอย่างรวดเร็วฟันไปที่ขาของเซียวหลิงอวิ๋น คิดจะฆ่าข้างั้นหรือเช่นนั้นข้าก็จะฟันเจ้าสักดาบก่อนแล้วค่อยตาย!

            ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายจะมาไม้นี้เมื่อดาบฟันม้าของหลิ่วถังฟาดฟันไป ในเวลาเดียวกันร่างของเซียวหลิงอวิ๋นก็ลอยขึ้นไปในอากาศราวกับขนนก!

            ดาบภูติน้ำตัดผ่านลำคอหลิ่วถังไปภายในชั่วพริบตาก่อนที่ดาบฟันม้าจะมาถึงตัวของเซียวหลิงอวิ๋นเสียอีก!

            หลิ่วถังเบิกตาโตด้วยความไม่อยากเชื่อตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เลือดกระฉูดออกมาจากลำคอ ลงไปกองกับพื้นในทันทีขณะเดียวกันตัวของเซียวหลิงอวิ๋นก็ร่อนลงมาที่พื้นอย่างสง่างาม

            ห่างออกไปไม่กี่หมี่นักยุทธ์ระดับแปดคนสุดท้ายสั่นสะท้านไปทั้งตัว หูทั้งสองข้างยังคงอื้ออึงและมองไปที่เซียวหลิงอวิ๋นราวกับเห็นปีศาจ เต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว!

            ภายในเวลาไม่กี่อึดใจสั้นๆสหายสี่คนถูก ‘ปีศาจ’ ตัวนี้ฆ่าตายราวกับเป็นผักปลา ตัดหัวราวกับหั่นผักผ่าแตงโมเชือดอย่างง่ายราวกับหมาป่าขย้ำไก่!

            นักยุทธ์ตระกูลหลิ่วที่ห้าวหาญมาโดยตลอดนั้นในเวลานี้ไม่เหลือความห้าวหาญอีกต่อไปแล้วภายในใจเหลือเพียงความกลัวอย่างไร้ขอบเขต มีความคิดเพียงอย่างเดียวนั่นคือหนีไปจาก ‘ปีศาจ’ ตัวนี้ให้เร็วและไกลที่สุด ตลอดชั่วชีวิตนี้ ไม่สิทุกชาติก็ไม่ขอเจอเจ้า ‘ปีศาจ’ ตัวนี้อีก!

            ความกลัวอันไร้ขอบเขตนี้ก่อให้เกิดพลังอันน่าทึ่งนักยุทธ์ระดับแปดส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่ากลัว ชักดาบออกแล้วรีบเตลิดหนีไป!

            “ฮึ่ม!”เซียวหลิงอวิ๋นหายใจแรง ตัวเขาเซไปด้านหนึ่ง ใช้ดาบยาวปักพื้นยันร่างเอาไว้!วิชาเซียนเต่ากระเรียนทำงานด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง!

            ด้วยเสียงคำรามเพียงครั้งเดียวผนวกกับการใช้ก้าวลวงวิญญาณด้วยความเร็วสูงสุดเข้าสังหารศัตรูที่แข็งแกร่งถึงสามคนติดต่อกันดูเหมือนว่ากระบวนการทั้งหมดนี้จะใช้เวลาเพียงสามชั่วอึดใจเท่านั้น แต่ทั้งเลือดลมปราณ หัวใจ และพลังจิตที่สูญไปนั้นมากมายมหาศาล หากนักยุทธ์ตระกูลหลิ่วคนนั้นไม่วิ่งหนีไปถึงแม้ตัวเขาจะยังสามารถครองสติอยู่ได้เซียวหลิงอวิ๋นก็ไม่สามารถสังหารอีกฝ่ายได้เหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว!

            แต่ความจริงช่างน่าแปลกนักในขณะที่ทั้งพลังกายและพลังปราณของเซียวหลิงอวิ๋นอยู่ในจุดวิกฤติและไม่เหลือหลออีกฝ่ายกลับเลือกที่จะหนีไปเสียดื้อๆ!

            เหตุนี้ทำให้เซียวหลิงอวิ๋นได้ช่วงเวลาฟื้นฟูพลังอันมีค่าและหายากกลับคืน!

            ในขณะที่นักยุทธ์ตระกูลหลิ่วอีกสองคนยังไม่ทันจะได้เข้ามาในสนามรบพวกเขาก็เห็นร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากฝุ่นควันที่กำลังค่อยๆ จางหายไปตรงมาทางพวกเขาด้วยใบหน้าที่หวาดหวั่นยิ่งนัก!

            นี่มันอะไรกัน?

            พลังคุกคามของทั้งสองคนที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าถึงกับเหือดหายไปในทันทีนักยุทธ์ระดับเก้าทางซ้ายตะโกนถามขึ้น “ว่านจื่อหมิง นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

            แต่ผู้ที่หนีเปิดเปิงออกมากลับไม่ได้ยินอะไรเลยดวงตาว่างเปล่า แม้แต่จะหยุดฝีเท้าสักชั่วขณะก็ไม่มีมีเพียงสีหน้าที่หวาดกลัวและดวงตาที่ว่างเปล่า วิ่งผ่านทั้งสองคนไปอย่างบ้าคลั่ง!

            “ว่านจื่อหมิงว่านจื่อหมิง!” นักยุทธ์ระดับเก้าหันกลับมาตะโกนเรียกซ้ำๆ หลายครั้งนักยุทธ์แซ่ว่านไม่มีการตอบสนองใดๆ กลับมาทั้งสิ้น ยิ่งวิ่งออกไปไกลเท่าไหร่ภาพที่น่าประหลาดนี้ก็ยิ่งทำให้ทั้งสองคนนึกถึงสีหน้าที่หวาดกลัวและดวงตาที่ว่างเปล่าของสหายได้ชัดเจนยิ่งขึ้นความเย็นยะเยือกพุ่งขึ้นมาในหัวใจของทั้งสอง!

            ทั้งสองจึงหยุดเดินหน้าต่อทันทีหันมามองหน้ากันเอง ต่างก็มองเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของอีกฝ่าย!

            นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือดจนปกคลุมไปด้วยฝุ่นควันนั้นเกิดเรื่องน่ากลัวอะไรขึ้นกัน ถึงทำให้ว่านจื่อหมิงหวาดกลัวจนสติแตกเช่นนั้น!

            และแล้วทั้งสองก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวมองไปข้างหน้าพร้อมฝุ่นควันที่ค่อยๆ จางลง!

            เมื่อฝุ่นควันที่ลอยคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมดค่อยๆจางหาย!

            นักยุทธ์ตระกูลหลิ่วทั้งสองที่กำลังหวาดกลัวรวมถึงผู้ชมโดยรอบที่ต่างก็ใจจดใจจ่ออยู่กับเหตุการณ์บริเวณนั้น ก็ค่อยๆเห็นภาพชัดเจนขึ้น เมื่อละอองฝุ่นควันจางไป สนามรบอันดุเดือดก็ค่อยๆเผยให้เห็นถึงเค้าความน่ากลัวที่แท้จริง ม้าเกล็ดดำสง่างามหกตัว มีสี่ตัวที่นอนจมกองเลือดและร้องครวญครางอีกสองตัววิ่งหนีเตลิดหายไปอย่างไร้ร่องรอยคนคนหนึ่งยืนอย่างสง่างามราวกับเทพเซียน รอบตัวมีศพไร้หัวถึงสามศพ ไม่สิสามหัวที่หลุดออกจากร่างก็กองอยู่ไม่ไกล และยังมีอีกสองศพที่นอนจมกองเลือด!

            ภาพของชายที่ยืนอยู่คนเดียวสง่างามราวกับเทพเซียน ถือดาบยาวอยู่ท่ามกลางทะเลเลือดนี้ให้ความรู้สึกมั่นคงราวกับภูเขาที่ไม่อาจสั่นคลอนและยังให้กลิ่นอายความเกรี้ยวกราดที่แผ่ซ่านไปทั่วแอ่งเลือดและภูเขาซากศพ!

            เพียงเหลือบมองก็ทำให้หัวใจสั่นสะท้านและจนหัวลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก!

            นอกจากจ้าวเหวินจัวกับคนอีกไม่กี่คนทุกคนที่ได้เห็นภาพนี้ต่างก็ตกใจจนพูดไม่ออกไม่มีใครที่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้!

            นักยุทธ์ระดับสูงของตระกูลหลิ่วที่เทียบได้กับนักรบอาชาเงาของราชสำนัก ทั้งแข็งแกร่งและดุดันเข้ารุมล้อมโจมตีเซียวหลิงอวิ๋นซึ่งเป็นเพียงนักยุทธ์ระดับหกแต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มตระกูลเซียวได้รับชัยชนะและสังหารไปห้าคน!

            ไม่สิสังหารไปห้าคน ส่วนอีกคนหนึ่งสติแตกเพราะผลลัพธ์ที่น่ากลัวนี้!

            หากผลลัพธ์อันน่ากลัวนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็คงไม่มีใครเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงแน่!

            เจิ้งอวิ๋นเผิงรู้สึกขมขื่นในใจอัจฉริยะ นี่มันอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก!

            ตระกูลเซียวมีอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากเช่นนี้เมื่อไรที่เด็กคนนี้เติบโตขึ้น และเข้าหนุนหลังตระกูลเซียวแม้เพียงเล็กน้อยไม่นานเกินรอ อาจมีอีกหนึ่งตระกูลอ๋องปรากฏตัวขึ้นในแคว้นมู่อวิ๋นเป็นแน่!และหากเด็กคนนี้ตั้งใจจะสนับสนุนให้ตระกูลเซียวให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีกขั้นการเปลี่ยนผ่านราชวงศ์ของแคว้นนี้ก็ถือเป็นเรื่องง่ายดายยิ่ง!

            จ้าวเหวินจัวและชิวเทียนฉี่ยิ้มกว้างเสียจนปากแทบจะฉีกถึงท้ายทอยเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้แสดงผลงานได้สุดยอดมากหากพลิกดูประวัติศาสตร์หมื่นปีของอาณาจักรซินโยวแล้ว ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบันก็อาจจะไม่มีใครอื่นเทียบเคียงได้อีก!

            เจ้าเหยี่ยวหัวโล้นยังอยากจะคิดล้อมสังหารเจ้าหนุ่มหลิงอวิ๋นอีกหรือไม่? พวกเราสำนักวิญญาณเมฆาก่อตั้งมาเป็นหมื่นปีแล้วถึงจะมีอัจฉริยะที่หาตัวจับยากเช่นนี้สักคนลำพังนักยุทธ์ตระกูลหลิ่วเพียงไม่กี่คนจะล้อมสังหารเขาได้อย่างไรในเวลานี้คงจะตะลึงลานอยู่ล่ะสิ!

            ตัวหลิ่วอิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าสะดุ้งเล็กน้อยไม่คิดฝันมาก่อนว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ดวงตาคมราวเหยี่ยวของเขาก็จ้องมองไปที่ร่าง ‘สูงใหญ่’ที่กำลังยืนตระหง่านราวกับภูเขาอย่างสง่างามความรู้สึกทางจิตอันรุนแรงเช่นนี้แผ่กระจายออกไป!

            ชั่วขณะต่อมามุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มอันโหดเหี้ยม ตะโกนออกมาว่า “หลิ่วเฉิง หวังจัวตอนนี้เจ้าเด็กนั่น...”ในขณะที่กำลังจะสั่งให้นักยุทธ์สองคนที่เหลือไปสังหารเซียวหลิงอวิ๋น!

            จู่ๆเสียงอ่อนแรงข้างกายเขาพลันดังขึ้นมา “ท่านพี่ อย่าเลย เจ้าหมอนั่นเป็นอัจฉริยะแม้แต่ข้าก็ยังพ่านแพ้ให้กับเขา! อย่าให้พวกหลิ่วเฉิงไปตายเปล่าเลย!”

            ตัวของหลิ่วอิงสั่นสะท้านอีกครั้งมองไปที่น้องชายแท้ๆ ของตัวเอง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อ “เสี่ยวหมิงจะ... เจ้าหมายความว่า เจ้าเองก็แพ้ให้เด็กคนนั้น ไม่ใช่เจ้าเสือตระกูลชิวหรือทั้งสองคนจากตระกูลเจิ้งที่เป็นคนจับเจ้าได้หรอกหรือ?”

            สีหน้าของหลิ่วหมิงแสดงออกถึงความละอายใจเงยหน้าขึ้นพร้อมดวงตาที่กระจ่างชัด “ไม่ใช่พวกเขาหรอกข้าสู้กับเจ้าเด็กนั่นเพียงคนเดียว ผลลัพธ์คือพ่ายแพ้!”

            “เจ้าเด็กตระกูลเซียวคนนั้นเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ? นักยุทธ์ระดับหกคนเดียว กลับจับเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับกลางอย่างเจ้าได้?”ดวงตาของหลิ่วอิงเย็นยะเยือกเป็นที่สุด

            “ท่านสามเจ้าเด็กคนนั้นแปลกประหลาดเกินไป พลังยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งมากจริงๆท่ามกลางหมอกหนานั้น แม้ข้าจะระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่แล้วแต่ข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา พ่ายแพ้ภายในสามกระบวนดาบเท่านั้น!”หลิ่วอวิ๋นเทาที่อยู่ข้างๆ กล่าวเสริมด้วยความละอายใจเช่นกัน!

            “กุบกับๆๆๆ!”เสียงจากเบาๆ ค่อยๆ ดังขึ้นอย่างรวดเร็ว! “กุบกับ! กุบกับ!”เสียงฝีเท้าของฝูงม้าที่ควบตะบึงเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าชัดเจนขึ้นจากระยะไกลออกไป พร้อมกับฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายม้าอีกหลายสิบตัวกำลังควบตรงมายังที่แห่งนี้!

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดสัประยุทธ์เทพราชัน【จบ】 ที่คุณอ่าน