ราชันเวทเทพองเมียว

    67 สุสานมังกร (2) – มังกรปีศาจ

    “หา!”

    “ว่าอย่างไรนะขอรับ”

    เซียนจิ้งจอกแดงกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

    “สุสานมังกรมีอยู่จริง เป็นสถานที่ผนึกมังกรปีศาจ เราจะให้เจ้าไปสังหารมัน”

    เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน ประโยคเดิมไม่มีคำว่าสังหารนี่

    เด็กชายถอนหายใจดัง ‘เฮือก’

    “ไม่ต้องกังวล มันเป็นมังกรก็จริงแต่ไม่ได้เก่งกาจสักเท่าไร ไม่อย่างนั้นปรมาจารย์คุไคในวัยหนุ่มคงไม่อาจกำราบมันได้”

    ต่อให้ตื่นตระหนกเพียงใด ความเยือกเย็นคือสมบัติของนักขายที่ดี ต้าหมินพยายามสะกดอาการแข้งขาสั่น สอบถามข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม

    “เออ แล้วทำไมท่านไม่ฆ่ามันไปล่ะขอรับ อุตส่าห์กำราบได้ทั้งทีทำไมยังเก็บมันไว้อีก”

    “ไม่ใช่ท่านไม่อยากสังหาร เพียงแต่ติดที่สถานะของมันซึ่งเป็นทายาทของราชันมังกรทมิฬ ช่วงนั้นนิกายชินกงเพิ่งลงหลักปักฐานไม่อาจแตกหักกับสามราชันปีศาจได้ จึงเลือกกักขังไว้แทน แต่เจ้าอยู่ในสถานะที่แตกต่าง เจ้าเป็นศัตรูกับพวกมันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว”

    “เดี๋ยว ๆ ขอรับ ใครเป็นศัตรูกับใคร แล้วกระผมไปเป็นศัตรูกับราชันนั่นตอนไหน”

    “หือ! เราเคยเล่าให้เจ้าฟังแล้วนี่ มหาเทพสุซาโนะโอะสังหารยามาตะ โนะ โอโรจิ พญามังกรแปดเศียร ซากศพของมันก่อเกิดปีศาจมากมาย”

    “จำได้ขอรับ รวมทั้งเรื่อง ‘ศัตรูอันไม่อาจอยู่ร่วมกัน’ นั้นด้วย เพียงแต่กระผมกับราชันทั้งสามอยู่คนละที่ ห่างไกลกันขนาดนั้น คงไม่ถึงกับตามไล่ล่าสังหารกันกระมัง”

    แววตาของหญิงสาวและเด็กหญิงปรากฏความเห็นใจขึ้นวูบหนึ่ง

    “เราไม่ทราบว่า ‘ศัตรูอันไม่อาจอยู่ร่วมกัน’ ในความคิดของเจ้าคืออะไร แต่ทว่าเรารู้ความคิดของปีศาจร้ายพวกนี้ดี หากมันรู้ระแคะระคายว่าเจ้าอยู่ที่ใด รับรองในรัศมีสิบริต้องถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง”

    ต้าหมินแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน สิบริ! นั่นสี่สิบกิโลเมตรเชียวนะ กว้างใหญ่พอ ๆ กับเขตหนึ่งของกรุงเทพหรือตัวเมืองของจังหวัดใหญ่ ๆ ด้วยซ้ำ

    “หมายความว่าในรัศมีนั้น ต่อให้มีเมือง หมู่บ้าน ชุมชน มีคนที่ไม่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย พวกมันก็จะไม่ละเว้นเลยหรือขอรับ”

    มือของเด็กชายสั่นเทา ปีศาจร้ายนี่มันโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดนี้เลยเหรอ หากเกิดขึ้นกับเมืองขนาดใหญ่อย่าง นานิวะหรือเฮโจไม่ใช่คนเป็นพันเป็นหมื่นต้องตายกันหมดเพื่อสังหารตนคนเดียวเนี่ยนะ

    “ใช่ แต่ยามนี้พวกมันเกรงกลัวท่านโพธิสัตว์ ไม่กล้าทดสอบความเมตตาต่อสรรพชีวิตของท่านหรอก หากเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่างไกลผู้คนละก็ผลลัพธ์คงเป็นอย่างที่บอก โดยเฉพาะราชันพยัคฆ์ขาวแห่งดินแดนตะวันตก ขึ้นชื่อว่าดินแดนใต้การปกครองของมันรกร้างผู้คน เรือกสวนไร่นาล้วนว่างเปล่า ได้ยินว่าผู้คนหากไม่ถูกจับกินก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต”

    เด็กชายกำมือแน่น รู้สึกอึดอัดในอก

    ช่างเป็นเรื่องน่าตระหนกเหลือเกิน ไม่รู้ว่าผู้ปกครองอดทนได้อย่างไร หรือคิดกันว่าเมื่อสู้ไม่ได้ก็ต้องหลุบหูหลุบหาง ปล่อยชาวบ้านตาดำ ๆ ให้ใช้ชีวิตไปตามยถากรรมอย่างนั้นเหรอ

    เซียนจิ้งจอกแดงยังคงกล่าวต่อ

    “ในเมื่อเจ้าได้รับพรจากมหาเทพ อีกทั้งเป็นผู้สืบทอดภารกิจของท่านเทพอุกะโนะมิทามะ ยิ่งเวลาผ่านไปกลิ่นอายของเจ้ายิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ยังดีที่เดินทางมาถึงที่นี่ทันเวลา ทว่าเมื่อใดที่ข่ายเวทอาณาเขตล่มสลาย เมื่อนั้นพวกมันย่อมรับรู้ได้ นี่คือมหันตภัยสำหรับเจ้าแต่ก็เป็นโอกาสเช่นกัน”

    โอกาส!

    ต้าหมินแทบหลุดโพล่งถามออกไป

    “ดังนั้นการสังหารมังกรปีศาจคือทางรอดเดียว ไม่ต้องหวาดกลัวไป ท่านเทพคาริบะและเทพนิอุสองเทพผู้ประทานที่ดินแห่งนี้ พวกท่านทั้งสองได้มอบอาวุธวิเศษแก่ปรมาจารย์คุไคเพื่อใช้สังหารมังกรปีศาจตัวนั้น เป็นโชคดีของเจ้าที่ท่านปรมาจารย์เพียงผนึกมันเอาไว้ อาวุธนั้นจึงยังคงอยู่ที่สุสาน 

    หากเจ้าได้อาวุธเทพไว้ในครอบครอง สิ่งนี้สามารถกลบกลิ่นอายของเทพให้เลือนหาย ดังเช่นกลิ่นอายของมังกรปีศาจที่บิดาของมันพยายามตามหา ตระเวนไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ยังไม่พบ นี่คือสาเหตุแห่งข้อพิพาทระหว่างเทพมังกรทะเลตะวันออกและราชามังกรทมิฬ ด้วยมันคิดว่าบุตรถูกจับขังอยู่ในวังใต้บาดาล พยายามขอเข้าตรวจสอบแต่ถูกเทพมังกรปฏิเสธตลอดมา

    เด็กเอ๊ย เจ้าควรขอบคุณข้าเสียด้วยซ้ำ ได้ฝึกฝีมือและยังได้ของรางวัลเป็นอาวุธเทพด้วย”

    เซียนจิ้งจอกแดงเผยรอยยิ้มอันงดงามออกมา จนหมู่เมฆเหนือฟ้าแทบทอดตัวลงเพื่อยลโฉมของนาง

    “ขอบคุณหรือครับ ข ข ขอ ขอผมทำใจก่อนแล้วกัน”

    ไม่พูดพร่ำทำเพลงเด็กชายรีบผละจากไปทันที โดยมีตุ๊กตามนุษย์ติดตามอยู่ไม่ห่าง เขารีบตรงดิ่งกลับห้องพัก พุ่งตัวลงบนเตียง ศีรษะซบหน้ากับหมอน สองมือทุบฟูกข้างตัว

    “โธ่เว้ย!”

     

    เจ็บใจจริงโว้ย!!!

     

    ความรู้สึกที่ถูกคนอื่นควบคุมชีวิตพลันกลับมา เคยคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ถึงไม่ร่ำรวยแต่ก็เสรี อยากไปที่ไหนก็ไป แต่ที่ไหนได้ชีวิตกลับไม่มีทางเลือก ต้องเดินไปบนเส้นทางแห่งการฆ่าฟัน 

    ชีวิตที่ถูกขีดให้เดิน บังคับให้เลือก 

    ความฮึกเหิมในความสำเร็จจากการประลองเมื่อครู่สลายหายสิ้น รู้สึกตนไร้เรี่ยวแรงอีกครั้ง

     

    มังกรปีศาจ

    ทายาทของราชันมังกรทมิฬแห่งแดนใต้

     

    วันก่อนเขาแกล้งรับปาก ให้เซียนจิ้งจอกเข้าใจว่ายินยอมรับภารกิจ ทั้งที่ในใจยังอยู่ในขั้นกำลังพิจารณา ยังไม่ตัดสินใจ

    มาคราวนี้ถูกผลักให้กำจัดมังกรปีศาจ เหมือนว่าเซียนจิ้งจอกแดงทำไปด้วยความหวังดี ความจริงเท่ากับมัดมือมัดเท้าให้เดินตามทางที่กำหนด ด้วยความสามารถตอนนี้เท่ากับทำภารกิจฆ่าตัวตาย หรือจะเรียกว่าเก้าตายหนึ่งรอดก็คงไม่ต่างกันสักเท่าใด คิดแล้วก็อยากเก่งกาจดั่งเทพเซียนอย่างท่านอาจารย์เหลือเกิน จะได้ไม่ต้องพบเจอกับเรื่องอับจนหนทางแบบนี้

     

    แค่เก่งขึ้นก็พอใช่ไหม

     

    ได้

     

    อีกหกวันจะเก่งขึ้นให้ดู

     

    ใจคิดถึงตำราปกสีน้ำเงินเล่มนั้น ตุ๊กตามนุษย์ด้านข้างก็ยื่นส่งให้ทันที

    ต้าหมินรู้สึกใจชื้นขึ้น อย่างน้อยยังมีคนอยู่เคียงข้าง

    “พี่ตำราขอวิธีใช้งานยันต์ร้อยภูต...”

    หนึ่งชั่วยามผ่านไป

    มังกรปีศาจก็เถอะแค่นี้ไม่คณนามือหรอก ขอเพียงใช้พลังของมหาเทพได้ดุจดั่งแขนขา เมื่อนั้นจะเลาะหนังมาทำกระเป๋าเลยคอยดู

    เด็กชายนั่งอ่านตำราอย่างขะมักเขม้น ปากพึมพำ สองมือออกท่าทาง จนข้ามผ่านวันคืนโดยไม่รู้ตัว

    เสียงตะโกนด้วยความคับข้องผสมกับความโกรธเกรี้ยวก่อนหน้า กลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างลำพอง

    เด็กหญิงและหญิงสาวต่างหันมองหน้ากัน

    “บางทีเด็กน้อยเจ้าปัญหาคนนี้ก็เป็นอย่างนี้แหละ ออกจะเข้าใจอะไรช้าไปสักหน่อย”

    หญิงสาวพยักหน้าคล้ายจะเข้าใจในสิ่งที่เด็กหญิงต้องการจะสื่อ

    “น้องสาว อย่าลืมข้อเสนอของพี่แล้วกัน ก่อนข่ายเวทสลาย น้องต้องให้คำตอบ”

     

    เด็กหญิงพยักหน้าอย่างเงียบงัน แววตาของเธอกลายเป็นเศร้าสร้อย

     

    อีกไม่กี่ตอนก็จะจบภาคสองแล้วนะ

    คล้ายกับเรื่องราชันเวทเทพองเมียว ที่คุณอ่าน