“ร่างร่วมกำเนิด? คืออะไร”
ราชามารตะวันตกตะลึงเล็กน้อยและไม่ค่อยเข้าใจเลยหลายวันมานี้เขาเห็นว่าร่างของนางค่อยๆ เน่าเปื่อยไปทีละน้อย จะกลายเป็นร่างร่วมกำเนิดอะไรได้อย่างไร
ผู้คนในทวีปหลิงโซ่วไม่คุ้นเคยกับยมโลกทว่าโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรใกล้ชิดกับยมโลกมากกว่า แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างราชามารตะวันตกยังรู้เรื่องเกี่ยวกับยมโลกน้อยมาก
“หลังจากนางตายไปแล้ววิญญาณของนางหลอมรวมเข้ากับศิษย์ของข้าเรียบร้อย หลังจากนี้หากมีโอกาสและโชคอาจเกิดใหม่ขึ้นมาได้”
“เกิดใหม่?”
คำของเสิ่นเสวียนทำให้ราชามารตะวันตกมองเสิ่นเลี่ยนตาโตแล้วเขาก็ขยี้ตาอย่างไม่อยากเชื่อ
“เป็นไปได้อย่างไร! คนตายไปแล้วมิอาจฟื้นคืนจะเกิดใหม่อีกครั้งได้อย่างไร!”
“เสิ่นเลี่ยนทำให้เขาดู”
“ขอรับ”
เสิ่นเลี่ยนพยักหน้าจากนั้นเขาค่อยๆ หลับตาลง พลังชีวิตบนร่างจางหายไปในพริบตาแปรเปลี่ยนเป็นไอวิญญาณเย็นยะเยือกพริบตาเดียวนี้ทำให้อากาศโดยรอบเย็นลงอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน รูปร่างหน้าตาของเสิ่นเลี่ยนกลับแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นสตรีผู้นั้น
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ราชามารตะวันตกเซถอยหลังไปจนเกือบล้มขณะเดียวกันยังทำให้สตรีอีกนางหนึ่งส่งเสียงร้องออกมา เห็นได้ชัดว่านางตกใจไม่น้อย
รวมไปถึงเริ่นเสี้ยวเทียนที่ตะลึงงันอยู่ตรงนั้น
สถานการณ์เช่นนี้พวกเขาเคยเห็นมาก่อนที่ไหนกัน
ใบหน้าของสตรีผู้นั้นแปรเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยและกลับคืนเป็นใบหน้าของเสิ่นเลี่ยนอีกครั้งเพราะแสงที่สาดส่อง ร่างหยินหยางของเสิ่นเลี่ยนในตอนนี้เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้นยังมิอาจเปลี่ยนร่างเป็นระยะเวลานานได้ ถ้าอยู่ในช่วงกลางคืนจะทำได้ง่ายกว่านี้ ตอนกลางวันทำได้ถึงขนาดนี้ก็ไม่เลวแล้ว
ครู่ใหญ่ราชามารตะวันตกและคนอื่นๆ จึงตั้งสติกลับมาได้
“อัศจรรย์! ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!”
ราชามารตะวันตกมองเสิ่นเลี่ยนอย่างพิจารณาพลางกล่าวอย่างอัศจรรย์ใจเดิมทีเขาคิดว่าใช้ชีวิตในหุบเขาสุขาวดีมาอย่างโชกโชนแล้ว รู้จักสำนักทั้งหลายในทวีปหลิงโซ่วเป็นอย่างดีแต่ตอนนี้ดูเหมือนตนเองเป็นดั่งกบในบ่อน้ำ อย่างน้อยที่สุดพลังที่เสิ่นเลี่ยนแสดงออกมานี้เขาไม่เคยได้ยินและไม่เคยเห็นมาก่อน
“น้องชายเจ้าวางใจได้เลย แม้ข้าราชามารตะวันตกจะมักมากในตัณหา แต่ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายข้าไม่มีทางทำอะไรเด็ดขาดพวกนางสองพี่น้องคือคนที่ข้าซื้อตัวมาจากกู่ซวีเถา ยังไม่มีอะไรเกินเลย เจ้าวางใจได้”
ราชามารตะวันตกกล่าวทันที
เสิ่นเสวียนได้ยินคำของราชามารตะวันตกก็ตะลึงไปเล็กน้อยจากนั้นก็หัวเราะออกมา
“คนตายก็เหมือนไฟมอดลงนางตายไปแล้วจริงๆ จิตสำนึกของนางในตอนนี้ไม่มีเหลือ หากต้องการฟื้นฟูความทรงจำอย่างน้อยต้องใช้เวลากว่าร้อยปีท่านคิดมากเกินไปแล้ว”
เสิ่นเลี่ยนไม่ได้กล่าวอะไรออกมาสำหรับสตรีนางนี้ ขณะที่สบตากันอยู่เขารู้สึกเหมือนได้เห็นชีวิตชาติก่อนของนาง เขาจึงรู้สึกสงสารนางเพียงเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นอีก ตอนนี้ได้ฝึกฝนร่างหยินหยางร่วมกัน เขาก็ไม่ได้คิดอย่างอื่นอีกเช่นกันภายหน้าหากนางได้เกิดใหม่อีกครั้ง ทั้งสองก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก
“ฮ่าๆเช่นนั้นก็เป็นปัญหาของพวกเจ้าแล้ว ไม่เกี่ยวกับข้า ในเมื่อออกมากันแล้ว ก็ไปยังยอดเขาของข้ากันเถอะข้าจะต้อนรับพวกเจ้าอย่างดี”
ราชามารตะวันตกหัวเราะเสียงดังไม่สนใจเรื่องนี้อีก
“ได้เช่นนั้นคงต้องทำตามบัญชาเสียแล้ว”
เสิ่นเสวียนหัวเราะเช่นเดียวกันเพื่อแสดงถึงความเห็นด้วย
จากนั้นทุกคนก็เก็บข้าวของเหาะตามหลังพรมวิเศษของราชามารตะวันตกไปยังยอดเขาของราชามารทางทิศตะวันตก
ราชามารตะวันตกเป็นหนึ่งในสี่ราชามารผู้ยิ่งใหญ่แห่งหุบเขาสุขาวดีการเข่นฆ่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แม้แต่เขาเองยังไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการต้อนรับพวกเสิ่นเสวียน
ห่างจากแอ่งเถียนซือไปประมาณสองร้อยลี้มีภูเขาลูกหนึ่งรูปร่างเหมือนน้ำเต้าตั้งตระหง่านอยู่ นี่คือเขาน้ำเต้าที่มีชื่อเสียงในหุบเขาสุขาวดีบนนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพร ไอพลังหลิงชี่หนาแน่นยิ่งกว่าโลกภายนอก เป็นอาณาเขตสำคัญของหุบเขาสุขาวดีต่อมาราชามารตะวันตกเข้ายึดครองที่นี่ จึงกลายเป็นอาณาเขตส่วนตัวของราชามารตะวันตกไปแล้ว
“เขาน้ำเต้าตรงหน้านี้คือที่ของข้าเองทุกอย่างในอาณาเขตนี้ข้าเป็นคนดูแล”
เสียงหัวเราะของราชามารตะวันตกดังออกมาจากพรมวิเศษบอกให้พวกเสิ่นเสวียนที่ตามมาด้านหลังได้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของเขาทั้งหมด
เสิ่นเสวียนมองเห็นเขตสมุนไพรของที่นี่จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ หุบเขาสุขาวดีมีของดีอยู่มากมาย ได้ครอบครองอาณาเขตกว้างใหญ่ขนาดนี้แสดงให้เห็นถึงพลังของราชามารตะวันตก
การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นพวกเขาไปถึงเชิงเขาอย่างรวดเร็ว และหยุดนิ่งลงตรงไหล่เขา
ที่นี่คือส่วนของภูเขาที่ทำให้เรียบไปแล้วส่วนหนึ่งมันส่องประกายราวกับกระจก ด้านหลังมีบ้านเรือนเรียงราย เด็กบางคนกำลังทำความสะอาด บางคนกำลังปรุงยา
“ฝีมือขนาดนี้ผู้อาวุโสราชามารยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เสิ่นเสวียนกล่าวกับราชามารตะวันตก
“นี่ไม่ใช่ฝีมือของข้าหรอกข้าไม่มีความอดทนมากขนาดที่จะตัดหน้าผาได้ นี่คือจวนที่ผู้อาวุโสท่านหนึ่งหลงเหลือไว้ข้าสนใจจึงเข้ามาแย่งชิง” ในหุบเขาสุขาวดี ใครมีพลังคนนั้นเป็นใหญ่ การแย่งชิงในที่นี้ไม่ใช่คำด่าทอแต่เป็นคำชมเชย
“แสดงว่าผู้อาวุโสท่านนี้ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน!”
“เรื่องนี้ข้าไม่เถียงผู้อาวุโสท่านนี้น่าจะมีพลังยุทธ์ขั้นจักรพรรดิ ข้าเจอตำราเคล็ดวิชาบางส่วนที่กระทั่งถึงตอนนี้ข้ายังอ่านไม่ออกเลยพลังไม่ถึงขั้นจักรพรรดิไม่มีทางมีสิ่งเหล่านี้ได้ น้องชายอยากดูไหม”
ราชามารตะวันตกอยากให้เสิ่นเสวียนได้ดูอย่าเห็นว่าเสิ่นเสวียนอายุยังน้อย แต่พื้นฐานของเขาไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ไม่แน่ว่าอาจให้คำแนะนำแก่เขาได้
“ข้าไม่ใช่คนชอบแย่งของของใคร”
เสิ่นเสวียนส่ายหัวปฏิเสธความหวังดีของราชามารตะวันตกไปแม้จะเป็นของดีแต่ในทวีปยังมีกฎที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ข้อห้ามสูงสุดคือการขโมยของของผู้อื่นทุกคนต่างเก็บซ่อนเคล็ดวิชาไว้อย่างล้ำลึกไม่มีทางเปิดเผยให้ผู้อื่นรับรู้ได้ง่ายๆที่เสิ่นเสวียนปฏิเสธไปเพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง
และอีกอย่างเขาไม่สนใจเคล็ดวิชาเหล่านี้เลยจริงๆ
ภายในผังเมืองซานเหอของเขาเก็บซ่อนเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรไว้มากมายทั้งในหัวของเขายังเก็บสะสมเคล็ดวิชามากว่าพันปี หากเอาความทรงจำของเขามาเขียนเป็นหนังสือคงเป็นสารานุกรมขนาดย่อมของโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ถังจนถึงปัจจุบัน
เคล็ดวิชาที่ขั้นจักรพรรดิผู้หนึ่งหลงเหลือไว้ยังไม่เข้าตาเขาเลยจริงๆ
“ฮ่าๆสหายเสิ่นมีคุณธรรมสูงส่ง ข้าไม่บังคับเจ้าแล้วกัน” ราชามารตะวันตกพยักหน้า ยอมรับในตัวเสิ่นเสวียนยิ่งกว่าเดิมนี่คือสหายที่ควรค่าให้ผูกมิตร
แม้ราชามารตะวันตกจะอยู่ในหุบเขาสุขาวดีแต่เขาชื่นชอบการผูกมิตรยิ่งกว่า ในหุบเขาสุขาวดีเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายประเภทและเป็นเพราะเขามีพลังแข็งแกร่ง มิเช่นนั้นคงตายไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง
และในขณะนั้นเองร่างของเสิ่นเลี่ยนก็กระโดดลงมาอยู่ข้างๆ เสิ่นเสวียน
เสิ่นเสวียนและคนอื่นๆเหาะได้เร็วมาก เสิ่นเลี่ยนจึงตามไม่ทัน แม้ตอนนี้เขาจะมีพลังขั้นแม่ทัพระดับสูงสุดแล้วแต่ยังห่างไกลจากเสิ่นเสวียนและคนอื่นๆ มาก เขาต้องกระโดดตามมานานมากกว่าจะทัน
“มาได้เร็วดีนี่พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
ราชามารตะวันตกตบบ่าเสิ่นเลี่ยนแล้วเรียกพวกเสิ่นเสวียนให้เข้าไปด้านใน
เมื่อเข้ามาถึงที่นี่แล้วเสิ่นเสวียนจึงให้เสิ่นเสี่ยวเม่ยออกมาจากในมิติ ในนั้นยังมีร่างไร้วิญญาณสี่ร่างและแขนข้างหนึ่งด้วยและไม่ได้สว่างไสวเหมือนภายนอก หลังจากเสิ่นเสี่ยวเม่ยออกมาแล้วนางจึงวิ่งเล่นอยู่บนเขาอย่างร่าเริง
ได้ออกจากบ้านมาไกลเป็นครั้งแรกและยังเป็นสถานที่ที่อัดแน่นไปด้วยไอพลังหลิงชี่เช่นนี้ ทำให้นางอยากรู้อยากเห็นไปทุกอย่างส่วนเสิ่นเลี่ยนก็ตามหลังเสิ่นเสี่ยวเม่ยไปเพื่อคอยปกป้องนาง เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น
เสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนตามราชามารตะวันตกเข้าไปในห้องโถงใหญ่ระหว่างทางราชามารตะวันตกบอกเล่าถึงอำนาจของตนเองให้เสิ่นเสวียนฟังด้วยความภูมิใจ จนเกือบบอกเสิ่นเสวียนว่าตนเองเก็บของล้ำค่าไว้ในเขาน้ำเต้ามากมายเพียงใด
“น้องชายนั่งลงสิ”
ราชามารตะวันตกนั่งลงตรงตำแหน่งผู้นำก่อนจะผายมือเชิญเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนให้นั่งลง
เริ่นเสี้ยวเทียนและเสิ่นเสวียนนั่งลงทันทีอย่างไม่เกรงใจทันใดนั้นเด็กที่รออยู่ข้างๆ เข้ามารินสุราให้พวกเขาจนเต็มจอก
“นี่คือสุราหมักที่ข้าฝังไว้นานสามสิบปีวันนี้ได้เอาออกมาต้อนรับพวกเจ้าทั้งสอง เชิญพวกเจ้าดื่มได้เลย ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตข้า”
ราชามารตะวันตกยกจอกสุราขึ้นพลางกล่าวขอบคุณเสิ่นเสวียนและเริ่นเสี้ยวเทียนจากนั้นก็ดื่มเข้าไปหมดจอก
“ผู้อาวุโสราชามารเกรงใจเกินไปแล้วแต่คนพวกนั้นกล้าลอบทำร้ายท่านเช่นนี้ คิดดูแล้วราชามารคนอื่นคงต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกัน”
เสิ่นเสวียนมองราชามารตะวันตกพลางกล่าว