เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    ตอนที่ 33 สี่คนสุดท้าย

    ณ ลานประลอง 


    “คู่แรก จื่อต้าหลง ปะทะ ฟงเลี่ย!!” กรรมการประกาศ


    หลังจากได้ยินเสียงกรรมการประกาศ ทั้งสองก็ทะยานร่างขึ้นเวที ฟงเลี่ยนั้นใช้กระบี่เป็นหลัก ส่วนจื่อต้าหลงใช้ร่างกายเป็นหลัก 


    “เริ่มได้!!”


    สิ้นเสียงกรรมการกล่าว ทว่าก็ยังมิมีใครชิงบุกก่อน ทั้งสองต่างคุมเชิง เพื่อรอให้อีกฝ่ายเปิดช่องโหว่ 


    จื่อต้าหลงเห็นดังนั้นจึงแกล้งเผยช่องโหว่ออกมา นั่นทำให้ฟงเลี่ยทะยานร่างมาพร้อมกับแทงกระบี่มาที่จื่อต้าหลง


    เมื่อปลายกระบี่จ่อเข้ามาใกล้ตัว จื่อต้าหลงจึงพลิกตัวหลบ เขาถอยเพียงหนึ่งก้าวก็สามารถหลบกระบี่แรกได้แล้ว 


    ฟงเลี่ยเห็นอีกฝ่ายหลบได้อย่างง่ายดาย มันก็ใช้เพลงกระบี่ปลดปล่อยพลังปราณออกมาเต็มที่ 


    วิชากระบี่แสงอรุณ!! ฟงเลี่ยจู่โจมอย่างต่อเนื่อง ทั้งแทง ฟัน ฟาด ปล่อยคลื่นพลังปราณกระบี่ไปที่จื่อต้าหลงอย่างเฉียบคม จื่อต้าหลงเห็นคลื่นพลังกระบี่จู่โจมมาทางเขา เด็กหนุ่มจึงใช้วิชาปราการมังกรม่วงเพื่อต้านรับ กระบวนท่าปราการมังกรม่วงแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่มีคลื่นกระบี่ไหนเลยที่จะฝ่าการป้องกันเข้าไปถึงตัวจื่อต้าหลงได้!


    หลังจากฟงเลี่ยใช้วิชากระบี่แสงอรุณ ฟาดฟันอย่างไม่ยั้งไปที่จื่อต้าหลงเขาก็เริ่มหอบลมหายใจติดขัดเล็กน้อย 


    เป็นจังหวะนี้แหละ ในขณะที่อีกฝ่ายเพิ่งจู่โจมจนหมดแรง เป็นจังหวะบุกของจื่อต้าหลง พุ่งทะยานร่างเข้าประชิดตัวฟงเลี่ยอย่างรวดเร็วพร้อมปลดปล่อยฝ่ามือมังกรม่วงทะยานฟ้าใส่อีกฝ่ายอย่างดุดัน! ฟงเลี่ยโดนการโจมตีนี้เข้าไปเต็มอก มันกระเด็นถอยกรูดไปเป็นทางยาวพร้อมกระอักเลือดออกมา ทว่าในมือยังถือกระบี่ไว้แน่น มันไม่ยอมแพ้ง่ายๆ 


    “ดูนั่นสิ จื่อต้าหลงผู้นี้ แม้พลังบ่มเพาะจะอยู่เพียงชั้นปราณจิตขั้นที่สอง แต่เพียงการโจมตีเดียว… ทำเอาฟงเลี่ยที่อยู่ชั้นปราณจิตขั้นที่สี่ถึงกับกระอักเลือด!!” เหล่าผู้ชมกล่าวอย่างตื่นตระหนก


    หลังจากที่ฟงเลี่ยลุกขึ้นมาได้ เขาก็โคจรลมปราณฟื้นตัว แต่ทว่าจื่อต้าหลงไม่ปราณี เขารีบบุกในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเสียเปรียบ จื่อต้าหลงใช้เพลงเตะ เตะเข้าไปที่หน้าอกของฟงเลี่ย อีกฝ่ายยกกระบี่ขึ้นมาป้องกัน ผัวะ!! ฟงเลี่ยโดนท่าเท้าของจื่อต้าหลงฟาดไปเต็มๆ ทั้งคนทั้งกระบี่กระเด็นตกเวทีพ่ายแพ้ไป!


    “ผู้ชนะ!! จื่อต้าหลง!!” กรรมการประกาศเสียงดัง


    “เฮ! เฮ! เฮ!!” เสียงตะโกนดังก้อง เหล่าผู้ชมการประลองต่างชื่นชมจื่อต้าหลงที่เป็นม้ามืด เพียงลมปราณจิตขั้นสองกลับสามารถสู้กับขั้นที่สี่อย่างได้เปรียบ นี่นับว่าน่าตื่นตะลึงนัก!

     


    ทางด้านฝั่งผู้ชม….


    “ฮ่า ๆ ๆ ๆ สมกับเป็นต้าหลง เจ้าสัตว์ประหลาดน้อยนี่แข็งแกร่งมาก” เฉิงไฉเซียวกล่าวพลางหัวเราะ


    “หากเป็นพวกเรา… อาจต้องใช้เวลามากหน่อยในการล้มฟงเลี่ย แต่เขากลับสามารถทำได้ในเวลาเพียงไม่นาน” ลวี่เหรินกล่าวตอบ เขาเองยังอดชื่นชมจื่อต้าหลงในใจไม่ได้ เจ้าเด็กนั่นช่างแข็งแกร่งจริงๆ


    “คู่ต่อไป เกาซีหมิง ปะทะ หลิวสุ่ยเยว่!!” กรรมการกล่าวประกาศ


    ผู้ที่ถูกเรียกขึ้นไปยังลานประลอง เกาซีหมิงทะยานร่างขึ้นบนเวที ตามด้วยหลิวสุ่ยเยว่หญิงสาวทะยานร่างบางอย่างงดงามชดช้อยตามขึ้นไปติดๆ

    กรรมการประกาศ “เริ่มได้!!”


    “ได้ประลองกับแม่นางหลิว… นับว่าข้ามีวาสนายิ่งนัก” เกาซีหมิงกล่าวด้วยท่าทีสุภาพสมกับเป็นศิษย์หลักแห่งสำนักลี่


    “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ประลองกับคุณชายเกา” หลิวสุ่ยเยว่ตอบ


    หลังจากสิ้นเสียง… หลิวสุ่ยเยว่ก็ทะยานร่างบุกเข้าไปโจมตีเกาซีหมิง นางใช้ฝ่ามือหิมะ เข้าปะทะกับเพลงหมัดของเกาซีหมิงอย่างดุดัน!

    หลิวสุ่ยเยว่ไม่มีออมมือแม้แต่น้อย เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังถึงปราณจิตขั้นที่เก้า ซึ่งห่างกับนางถึงสี่ระดับ! ทุกการโจมตีของหลิวสุ่ยเยว่นั้นแฝงด้วยไอเย็นของฝ่ามือหิมะ นางมีพลังปราณมหาศาลมากกว่าคนทั่วไป นั่นจึงทำให้โจมตีได้อย่างต่อเนื่อง ทว่าฝ่ายเกาซีหมิงก็รับมือนางได้ทุกกระบวนท่า!


    “แม่นางหลิวช่างร้ายกาจยิ่งนัก ข้าคงได้แต่เอาจริงแล้ว” เกาซีหมิงกล่าวอย่างจริงจัง


    ทันใดนั้น เกาซีหมิงถอยกลับมา รวบรวมพลังปราณหมัด จากนั้นจึงพุ่งเข้าไปจู่โจมหลิวสุ่ยเยว่อีกครั้งเขาปล่อยหมัดเข้าจุดตายทั้งหมดของร่างกาย แต่หลิวสุ่ยเยว่ก็ป้องกันไว้ได้ ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกรับ เหล่าผู้ชมในสนามต่างส่งเสียงเฮลั่น 


    ร้อยกระบวนผ่านไป ห้าร้อยกระบวนท่าผ่านไป ก็ยังมิอาจหาผู้ชนะได้! อีกทั้ง…. สองฝ่ายยังดูเหลือพลังอีกมากล้น!


    หากเป็นผู้ฝึกยุทธทั่วไป ต่อให้อยู่ในชั้นปราณจิตขั้นที่แปดก็มิอาจรับมือเกาซีหมิงได้เกินร้อยกระบวนท่าหากมันเอาจริง!


    ทว่า… หลิวสุ่ยเยว่ผู้นี้ถือว่าร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง! ร้ายกาจยิ่งกว่าใครในงานประลองครั้งนี้! เกาซีหมิงคิดเช่นนั้น ถึงมันจะได้เปรียบเรื่องพลังบ่มเพาะแต่ก็มิอาจเอาชนะนางได้อย่างง่ายดาย!!


    เกาซีหมิงเริ่มได้รับผลกระทบจากพิษเย็นของฝ่ามือหิมะที่หลิวสุ่ยเยว่ใช้ออกนั่นทำให้ตัวมันสั่นเล็กน้อย เริ่มมีไอควันลอยออกมาจากปาก!

    หากยื้อต่อไปแล้วไม่ขับปราณเย็นออกจากร่างกายมันคงต้องลำบากแน่ๆ! เกาซีหมิงตัดสินใจบุกโจมตีหลิวสุ่ยเยว่อย่างบ้าระห่ำ ทำให้หญิงสาวต้องรับมืออย่างยากลำบาก จนในที่สุด… นางก็ปัดป้องไม่ทัน หลิวสุ่ยเยว่โดนหมัดของเกาซีหมิงชกไปที่ท้องอย่างจัง นางกระเด็นถอยไปนับสิบก้าว… เลือดไหลออกจากริมฝีปากบาง…


    จื่อต้าหลงที่ยืนชมอยู่ด้านล่างพลันขบฟันขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ 


    หลังจากโดนหมัดของเกาซีหมิงไป หลิวสุ่ยเยว่ก็ตกเป็นฝ่ายรับอยู่ฝ่ายเดียว ได้แต่ปัดป้องกระบวนท่าของเกาซีหมิงจนร่างกายบาดเจ็บหลายแห่ง!

    ‘ยอมแพ้เถอะจิ้งจอกน้อยยังไงเจ้าก็สู้เขาไม่ได้’ จื่อต้าหลงคิดในใจ เขารู้สึกทนดูไม่ได้!


    หลิวสุ่ยเย่วกัดฟันเพื่อสะกดความเจ็บปวด หญิงสาวยังคงต้านรับเพลงหมัดของเกาซีหมิงอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด… นางก็โดนกระบวนท่าหมัดพิฆาตของเกาซีหมิงเข้าเต็มๆ แม้นางจะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาป้องกันไว้แล้วก็ตาม กระบวนท่านี้ส่งผลให้นางกระเด็นลงจากสนามประลองลงมาข้างล่างอย่างหมดท่า!


    “ผู้ชนะ เกาซีหมิง” กรรมการกล่าว


    ทันใดนั้น เป็นจื่อต้าหลงทะยานไปรับร่างนางที่กระเด็นลงจากเวทีประลองมาไว้ในอ้อมแขน


    “สุ่ยเยว่ท่านไหวหรือไม่?!” จื่อต้าหลงถาม แววตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วง


    หลิวสุ่ยเยว่กระอักเลือดออกมาอีกครั้งตอนนี้ร่างกายของนางบอบช้ำหลายที่ อีกทั้งยังบาดเจ็บภายใน จำเป็นต้องรีบรักษาโดยด่วน!


    “ต้าหลง….ข้า….ไหว” สุ้มเสียงของหญิงสาวแผ่วเบา


    จื่อต้าหลงอุ้มร่างของหลิวสุ่ยเยว่ จากนั้นจึงนำไปให้หมอช่วยรักษา ส่วนเขาตอนนี้กำหมัดแน่น! จื่อต้าหลงเริ่มมีโทสะบ้างแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสำราญจอมป่วน [จบ] ที่คุณอ่าน