เพล้ง!!!
เสียงขว้างแจกันกระเบื้องกระทบพื้นดังออกมาจากเรือนใหญ่ของตระกูลซุนผู้ที่กระทำก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือนายท่านผู้เป็ประมุขของจวนนามซุนิ ซุนิเป็ชายวัยกลางคนเขาคือเ้าของกิจการหอยาเซียนซุน หอยาเซียนซุนถือเป็ร้านขายยาและเป็ร้านรับซื้อขายสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงกิจการที่ใหญ่โตของเขาโดยส่วนมากจะได้ลูกค้าที่มาจากวังหลวงทั้งนั้น ทั้งยังได้คู่ค้าที่สำคัญมากคือกองทัพหลวงโดยมีขุนนางใหญ่บางคนเอื้อผลประโยชน์ให้และคอยหนุนหลังอยู่อย่างลับๆ
“หากว่าเ้าไม่ดื้อด้านเก็บมันเอาไว้มีหรือเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นต่อไปตระกูลซุนจะเป็อย่างไรเ้ารู้บ้างหรือไม่ เราจะถูกผู้คนรังเกียจ ไหนจะกิจการค้าขายที่อาจจะพังพินาศลง ข้าจะให้ตระกูลซุนต้องมาจบสิ้นเพราะมันไม่ได้” ซุนิตวาดภรรยาที่มักจะใจอ่อนกับเื่ของซุนหวางเสมอก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่ามันคือลูก แต่ลูกที่มีสิ่งอัปมงคลติดตัวมาเช่นนี้รังแต่จะนำความฉิบหายวายวอดมาให้เขาและคนในตระกูลก็เท่านั้น
“แล้วเราจะทำอย่างไรดีเ้าคะท่านพี่ถ้าเช่นนั้นเราซ่อนเขาไว้ในจวนไม่ให้ออกไปไหนได้หรือไม่เ้าคะ” ลี่เจียวเสนอแนะ แม้นางจะเลิกใส่ใจซุนหวางไปแล้ว แต่อย่างไรเด็กนั่นก็คือบุตรที่นางอุ้มชูเมื่ออยู่ในครรภ์และเบ่งให้เขาออกมาดูโลกหากจะไม่ให้สนใจเลยมันคงเป็ไปไม่ได้ แต่ถ้าเื่ราวของซุนหวางทำให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของนางต้องสั่นคลอนนางก็ต้องเลือกทำตามในสิ่งที่สามี้าจะอย่างไรนางยังมีซุนเหว่ยบุตรชายคนโตที่จะได้ขึ้นเป็ผู้นำของตระกูลซุนคนต่อไปอยู่แล้ว
“แล้วทุกวันนี้มันได้ออกไปไหนหรือไม่ล่ะฮูหยินทำไมผู้คนถึงระแคะระคายและเริ่มสงสัยว่าจวนของเราแอบซ่อนบุรุษต้องสาปเอาไว้ ฮึ!กาลกิณีแท้ ๆ ให้คนไปตามตัวมันมา นับจากนี้ไปซุนหวางจะต้องไม่มีตัวตนอยูในตระกูลซุนอีกต่อไป”
เหตุใดกันหนอ บิดาและมารดาถึงได้รังเกียจเดียดฉันท์บุตรในอุทรถึงเพียงนี้แค่เพราะเขาผิดแปลกจากคนอื่นเช่นนั้นหรือ...
เรือนเล็กท้ายจวน...
“คุณชายน้อย มีคนจากเรือนใหญ่มาตามให้ไปพบนายท่านขอรับ” เสี่ยวฟงรี่เข้ามารายงานเ้านายด้วยใบหน้าที่เบิกบาน สี่ปีมาแล้วที่คุณชายของเขาไม่เคยได้พบหน้านายท่านและฮูหยินเลยหากถูกเรียกหาเช่นนี้ต้องเป็เื่ดีแน่ ๆบางทีนายท่านทั้งสองอาจจะเข้าใจและเห็นใจคุณชายของเขาแล้วก็เป็ได้
ทว่า ความคิดของซุนหวางนั้นกลับต่างจากความคิดของเสี่ยวฟงโดยสิ้นเชิงเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบิดาจะเรียกหาด้วยเื่อันใด แต่ความรู้สึกมันบอกว่าไม่ใช่เื่ที่น่ายินดดอย่างแน่นอน
“ไปกันเถอะอาฟง”ซุนหวางพูดจบก็เดินนำหน้าบ่าวตัวน้อยไปอย่างรวดเร็ว
ตลอดเส้นทางที่เดินไปสู่เรือนใหญ่บ่าวไพร่ชายหญิงหลายคนต่างพากันวิ่งหลบหนีด้วยท่าทีที่หวาดกลัว บ่าวบางคนที่เพิ่งมาใหม่กลับจ้องมองด้วยความตะลึงพรึงเพริดและแสดงสีหน้าฉงนออกมา
“คุณชายผู้นี้คือใครกันจวนแห่งนี้มีคุณชายที่งดงามเช่นนี้ด้วยหรือ” บ่าวที่มาใหม่คนหนึ่งเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเพราะเขามาอยู่ที่นี่นานหลายเดือนแล้วแต่ไม่เคยพบคุณชายผู้นี้มาก่อนช่างงดงามยิ่งนักหากพบเจอยามค่ำคืนเขาคงคิดว่าเป็ปีศาจจำแลงมาแน่แล้ว
“หยุดมองบัดเดี๋ยวนี้หากแกไม่อยากถูกสาปแล้วก็ปิดปากแกให้สนิทอย่าให้ใครได้รู้ว่าแกพบสิ่งใดในจวนหลังนี้” บ่าวชายคนเก่าคนแก่กล่าวตักเตือนเมื่อบังเอิญมาได้ยินสิ่งที่บ่าวผู้มาใหม่กำลังสงสัย
ตลอดเส้นทางเดินซุนหวางจะได้ยินคำพูดเหล่านี้อยู่ตลอดเวลาแต่เขาหาได้ใส่ใจไม่ความรู้สึกรันทดหดหู่ในหัวใจที่เคยมีมันหมดไปนานหลายปีแล้ว
“พวกนั้นเป็บ่าวแท้ๆ กล้าดีอย่างไรมาพูดถึงคุณชายเช่นนี้” เสี่ยวฟงทำเสียงฮึดฮัดกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
“อย่าได้ใส่ใจ”ซุนหวางเอ่ยกับคนของตนแล้วจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อเสี่ยวฟงจะได้สนใจกับการเดินมากกว่าคอยเงี่ยหูฟังเสียงนกเสียงกาเ่าั้
ไม่นานร่างเพรียวบางอันงดงามก็ได้มาหยุดที่หน้าจวนหลังใหญ่ และเขาหยุดยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อสายตามองเห็นผู้เป็บิดาและมารดากำลังเดินออกมายังหน้าเรือน
“คารวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ”
“มาแล้วก็ดีข้าจะไม่จะพูดให้มากความรีบออกไปจากตระกูลซุนซะ ข้าได้ลบชื่อของเ้าออกจากผังตระกูลแล้ว จากนี้เ้าไม่ใช่ซุนหวางของตระกูลซุนแห่งเมืองหลวงอีกต่อไปจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เมืองหลวง แล้วห้ามแอบอ้างตระกูลซุนและหอยาเซียนซุนเป็อันขาด”ตุ๊บ! ผู้นำตระกูลซุนออกคำสั่งพร้อมกับโยนถุงเงินไว้ตรงหน้าของเด็กหนุ่มซึ่งเขาไม่อยากจะเรียกมันว่าบุตรเลยแม้แต่น้อย
“เงินนี้ข้าให้ไว้ใช้จ่ายคงจะพออยู่ได้เป็เดือนกระมังทั้งที่คนไร้ประโยชน์เช่นเ้าไม่สมควรจะได้รับด้วยซ้ำ”
“ขอบคุณขอรับแล้วข้าจะต้องคืนแซ่ซุนให้ท่านด้วยหรือไม่ขอรับ” ซุนหวางถามออกไปด้วยท่าทีที่เฉยชา
“ไม่จำเป็เมื่อถูกตัดออกจากตระกูลแล้วจะใช้แซ่ไหนเราก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีกจำเอาไว้ออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ข้าให้เวลาเ้าแค่คืนนี้เท่านั้น”
สั่งการเสร็จสรรพเรียบร้อยสองสามีภรรยาก็เดินจากไปไกลแล้วซุนหวางได้แต่มองตามแผ่นหลังของผู้เป็บิดาและมารดาเป็ครั้งสุดท้าย ภายในดวงตาไร้วี่แววแห่งความเสียใจซุนหวางระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะถอยหลังกลับและเดินไปตามเส้นทางเดิมที่เขาเพิ่งผ่านมาเมื่อครู่นี้อะไรจะรวดเร็วปานนั้น สี่ปีไม่เคยพานพบแต่ใช้เวลาคุยกันไม่ถึงก้านธูปด้วยซ้ำซุนหวางจึงได้แต่แค่นหัวเราะอยู่ภายในอก
[หนึ่งก้านธูป=15-30นาที แล้วแต่ความสั้นและความยาวของธูป]
“ฮึก ๆฮือ ๆ คุณชายของอาฟง แล้วเราจะทำอย่างไรดีขอรับ” เสี่ยวฟงได้ยินทั้งหมดที่นายท่านซุนกล่าวกับคุณชายของตนเด็กน้อยจึงได้แต่ร้องไห้เพราะความสงสารเ้านาย อายุก็ยังน้อยอยู่แท้ ๆ แต่ก็ต้องถูกขับไล่ออกจากตระกูลทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิดด้วยซ้ำแล้วคุณชายของเขาจะไปอยู่ที่ใดละทีนี้ ญาติมิตรหรือแม้แต่สหายก็ไม่เคยมีกับใครเขาเลย
“หยุดร้องได้แล้วอาฟงหรือว่าเ้ายังเสียดายและอยากจะอยู่ที่นี่ต่ออีกหรือ” ซุนหวางปรามบ่าวของตนที่กำลังสะอึกสะอื้นอยู่พร้อมกับพูดประชดออกไปเท่านั้นแหละเสี่ยวฟงถึงกับต้องเงียบเสียงลงอย่างกับคนที่ไม่เคยร้องไห้มาก่อน
“ไม่นะขอรับคุณชายอยู่ที่ไหนอาฟงก็จะอยู่ที่นั่นขอรับ” ‘เื่อะไรอาฟงจะอยู่ที่นี่ล่ะที่ร้องไห้ไม่ได้รู้สึกเสียดายสักหน่อยแต่สงสารคุณชายต่างหากเล่า’ เสี่ยวฟงค้อนในใจ
“คุณชายไม่เสียใจบ้างหรือขอรับ”เสี่ยวฟงถามเพราะแปลกใจที่ไม่เห็นน้ำตาของซุนหวางแม้แต่หยดเดียว
“ไม่เสียใจหรอกมีสิ่งใดที่ควรเสียใจกัน” เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับเหยียดยิ้มเล็กๆ
ความเสียใจของซุนหวางมันผ่านพ้นมาได้สี่ปีแล้วกระมังความเ็ปที่ต้องทนแบกรับมันก็ผ่านมาแล้วเช่นกัน หากว่าเขาเกิดมาไร้ซึ่งบิดาและมารดาคอยโอบอุ้มเขาคงไม่ต้องเ็ปถึงเพียงนี้สิบเอ็ดปีที่ถูกอุ้มชูมาด้วยความรักและเอาใจใส่จากคนรอบข้างมันช่างดีเสียนี่กระไรแต่พอเขามีสิ่งนั้นขึ้นมาทุกคนที่เขารักก็พากันหนีหน้าและหายไปไร้ซึ่งคนใยดีซ้ำร้ายการถูกพูดจาเสียดสีและการทำร้ายร่างกายก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จิตใจที่บอบช้ำไร้ซึ่งคนปกป้องมันทำให้ใจของเขามีภูมิคุ้มกันที่ดีน้ำตาที่หลั่งไหลตลอดหนึ่งปีแรกนั้นจนถึงตอนนี้มันได้เหือดแห้งไปแล้ว
“รีบๆ หน่อยนะเสี่ยวฟงเดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน เรายังต้องเก็บของอีกมิใช่น้อย ไหนจะต้องหารถม้ารับจ้างอีกวันนี้คงต้องหาโรงเตี๊ยมนอนก่อน พรุ่งนี้ก็ค่อยคิดว่าจะไปทางไหนกันดี” จะว่าไปเขาก็ไม่มีสิ่งของมีค่าอันใดให้ต้องเก็บ นอกจากอุปกรณ์และวัตถุที่ใช้ปรุงยาเท่านั้นที่สำคัญสำหรับเขาเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้หรือก็เก่ามากแล้วคงต้องได้ซื้อหามาใหม่ทั้งหมด
“ขอรับคุณชาย” เสี่ยวฟงตอบรับอย่างดีใจ เขาได้เห็นแล้วว่าคุณชายน้อยไม่ได้เสียใจอย่างที่เขาเป็กังวล
ที่เรือนใหญ่...
“หยุดร้องไห้ได้แล้วฮูหยินหรือเ้า้าจะตามมันไปอีกคน”
“ไม่นะท่านพี่ข้าไม่ร้องแล้วข้าแค่รู้สึกสงสารเท่านั้นเองเพราะเขายังเด็กอยู่เลย”
“พรุ่งนี้ให้คนไปรื้อเรือนหลังนั้นทิ้งเสียอีกสามวันจะมีงานเลี้ยงที่จวนแล้ว อย่าให้เหลือร่องรอยใด ๆให้ผู้คนสงสัยได้เป็อันขาด ปิดปากพวกบ่าวไพร่ให้สนิทด้วย ทำให้ดีล่ะฮูหยินหากเ้ายังอยากจะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป”
เพื่อตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของจวนแล้วไม่ว่าสามีจะสั่งให้นางทำสิ่งใดนางก็ยอมทำทั้งนั้น