หลังจากที่วันนี้โบ๊ทได้ทำาสาดน้ำลายกับนักศึกษาใหม่ในห้องเรียนใน่เช้าเรียบร้อยแล้ว พอ่พักกลางวันไปจนถึง่บ่ายโบ๊ทก็โดดเรียนไปตามสืบเสาะหาข้อมูลจากคนรอบข้างทันทีว่านักศึกษาใหม่ที่นั่งข้างๆ เขาเมื่อเช้านี้ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ และโบ๊ทก็ได้ข้อมูลจากสาว ๆ มาบ้างนิดหน่อย
“ชื่อกัปตัน อายุ 18 ปีเหรอ?”
โบ๊ททบทวนชื่อของนักศึกษาใหม่เบาๆ ก่อนที่เขาจะคว้ากระเป๋าเรียนขึ้นมาสะพายไว้บนบ่าพร้อมกับตั้งปณิธานว่า
“รู้แค่นี้ก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย อย่างน้อยก็ได้รู้เขารู้เรา รบสิบครั้งชนะสิบครั้ง”
เขายกยิ้มด้วยความพอใจพร้อมกับเดินตรงไปที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซด์ของเขาเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
“เลิกเรียนละ รีบกลับบ้านไปอาบน้ำดีกว่า จะได้รีบไปรับยาย”
หลังจากนั้นโบ๊ทก็ก้าวขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์คู่ใจของเขาก่อนจะติดเครื่องและขับออกจากรั้วมหาลัยมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
แป้นแป้น
โบ๊ทขับมอเตอร์ไซด์กินลมชมวิวมาจนถึงบ้านแล้วเขาก็รีบจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองพร้อมกับหุงหาอาหารไว้รอยายก่อนที่เขาจะออกจากบ้านไปรับยายที่ตลาดพร้อมกับรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจอีกรอบ
เมื่อไปถึงตลาดโบ๊ทก็รีบจอดรถและเข้าไปช่วยยายเก็บตะกร้าขนมมาวางไว้ด้านหน้ารถมอเตอร์ไซด์ก่อนจะเดินกลับเข้าไปจูงมือยายออกมาขึ้นรถมอเตอร์ไซด์ที่หน้าตลาดอีกที
“ของมีแค่นี้ใช่ไหมครับคุณยาย?”
“มีแค่นี้แหละ”
"คุณยายแน่ใจนะครับว่าไม่ได้ลืมซื้ออะไรอีก?"
เลิกถามยายพร้อมกับเหลือบมองวัตถุดิบที่จะใช้ในการทำขนมพรุ่งนี้ในตะกร้าด้วยสีหน้าเป็กังวลเพราะโบ๊ทคิดว่าวันนี้ของในตะกร้าของยายมันดูเหยาะเหยาะกว่าทุกวัน แต่โบ๊ทก็ค่อย ๆผ่อนคลายความกังวลลงเมื่อยายของเขายืนยันกลับมาด้วยความหนักแน่น
"อืม...ไม่ลืมหรอก ยายซื้อของทำขนมครบทุกอย่างแล้ว อยู่ในตะกร้าหมดแล้ว"
"งั้นก็ขึ้นมาซ้อนท้ายโบ๊ทเลย เดี๋ยวโบ๊ทจะพาซิ่งกลับบ้านเอง"
โบ๊ทบอกยายพร้อมกับเอื้อมมือไปช่วยพยุงยายของเขาขึ้นมานั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ทันใดก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์อย่างคล่องแคล่วและพายายบิดมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน
แป้นแป้น แป้น
จากนั้นโบ๊ทก็พายายของเขาซิ่งกลับจากตลาดจนมาถึงบ้านตอนโพล้เพล้แล้วเขาก็รีบช่วยยายขนตะกร้าขนมลงจากรถเข้าไปเก็บไว้ในบ้านครัวเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับออกจากบ้านเพื่อนำมอเตอร์ไซด์เข้ามาเก็บอีกทีแต่ในระหว่างนั้นยายของโบ๊ทก็ะโออกไปบอกโบ๊ทจากด้านในบ้าน
"โบ๊ทเอ้ย...เอ็งอย่างเพิ่งเอารถเข้ามาเก็บนะลูกกลับไปซื้อน้ำตาลทรายให้ยายก่อน เพราะว่ายายเพิ่งนึกได้ว่าลืมซื้อน้ำตาล"
เมื่อสิ้นเสียงของยายโบ๊ทก็หยุดทุกการเคลื่อนไหว ก่อนจะบ่นอุบอิบออกมาเบา ๆ
“เอิ่ม! คิดไว้แล้วเชียว”
โบ๊ทถอดรถของเขาออกจากบ้านอีกรอบอย่างชำนาญและไม่ลืมที่จะะโกลับเข้าไปบอกยายให้รู้ว่าเขากำลังจะออกไปซื้อน้ำตาล
"ครับยาย...เดี๋ยวโบ๊ทกลับไปซื้อมาไว้ให้นะครับ"
“เออ! ขับรถดี ๆ นะโบ๊ท”
“ครับยาย”
แป้นแป้น แป้น
โบ๊ทควบมอเตอร์ไซด์ซิ่งออกจากบ้านไปอย่างเร่งรีบจนมาถึงตลาดแล้วโบ๊ทก็ขับมอเตอร์ไซด์ไปจอดแอบไว้ข้างถนนฝั่งตรงข้ามจากตลาดเนื่องจากเขาี้เีไปกลับรถเพราะมันไกลและเสียเวลา จากนั้นโบ๊ทก็วิ่งข้ามถนนไปฝั่งตลาดแต่ด้วยความรีบร้อนทำให้โบ๊ทไม่ทันดูรถที่วิ่งสวนมาจนทำให้อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเขา
เอี๊ยด! โครม!
โบ๊ทเกือบจะโดนรถเก๋งเปิดประทุนรุ่นยอดนิยมของพวกลูกคนรวยเฉี่ยวชนเอาแต่โชคยังดีที่เ้าของรถเก๋งคันนั้นฝีมือเทพเบรกรถไว้ได้ทันก่อนที่รถของเขาจะชนโบ๊ทแต่ก็ยังทำให้โบ๊ทใจนล้มไถลไปกับผิวถนนจนถลอกปอกเปิกพอสมควร
ส่วนเ้าของรถยนต์คู่กรณีนั้นถึงแม้ว่าเ้าของรถคันดังกล่าวจะไม่ได้ขับรถชนโบ๊ท แต่การเบรกรถอย่างกะทันหันก็ทำให้รถกระชากจนเขาเสียหลักพารถยนต์หมุนเคว้งอยู่หลายตลบเหมือนกันกว่าจะสามารถควบคุมรถยนต์ให้หยุดนิ่งได้
เอี๊ยด!!! กึก!
เมื่อรถนิ่งสนิทหนุ่มนักศึกษาที่เป็เ้าของรถยนต์ก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัยรถด้วยความใ ก่อนที่เขาจะเห็นผู้คนมากมายยืนมุงดูคนเจ็บกันเต็มสองข้างทางอยู่เบื้องหน้า
“ขออย่าให้มีใครตายเพราะผมเลยนะ”
เขาพึมพำเสียงสั่นแล้วเขาก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัยและเปิดประตูวิ่งลงจากรถของเขา ก่อนจะวิ่งเข้าไปดูคนเจ็บที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนผิวถนนอย่างรีบร้อน
“คุณ! คุณครับคุณ เป็อะไรมากไหมครับ?”
เ้าของรถยนต์ที่เป็ต้นเหตุแห่งปัญหาะโถามคนเจ็บเสียงสั่นและดังลั่นในเวลาเดียวกันเพราะเขาใมาก กลัวว่าตัวเองจะทำให้คนอื่นาเ็ร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต
“โธ่! ได้โปรดอย่าถึงกับต้องมาตายเพราะผมเลยนะครับผมยังเรียนอยู่ ผมไม่อยากติดคุก”
เขาเริ่มมือไม้สั่นรนจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนเจ็บยังนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติงทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมากัปตันก็เริ่มมีความหวังอีกครั้งเมื่อคนเจ็บเริ่มขยับตัวและตอบโต้เขาได้บ้าง
“อั๊ก! ย ...ยังไม่ตาย”
“มาครับผมช่วย”
เ้าของรถยนต์ยื่นมือที่สั่นเทาเข้าไปหาคนเจ็บเพื่อหวังช่วยพยุงแต่ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่กล้าแตะต้องตัวของคนเจ็บอยู่ดีเพราะเขาไม่รู้ว่าคนเจ็บอาการหนักเบาขนาดไหน เขากลัวว่าเขาจะซ้ำเติมทำให้คนเจ็บเจ็บมากกว่าเดิม
“ลุกไหวไหมครับคุณ?”
เขาตะล่อมถามคนเจ็บเพื่อประเมินอาการาเ็เบื้องต้น
“ม ...ไม่ไหวก็ต้องไหว ย ...ยายรออยู่”
โบ๊ทตอบกลับมาอย่างยากลำบากก่อนที่เขาจะพยายามใช้มือยันกายขึ้นจากพื้นผิวถนน และเมื่อเ้าของรถยนต์เห็นว่าอีกฝ่ายยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีกัปตันก็รีบยื่นมือเข้าไปช่วยพยุงทันที
"งั้นเดี๋ยวผมพาคุณไปโรงพยาบาลดีกว่านะครับ อดทนหน่อยนะครับคุณโรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก"
"ไม่! ไม่ต้อง! ผมไม่เป็ไรมาก ไม่ต้องไปโรงพยาบาล"
โบ๊ทกัดฟันตวาดกัปตันลั่นทั้งที่ตัวเองเจ็บมากและยังยืนตัวงออยู่แต่ที่เขาต้องปฏิเสธความหวังดีจากกัปตัน เพราะเขาไม่้าที่จะไปโรงพยาบาล อันเนื่องมาจากกลัวค่ารักษาที่แสนแพงแต่เ้าของรถยนต์คู่กรณีก็ยังคงพยายามเซ้าซี้คนเจ็บต่อไปเมื่อเขาเหลือบไปเห็นรอยถลอกปอกเปิกตามแขนและข้อศอกของคนเจ็บ
"แต่ว่า...แขนของคุณถลอกนะครับ ให้ผมพาคุณไปหาหมอเพื่อแทนคำขอโทษเถอะนะครับได้โปรดเถอะครับ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย"
“ก็บอกว่าไม่ไป! ผมได้ไม่เจ็บมากอะไร”
โบ๊ทเงยหน้าขึ้นมาแหกปากลั่นด้วยความโมโหก่อนที่โบ๊ทจะเดินขากะแผลกไปนั่งพักอยู่บนเบาะมอเตอร์ไซด์ของเขา
“โอ๊ะ! ซี๊ด! โอ้ย!”
โบ๊ทหลับตาสูดปากร้องโอดโอยเพราะความปวดแสบปวดร้อนตามแขนและขาของตัวเองและทุกอิริยาบถของโบ๊ทนั้นอยู่ในสายตาของเ้าของรถยนต์ตลอดเวลา เพราะเขาเดินตามโบ๊ทมาจนถึงรถมอเตอร์แต่โบ๊ทแค่ยังไม่รู้ตัวเพราะมัวแต่หลับตาเข้าหากันแน่น
“ไอ้เตี้ย!!! ที่แท้ก็ไอ้คุณเตี้ยจอมซุ่มซ่ามเองหรอกเหรอ?มิน่าล่ะถึงได้วิ่งตัดหน้ารถผมไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้น่ะ!”
เ้าของรถยนต์โวยวายแหลกจนไทมุงต่างกระจายเมื่อเขาพบว่าคนที่วิ่งทะเล่อทะล่าตัดหน้ารถของเขาคือคนคนเดียวกันกับคนที่บ้วนน้ำลายใส่รองเท้าของเขาเมื่อเช้านี้และโบ๊ทเองก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาพร้อมชนทันทีเมื่อเขาโดนเ้าของรถยนต์โยนความผิดให้
"คุณ!!!"
โบ๊ทเบิกตากว้างเมื่อเขาพบว่าคนที่เกือบจะพรากเอาชีวิตของเขาไปจากยายคือคนคนเดียวกันกับคนที่ทำาน้ำลายอย่างดุเดือดกับเขาในห้องเรียนเมื่อตอนกลางวัน
"กัปตัน!!!"
.....
sundog