สิบปีก่อน าาพิษ'เตียนหลงตู๋' เปิดบรรพตปีศาจปลดปล่อยสิ่งที่เขาทดลองไว้เข้าสู่เจียงหู พืชประหลาดแพร่กระจายพิษ สัตว์ประหลาดทำร้ายผู้คน และมนุษย์ประหลาดแพร่กระจายโรคระบาด เจียงหูวุ่นวายพื้นที่กว่าเจ็ดส่วนไม่ปลอดภัย คนปกติอาศัยไม่ได้ หลังจากเตียนหลงตู๋หายตัวไปไร้ร่องรอย สามอาณาจักรทางเหนือทอดทิ้งเจียงหูปิดกั้นชายแดน คนในเจียงหูพึ่งพาตนเอง กำเนิดเหล่าวีรชนสร้างเจ็ดเขตแดนปลอดภัยกระจายอยู่ทั่วเจียงหู ใต้หล้าเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ‘ภัยพิบัติ าาพิษ’
ณ โรงเตี๊ยมหุบเขาโอสถ
“เป่ยเหยียนเปิดชายแดนอีกครั้ง?” เสียงผู้คนสนทนาในโรงเตี๊ยมพูดคุยเื่เป่ยเหยียน1ใน3อาณาจักรทางเหนือประกาศเปิดชายแดนยุติการปิดกั้นเจียงหู เป็ครั้งแรกในรอบสิบปีนับั้แ่ภัยพิบัติาาพิษที่สามอาณาจักรเปิดชายแดน
“เป่ยเหยียนคือที่ใดกัน เหตุใดข้าไม่เคยได้ยิน?” เด็กชายวัยดรุณอายุสิบห้าผมสีฟ้าแกมเขียว สวมเสื้อผ้าเรียบง่ายคล้ายบัณฑิตกล่าว
“เสี่ยวเฉียนภัยพิบัติเกิดเ้ายังเล็ก สามอาณาจักรปิดชายแดน ไม่แปลกที่เ้าจะไม่รู้ก่อน” บุรุษหนุ่มที่นั่งข้างๆอธิบาย
“สามพันปีก่อนจักรพรรดิไท่อี้ บุกเบิกใต้หล้าทางเหนือรวบรวมทางเหนือเป็หนึ่งสร้างระบบกองทัพ ต่อมานำทัพรุกรานแดนใต้ ค่ายสำนักในแดนใต้ไม่ยินยอมจึงรวมตัวกันก่อตั้งพันธมิตรเจียงหู ต่อกรอำนาจจักรพรรดิไท่อี้ สุดท้ายก็ชนะแล้วทำ'สัญญาเหนือใต้' แบ่งใต้หล้าเป็สองส่วนเท่ากัน ทางเหนือปกครองรูปแบบอาณาจักรใช้กำลังทหารและการเมือง ทางใต้เจียงหูปกครองแบบอิสระค่ายสำนักใช้กฎยุทธภพ เวลาผ่านมาเหนือใต้ไปมาหาสู่ ขั่วอำนาจผันเปลี่ยนมากมายอาณาจักรเดิมดับสูญ ผู้นำเปลี่ยนผ่าน จนวันนี้เหลือเพียงสามอาณาจักร เมื่อสิบห้าปีก่อนจักรพรรดินีไท่เหยียนใช้กระบี่บุกเบิกใต้หล้า ด้วยแรงสนับสนุนจากสกุลว่านและสกุลฮั่ว นางก็โค่นล่มสองอาณาจักรสถาปนาเป่ยเหยียน จากเดิมมีสี่ตอนนี้จึงเหลือสาม จากนั้นภัยพิบัติาาพิษก่อกำเนิด สามอาณาจักรจึงปิดกั้นชายแดน”
“ศิษย์พี่ แล้วเหตุใดครั้งนี้เป่ยเหยียนจึงเปิดชายแดนหล่ะ ภัยพิบัติร้ายแรง ทั้งสัตว์ประหลาด มนุษย์ประหลาด โรคระบาดที่เตียนหลงตู๋สร้างไว้พริบตาเดียวก็ทำลายเจียงหูไปเจ็ดส่วน เป่ยเหยียนไม่มีความกลัวเลยรึไงกัน” บัณฑิตน้อยถามอย่างสงสัยต่อบัณฑิตคนพี่
ศิษย์พี่ผู้นั้นจึงตอบ “เจตนาของเป่ยเหยียนยังไม่แน่ชัด แต่อย่างไรเสียตัวจักรพรรดินีไท่เหยียนเองก็เป็ถึงที่หนึ่งในใต้หล้า โอสถที่สำนักถูซานเราก็แพร่กระจายสู่ใต้หล้าบรรเทาสถานการณ์โรคระบาดไปได้เยอะ กับไอแค่สัตว์ประหลาดนั้นไม่คณามือองค์จักรพรรดินีหรอก”
“ศิษย์พี่! สามอาณาจักรน่าสนใจยิ่งนักข้าอยากไปลองดูสักครั้ง” บัณฑิตหนุ่มพูดอย่างน่าตื่นเต้น
“เ้าเด็กโง่ ถึงสถานการณ์จะดีขึ้นแต่คนไม่มีวรยุทธอย่างเ้าออกไปจากหุบเขาเหมือนไปยังดงเสือดงจระเข้ มีแต่ตายสถานเดียว อย่างไรเสียอาจารย์ก็ไม่ได้พาเ้ากลับมายังหุบเขาโอสถเพ่ื่อให้เ้ากลับออกไปตาย”
“ศิษย์พี่อาจารย์วรยุทธสูงส่ง วิชาแพทย์เลิศล้ำ ถ้าพาข้าออกไปคงไม่เป็ปัญหาแน่”
“อาจารย์เป็หนึ่งในวีรชน คุ้มครองหุบเขาโอสถสร้างเขตแดนปลอดภัยในเจียงหู ถ้าอาจารย์จากไปหุบเขาโอสถจะวุ่นวายทั้งภายนอกภายใน เ้าเลิกคิดไปได้เลย”
“ถึงอย่างไรเสียวันนี้ก็ต้องไปพบท่านอาจารย์ ข้าค่อยถามอาจารย์เอาก็ได้”
“พบอาจารย์!”ศิษย์พี่ผู้นั้นกล่าวอย่างตื่นตระหนก “แย่แล้วศิษย์น้องเราสายแล้วรีบไปกันเถอะ”
สองศิษย์พี่ศิษย์น้องวิ่งหน้าตั้งออกจากโรงเตี๊ยมทันที “อาหยาง อาเฉียนพวกเ้ายังไม่จ่ายเงินเลย……ให้ตายสิรีบไปไหนกันเด็กสองคนนี้วุ่นวายจริงๆ”เถ้าแก่โรงเตี๊ยมถอดถอนใจ
หลังภัยพิบัติาาพิษเกิดขึ้น เจ็ดเขตปลอดภัยก็ถูกสร้างหนึ่งในนั้นคือหุบเขาโอสถ หมอเทวดาก่อตั้งสำนักเชี่ยวชาญวิชาแพทย์ วรยุทธสูงส่ง ใช้กำลังสังหารสัตว์ประหลาดมากมายใช้วิชาแพทย์รักษาผู้คน ภายใต้การคุ้มครองของหมอเทวดาได้ถ่ายทอดวิชาแพทย์มากมายแจกจ่ายทั่วทุกสารทิศ ผู้อพยพไหลทลักรับการรักษาจากสำนัก ตั้งถิ่นฐานปักหลักอาศัยภายในหุบเขาโอสถ ในบรรดาเจ็ดเขตแดน หุบเขาโอสถนับว่าเป็สถานที่ที่เปิดเผยสุด ไร้กฏเกณฑ์ในการเข้าออกขอเพียงตกระกำลำบากก็สามารถมารับการรักษาได้ซ้ำยังเผยแพร่วิชาแพทย์และโอสถสู่ใต้หล้านับว่ามีคุณธรรมยิ่ง แต่ทว่ากลับอ่อนแอแม้จะมีชัยภูมิแข่งแกร่งแต่ผู้คนส่วนใหญ่ไร้วรยุทธไม่สามารถปกป้องตนเองและเขตแดนได้ กำลังส่วนใหญ่ล้วนมาจาก'สำนักถูซาน'
ศิษย์คนพี่วิ่งแบกศิษย์คนน้องวิ่งร่อนบนหลังคาบ้านข้ามหลังโน้นหลังนี้ ผ่านชุมชนทั่วไปคนในเมืองต่างมองขึ้นด้วยสีหน้าแจ่มใส
“หลายปีมานี้วิชาตัวเบาของอาหยางพัฒนาขึ้นเยอะเลย” ผู้คนต่างกล่าวชื่นชม
“แต่อาเฉียนเนี่ยสิ โตเป็หนุ่มแล้วยังต้องให้อาหยางแบกขึ้นหลังอีก” ชาวเมืองต่างหัวเราะปนเอนดู
วิชาตัวเบาอาหยางล้ำเลิศไม่นานก็ถึงปลายทางที่สำนักถูซาน ศูนย์กลางแห่งหุบโอสถรับศิษย์มากมายถ่ายทอดวรยุทธและวิชาแพทย์ให้ แต่ทว่ากลับรับศิษย์สายตรงเพียงสองคนเท่านั้น ประตูสำนักเองก็เรียบง่ายธรรมดาส่วนใหญ่ทำจากไม้อย่างดี เมื่อถึงด้านหน้าก็ััได้ถึงกลิ่นของสมุนไพรฟุ้งกระจายไปทั่ว
“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รอง เ้าสำนักรอท่านนานแล้ว” ศิษย์เฝ้าประตูสำนักโอสถกล่าวเมื่อเห็นทั้งสอง
ได้ยินดังนั้น อาเฉียนก็รีบลงจากหลังอาหยางมาเดินเคียงข้าง ทั้งคู่เดินเข้าประตูสำนักอย่างเรียบร้อยแต่ภายในกลับร้อนรนเป็อย่างมาก ภายในสำนักถูซานเองก็ตกแต่งเรียบง่ายเช่นเดียวกับประตูภายในไม่กว้างใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวนศิษย์ในสำนัก ศิษย์สำนักถูซานส่วนใหญ่ฝึกตนอยู่ในห้องหลอมยาอันกว้างใหญ่
เมื่อเดินถึงจวนเ้าสำนักทั้งคู่ก็หยุดลง จวนเ้าสำนักนั้นเล็กยิ่งกว่าห้องหลอมยาหลายเท่าทั้งยังซ่อมซ่อ แต่ทว่ากลิ่นโอสถที่ออกมาจากจวนนั้นรุนแรงยิ่งกว่าห้องหลอมยาที่มีศิษย์นับร้อยเสียอีก แต่กลับไม่มีควันออกมาเลยแม้แต่น้อย นั้นหมายความเ้าสำนักหลอมโอสถเสร็จนานแล้ว แต่กลิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่กลับรุนแรงยิ่งนัก
มีรองเท้าสิบคู่วางซ้อนอยู่ที่หน้าจวนพร้อมเสียงพูดคุยกันของคนหลายคน เมื่อทั้งคู่เข้าใกล้ประตูก็ทิ้งตัวคุกเข่าไปทันที
“ศิษย์ ถูซานหยาง”
“ศิษย์ ถูซานเฉียน”
“น้อมเข้าพบท่านอาจารย์” ทั้งสองกล่าวพร้อมกันอย่างฉะฉาน
เสียงพูดคุยในจวนเ้าสำนักพลันเงียบลง ผ่านไปสักพักก็มีเสียงของชายไว้กลางคนโพล่งออกมา “เข้ามา”
ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในจวน น้อยครั้งนักที่เ้าสำนักถูซานจะต้อนรับแขก ปกติแล้วในจวนเ้าสำนักจะมีเพียงชายวัยกลางคนใส่แว่นตา ยืนหลอมยาทดลองสูตรทีเดียวหลายสิบหม้อภายในจวนซอมซ่อเต็มไปด้วยควันโขมงฟุ้งเต็มห้อง แต่คราภายนี้ภายในจวน เ้าสำนักกลับนั่งอยู่ที่เก้าอี้ เผชิญหน้ากลุ่มชายหญิงวัยเยาว์สิบคนสวมชุดผ้าคลุมสีขาวลายแถบแนวตั้งสีฟ้าเข้มตรงกลางลำตัวแบบเดียวกัน
“เครื่องแบบศิษย์ลัทธิเต๋า” ถูซานหยางกระซิบกับศิษย์น้องของเขา
“ศิษย์พี่ ศิษย์ลัทธิเต๋าออกจากเขาคุนหลุนมาทำอะไรที่นี้” ถูซานเฉียนกระซิบถาม
ราวกับได้ยินทั้งคู่คุยกันเ้าสำนักวัยกลางคนอายุราวสามสิบสวมเสื้อผ้าสีน้ำตาลเรียบง่ายผมและเคราสีดำปนหงอกก็เอ่ยขึ้น “ศิษย์สำนักเต๋าออกจากเขาคุนหลุนตามคำสั่งเ้าสำนักเพื่อเข้าร่วมงานประลองยุทธที่เป่ยเหยียนกำลังจะจัดขึ้นจึง ผ่านหุบเขาโอสถพอดีจึงแวะมาซื้อยาและพักแรม”
ได้ยินดังนั้นถูซานเฉียนตาลุกวาว เร่งร้อนอยากติดตามไปด้วย
“เรียนท่านเ้าสำนักนอกจากนี้ยังมีเื่อื่นอีกด้วยขอรับ” ศิษย์สำนักเต๋าที่ยืนอยู่หัวแถวสุดพลันกล่าวขึ้น
“เื่อะไรหรือ” เ้าสำนักถาม
“นอกจากคำสั่งเ้าลัทธิ อาจารย์ข้าหยวนเสวียนหลี่เองก็ฝากคำมากล่าว หนทางไปเป่ยเหยียนยากลำบากนักพิษร้าย สัตว์ประหลาดแพร่กระจายทั่วเจียงหู หากมีหมอยาติดตามไปด้วยคงจะปลอดภัยขึ้นมาก หวังว่าท่านหมอเทวดาจะเห็นแก่สัมพันธ์เก่าแก่อนุญาติให้หนึ่งในศิษย์สายตรงทั้งสองของท่านติดตามคณะของลัทธิเต๋าไปเป่ยเหยียนด้วย อาจารย์ฝากคำพูดมาเพียงเท่านี้ขอรับท่านเ้าสำนัก” ชายหนุ่มตอบ
“อาจารย์ข้าอยากตามไปด้วย!” ถูซานเฉียนเลิกสงบท่าทีโพล่งขึ้นทันทีพร้อมท่าทีะโโลดเต้น
“หุบปาก!” เ้าสำนักและถูซานหยางะโพร้อมกันทันพร้อมสีหน้ากังวลใจ
เมื่อโดนทั้งสองดุถูซานเฉียนอย่างก็กลับมาท่าเดิมยืนตรงหลังค่อมข้างกายศิษย์พี่
เ้าสำนักเองก็กลับมาพูดต่อ “ที่แท้ก็ศิษย์ของตาเฒ่าหลี่ เ้าคงเป็หลางเสวียนสินะ ก็จริงที่ว่าในยามนั้นหยวนเสวียนหลี่รับคำสั่งเ้าลัทธิช่วยเหลือข้าสร้างหุบเขาโอสถเป็เขตปลอดภายเขตที่เจ็ด ซ้ำก่อนข้าสร้างหุบเขาโอสถเ้าลัทธิเต๋าเองก็เคยรับข้าเข้าเขตปลอดภัยที่คุยหลุน นับว่าเป็บุญคุณใหญ่หลวง แต่ทว่าศิษย์สองคนของข้านั้น คนโตแม้จะเก่งทั้งวรยุทธและวิชาแพทย์แต่สาบานว่าจะไม่ออกจากเขา คนเล็กแม้จะอยากออกจากเขาไปเป่ยเหยียนแต่วรยุทธและวิชาแพทย์กลับไม่เอาไหนเกรงว่าจะถ่วงพวกท่านเสียมากกว่า เอางี้เป็อย่างไรข้าจะให้ศิษย์ฝีมือดีจากสำนักถูซานสองสามคนติดตามพวกเ้าไปด้วย แม้จะไม่ใช่ศิษย์สายตรงแต่ข้าจะคัดเลือกคนที่เก่งที่สุดตามไปกับพวกเ้า ถือว่าได้ตอบแทนอาจารย์เ้าและสำนักเต๋า”
“เช่นนั้นก็ดีขอรับ ท่านเ้าสำนัก” หลางเสวียนตอบ
จากนั้นเหล่าศิษย์ลัทธิเต๋าก็พากันออกจากจวนเ้าสำนักไปรับยา
“อาจารย์เหตุใดท่านไม่ให้ข้าไป” หลังจากลัทธิเต๋าออกไปพ้นสายตา ถูซานเฉียนก็เข้าไปอ้อร้ออาจารย์ของเขาทันที
“เสี่ยวเฉียนเอ้ย โลกภายนอกตอนนี้อันตรายยิ่งนัก เ้าในตอนนี้ยังไม่พร้อมหรอก เ้าอยู่ที่นี้ตั้งใจเรียนวิชากับศิษย์พี่เ้าให้ดีเถอะ” อาจารย์ตอบ
“แต่อาจารย์ หลายปีมานี้อาจารย์ก็แทบไม่สอนวิชาอะไรให้ข้าเลยแล้วข้าจะเก่งขึ้นได้ยังไง” ถูซานเฉียนั้แ่ยังเป็เด็กถูกเ้าสำนักและศิษย์พี่เก็บกลับมาจากแดนนอกเขตพาเข้าลัทธิเต๋า ต่อมาเมื่อสำนักถูซานสร้างเสร็จรับศิษย์เข้าสำนักมากมายจึงสถาปนาเขตแดนปลอดภัย ถูซานเฉียนเข้าสำนักกราบเ้าสำนักเป็อาจารย์แต่ก็ไม่เคยได้รับการชี้แนะจากหมอเทวดาเลย หลายปีมานี้คนที่คอยอบรบสั่งสอนเขามีเพียงแค่ถูซานหยางเท่านั้น
“ท่านอาจารย์งานยุ่ง คิดหาวิธีการรักษาเจียงหูให้พ้นยุคมืดนี้ ภาระยิ่งใหญ่นี้มีเพียงหมอเทวดาที่สามารถแบกรับได้ไม่มีเวลาอบรบเ้าหรอก ศิษย์น้องเ้าเลิกคิดเื่ออกไปเถอะภายนอกหุบเขาอันตรายไม่เหมาะสมยิ่งนัก เอางี้วันนี้ศิษย์พี่จะถ่ายทอดวิชาตัวเบารองเท้าหยกเหินเมฆาให้เ้า” ถูซานเฉียนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกน้อยใจ ตัวเขาอยากออกไปท่องยุทธภพแต่กลับถูกขังในนี้ แต่ก็ติดตามถูซานหยางออกจากห้องไปฝึกวิชาตัวเบาด้วยความตื่นเต้น
“อาเฉียนเอ้ย ข้ารับเ้าไว้เพราะอาจารย์ข้าฝากฝังมา ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากสอนเ้าแต่ข้าเองก็ยังไม่คู่ควร"