เมื่อเดินทางมาถึงที่ตั้งของตำหนักมารดารา หยุนเยี่ยเฉินไม่รอช้ารีบพาทุกคนไปยังขุนเขาของประมุขนิกายในทันที ก่อนที่จะเรียกหาผู้อาวุโสคนสนิท 2 ท่าน ซึ่งเปรียบดั่งมือขวาและมือซ้าย
"คาราวะท่านประมุขนิกาย" ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ชายร่างยำกำและโฉมสะคราญหน้าตางดงามยั่วยวนก็ปรากฏตัวขึ้นมา
"เหลียงเฉิน เหลียงอี้ นี่คือเซียนกระบี่เมามาย นายท่านของข้า" หยุนเยี่ยเฉินกล่าว พร้อมทั้งหันหน้าไปหาหลี่ไป่ที่กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ด้านข้าง
"โอ้ ได้ยินชื่อเสียงมานาน ข้าน้อยคาราวะท่านเซียนกระบี่ผู้ยิ่งใหญ่" สองผู้อาวุโสโค้งศีรษะด้วยความเลื่อมใส สมญานามเซียนกระบี่เมามายนับว่าโด่งดังมากในดินแดนเซียนแห่งนี้
"อึกๆ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องมากพิธี" หลี่ไป่กระดกสุราพลางกล่าว ก่อนที่ตัวเขาจะสะบัดมือหนึ่งครั้ง มอบโอสถระดับเซียนเป็นของขวัญให้กับอีกฝ่าย
"ขอบคุณท่านเซียนกระบี่เมามาย" รับโอสถเอาไว้ ความเคารพศรัทธาของผู้อาวุโสทั้งสองพลันโหมทวียิ่งกว่าเก่า
"อะแฮ่ม! เหลียงเฉิน เหลี่ยงอี้ ข้าอยากให้พวกเจ้าพาคนเหล่านี้ไปลงทะเบียนเข้าขุมกำลัง" เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายรู้จักกันแล้ว หยุนเยี่ยเฉินก็พลันเอ่ยปากออกคำสั่งในทันที
"รับบัญชาท่านประมุข ว่าแต่จะให้พวกเขาอยู่ขุนเขาไหนดีเจ้าคะ" เหลียงอี้กล่าวถามอย่างจริงจัง
"ขุนเขามารสวรรค์"หยุนเยี่ยเฉินตอบกลับเพียงสั้นๆ ทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองต่างรู้สึกประหลาดใจ
"ขุนเขามารสวรรค์ คือขุนเขาที่ท่านประมุขสร้างขึ้นเพื่อ'จอมมารน้อย'ในอนาคตไม่ใช่หรือขอรับ?" เหลียงเฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อ๊ะ! จริงสิ!! ข้าลืมบอกพวกเจ้าไป เด็กคนนั้นคือจอมมารน้อยที่ข้าเคยพูดถึง ส่วนคนอื่นๆล้วนแต่เป็นเหล่าญาติๆและบริวารของเขา" ผู้เป็นประมุขผายมือไปทางเย่หยุนซีพลางกล่าว
เหลียงเฉินและเหลียงอี้หันขวับมองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะฉายแววสั่นสะท้าน "สมกับเป็นจอมมารน้อยที่ท่านประมุขเลือกสรร ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตา หรือระดับพรสวรรค์ก็ล้วนแต่อยู่ในจุดที่สูงจนหน้าใจหาย"
"เอาล่ะๆ เลิกเยินยอกันได้แล้ว รีบพาพวกเขาไป"
"ส่วนพวกเจ้าก็จงจำไว้ แม้เป็นญาติสนิทมิตรสหายของ 'จอมมารน้อย' ก็อย่าได้หลงลำพองเป็นอันขาด เพราะสำหรับตำหนักมารดาราภูมิหลังทุกอย่างล้วนไร้ความหมาย มีเพียงพลัง ผลงาน และความภักดีเท่านั้นที่จะทำให้พวกเจ้าได้รับอำนาจ ชื่อเสียง รวมถึงทรัพยากรจากที่นี่"
"ขอบคุณท่านประมุขที่ย้ำเตือนสติ" ทุกคนรีบพากันลุกขึ้นผสานมือคาราวะ หลังจากนั้นไม่นานนัก! พวกเขาก็ถูกสองผู้อาวุโสพาไปลงทะเบียนเข้าตำหนักมารดาราอย่างเป็นทางการ
ผิดกับเย่หยุนซีและภรรยาทั้ง 4 นางที่ถูกหยุนเยี่ยเฉินพาตัวไปยังขุนเขามารสวรรค์ด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใดๆ
"ฟุ๊บ"
"เด็กน้อย ต่อไปเจ้าจะเป็นนายเหนือหัวของขุนเขาแห่งนี้ มีอะไรที่อยากจะแก้ไขหรือเปล่า" ทันทีที่มาถึง หยุนเยี่ยเฉินพลันกล่าวถามบุรุษหนุ่มซึ่งยืนอยู่ข้างๆกัน
เบื้องหน้าของพวกเขานั้นคือคฤหาสน์ที่สุดแสนจะงดงามวิจิตรตระการตา วิวทิวทัศน์ด้านหน้าประดับประดาไปด้วยต้นไม้และสายน้ำ ส่วนวิวด้านหลังคือภูเขาที่สูงชันเสียดเมฆา
"สถานที่แห่งนี้นับว่ายอดเยี่ยมมากเลยขอรับ ขอบคุณท่านประมุขที่เมตตาข้าถึงเพียงนี้" เย่หยุนซีโค้งศีรษะอย่างนอบน้อมเพื่อทำความเคารพอีกฝ่าย
"เรื่องแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรได้ เพราะถึงอย่างไรในอนาคตเจ้าก็ต้องแบกรับภาระอีกมาก" หยุนเยี่ยเฉินกล่าวพลางส่ายศีรษะ
"ข้าจะไม่ทำให้ท่านและนิกายต้องผิดหวังขอรับ...........ว่าแต่ท่านอาจารย์ของข้าอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?" เย่หยุนซีมองซ้ายมองขวาแล้วเอ่ยถาม
"อ่อ........ข้าส่งตัวนายท่านไปพักผ่อนที่ขุนเขาบรรพชนแล้วล่ะ ถ้าหากเจ้าอยากพบสามารถไปหาเขาได้ที่นั่น" ผู้เป็นประมุขชี้นิ้วไปยังขุนเขาซึ่งอยู่ข้างๆกัน
เย่หยุนซีเมื่อได้สดับฟังก็พลันพยักหน้าอีกครั้งอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถามคำถามสุดท้ายซึ่งสำคัญเอามากๆ
"ท่านประมุขกฏของตำหนักมารดารามีอะไรบ้างขอรับ?"
"อ่า เรื่องกฏสินะ สำหรับตำหนักมารดาราของเรามีกฏเกณฑ์หลักๆอยู่ 4 ข้อ ประกอบด้วย"
(1.ต้องภักดีห้ามทรยศเป็นอันขาด )
(2.ห้ามใช้อำนาจภูมิหลังภายในนิกาย )
(3.ศิษย์ฝ่ายนอกต้องทำภารกิจให้ได้อย่างน้อย 6 ภารกิจต่อ 1 ปี ในขณะที่ศิษย์ฝ่ายในต้องทำ 2 ภารกิจเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าอยู่ในช่วงปิดด่านสามารถแจ้งผู้อาวุโสของขุนเขานั้นๆเพื่อขอผลัดการทำภารกิจได้)
(4.หากศิษย์คนใดหรือกลุ่มใดสามารถสังหารศิษย์ของวังเทพยุทธ์และพันธมิตรของมันได้ ทางนิกายจะมอบรางวัลพิเศษให้อย่างงาม)
"โอ่ว นี่ขนาดตั้งการล่าค่าหัวเป็นกฏเลยงั้นหรือขอรับ" เย่หยุนซีเต็มไปด้วยความรู้สึกสนใจ หลังจากได้พิจารณาจนถ้วนถี่
"หึ! แน่นอนสิ บอกตามตรงที่ข้าและอาจารย์ของเจ้าก่อตั้งนิกายนี้ก็เพื่อต่อกรกับวังเทพยุทธ์บัดซบนั่น!" ดวงตาของหยุนเยี่ยเฉินแฝงเร้นไปด้วยความเกลียดชัง เมื่อพูดถึงศัตรูคู่อาฆาต
"ข้าทราบเรื่องทุกอย่างแล้วขอรับ ขอบคุณท่านประมุขที่ให้คำแนะนำ" เย่หยุนหมดแล้วซึ่งคำถาม เขาจึงผสานมือคาราวะอีกฝ่ายอย่างนอบน้อมพร้อมกับเหล่าภรรยา
"อ่า งั้นพวกเจ้าไปพักผ่อนเถอะ......เดี๋ยวข้าจะให้คนเอาตำราและสิ่งที่จำเป็นมาให้" ว่าแล้ว ร่างของหยุนเยี่ยเฉินก็อันตรธานหายไป
เย่หยุนซีและเหล่าภรรยาสาวจึงได้หมุนกายเดินสำรวจขุนเขามารสวรรค์ด้วยความตื่นเต้นยินดี ก่อนที่คนอื่นๆจะมาสมทบในภายหลัง