ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 43 สุนัขรับใช้

            บทที่43

            สุนัขรับใช้

            ‘บิดามันเถอะ...สายตาเช่นนั้นมันอันใดกัน?’

            หยุนโม่คิดในใจขณะมุมปากกระตุกเล็กน้อย 

            สายตาดูแคลนเช่นนั้น หากเขาควักปืนออกมาแล้วยิงกบาลเจ้าหนูนี่ตรงนี้...คงได้นอนตายห่าคาเท้าไปแล้ว

            ทว่าเขากลับเพียงคิดมิได้กระทำอันใดต่อ

            หลี่เฉินหยางยังคงไม่สนใจหยุนโม่แม้แต่น้อย

            ทำราวกับว่าอีกฝ่ายไม่มีตัวตนอยู่ในสายตาแม้แต่นิด

            ก่อนจะหันกลับไปกล่าวกับหมิงเยว่หลานด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเสแสร้ง

            “หัวหน้าหมิง ไหน ๆก็ได้พบเจอกันแล้ว พวกเราสองคนไปดื่มชากันดีหรือไม่?”

            หมิงเยว่หลานปรายตามองเขาแวบหนึ่งดวงตาเยียบเย็นดังหิมะ

            นางเอ่ยตอบกลับเสียงเรียบเฉย “ไม่ล่ะ ข้ากำลังสนทนากับสหายอยู่”

            คำปฏิเสธที่ชัดเจน ทำให้หลี่เฉินหยางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

            ก่อนจะหันกลับไปมองหยุนโม่อีกครั้ง

            แววตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยแรงกดดันคุกคาม

            ริมฝีปากคลี่ยิ้มเย็นยะเยือกก่อนจะเปล่งเสียงออกมาอย่างบีบคั้น

            “โอ้...เช่นนั้นข้าขอสนทนากับหัวหน้าหมิงสักครู่ จะได้หรือไม่?”

            ทั้งแววตาและถ้อยคำ บ่งบอกเจตนาอย่างชัดเจน

            ว่าอีกฝ่ายต้องการให้หยุนโม่หลีกทางไปเสียเดี๋ยวนั้น

            ทว่าหยุนโม่ยังคงสงบนิ่ง

            ดวงตาภายใต้หน้ากากเหล็กเยียบเย็นดั่งน้ำแข็ง

            เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือเกรงใจแม้แต่น้อย

            “แล้วเจ้ามาบอกข้าทำไม?”

            “เจ้ามีเรื่องสนทนากับนางมิใช่ว่าต้องการสนทนากับข้า”

            คำพูดเรียบง่ายทว่าเฉียบคมประหนึ่งกระบี่

            แววตาหลี่เฉินหยางพลันขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

            มันไม่อาจเข้าใจได้ว่าเหตุใดมนุษย์ธรรมดาผู้นี้ถึงกล้ากล่าวถ้อยคำเช่นนี้กับตน

            ราวกับไม่รู้เลยว่าหลี่เฉินหยางเป็นผู้ใดในเมืองอวี้หยางแห่งนี้

            กวนเทียนเผยสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจนใบหน้าคมสันของมันบิดเบี้ยว แววตาแหลมคมทอประกายดุดันราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกยั่วโทสะ

            ในขณะเดียวกันชายชราที่อยู่ด้านหลังหลี่เฉินหยางก็ปลดปล่อยรังสีสังหารออกมาอย่างเงียบงัน

            บรรยากาศรอบบริเวณพลันแปรเปลี่ยนกลายเป็นความหนักอึ้งและกดดันราวอากาศกำลังถูกสูบหายไป

            คลื่นปราณแหลมคมประดุจใบมีดบางเฉียบแผ่ซ่านรอบตัวคล้ายพร้อมจะเฉือนผิวเนื้อทุกผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงให้แหลกสลาย

            บรรยากาศตึงเครียดยิ่งนัก

            ผู้ฝึกตนที่อยู่โดยรอบซึ่งจับจ่ายซื้อขายกันในตลาดต่างหันมามองยังทิศทางนี้

            สายตาเหล่านั้นฉายแววตื่นตระหนกและระแวดระวัง

            เสียงพูดคุยเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย

            บัดนี้...ศูนย์กลางของตลาดผู้ฝึกตนตกอยู่ในความเงียบงันประหนึ่งสุสาน

            “กล้าดีเยี่ยงไร...พูดกับคุณชายสามเช่นนี้!”

            เสียงของกวนเทียนกดต่ำเย็นเยียบดังขึ้นช้า ๆ แต่แฝงแรงอาฆาตอย่างชัดเจน

            ในขณะที่เขาก้าวออกมาเพียงก้าวเดียวปราณวิญญาณภายในร่างกายก็กระตุกปะทุ

            คลื่นพลังระดับหลอมกายาขั้นกลางกระจายตัวออกไปรอบด้าน

            แผ่รัศมีข่มขู่ปกคลุมหลายจั้งจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนแผ่วเบา

            ทว่า...ในช่วงเวลาเช่นนี้

            ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่าบุรุษปริศนาที่ปกปิดตัวตน และที่สำคัญยังเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา

            จะเอ่ยถ้อยคำออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบชัดถ้อยชัดคำ

            หยุนโม่หันใบหน้าไปทางกวนเทียนช้า ๆ

            ใต้เงาหน้ากากเหล็กดวงตานิ่งเฉยไร้คลื่นอารมณ์

            “สุนัขรับใช้..”

            เพียงคำเดียว

            โลกเงียบงันพลันแตกกระจาย

            จิตสังหารของกวนเทียนปะทุอย่างบ้าคลั่ง

            มันก้าวพุ่งเข้าใส่หยุนโม่ในพริบตาร่างกายหายวับไปเหมือนพยัคฆ์ล่าเหยื่อ

            มือขวาอันใหญ่โตยื่นคว้าบีบเข้าที่ลำคอของหยุนโม่อย่างแม่นยำ

            ก่อนจะออกแรงยกร่างของเขาขึ้นเหนือพื้นดินราวกับยกคอไก่ตัวหนึ่ง

            “เจ้ากล้าดีเยี่ยงไร!!”

            เสียงคำรามของกวนเทียนต่ำลึกเยียบเย็นปานน้ำแข็งพันปี

            ดวงตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้ลุกวาวไปด้วยเพลิงโทสะรุนแรง

            ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมริมฝีปากขบกัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน

            “เป็นเพียงแค่ปุถุชนชั้นต่ำ!!”

            “เจ้ากล้าดีเยี่ยงไรกล่าวหาข้าว่าเป็น...สุนัขรับใช้!!”

            ทุกถ้อยคำของกวนเทียนเค้นเสียงผ่านไรฟันราวกับพยายามข่มกลั้นไม่ให้ฉีกกระชากร่างตรงหน้าเป็นชิ้นเนื้อเสียเดี๋ยวนั้น

            แรงบีบที่ฝ่ามือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเสียงกระดูกดังกรอบแกรบเบา ๆ ใต้ฝ่ามือเหล็กของมัน

            จิตสังหารของมันพุ่งสูงจนบรรยากาศโดยรอบราวถูกผลักไสให้เย็นยะเยือกกว่าเดิมหลายส่วน

            “เป็นเพียงมนุษย์กล้าพูดเช่นนั้นกับหัวหน้ากวน สมควรตายแล้ว!”

            เสียงแรกดังขึ้นจากชายหนุ่มที่ตั้งแผงอยู่ไม่ไกลอีกฝ่ายมีร่างกำยำ ผิวคล้ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น รูปร่างสูงใหญ่ราวกับหินผาเขาสวมชุดนักล่าสีหนังสัตว์ ผูกโซ่อสูรรอบเอว  สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและเยาะเย้ยขณะทอดมองหยุนโม่ที่ถูกกวนเทียนบีบคออยู่

            “นั่นสิเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาแท้ ๆ ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!”

            เสียงที่สองเป็นของสตรีนางหนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวซีด สวมชุดรัดรูปสีดำสนิท ใบหน้าของนางงดงามแต่เย็นเยียบดวงตาเรียวยาวทอประกายเหี้ยมเกรียม ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเยาะ แววตานางฉายความสะใจขณะมองดูฉากตรงหน้าอย่างสาแก่ใจนัก

            “ฮ่าๆๆมารอดูกันดีกว่าว่า...หัวหน้ากวนจะสังหารมันอย่างไร!”

            เสียงหัวเราะต่ำแหบพร่าดังขึ้นจากชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยล่ำ ผิวหยาบกร้านเขาสวมชุดเกราะเบาผสมหนังสัตว์ บนหลังแบกขวานยักษ์ขนาดใหญ่ไว้หนึ่งเล่มขณะนี้เขายืนกอดอก หัวเราะสะใจ ราวกับกำลังชมฉากประหารที่รอคอยมานาน

            ทว่า...คำพูดทั้งหลายที่เพิ่งเปล่งออกจากปากพวกมัน

            ยังไม่ทันจบประโยคดีก็ต้องกลืนลงคอไปอย่างฝืดเฝื่อน

            แววตาทุกคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตนเองได้เห็นเบื้องหน้า

            ในเสี้ยวพริบตานั้นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

            ร่างของปุถุชนผู้หนึ่ง...ที่ถูกตราหน้าว่าไร้ปราณวิญญาณ

            ที่ถูกจับบีบคอไว้เหมือนไก่ตัวหนึ่งถูกยกสูงขึ้นเหนือพื้น

            กลับขยับ!

            หยุนโม่...ขยับ!

            ไม่มีการเตือน ไม่มีสัญญาณใดไม่มีแม้แต่คลื่นพลัง

            แต่ในชั่วขณะนั้นมือข้างหนึ่งของเขาก็ปรากฏดาบพลังงานสีดำสนิทขึ้นมาโดยไร้สุ้มเสียง

            แสงสีแดงเข้มที่ฉาบไล้ปลายดาบส่องประกายวาบทะลวงม่านตาของทุกคนที่มองเห็น

            เสียง ฉัวะ! แหลมคมดังขึ้นในระยะประชิด

            ดาบพลังงานตวัดฟันสะบั้นแขนขวาของกวนเทียนที่กำลังบีบคอเขาอยู่จนขาดสะบั้นจากข้อศอก

            เลือดสีเข้มพุ่งกระเซ็นเป็นสาย 

            ร่างของหยุนโม่ร่วงลงแตะพื้นเพียงครึ่งก้าว

            ในขณะเดียวกันมืออีกข้างที่ว่างเปล่ากลับเคลื่อนไหวอย่างสายฟ้าฟาด

            ปืนพกสีดำถูกชักขึ้นมาในเสี้ยวอึดใจ

            ปลายกระบอกจ่อแนบขมับของกวนเทียนที่ยังตกตะลึงไม่ทันได้ขยับหนีแม้ครึ่งส่วน

            เสียง ปัง! ดังกระแทกอากาศจนสั่นสะท้าน

            กระสุนพลังงานพิเศษทะลวงผ่านศีรษะของกวนเทียนในทันที

            ภายในเสี้ยววินาทีสมองและกะโหลกของมันระเบิดแหลกกระจาย เสียง ปุ! ดังหนักแน่นและสั้นกระชับ

            ร่างใหญ่โตของกวนเทียนแข็งค้าง

            ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้วิญญาณ!

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน

    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139