ยามเช้าที่หมู่บ้านดอนตะวันพราวเริ่มต้นด้วยเสียงหอบหายใจและเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้นดินอย่างเป็จังหวะ ณ ลานฝึกชั่วคราว กลุ่มเด็กทั้ง 7 คนกำลังเคี่ยวกรำร่างกายภายใต้การจับตาดูของผม แม้ร่างเด็ก 6 ขวบของผมจะดูบอบบางที่สุดในกลุ่ม แต่ในฐานะ 'ที่ปรึกษาทางเทคนิค' (แบบลับๆ) ผมมองเห็นการพัฒนาที่น่าทึ่งผ่านเลนส์ Anatomical Scanner Lv.2
“จัดระเบียบลมหายใจใหม่ ร็อค! อย่าฝืนใช้ [Hardening] ทั่วร่าง ให้โฟกัสไปที่จุดปะทะเท่านั้น... ส่วนริน อย่าลืมบิดข้อเท้าตอนก้าวออกด้านข้าง แรงส่งจะเพิ่มขึ้นเยอะเลยนะ!” ผมเอ่ยเตือนนิ่งๆ พลางปาดเหงื่อ
“เหนื่อยเป็บ้าเลยไค! แต่รู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นเยอะเลยแฮะ” จอร์จว่าที่ผู้ใหญ่บ้านปาดเหงื่อพลางหัวเราะ
เมื่อการฝึก่เช้าจบลง ผมจึงถือโอกาสบอกข่าวดีที่ทุกคนรอคอย
“ทุกคน... ลุงบารอนเริ่มตีอาวุธชุดใหม่ให้พวกเราแล้วนะ เห็นว่าเป็เทคนิคพิเศษที่จะทำให้มันทั้งแข็งและเหนียวในเวลาเดียวกันเลยล่ะ”
“จริงเหรอไค! ดาบของฉันจะฟันหินแตกไหม?” ร็อคถามด้วยแววตาเป็ประกาย
“หน้าไม้ของฉันจะยิงทะลุโล่ไม้ของพวกก็อบลินได้หรือเปล่า?” ลูน่าเสริมอย่างตื่นเต้น
เสียงพูดคุยแลกเปลี่ยนเื่อาวุธในฝันดังระงมไปทั่วลานฝึก เด็กๆ ต่างวาดฝันถึงอุปกรณ์คู่ใจชิ้นใหม่ ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปช่วยงานที่ไร่นาของครอบครัวตามหน้าที่ลูกที่ดี เหลือเพียงผมที่มุ่งหน้าไปยังบ้านบารอน
เมื่อไปถึงบ้านบารอน ผมเจอ น้ามาเรีย ที่กำลังยืนยิ้มละไมคอยประคองอยู่ข้างๆ นีน่า วัย 1 ขวบเศษที่กำลังพยายาม 'เตาะแตะ' เดินไปบนพื้นหญ้าด้วยขาสั้นๆ คู่นั้นอย่างมุ่งมั่น นีน่าน้อยในชุดผ้าฝ้ายสีขาวดูน่ารักจ้ำม่ำ เธอส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากพลางชูไม้ชูมือโผเข้าหาผมทันทีที่เห็นผมเดินเข้าไปใกล้
“อ้าวไค มาดูน้องเหรอจ๊ะ? ดูสิ... นีน่าเริ่มเดินเก่งแล้วนะเนี่ย” น้ามาเรียทักทายพลางปล่อยให้นีน่าค่อยๆ ก้าวเดินมาเกาะที่เข่าของผม
ผมก้มลงลูบหัวนีน่าเบาๆ พลางแอบเปิดสแกนดูสั้นๆ เพื่อเช็กความเรียบร้อยของ 'เตาปฏิกรณ์' น้อยๆ นี้ว่ายังคงเสถียรดีอยู่หรือไม่
ผมเล่นหยอกล้อนีน่าอยู่ครู่หนึ่งจนเธอยิ้มร่า ก่อนจะขอตัวเดินเข้าไปในส่วนของโรงตีเหล็ก
บรรยากาศข้างในระอุยิ่งกว่าทุกวัน เสียงค้อนหนักๆ กระทบเหล็กดังกังวานเป็จังหวะ ตึง! ตึง! ตึง! ผมเห็นบารอนและผู้ช่วยร่างกำยำอีกสองคนอยู่ในสภาพเหงื่อท่วมตัว ใบหน้าเปื้อนเขม่าดำ แต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความคลั่งไคล้ บนทั่งตีเหล็กมีก้อนโลหะที่ถูกเผาจนแดงฉานส่องสว่างโชติ่
“ลุงบารอนครับ... ได้นอนกันบ้างไหมครับเนี่ย?” ผมทักขึ้น
บารอนเงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวท่ามกลางใบหน้ามอมแมม “ไค! มาพอดีเลยเ้าหนู! นอนรึ? โอ๊ย... ข้าลืมเื่นั้นไปสนิทเลยล่ะ กำลังไปได้สวยจนเสียดายเวลานอนน่ะสิ! ดูนี่... ข้าทำตามที่เ้าเล่าเป๊ะเลย ข้าเอาเหล็กเหนียวที่ใช้ทำเกราะ มาสลับชั้นกับเหล็กกล้าที่ใช้ทำจอบ ซ้อนกัน 4 ชั้นในตอนแรก เผาจนหลอมรวมแล้วตีรีดออกพับครึ่งทำซ้ำไปเรื่อยๆ!”
“ตอนนี้ถึงไหนแล้วครับลุง?” ผมถามลองเชิง
“ตอนนี้ข้ากำลังตีทบรอบที่ 10 อยู่พอดีเชียวล่ะไค! มันเริ่มรวมเป็เนื้อเดียวกันจนน่าทึ่ง!” บารอนะโอย่างบ้าคลั่ง
ผมมองก้อนเหล็กนั่นแล้วแอบรันการคำนวณในใจ ‘เริ่ม 4 ชั้น... พับ 1 ครั้งเป็ 8... รอบที่ 10 ก็คือ 4x210... นั่นมัน 4,096 ชั้น! เยอะเกินไปจนเนื้อเหล็กแทบจะผสานเป็เนื้อเดียวไปแล้วมั้งเนี่ย แต่เอาเถอะ ให้เขาสร้างมันออกมาก่อน แล้วค่อยบอกเื่ชั้นที่เหมาะสมทีหลัง’
ผมแสร้งทำเป็เอียงคอสงสัยแล้วหยอดทริกเล็กๆ ลงไป “ลุงครับ... ผมเคยได้ยินว่าถ้าตอนพับ ลุงลองเอา 'ผงถ่านละเอียด' โรยลงไปบางๆ ระหว่างชั้นก่อนพับตีดูไหมครับ? ผมคิดว่ามันน่าจะช่วยให้เนื้อเหล็กมันประสานกันได้ดีขึ้นและไล่พวก 'อากาศ' ที่ค้างอยู่ข้างในออกไปได้ดีกว่าเดิมนะครับ... แถมถ้าตอนจุ่มน้ำ ลุงลองใช้จังหวะที่สีเหล็กเหมือนดวงอาทิตย์กำลังตกดินดูสิครับ มันน่าจะให้ผลลัพธ์ที่นิ่งที่สุดเลยนะ”
บารอนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำแนะนำที่ดูเหมือนนิทานเด็กน้อยกลับเป็ 'กุญแจสำคัญ' ของการทำเหล็กกล้าคาร์บอนสูงที่ช่างในโลกนี้ไม่เคยนึกถึง
“โรยผงถ่าน... จังหวะสีดวงอาทิตย์ตก...” บารอนพึมพำเหมือนคนละเมอ “พระเ้า... ไค! ข้าว่าข้าเห็นทางสว่างแล้ว! ลุยต่อโว้ยพวกเรา!”
ผมลอบยิ้มพลางเดินออกมา ‘ถ้าแนะนำคนอื่นเขาคงว่าผมเพ้อเจ้อ แต่สำหรับช่างระดับบารอน... เขาจะรู้ทันทีว่ามันคือเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่ายุคนี้ไปไกล’
วันรุ่งขึ้น: ภารกิจสำรวจและตั้งแคมป์ค้างคืน
หลังจบการฝึก่เช้า พ่อเซนและลุงกัลป์ ก็นำทีมพวกเรามุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินชมป่า แต่เป็การค้างคืน 2 วัน 1 คืนที่แสนตื่นเต้น บรรยากาศยามบ่ายเราเจอสไลม์สองสามตัวที่ขวางทาง ซึ่งจอร์จกับโวล์ฟก็จัดการไปได้อย่างง่ายดายเหมือนเป็การวอร์มอัพ
จวบจนอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงจันทร์คืนเดือนหงายสว่างจ้าลอดผ่านแมกไม้ลงมาพอให้เห็นทัศนียภาพรอบข้างได้รางๆ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไร
ฟึ่ด! หูสามเหลี่ยมบนหัวของ ริน กระดิกวับเพียงเล็กน้อย เธอหยุดชะงักพลางส่งสัญญาณมือให้ทุกคนย่อตัวลงทันที ผมเปิดใช้งานระบบทันที
[Target Identified: Hobgoblin & Goblin Squad]
[Hobgoblin HP: 100% / MP: 100%]
[Status: Muscular Density High / Energy Level: Unstable]
เบื้องหน้าคือฝูงก็อบลิน 10 ตัว และที่ยืนตระหง่านอยู่กลางกลุ่มคือ ฮ็อบก็อบลิน (Hobgoblin) ร่างั์สูงเกือบสองเมตร ผิวสีเขียวเข้มและมีมัดกล้ามเนื้อมหาศาล มันถือกระบองไม้หนามขนาดใหญ่ยืนคุมเชิงอยู่
“จอร์จ! ลุยเลย!” ผมกระซิบแจ้งเตือน
“ร็อค โวล์ฟ ตามฉันมา! ที่เหลือจัดการตัวเล็ก!” จอร์จสั่งการอย่างเด็ดขาด
จอร์จพุ่งออกไปพร้อมโล่ไม้เสริมเหล็ก เขาใช้ดาบเคาะโล่เรียกความสนใจจากฮ็อบก็อบลิน แรงฟาดกระบองของมันหนักหน่วงจนพื้นดินะเื แต่จอร์จอาศัยจังหวะเบี่ยงโล่รับแรงกระแทกได้อย่างมั่นคง โดยมีโวล์ฟคอยใช้หอกยาวคอยระวังพื้นที่ข้างกาย
ในขณะเดียวกัน ก็อบลินสองตัวพุ่งอ้อมมาทางด้านหลังหวังจะจู่โจมแนวหลังที่เหลือ ผมไม่รอช้า พุ่งสวนเข้าไปด้วยความเร็วที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี
ผมเบี่ยงตัวหลบคมดาบทื่อๆ ของก็อบลินตัวแรกที่ฟันลงมาอย่างสะเปะสะปะ มือขวาชัก ดาบสั้น ออกมาเพียงครึ่งฝักเพื่อใช้โกร่งดาบกระแทกเข้าที่ข้อมือของมันจนดาบหลุดมือ ก่อนจะหมุนตัวเข้าหาตัวที่สองที่พุ่งตามมา มือซ้ายตวัด มีดสั้น (ของขวัญวันเกิดจากลุงบารอน) ออกมาอย่างรวดเร็ว ปลายมีดกรีดผ่านเส้นเอ็นที่ข้อพับเข่าของมันอย่างแม่นยำจนมันล้มทรุดลง
ผมไม่ปล่อยให้พวกมันมีโอกาสร้อง มือขวาที่ถือดาบสั้นตวัดกลับมาใช้สันดาบกระแทกเข้าที่จุดรวมเส้นประสาทท้ายทอยของตัวแรกจนนิ่งสนิท ส่วนตัวที่สองที่กำลังจะอ้าปากะโ ผมใช้ด้ามมีดสั้นกระแทกเข้าที่จุดอ่อนใต้คางอย่างรุนแรงจนขากรรไกรมันล็อกและสลบเหมือดไปในพริบตา
ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที เป็การกำจัดศัตรูที่เน้นการทำลายกลไกของร่างกายมากกว่าการใช้กำลังเข้าปะทะ และที่สำคัญ... ผมแทบไม่เสียมานาฟุ่มเฟือยไปกับการร่ายเวทเลยสักนิดเดียว
แสงจันทร์คืนเดือนหงายฉาบไล้ร่างั์ของ ฮ็อบก็อบลิน (Hobgoblin) จนดูน่าเกรงขามกว่าปกติ ิัสีเขียวเข้มของมันขยับเขยื้อนตามมัดกล้ามเนื้อที่หนาแน่นจนระบบสแกนของผมเริ่มส่งสัญญาณเตือน
[Anatomical Scanner Lv.2]
[Target:????? (Hobgoblin) ]
[Warning: Muscle Density Extreme / Motion Pattern: Aggressive]
[Data Status: Image Distorted (ตรวจพบคลื่นรบกวนบางอย่างห่อหุ้มชั้นิั) ]
“มันมาแล้ว! จอร์จ!” ผมะโลั่นเมื่อเห็นมัดกล้ามเนื้อที่ขาของมันบีบอัดกระทันหัน
โฮก!!! ฮ็อบก็อบลินคำรามจนป่าะเื มันพุ่งตัวเข้าหาจอร์จด้วยความเร็วที่ขัดกับรูปร่างเทอะทะ กระบองหนามั์เหวี่ยงฟาดลงมาเป็แนวเฉียง
“ร็อค! รับมุมเฉียง 45 องศา! จอร์จ อย่ารับตรงๆ!” ผมสั่งการตามแนวแรงที่ระบบจำลองขึ้น (Motion Vector)
จอร์จ เบี่ยงโล่ไม้เสริมเหล็กรับแรงกระแทกในจังหวะที่มันแฉลบออก เปรี้ยง! แรงฟาดมหาศาลทำเอาโล่ร้าวแทบจะในทันที จอร์จไถลไปกับพื้นหญ้าจนเกิดรอยลึก แต่ ร็อค พุ่งเข้าไปซ้อนพร้อมเปิดใช้ [Hardening] เคลือบดาบสั้นยันกระบองนั่นไว้ไม่ให้มันฟาดซ้ำ
“โวล์ฟ! เล็งที่เส้นเอ็นร้อยหวายซ้าย! กล้ามเนื้อส่วนนั้นของมันกำลังรับภาระหนัก!” ผมชี้เป้าจุดอ่อนจากการสังเกตสมดุลร่างกายของมัน
โวล์ฟ พุ่งวาบออกไปเหมือนลูกศร หอกยาวในมือหมุนควงก่อนจะแทงสวนเข้าที่หลังข้อเท้าของั์เขียวอย่างแม่นยำ! ฉึก! ฮ็อบก็อบลินสะดุ้งสุดตัว มันพยายามจะหันมาบดขยี้โวล์ฟ แต่ระบบสแกนในตาผมแจ้งเตือนการขยับไหล่ของมัน
[Target Motion: Lateral Swing - Area Hazard!]
“ทุกคนถอยออกมา! หมอบลง!” ผมะโลั่นสั่งการฉับพลัน
ทุกคนทิ้งตัวลงพื้นในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่กระบองหนามั์เหวี่ยงตัดอากาศผ่านหัวไปจนลมพัดวูบ แรงปะทะนั่นฉีกกระชากเปลือกไม้ข้างๆ จนแหลกละเอียดเป็ชิ้นๆ ฮ็อบก็อบลินที่บ้าคลั่งเริ่มเสียหลักจากการเหวี่ยงวืดมหาศาล
ผมเห็นจังหวะที่มัดกล้ามเนื้อขาของมันสั่นระริกจากการรับน้ำหนักที่ผิดสมดุล ผมไม่รอช้า พุ่งสวนเข้าไปด้วยความเร็วที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี ผมไม่ได้เข้าไปปะทะตรงๆ แต่ใช้ ดาบสั้น ในมือขวาสับเข้าที่จุดเกาะเส้นเอ็นข้างเข่าของมันอย่างแม่นยำ พร้อมกับใช้ มีดสั้น ในมือซ้ายแทงเข้าที่จุดประสาทรับความรู้สึกที่ข้อพับเพื่อ 'ขัดขวาง' การทรงตัว
“อั๊กก!” ั์เขียวเสียหลักทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง เปิดโอกาสทองให้แนวหน้าถอยออกมารวมพลัง
“ถอยออกมาตั้งหลัก! เตรียมตัว!” จอร์จะโสั่งการ
จอร์จ, โวล์ฟ และร็อค ะโถอยฉากออกมาทิ้งระยะห่างเพียงพอ ทั้งสามคนยืนปักหลักหลับตาลงรวบรวมสมาธิอย่างแรงกล้า มานา ในอากาศรอบตัวถูกสูบเข้าสู่ร่างกายจนเกิดกระแสลมหมุนวนจางๆ รอบตัวเด็กชายทั้งสาม
“ [Power Boost] !” เสียงะโประสานกันดังกึกก้อง เส้นเืบนแขนและขาของพวกเขาปูดโปนขึ้นพร้อมกับออร่ามานาที่แผ่ออกมาอย่างเข้มข้น นี่คือขีดสุดของเด็กวัย 10 ขวบที่ใช้พลังเวทเสริมทางกายภาพ!
ในจังหวะที่ฮ็อบก็อบลินกำลังจะคำรามก้องลุกขึ้นมาอีกครั้ง บนง่ามไม้ที่อยู่สูงขึ้นไป ไมโลและไมล่า (ฝาแฝดเผ่าหมา) ก็พร้อมแล้วเช่นกัน ดวงตาของทั้งคู่ส่องประกายสีเขียวจัดจากเวท [Eagle Eye]
“ยิง!!!”
ฟึ่ด! ฟึ่ด! ลูกธนูสองดอกที่อัดแน่นด้วยมานาพุ่งวาบออกไปราวกับะุปืน ปักเข้าที่ดวงตาทั้งสองข้างของฮ็อบก็อบลินพร้อมกันอย่างแม่นยำ!
“โฮกกกกก!” ฮ็อบก็อบลินร้องลั่นด้วยความเ็ปแสนสาหัสจนกระบองหลุดจากมือ มือั์กุมใบหน้าที่อาบไปด้วยเืสีม่วงคล้ำ ร่างกายมันเปิดช่องโหว่ถึงขีดสุด
“ปิดบัญชีมันซะ!!!” จอร์จคำรามก้องพร้อมดีดตัวออกไปเป็คนแรก
ร็อคพุ่งเข้าไปใช้ดาบที่เคลือบ [Hardening] ฟันสกัดเข้าที่สีข้างเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว โวล์ฟที่อัดพลัง [Power Boost] ไว้เต็มเปี่ยมแทงหอกทะลวงเข้ากลางอกจนมิดด้าม และจอร์จที่รวบรวมแรงเหวี่ยงจาก Torque ะโขึ้นสูงเหนือหัวมัน ฟันดาบอัดมานาเข้าที่ลำคออย่างสุดแรง!
ฉัวะ!!!
ศีรษะของฮ็อบก็อบลินสะบัดตามแรงฟันมหาศาล ร่างั์ค้างนิ่งอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะล้มฟาดพื้นดินดังกัมปนาทจนฝุ่นตลบ เสียงลมหายใจสุดท้ายของมันเงียบหายไปท่ามกลางป่าที่กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
[Analysis: Target Neutralized]
[Status: Muscle Activity - Zero]
ผมยืนหอบหายใจเล็กน้อย เก็บดาบและมีดสั้นเข้าฝักพลางมองดูเพื่อนๆ ที่ยืนประคองตัวกันอยู่ด้วยความเหนื่อยล้า ‘ถ้าไม่ได้พลังเวท [Power Boost] ช่วยเสริมแรงปะทะเมื่อกี้ ลำพังแรงเด็ก 10 ขวบไม่มีทางตัดคอิัหนาๆ ของฮ็อบก็อบลินตัวนี้ขาดแน่... เป็การทดลองภาคสนามที่คุ้มค่าจริงๆ’
พวกเราเจ็ดคนนอนแผ่หลาลงบนพื้นหญ้าที่ปนเปื้อนไปด้วยเืสีม่วงคล้ำของฮ็อบก็อบลิน เสียงหอบหายใจรัวเร็วของจอร์จ โวล์ฟ และร็อค ดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ผลกระทบจากการใช้ [Power Boost] เกินขีดจำกัดทำให้กล้ามเนื้อของพวกเขาเริ่มสั่นระริก
“เรา... เราทำได้จริงๆ ด้วย” ร็อคเอ่ยเสียงพร่าพลางหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ยังนอนจ้องท้องฟ้ายามค่ำคืน
“ถ้าไม่ได้ไคคอยะโบอกทิศทางแรงฟาด... ป่านนี้โล่ข้าคงกลายเป็เศษไม้ไปแล้ว” จอร์จพูดพลางยันตัวลุกขึ้นช้าๆ แขนของเขายังคงสั่นเทาจากการปะทะครั้งใหญ่
ผมพยุงร่างเด็ก 6 ขวบของตัวเองขึ้นมานั่งเช็ดคราบเืที่กระเด็นมาโดนแขนเสื้อ แถบมานาของผมแทบไม่ลดลงเลยเพราะผมเน้นไปที่การใช้ฟิสิกส์และการขัดจังหวะในจุดวิกฤต (Critical Point) แต่ค่าความเหนื่อยล้าในระบบ UI กลับพุ่งสูงขึ้นจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาลตลอดการต่อสู้
[แคมป์ไฟกลางป่า: เวลากลางดึก]
เปลวไฟสีส้มร่ายรำไปตามจังหวะลมป่า กลิ่นเนื้อย่างที่ลุงกัลป์และพ่อเซนช่วยกันเตรียมไว้เริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งช่วยคลายความตึงเครียดได้เป็อย่างดี เด็กๆ เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากได้พักกินน้ำและทำแผลเล็กน้อย
“จมูกของแฝดไมโล-ไมล่าเนี่ยของจริงเลยนะ ถ้าไม่เตือนก่อนคงโดนมันฟาดฟรีแน่” โวล์ฟเอ่ยชมพลางยื่นเนื้อย่างให้แฝดทั้งสอง
“รินกับลูน่าก็ด้วย! ยิงหน้าไม้สกัดจุดได้เป๊ะมาก” ไมล่าตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
ผมมองภาพความสามัคคีนั้นพลางเคี้ยวเนื้อในปากนิ่งๆ ‘การทำงานประสานงานแบบนี้แหละคือสิ่งที่จะช่วยให้พวกเขาเอาชีวิตรอดในโลกที่เต็มไปด้วยความผันแปรของมานาได้... วิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ แต่มันอยู่ที่กระบวนการจัดการทรัพยากรมนุษย์นี่แหละ’
ห่างออกไปที่มุมมืดของกองไฟ กัลป์ จ้องมองกลุ่มเด็กๆ ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เขาขยับเข้าไปใกล้ เซน ที่กำลังนั่งเช็ดดาบอยู่เงียบๆ
“เซน... ข้าไม่เคยเห็นเด็กกลุ่มไหนสู้ได้เป็ระบบขนาดนี้มาก่อนเลย” กัลป์เอ่ยเสียงต่ำพอให้ได้ยินกันสองคน “โดยเฉพาะลูกชายเ้า... ไคไม่ได้สู้ด้วยแรง แต่เขากำลัง 'คุมสนามรบ' ข้าว่าเด็กกลุ่มนี้พร้อมที่จะทำหน้าที่หน่วยสำรวจกันเองได้แล้วล่ะ”
เซนชะงักมือที่กำลังเช็ดใบดาบ เขาชำเลืองมองมาที่ผม แววตาของเขามีทั้งความภาคภูมิใจและความกังวลที่ปิดไม่มิด
“ข้าก็เห็นด้วยกับเ้านะกัลป์ พัฒนาการของพวกเขาไปไกลกว่าที่ข้าคิดไว้มาก” เซนถอนหายใจ “ที่ผ่านมาเราต้องแบ่งเ้า หรือไม่ก็ราล์ฟมาคอยดูแลเด็กๆ ตลอด ทำให้กำลังหลักในการระวังภัยหมู่บ้านขาด่ไป ถ้าปล่อยให้พวกเขาเริ่มออกสำรวจเองได้ ข้ากับพวกเ้าน่าจะทำหน้าที่ได้เต็มที่กว่านี้...”
“แต่เ้าก็แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านนะเซน ถ้าเ้าตกลง ราล์ฟกับข้าก็ไม่มีปัญหา” กัลป์ย้ำ
“อืม... ข้าจะไปปรึกษาเอลินก่อน” เซนกล่าวพลางจ้องมองเปลวไฟ “เ้ารู้นิสัยนางดี ถ้าข้าบอกว่าปล่อยลูก 6 ขวบไปสู้กับฮ็อบก็อบลินในป่าคนเดียว นางคงเผาดาบข้าทิ้งแน่ๆ”
กัลป์หัวเราะหึๆ พลางตบไหล่เพื่อนรัก “ข้าเข้าใจ... พลังของแม่ยิ่งใหญ่กว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆ ในโลกนี้อยู่แล้วสหาย”
เซนและกัลป์ขยับถอยออกมาจากรัศมีของแสงไฟกองไฟเล็กน้อย ปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นเป็ของเหล่าผู้ชนะตัวน้อยที่กำลังเอะอะมะเทิงฉลองชัยชนะครั้งแรกกันอย่างสุดเหวี่ยง
“ดูสิกัลป์...” เซนเปรยขึ้นพลางพยักพะเยอไปทางกลุ่มเด็กๆ “โวล์ฟกำลังเล่าท่าแทงหอกสุดท้ายซ้ำเป็รอบที่สามแล้ว ส่วนร็อคลูกชายเ้าก็นั่งยืดอกรับคำชมเื่ความถึกซะจนหน้าบานเชียวล่ะ”
กัลป์หัวเราะในลำคอ สายตาที่ปกติจะดุดันบัดนี้กลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อจ้องมองร็อคที่กำลังหัวเราะร่าอยู่กับจอร์จ “เ้าพวกนี้... เมื่อก่อนยังวิ่งไล่จับตั๊กแตนกันอยู่เลย แป๊บเดียวกลายเป็นักล่าที่ล้มฮ็อบก็อบลินได้ซะแล้ว”
ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวและความตื่นเต้นของเพื่อนๆ เซนสังเกตเห็นลูกชายตัวน้อยของเขานั่งอยู่ริมขอบกองไฟ ไคไม่ได้ะโโลดเต้นเหมือนเด็กคนอื่น เขาเพียงแต่นั่งมองเปลวไฟพลางขยับนิ้วมือไปมากลางอากาศราวกับกำลังจัดระเบียบอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น (ซึ่งเซนเข้าใจว่าเป็นิสัยประหลาดของลูก) แต่สายตาของไคที่มองไปยังเพื่อนๆ นั้นแฝงไปด้วยความพอใจและคอยตรวจสอบาแของทุกคนอยู่ห่างๆ
“ข้าเห็นเงาของพวกเราในตัวเด็กพวกนั้นนะเซน” กัลป์เอ่ยต่อพลางลดเสียงลง “ความบ้าบิ่นของเ้าในตัวจอร์จ ความสุขุมของข้าในตัวโวล์ฟ... และความฉลาดเฉลียวที่ดู 'น่ากลัว' ในตัวเ้าหนูไค”
เซนนิ่งไปครู่หนึ่ง “โลกใบนี้กำลังเปลี่ยนไปกัลป์... มานาในป่าเริ่มปั่นป่วนขึ้นเรื่อยๆ มอนสเตอร์วิวัฒนาการไวขึ้น ข้าแค่หวังว่า 'อนาคต' ที่เรากำลังเฝ้ามองอยู่ตรงหน้า... จะแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับพายุที่กำลังจะมาถึงได้”
ทั้งคู่ยืนพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ในความมืด ปล่อยให้เสียงหัวเราะของเด็กๆ ขับกล่อมป่าที่แสนอันตราย แสงไฟจากกองไฟสะท้อนในดวงตาของอดีตนักผจญภัย Rank A ทั้งสองคน มันไม่ใช่แค่การฉลองชัยชนะเหนือมอนสเตอร์ตัวหนึ่ง แต่มันคือการยอมรับว่า ยุคสมัยของพวกเขากำลังถูกส่งต่อให้กับมือเล็กๆ เหล่านี้อย่างสมบูรณ์
“ข้าเชื่อว่าพวกเขาจะไปได้ไกลกว่าเราแน่... เพื่อนยาก” กัลป์ทิ้งท้ายก่อนจะเดินเข้าไปร่วมวงเพื่อแจกจ่ายเนื้อย่างส่วนที่เหลือ
[รุ่งเช้าวันถัดมา: หมู่บ้านดอนตะวันพราว]
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านม่านหมอกจางๆ ในหมู่บ้านดอนตะวันพราว พวกเราทั้ง8คนกับพ่อและลุงกัลป์ช่วยกันแบกซากมอนสเตอร์และชิ้นส่วนสำคัญของฮ็อบก็อบลินกลับมาอย่างทุลักทุเลแต่เปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ ชาวบ้านที่เริ่มออกมาทำธุระตอนเช้าต่างหยุดมองด้วยสายตาเบิกโพลงเมื่อเห็นหัวสีเขียวคล้ำขนาดมหึมาที่โวล์ฟกับร็อคช่วยกันหามมา
“นั่นมัน... ฮ็อบก็อบลินนี่นา! เด็กพวกนี้ล้มมันได้จริงๆ เรอะ!” เสียงกระซิบกระซาบดังไล่หลังมาตลอดทาง
ทันทีที่ถึงหน้าบ้าน ผมเห็น แม่เอลิน ยืนกอดอกรออยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยคมของแม่ดูนิ่งเรียบจนน่าขนลุก สายตาของแม่กวาดมองคราบเืและรอยดินบนเสื้อผ้าของผมก่อนจะเลื่อนไปสบตากับพ่อเซนที่เดินตามหลังมาติดๆ
“ไค... ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ค่ะ” แม่พูดเสียงเรียบแต่ทรงพลัง “ส่วนคุณ... เซน ตามฉันเข้ามาในบ้าน!”
พ่อเซนหน้าซีดลงถนัดตา เขาหันมาขยิบตาให้ผมเป็สัญญาณ 'ขอความช่วยเหลือ' ผมพยักหน้าเบาๆ รับรู้ภารกิจกู้ชีพครั้งนี้
[ภายในโถงกลางบ้าน: ในเวลาต่อมา]
ผมในชุดสะอาดสะอ้านนั่งอยู่ข้างพ่อเซนที่โต๊ะอาหาร ฝั่งตรงข้ามคือแม่เอลินที่จ้องมองพวกเราเหมือนผู้คุมขังจ้องมองนักโทษ
“ไม่มีทางค่ะ!” แม่เอลินทุบโต๊ะเบาๆ หลังจากที่พ่อเซนพยายามอธิบายเื่การอนุมัติให้เด็กๆ ออกสำรวจกันเอง
“ลูกเพิ่งจะ 6 ขวบนะคะเซน! แล้วนั่นป่าลึก ไม่ใช่สนามเด็กเล่น การล้มฮ็อบก็อบลินได้ครั้งเดียวไม่ได้แปลว่าลูกจะปลอดภัยจากทุกอย่างในป่านั้น!”
“เอลิน... ฟังผมก่อน” พ่อเซนพยายามใช้โทนเสียงนุ่มนวลที่สุด
“เด็กๆ มีระบบทีมที่มหัศจรรย์มาก พวกเขาดูแลกันและกันได้ดีกว่าหน่วยสำรวจผู้ใหญ่บางกลุ่มเสียอีก กัลป์กับราล์ฟเองก็เห็นพ้องว่าถ้าเรามัวแต่อุ้มพวกเขาไว้ พวกเขาจะไม่มีวันโตทันโลกที่กำลังเปลี่ยนไปนะ”
“โลกจะเปลี่ยนยังไงฉันไม่สน! แต่ลูกฉันต้องปลอดภัย!” แม่เอลินเสียงสั่นด้วยความโกรธปนความเป็ห่วง
ถึงเวลา 'ไม้ตาย' ของผมแล้วครับ
ผมค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทาของแม่ไว้พลางเงยหน้าขึ้นสบตาเธอด้วยแววตาใสซื่อที่แฝงความแน่วแน่
“แม่ครับ... ผมรู้ว่าแม่ห่วงผมที่สุดในโลก แต่ที่ผมอยากออกไป ไม่ใช่เพราะอยากเล่นสนุกนะครับ”
ผมเว้นจังหวะพลางบีบมือแม่เบาๆ
“พ่อสอนผมว่าคนเราต้องรู้จักเตรียมพร้อมเสมอ ผมสัญญาครับแม่... ผมจะอยู่ข้างหลังจอร์จกับโวล์ฟเสมอ ผมจะไม่บ้าบิ่นพุ่งไปข้างหน้า และถ้ามีอะไรผิดปกติแม้แต่นิดเดียว ผมจะเป็คนสั่งให้ทุกคนถอยกลับทันที แม่เชื่อใจผมนะครับ... ผมอยากแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องแม่กับนีน่าในวันข้างหน้า ผมไม่อยากให้ใครต้องมาร้องไห้เพราะผมปกป้องใครไม่ได้”
คำว่า 'ปกป้องแม่กับน้อง' ผสานกับสายตาอ้อนวอนของเด็ก 6 ขวบ (ที่มีิญญาอาจารย์คอยกำกับ) ทำให้กำแพงในใจของแม่เอลินเริ่มพังทลาย เธอถอนหายใจยาวพลางดึงผมเข้าไปกอดแน่น
“ลูกคนนี้นี่จริงๆ เลย... พูดจาเหมือนคนแก่ไม่มีผิด” แม่ซบหน้าลงกับไหล่ผม
“ก็ได้ค่ะ... แต่มีเงื่อนไขเดียว ถ้าไคมีรอยขีดข่วนกลับมาแม้แต่นิดเดียว หรือกลับบ้านช้ากว่าเวลาที่ตกลงไว้... เซน! คุณเตรียมตัวไปนอนในโรงนาถาวรได้เลยนะคะ!”
“จ๊ะเอลิน! รับทราบครับ! ผมจะเอาหัวเป็ประกันเลย!” พ่อเซนรีบตะเบ๊ะรับคำสั่งรัวๆ พร้อมกับลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ผมลอบยิ้มกว้างในอ้อมกอดของแม่... ในที่สุด 'กรงขัง' แห่งความห่วงใยก็ถูกเปิดออก ขอบเขตการเก็บข้อมูล (Big Data) ของผมกำลังจะขยายตัวขึ้นแล้ว และมันถึงเวลาที่จะได้เห็นอาวุธจาก 'เหล็กดามัสคัส' ที่ลุงบารอนตีขึ้นมานั่นจะได้เอามาใช้งานจริงเสียที!