หลายเดือนแล้วที่หย่งซีเฉินอยู่หลินโจว แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสเขามักเดินทางมาที่หอฮวาหลัน เพื่อสืบข่าวหมอหญิงคนนั้น ที่สำคัญไปกว่านั้นก็เพื่อถามข่าวคราวของสตรีผู้หนึ่ง
ขณะที่หย่งซีเฉินเดินผ่านกลุ่มบัณฑิตที่กำลังเลี้ยงฉลองกันอยู่นั้น หัวข้อสนทนาของบัณฑิตคนหนึ่งที่เอ่ยขึ้น ทำให้ฝีเท้าของท่านอ๋องต้องหยุดลง
“คุณชายเมิ่งพรุ่งนี้ข้าต้องเดินทางไปประจำที่หัวเมือง ข้าคงอยู่ร่วมงานมงคลของท่านไม่ได้ เหล้าจอกนี้ข้าขอดื่มให้ท่าน ขอให้ท่านและคุณหนูฉางมีความสุข ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ให้สมกับที่ท่านรอคอยมานาน”
และทุกคนในกลุ่มนั้นก็พูดขึ้นพร้อมกัน
”มาๆๆขอให้ท่านทั้งสองมีความสุขมากๆมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ฮ่าๆๆ”
“ขอบคุณทุกท่านมาก” แม้ว่าเมิ่งกวงเหยาจะไม่มีความสุขเท่าใดนัก แต่เพื่อให้สองตระกูลไม่มีข้อกังขา เขายอมทำตามโดยมิได้โต้แย้งใดๆ
สุราฤทธ์แรงกาแล้วกาเล่า ถูกสาดลงคอไม่ยั้ง อ๋องหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด กลับพ่ายแพ้ให้แก่ความคิดถึงยิ่งเมามายเท่าไหร่ใบหน้าขาวนวลงดงามเหมือนภาพวาดนั้น ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น เกือบปีแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าของนาง เรื่องบางเรื่องคนบางคนหลีกเลี่ยงได้แต่กลับลืมไม่ได้
เหลียงเฟยๆแง้มประตูมองบุรุษที่นางเคยหลงไหลเมื่อครั้งก่อน คุณชายใหญ่ที่นางพบในวันนั้น กับท่านอ๋องที่นางเห็นในวันนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงบุรุษที่เคยเย็นชาฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา ตอนนี้กลับเมามายจนไร้สติ ปากก็พร่ำเพ้อถึงแต่สตรีผู้หนึ่ง สตรีผู้นั้นนางเป็นคนเช่นไรกันแน่ ถึงสามารถกุมหัวใจของท่านอ๋องผู้เย็นชานี้ได้
“เฟยๆเจ้ามาทำอะไรที่นี่” เสียงโม่ลี่ฮวานั่นเอง
“เปล่าเจ้าค่ะนายหญิงข้าแค่เดินผ่านมา”
“เจ้าไปพักผ่อนได้แล้วข้าจะเข้าไปดูท่านอ๋อง”
“เจ้าค่ะนายหญิง”
โม่ลี่ฮวาจัดการให้หย่งซีเฉินพักผ่อน จึงได้สั่งบ่าวรับใช้ที่เป็นชายมาเฝ้าที่หน้าประตู เพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน บทเรียนในครั้งนั้น ทำให้โม่ลี่ฮวาไม่กล้าประมาทอีก พอฟ้าสางหย่งซีเฉินก็เดินทางกลับชายแดน
โม่เสวียนรายงานเรื่องที่สืบมาทั้งหมดแก่อดีตแม่ทัพใหญ่ฉางผิง
“เจ้าแน่ใจใช่ไหม”
“ไม่ผิดแน่ขอรับ ทุกอย่างบ่งชี้ชัดเจนว่าเป็นคนผู้นั้น ตอนนี้ฝ่ายนั้นกำลังตามหาหมอหญิงกับกระพรวนเงินอยู่ขอรับ”
“ข้าคงไม่มีทางเลือกแล้ว เจ้าไปจัดการทำลายหลักฐานทั้งหมดอย่าให้เกี่ยวพันมาถึงคุณหนูได้ ห้ามให้ใครล่วงรู้เรื่องนี้เด็ดขาด”
“ขอรับนายท่าน”
“เจ้าจำไว้ว่าเรื่องนั้สำคัญมาก เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของตระกูลฉางยิ่งคนรู้น้อยเท่าไหร่ เรายิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น” ฉางผิงบอกโม่เสวียน
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน”
“เจ้าไปตามฉางกงมาพบข้าที”
ไม่นานฉางกงก็มาถึงห้องหนังสือเพื่อหารือกับบิดา
“ท่านพ่อได้เรื่องแล้วหรือขอรับ”
“ฉางกงเด็กในท้องของหลืวหลีให้นางเก็บไว้เถอะ ดูแลนางกับลูกให้ดี ห้ามให้มีอะไรเกิดขึ้นกับนางและเด็กในท้องของนางเป็นอันขาด” ผู้เป็นพ่อสั่ง
“มีอะไรหรือเปล่าขอรับ”
“เพราะเด็กในท้องของนางไม่ใช่แค่เด็กธรรมดา แต่มีสายเลือดขัตติยะอยู่”
“อะไรนะขอรับ ท่านพ่อแน่ใจหรือ”ฉางกงตกใจกับคำตอบของผู้เป็นพ่อ
“นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะประมาทได้ ข้าให้โม่เสวียนไปทำลายหลักฐานทั้งหมดแล้วเพื่อความปลอดภัยของตระกูลฉาง นอกจากมู่หรงแล้ว เจ้าห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด” จากนี้ไปเด็กในท้องของหลิวหลีเป็นแค่ลูกหลานตระกูลฉางเท่านั้น