เป็นเวลาเกือบ 5 เดือนที่หินไม่ได้พบกับแทน ในตอนนี้แทนไม่ใช่เด็กเร่ร่อนอีกต่อไป หินนึกไปถึงวันแรกที่ได้เจอกับแทน แทนยังเป็นเด็กที่มีร่างกายผอมแห้งและเนื้อตัวสกปรกมอมแมมคนหนึ่ง
แต่ในตอนนี้แทนดูเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปคนหนึ่ง ร่างกายที่เคยผ่ายผอมถูกแทนที่ด้วยผิวที่ดูอวบอิ่มและมีน้ำมีนวล เดิมทีแทนก็เป็นเด็กหนุ่มที่ดูค่อนข้างมีเสน่ห์อยู่แล้ว แต่หลังเปลี่ยนการแต่งตัวใหม่ยิ่งทำให้แทนดูดีขึ้นไปอีก
“เดินทางเป็นยังไงบ้าง ราบรื่นรึเปล่า?” หินเอ่ยถามขึ้น
“ราบรื่นมากครับพี่หิน ด้านหลังพี่หินคือ…? “แทนถามขึ้นขณะที่มองผ่านหลังหินไป
“นั่นเพื่อนพี่เอง มาเที่ยวทริปนี้ด้วยกัน” หินตอบขึ้น
‘นึกว่าพี่หินจะไม่มีเพื่อนแล้วซะอีก’ แทนนึกขึ้นในใจ แทนแอบดีใจไม่น้อยที่ได้รู้ว่าพี่ชายตนเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป
“สวัสดีครับพี่ๆ ผมชื่อแทนครับเป็นน้องพี่หิน” แทนเอ่ยแนะนำตัวออกไป
“สวัสดีจ้าน้องแทนพี่ชื่อมิ้วนะ/สวัสดีจ้าพี่ชื่อจอยจ้า” มิ้วและจอยทักตอบกลับไป
“สวัสดีน้องชาย พี่ชื่อนัท หินมันบอกพวกพี่ว่าจะมีน้องไปด้วย แต่ไม่เห็นมันบอกเลยว่าน้องชายจะหล่อขนาดนี้” นัทเอ่ยแซวแทน
“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” แทนหัวเราะแห้งๆ ตอบกลับไป
“ดูสินี่มันกรุ๊ปคนหน้าตาดีชัดๆ” นัทเอ่ยพลาวเหล่มองไปที่หิน
“ขอโทษนะครับ คุณหลงกรุ๊ปหรือเปล่าครับ” นัทเอ่ยขึ้นยิ้มๆ
‘ดอกเตอร์ครับคุณนัทบอกว่าดอกเตอร์หน้าตาไม่ดีครับ’
“....” ไม่บอกนี่ฉันไม่รู้เลยนะไอ้เดวิด
“หยอกๆ น่า แหมจริงจังไปได้” นัทเอ่ยขึ้นอย่างหมดสนุกเมื่อเห็นหินไม่เล่นด้วย
“โทษทีนะ เกิดมาก็มีแต่สมอง หน้าตาเลยไม่ค่อยจำเป็น” หินตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ฉึก!! สิ้นเสียงที่หินเอ่ยเหมือนมีหอกปักลงตรงกลางใจของนัท
‘เจ็บสัสๆ’ นี่เป็นคำเดียวที่นัทนึกออกในตอนนี้
จอย มิ้วและแทน พยายามกลั้นขำกับท่าทางของนัทอย่างเต็มที่ประหนึ่งว่าต้องการให้เกียรตินัทด้วยการกลั้นขำอย่างสุดชีวิต
‘ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ’ เสียงของเดวิดดังขึ้น
หิน” ...” ตอนแรกหินนึกว่าคิดไปเองที่เดวิดมันเริ่มใช้คำแปลกๆ แต่ตอนนี้เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่ามันต้องไปเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างบนโลกอินเทอร์เน็ตแน่ๆ
หลังจากนั้นพวกหินทั้งหมดก็ได้เดินไปขึ้นเรือที่พวกเขาได้จองเอาไว้ ซึ่งเป็นเรือสปีดโบ๊ทเช่าเหมาลำคันหนึ่ง
ตั้งแต่เริ่มต้นจนตลอดทั้งทริปนั้นหินได้ให้เดวิดเป็นคนติดต่อทำการจองและจัดการทั้งหมด หินแค่เพียงเป็นคนตัดสินใจเลือกสถานที่จากที่เดวิดได้หามาให้เท่านั้น ซึ่งหินได้ให้เดวิดหาสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นทะเลเท่านั้นเพราะตั้งแต่มายังโลกนี้เขาไม่เคยเห็นทะเลจริงๆ เลยสักครั้งเดียว แม้กระทั่งหินร่างเดิมก็ยังไม่เคยไปทะเลมาก่อนดังนั้นความทรงจำเกี่ยวกับทะเลในหัวของหินจึงเป็นศูนย์
แม้เพื่อนในกลุ่มทั้งนัท จอย มิ้วพยายามถามหินว่าสถานที่เลือกไว้นั้นคือที่ไหน แต่หินกลับไม่ยอมบอกแม้แต่น้อย ที่หินยังไม่ยอมบอกเพราะหินเองก็ยังไม่เคยไปเที่ยวมาก่อนแค่เพียงเห็นจากรูปที่เดวิดส่งมาให้เท่านั้น
สถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่เดวิดส่งมาให้หินมีทั้งสถานที่เที่ยวชื่อดังที่ได้รับความนิยม สถานที่ท่องเที่ยวที่ค่อนข้างเงียบสงบ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก
ซึ่งหินไม่ค่อยชอบสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านอยู่แล้ว สุดท้ายแล้วหินจึงได้เลือกสถานที่เที่ยวที่หนึ่งซึ่งเป็นเกาะที่สวยงามเป็นอย่างมากและค่อนข้างสงบ
แม้จะเป็นเกาะที่สวยงามมากแห่งหนึ่งแต่กลับไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพค่อนข้างแพง ถ้าหากจะบอกว่าถ้าไม่รวยจริงก็ไปเที่ยวไม่ได้ก็ถือว่าไม่ได้เกินเลยไปเลย
แค่เพียงค่าที่พักก็ตกคืนละเกือบหมื่นเป็นอย่างน้อย นี่ยังไม่นับค่าอาหาร ค่าทริปดำน้ำท่องเที่ยวและค่าบริการยิบย่อยอื่นๆ ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ได้ต้องมีกำลังในการจ่ายในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
“ว้าว!!! ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าเพื่อนหินจะพาเรามาเที่ยวทะเล” นัทพูดขึ้นขณะที่กำลังยืนอ้าแขนรับลมอยู่ที่หน้าเรือ
“ยืนแบบนั้นมันอันตรายนะนัท” จอยเอ่ยเตือนแฟนหนุ่มของตนเอง
“ระดับนี้แล้ว ของแค่นี้ทำอะไรนัทไม่ได้หรอกจอย ว่าแต่..จะไปที่ไหนแกจะไม่ยอมบอกเราจริงๆ เหรอหิน” นัทเอ่ยพลางหันไปถามหิน จนตอนนี้นั่งอยู่บนเรือแล้วมันก็ยังไม่ยอมบอกพวกเขาสักที
หินยังคงหลับตานั่งกอดอกตนเองไม่ได้เอ่ยตอบอะไรนัท
“ยอมเขาเลยจริงๆ จะเก๊กอะไรขนาดนั้น” นัทเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจริงจังสักเท่าไหร่ จริงๆ นัทค่อนข้างแซวหินเรื่องนี้บ่อยๆ
แทนก็เป็นอีกคนเช่นกันที่ไม่เคยเห็นทะเลจริงๆ มาก่อน ตั้งแต่ลงเรือมาแทนก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ปกติแทนอยู่บนพื้นดินเห็นแต่สิ่งปลูกสร้างรอบตัวเต็มไปหมด แต่ในตอนนี้รอบตัวแทนกลับเต็มไปด้วยมหาสมุทรสุดลูกหูลูกตา
แต่ในระหว่างนั้นแทนกลับสังเกตเห็นว่าพี่หินแทบไม่พูดกับเพื่อนในกลุ่มเลย แม้จะมีพี่สาวสุดสวยอีกสองคนพยายามชวนคุยแต่พี่หินกลับตอบคำต่อคำเท่านั้น แทบไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้
แทนเห็นดังนั้นจึงขยับไปนั่งใกล้ๆ หิน
“พี่หินเป็นอะไรรึเปล่าครับ” แทนเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ทั้งๆ ที่มาเที่ยวแท้ๆ แต่ท่าทางของหินกลับดูเครียดๆ
แม้กระทั่งมิ้วที่แอบมองหินอยู่ห่างๆ ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตอนแรกมิ้วก็ได้พยายามชวนหินคุยแล้วเช่นกัน แต่หินกลับพยายามเลี่ยงที่จะคุยกับตนเอง นั่นทำให้มิ้วสงสัยว่าตนเองได้ทำอะไรผิดไปหรือไม่?
เห็นหินไม่ตอบตนเอง แทนก็คิดว่าหินอาจจะไม่ได้ยินที่ตนเองพูดเลยกะจะถามใหม่อีกรอบ
“พี่หินครับ...”
“เดี๋ยวก่อนแทน...พี่เมาเรือ อย่าพึ่งคุยกับพี่” หินเอ่ยโดยไม่ได้ลืมตาขึ้นมาแม้แต่น้อย
“...” แทน“...” จอย“...” มิ้ว
ดีที่นัทมันอยู่ที่หัวเรือดังนั้นจึงไม่ได้ยินสิ่งที่หินพูดเมื่อสักครู่นี้แม้แต่น้อยไม่งั้นมันได้เอามาล้อเขาแน่ๆ ส่วนสองสาวที่เหลือหลังจากอึ้งไปครู่หนึ่งก็แอบหัวเราะขึ้นมาเบาๆ โดยพยายามเก็บเสียงไม่ให้หินได้ยิน เพราะในที่สุดพวกตนก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมหินถึงไม่ยอมคุยกับใครแม้แต่น้อย
“พี่หินจะเอายาแก้เมาไหมครับ? แทนเอามาด้วยพอดี” แทนถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ต้องหรอกแทน พี่ขออยู่เงียบๆ แบบนี้ เดี๋ยวก็คงจะถึงแล้ว” หินเอ่ยตอบกลับไป
แม้จะเป็นห่วงหินอยู่บ้าง แต่เมื่อหินแสดงความต้องการที่จะอยู่แบบเงียบๆ แทนจึงหันกลับไปสนใจบรรยากาศรอบตัวเองอีกครั้ง เพราะนั่งบนเรือที่กำลังขับผ่านเกาะต่างๆ นั้นใช่ว่าจะหาดูง่ายๆ
‘บ้าเอ๊ย นั่งรถยนต์ นั่งเครื่องบิน นั่งยานอวกาศ เทเลพอตไปอีกกาแล็กซี ขนาดข้ามมามิติคู่ขนานยังไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้’ หินนึกขึ้นด้วยความคับแค้นใจ
ในโลกเก่าของเขา เขาไม่เคยนั่งเรือที่วิ่งอยู่บนน้ำแม้แต่น้อย ถ้าจะบอกว่าเคยนั่งเรือก็มีแต่เรือบิน นี่จึงเป็นการนั่งเรือครั้งแรกที่แท้จริงในที่สุดช่วงเวลาในการทรมานของหินก็สิ้นสุดลง เรือสปีดโบ๊ทลำนี้ค่อยๆ ลดความเร็วของเรือลงเพื่อที่จะจอดเทียบชายฝั่ง
“สุดยอด น้ำใสมากๆ …. ดูนั่นสิ ปะการัง ปะการังของจริง!!! ยังไม่ฟอกขาวด้วย” นัทเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่ตนเองได้เห็นปะการังที่กำลังอุดมสมบูรณ์มากขนาดนี้
แต่ยังไม่ทันที่เรือจะจอดแนบชิดสนิท หินก็ได้กระโดดลงไปบนพื้นทรายที่กำลังมีคลื่นน้ำทะเลสาดซัดอยู่ตุบ!!
“เห้ย!!! หิน! รีบไปไหนวะ โดดลงไปแบบนี้มันอันตรายนะ!” นัทตะโกนขึ้นมา เมื่อเห็นหินโดดลงจากเรือ
"แล้วไอ้ที่ยืนรับลมอยู่หัวเรือนี่มันปลอดภัยมากเลยสินะ นัท " จอยเอ่ยแดกกันนัทเบาๆ เพราะสิ่งที่นัททำอันตรายกว่าหินตั้งไม่รู้กี่เท่าส่วนนัทได้แต่ยิ้มแห้งๆ ให้แฟนสาวก่อนจะมาหยิบสัมภาระเพื่อลงจากเรือ
ตอนนี้หินไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่กลับรีบวิ่งขึ้นไปบนฝั่งเหมือนกลัวว่าคลื่นน้ำทะเลจะสาดซัดตามทันตน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หินได้นั่งเรือและนี่ก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่หินรู้สึกคิดถึงพื้นดินได้มากขนาดนี้