ยาวจิ่วแบกตะกร้าเดินเข้ามาในเพิงไม้ราวกับว่าไม่เห็นไม้ตะบองในมือของหูเหยียน เขาเดินฝ่าตัวจาวจาว ฉายฉาย และจิ้นจิ้นที่เข้ามาห้อมล้อมก่อนจะหยุดลงตรงหน้าหูเหยียน หยิบหมั่นโถวสีดำออกมาหนึ่งลูกและแกว่งไปมาตรงหน้านาง
ร่างกายของหูเหยียนเป็สีดำตลอดทั้งตัว มีเพียงลูกตาขาวเท่านั้นที่พิสูจน์ให้เห็นว่ายังมีสีอื่นปะปนอยู่บนตัวนางนอกเหนือจากสีดำ ลูกตาของนางจับจ้องไปที่หมั่นโถวสีดำในมือของยาวจิ่วที่กำลังส่ายไปมา ท่าทางเช่นนั้นช่างน่าขบขัน
ยาวจิ่วมองหูเหยียนด้วยสายตาอ่อนโยน “หิวแล้วสินะ?”
หูเหยียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่และยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อคว้าหมั่นโถวสีดำลูกนั้น
ยาวจิ่วถอยหลังหนึ่งก้าวพลันพูดด้วยรอยยิ้ม “คิดว่าข้าจะให้เ้ากินงั้นรึ? เพ้ย...ฝันไปเถอะ! เห็นคำพูดของข้าเป็อะไร? เ้าต้องดูแลตัวเอง หากไม่มีปัญญาก็ปล่อยให้หิวต่อไป เอ้า เ้าดูนี่” หางตาพลันเชิดขึ้น เขาบิดเอวหมุนตัว ส่งผลให้เสื้อสีเขียวเข้มตัดขอบสีแดงสะบัดเป็เส้นโค้งสวยงาม ราวบุปผาแห่งต่างโลกที่ไหวไปมาอย่างเงียบ ๆ และคายพิษออกมาในห้องที่มืดสนิท ทว่าสิ่งที่แสดงออกมากลับเป็ความเย้ายวน
ยาวจิ่วหันไปดีดนิ้วให้กับสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ทั้งสามหนึ่งครา
นกฮูกตาเดียวบินโฉบลงมาจากต้นไม้และเดินเล่นบนพื้น สุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อปรากฏตัวพร้อมกับ “หมวก” หนึ่งใบบนหัว มันเดินตามนกฮูกตาเดียวด้วยท่าทางเงอะงะ
“หมวก” ใบนั้นพลันขยับขึ้น หัวของจิ้งจอกตัวน้อยขาด้วนโผล่ออกมา ที่แท้เ้าจิ้งจอกขาด้วนก็แอบปลอมตัวเป็หมวกนี่เอง แต่พบว่ามันถือแท่งไม้เล็ก ๆ ไว้ในมือด้วย มันยกไม้ขึ้นและตีเข้าที่หัวของนกฮูกตาเดียว
นกฮูกตาเดียวหันกลับมามอง จิ้งจอกขาด้วนจึงขดตัวกลับไปเป็หมวกอีกครั้ง จากนั้นก็นอนนิ่งอยู่บนหัวของสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อ
นกฮูกตาเดียวเดินต่อไป จิ้งจอกขาด้วนก็แอบลอบโจมตีมันอีกคราหนึ่ง
หลังจากทำเช่นนี้ซ้ำกันถึงสามครา นกฮูกตาเดียวและสุนัขพื้นเมืองหน้าตาซื่อบื้อก็เริ่มสู้กัน ก่อนจะค่อย ๆ ล้มลงไปนอนบนพื้น จิ้งจอกขาด้วนเลียนแบบท่าทางมนุษย์ โดยยกขาหน้าขึ้นมาเท้าสะเอวและหัวเราะร่า
ยาวจิ่วหัวเราะจนตัวโก่ง ขณะโยนหมั่นโถวสีดำให้จิ้งจอกขาด้วน
“โอ๊ย...” จู่ ๆ ศีรษะของเขาก็ถูกตีด้วยไม้ตะบอง เขาหมุนตัวกลับมาก็พบว่าข้าง ๆ เท้าของหูเหยียนมีไม้ตะบองวางอยู่ นางกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ที่พื้นและจ้องไปที่จิ้งจอกขาด้วน ราวกับว่านางไม่ได้เป็คนตีเขา
ยาวจิ่วเปล่งเสียงหึและกล่าวตักเตือน “อย่ามาเล่นลูกไม้กับข้า!” เขาหมุนตัวกลับไปหยิบหมั่นโถวสีดำอีกสองลูกในตะกร้าออกมาโยนให้นกฮูกตาเดียวและสุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อ นกฮูกตาเดียวยกหมั่นโถวสีดำให้สุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อ เพื่อให้มันออกไปจับหนูมาชดเชยให้
“โอ๊ย...” ศีรษะของยาวจิ่วถูกทุบอีกครั้ง เขาหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วและใช้มือถูศีรษะตนเอง ดวงตาเฉี่ยวดุจแมวถลึงมองใส่หูเหยียน ขณะเปล่งเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด “ลุกขึ้น! เรียนรู้ที่จะลอบทำเื่ชั่วแล้วสินะ!”
หูเหยียนไม่สนใจยาวจิ่ว นางมองซ้ายทีขวาทีแสร้งทำเป็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
ยาวจิ่วก้าวมาด้านหน้าหนึ่งก้าวด้วยความเกลียดชัง จากนั้นเตะหูเหยียนหนึ่งทีแล้วหมุนตัวเดินออกไป เดินไปได้แค่สองก้าว จู่ ๆ ก็หันกลับมาเพื่อทำให้หูเหยียนใ แต่เขากลับพบว่านางยังคงนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นอย่างโง่เขลา ยาวจิ่วย่นจมูกอย่างซุกซน เขาเดินไปที่ประตู มุมปากพลันกระตุกขึ้นเป็เส้นโค้งอย่างเงียบ ๆ เขายิ้มแล้ว เ้าบ้านี่เรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมจากจาวจาว แอบใช้ไม้ตะบองมาตีเขา แต่เขาไม่ใช่จิ้นจิ้นสักหน่อย!
ทันใดนั้นเกิดลมพัดแรงมาจากด้านหลัง
พลังนี้มิได้อ่อนโยนและไม่มีเจตนามาดร้ายเหมือนสองคราแรก ยาวจิ่วลดความระมัดระวังลง การลอบโจมตีครั้งนี้รวดเร็วมาก ราวกับไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า เดิมทียาวจิ่วคิดว่าสามารถหลบหลีก ทว่าเป็เพราะเขาประเมินตนเองสูงและประเมินหูเหยียนต่ำเกินไป ผลลัพธ์คือเขาถูกตีอย่างแรง
ยาวจิ่วรู้สึกว่าโลกหมุน ทุกอย่างพร่ามัว เขาสะบัดหน้าพยายามเรียกความสมดุลให้ตนเอง ทว่ากลับเปล่าประโยชน์ วินาทีที่ร่างล้มลง เขาฉุกคิดได้ว่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นจะใช้โอกาสนี้ปลิดชีพเขาสินะ? ที่จริงแล้วเขาก็ทำไม่ดีกับมันไว้เช่นกัน
บางทีคนอย่างเขาตายไปก็ดี ไม่ต้องพร่ำนึกว่าใครคือบิดามารดา เหตุไฉนถึงทำกับเขาเช่นนี้ ไม่ต้องรักษาสัญญากับคนตายมาอยู่ในสถานที่เส็งเคร็งแห่งนี้! ไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มในทุก ๆ วัน ไม่ต้องมีชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยเช่นนั้น แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถขับร้อง เจรจา ท่วงท่า พะบู๊บนเวทีได้อีกต่อไป เขาคาดหวังมาตลอดว่าจะตายคาเวที เมื่อครั้งที่มีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนกับมนุษย์คนหนึ่ง อย่างน้อยตอนที่ตายก็น่าจะตายอย่างมีศักดิ์ศรีบ้าง เมื่อวันนี้มาถึงแล้ว แต่กลับต้องมาตายอยู่ในเพิงที่สร้างให้สัตว์เดรัจฉานอยู่ เหอะ...อยู่กับสัตว์เดรัจฉานก็ดีเหมือนกัน
ไม้ตะบองนี้ฟาดใส่เขาอย่างแรง ทำลายผ้าพันรอบเอวที่ปกปิดของลับ ทำให้สิ่งที่ยาวจิ่วตั้งใจจะลืมถูกเปิดออกให้เห็นโจ่งแจ้ง ท่าทางบิดตัวที่เริ่มจากครั้งแรกที่เขาถูกขายมาจนถึงตอนนี้ ภาพที่น่าเกลียดถึงขั้นสุดเ่าั้ ทำให้เขาทนมองตัวเองไม่ได้ เขาหลับตาเพื่อรอรับความตายที่จะมาถึง เมื่อเทียบกับงานถังหุ้ยในคืนพรุ่งนี้ ความตายในเวลานี้ทำให้เขารู้สึกโล่งใจ อย่างไรก็ตามการลอบโจมตีไม่ได้ดำเนินต่อไป และความตายก็ไม่แยแสเขาเช่นกัน
ยาวจิ่วเบิกตากว้าง เขาเห็นใบหน้ามอมแมมของหูเหยียนยื่นเข้ามา จิตใต้สำนึกสั่งให้เขาปิดซ่อน ทว่าหูเหยียนกลับไม่มองเขาเลย มิหนำซ้ำยังเดินไปหยิบหมั่นโถวสีดำในตะกร้าชิ้นสุดท้ายออกมายัดเข้าปาก และเคี้ยวอย่างดุเดือดหนึ่งคำ!
ที่แท้ชีวิตของเขาก็ยังเทียบไม่ได้กับหมั่นโถวสีดำหนึ่งลูก!
ยาวจิ่วยิ้ม ยิ้มจนน้ำตาไหลอาบเต็มแก้ม
หูเหยียนนั่งยองอยู่ข้างยาวจิ่ว เมื่อเห็นเขาร้องไห้ก็แอบแปลกใจ นางเอานิ้วจิ้มไปที่น้ำตาของยาวจิ่ว ก่อนจะยัดใส่ปากเพื่อชิมรสชาติ
เมื่อได้ชิม นางรู้สึกมีความสุขขึ้นฉับพลัน!
รสเค็มอ่อน ๆ ทำให้ต่อมรับรสของหูเหยียนรู้สึกยินดี เมื่อตอนที่นางอาศัยอยู่ในป่าบนเขาลึกเป็เวลาเกือบหนึ่งเดือน นอกจากดื่มเืเพื่อเติมธาตุเหล็ก นางก็ไม่เคยลิ้มลองสิ่งที่มีรสชาติเค็มมาก่อนเลย!
หูเหยียนรีบก้มหน้า แลบลิ้นเลียน้ำตาที่ไหลอยู่บนแก้มของยาวจิ่ว
ยาวจิ่วที่กำลังวิงเวียนและเวทนาตนเองกลับมาได้สติอีกครั้ง หลังจากถูกหูเหยียนเลียหน้า!
เขาถลึงตาและมองหูเหยียนราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง รู้สึกหงุดหงิดไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะเหมาะสม
เ้าบ้านี่เข้าใกล้เขาขนาดนี้ หรือว่ามันจะหลงใหลเขาเข้าแล้ว? หรือว่าความงามของเขายากเกินกว่าจะต้านทาน ไม่เพียงทำให้มนุษย์หลงใหล แม้แต่เ้าบ้านี่ก็ถูกดึงดูดอย่างร้ายแรงด้วย? เขา...เขา...เขารู้ว่าเ้าบ้านี่คงจะเป็ตัวเมีย แต่มัน...มัน...มันยากเกินกว่าที่เขาจะรับได้!!!
ยาวจิ่วกำลังคิดจะดิ้นขัดขืน ทว่าหูเหยียนกลับก้มหน้าลงมาอีกครั้ง นางเลียน้ำตาที่เหลืออยู่ไม่กี่หยดของเขาราวกับกำลังจุมพิตสิ่งมีค่า ประหนึ่งกำลังบรรเทาความเ็ปของเขาก็มิปาน
ยาวจิ่วรู้สึกว่าตนเองเป็บ้าไปแล้ว ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกว่าเ้าบ้านี่กำลังโศกเศร้าไปกับเขาได้อย่างไร? นี่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาคิดมากเกินไป
ยาวจิ่วกะพริบตาเพื่อขจัดคราบน้ำตาออกจากั์ตาตวัดเฉี่ยวขึ้นดุจแมว เขาหันหน้าด้วยความเขินอายเล็กน้อย จากนั้นใช้สองมือผลักหูเหยียน เขาไม่กล้าให้อีกฝ่ายขยับเข้าใกล้อีกแล้ว เมื่อนึกถึงใบหน้าที่ปะปนด้วยน้ำตาและน้ำลาย เขาทั้งอับอายและอึดอัดใจ มิหนำซ้ำยังรู้สึกขยะแขยงเล็ก ๆ ผสมกับความดีใจมากโข เขาอยากจะยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้า ทว่าสุดท้ายก็ทำใจไม่ได้ หลังจากใช้หลังมือถูหน้าสองครั้ง เขาก็ดีดตัวขึ้นจากพื้น ยกมือขึ้นมาตบฝุ่นที่เกาะตามเนื้อตัว แล้วเดินก้มหน้าออกจากประตูไปโดยไม่คิดจะเหลียวแลหูเหยียน
เมื่อเดินออกมาด้านนอกประตู เขาก็นึกถึงไม้ตะบองทั้งสามครั้ง เขารีบกุลีกุจอวิ่งกลับมาและเชิดหน้าพูดกับหูเหยียนว่า “เอาละ ข้าเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเ้าจึงตีข้าด้วยไม้ตะบองสามครั้ง เ้าทำได้ดี หลังจากนี้ใช้วิธีการอื่นในการแสดงเถิด อย่าได้เรียนรู้วิธีเช่นนี้อีก มิเช่นนั้นเ้าคงได้ตีข้าจนตาย!” พูดจบเขาถลึงตามองหูเหยียนปราดหนึ่ง แค่ปราดเดียวแต่ไม่รู้ว่าเขามองเห็นอะไร ร่างกายของเขาพลันสั่นสะท้านวูบหนึ่ง! ดวงตาเฉี่ยวดุจแมวกลมโตขึ้นกว่าเดิม! เขาไม่สนใจแล้วว่าหูเหยียนจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดหรือไม่ รีบยกเท้าที่สวมด้วยรองเท้าไม้ขึ้น ก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากเพิงไม้อย่างรีบร้อน
เขาขมวดคิ้วขณะยืนอยู่ด้านนอกประตูไม้ จากนั้นยกมือลูบศีรษะที่ค่อย ๆ ปูดบวมขึ้น เขายิ้มแฉ่งระหว่างเดินกลับไปอาบน้ำที่ห้อง
หูเหยียนเม้มปาก นางรู้สึกได้ว่ารสชาติเค็มนี้อร่อยมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีให้กินแล้ว คราวหน้า นางจะทำให้สิ่งที่แวววาวและรสชาติเค็มนั้นไหลออกมาได้อย่างไร?
ระหว่างที่ท้องกำลังส่งเสียงร้อง หูเหยียนฉีกหมั่นโถวสีดำหนึ่งชิ้นและโยนให้จิ้งจอกขาด้วนแทนที่จะยัดใส่ปากตนเอง
.
.
.