คุนนั่งประสานมือบนที่พักแขน โยกส่ายเก้าอี้ของตนไปมาอย่างอารมณ์ดี ขณะที่จ้องมองดูปอยที่กำลังจดจ้องกับหน้าคอมพิวเตอร์และเอกสาร ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าโต๊ะของเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าบัดนี้ตัวเขาเอง ก็กำลังจ้องมองจากดาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ด้วยเช่นกัน
“แกดูแปลกๆ ว่ะคุน” ดาวตัดสินใจถามขึ้นในที่สุด “ปกติแล้วเวลาแบบนี้ แกต้องดูกลุ้มใจกับปัญหาที่แก้อยากๆ ซิ” ดาวไม่รอให้คุนตอบ ขณะที่สไลด์เก้าอี้ของตนเข้าไปหา “นี้แกคิดวิธีได้แล้วใช่ไหม ว่าจะแก้ปัญหาเื่ที่พูดกับน้องปอยยังไง”
“แน่น๊อน....!” คุนตอบกลับเสียงใส “แกก็รู้ว่าฉันรักษาคำพูดเสมอ”
“แกไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้” ดาวบอก “ตอนเที่ยงฉันไปกินข้าวกับน้องเขามา ดูๆ ไปน้องปอยเขาก็คนดีคนหนึ่งนะ น้องเขาไม่ติดใจเอาความเื่นั้นหรอก แค่พูดไปเพราะอารมณ์นะ น้องเขาบอกว่าแค่แกยอมขอโทษดีๆ หรือว่าเลี้ยงข้าวน้องเขาสักมื้อก็พอแล้วแหละ น้องเขาไม่คิดอะไรมากหรอก”
“แต่ฉันคิด” คุนตอบเสียงเครียด “คนอย่างไอ้คุนนะ พูดคำไหนคำนั้นโว๊ย” เขาทำหน้าฮึกเหิม ขณะที่นาทีเดียวกันนั้นเองก็มีบุรุษคนหนึ่งเดินถือดอกไม้ช่อใหญ่ตรงมายังโต๊ะด้านหน้าของเขาที่ปอยนั่งอยู่ ก่อนที่บุรุษผู้นั้นจะส่งช่อดอกไม้ให้กับหญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมองอย่างงงๆ ขณะที่ใช้มือชี้ใบหน้าตัวเอง “มาได้จังหวะพอดีเลย”
ว่าพลางคุนก็ลุกขึ้นพร้อมเดินไปยังโต๊ะของปอยโดย ที่มีดาวลุกขึ้นเดินตามไปติดๆ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ และทันทีที่เขาไปถึง ก็เป็จังหวะเดียวกับที่ปอยรับช่อดอกไม้นั้นมาพอดี ก่อนที่เขาจะประนมมือพูดพร้อมกับโน้มศีรษะลง
“ขอให้พี่เป็สุขๆ นะครับ ต่อจากนี้ก็อย่าได้มีเวรต่อกันและกันอีกเลย”
ดาวและเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็มองดูเกตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสนอกสนใจ ตรงกันข้ามกับปอยที่บัดนี้ใบหน้าพลันเปลี่ยนจากความสงสัยมาเป็ขมึงตึง
“เบญจมาศสีขาว...” เธอมองคุนด้วยแววตาฉุนโกรธ “อ๋อ...จะเล่นแบบนี้เหรอ ได้!”
“อะไรของเธอเนี้ยะ ฉันก็ทำตามที่พูดแล้วนะ” คุนเดินก้าวถอยหลังเพราะรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งมายังตน “ยอมกราบไหว้พร้อมกับเรียกว่าพี่ตามที่พูดแล้วไง ยังจะมาเอาอะไรอีก”
ดาวเห็นท่าไม่สู้ดีและพึ่งจะเข้าใจความหมายของคุนจากทั้งคำพูดเชิงแผ่เมตตา บวกกับดอกเบญจมาศที่มั่นใจว่าคุนจะต้องเป็คนสั่งมาเพื่อแผนการนี้ของเขาอย่างแน่นอน
“เอาน่า...ใจเย็นๆ กันก่อน” ดาวกางมืออยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองประหนึ่งพระพุทธรูปปางห้ามญาติ “มีอะไรก็ค่อยๆ ต่อยถาม เอ๊ย! ไต่ถาม”
“ยังจะมาถงมาถามอะไรอีกพี่ดาว!” ปอยลุกขึ้นตามมาอีกคน “พี่รู้ไหมว่าดอกเบญจมาศสีขาวนะเขาไว้ใช้ในงานอะไร...งานศพพี่ อีตานี้สงสัยจะไม่อยากจบดีๆ”
“จบดีๆ เหรอ...?” คุนเลิกคิ้วเชิงเย้าแหย่ “แล้วถ้าอยากจบไม่ดีล่ะ จะจบยังไงงั้นเหรอจ๊ะ”
“ก็แบบนี้ไง!” ปอยว่า พลางตรงเข้าใช้มือทั้งสอง (ที่อีกข้างยังถือช่อดอกไม้อยู่) โอบรอบคอของคุนไว้อย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ขณะที่เท้าขวานั้นถูกเหยียดให้ตึงเพื่อจะส่งแรงทั้งหมดไปยังเป้าหมายด้วยเข่ามหาประลัย
“ทำอะไรกันนะ!” ทว่าทันใดนั้นก็พลันมีเสียงะโขึ้น “ไอ้คุน...น้องปอย คิดจะทำอะไรกันนะ ที่นี่มันบริษัทนะ...ครับ” วิษณุขมวดคิ้วแน่น ขณะที่จ้องมองดูทั้งสองที่บัดนี้ก็ค่อยๆ หันหน้าอย่างสโลโมชั่นมองมายังตนเช่นกัน
“คือ....” ปอยอ้ำอึ้งขณะที่เข่าข้างขวายังคงค้างอยู่กลางอากาศ
“ว่า....” คุนที่ดูใไม่น้อยก็อุทานออกมาเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่เขาในั้นไม่ใช่เพราะว่าถูกวิษณุะโใส่ หรือจู่ๆ เพราะถูกปอยใช้แขนโอบกอดรอบคอ แต่เป็เพราะว่าเห็นหญิงสาวที่เขาพึ่งจะกอดไปในตอนเที่ยงนั้น บัดนี้ได้มายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้บริหารต่างหาก “คุณ....”
ซึ่งหญิงสาวก็ดูสนใจกับอากัปกิริยาของทั้งสองไม่น้อยเช่นกัน ขณะที่ดาวเองก็ใช้จังหวะนี้แทรกกลางของคุนและปอยให้แยกออกจากกัน พร้อมกับปั้นหน้ายิ้มพร้อมกับเอ่ยขึ้น
“คือว่าสองคนนี้เขาดีใจที่บ้านหลังนั้นขายได้ พร้อมกับได้รับโปรเจคใหม่มาทำนะคะ” ดาวแก้ตัวแทน “แต่น่าจะดีใจกันเกินเลเวลไปนิสสส....นึงอะค่ะ แฮะๆๆๆ....” ว่าพลางเธอก็หัวเราะกลบเกลื่อน ขณะที่คุนและปอยเหลือบมองหญิงสาวตรงกลางด้วยแววตาในเชิงไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ปฏิเสธ
หญิงสาวผู้ซึ่งอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้หลักผู้ใหญ่ของบริษัท เดินยิ้มละมุนมายังด้านหน้าของทั้งสาม ก่อนจะค่อมศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยขึ้น “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อว่าแพรวา สิริทรัพย์อนันต์ จากนี้ไปก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ” เธอพูดก่อนจะมองไปยังคุน “ขอบคุณที่ช่วยไว้เมื่อตอนเที่ยงนะคะ ไม่คิดเลยว่าคุณจะทำงานที่นี่”
“คุณ....” คุนหน้าแดงซ่าน ขณะที่ผู้คนที่อยู่รอบๆบริเวณต่างก็ทำหน้าสงสัยใคร่รู้ “มะ...ไม่เป็ไร...คะ...ครับ..แล้ว...เอ่อ...”
“จากนี้ไปคุณแพรวาจะมาเป็รองประธานของบริษัทและทีมเรา” วิษณุบอกกับทั้งสาม ก่อนจะหันมายังหญิงสาวที่ยังคงยิ้มละมุนอยู่ “ส่วนนี้คือทีมที่รับผิดชอบโปรเจครีโนเวทบ้านของคุณแพรวาครับ” เขาผายมือออกไปยังทีมงานทั้งสามของตน “นั้นไอ้คุณ เอ๊ย! คุน เป็สถาปนิก ตรงกลางชื่อดาวเป็ฝ่ายก่อสร้างและตกแต่ง ส่วนขวาสุดคือน้องเล็กของทีมชื่อปอย เป็ฝ่ายขายครับ”
“ต้องขอคำแนะนำด้วยนะคะ” ว่าพลางแพรวาก็ยื่นมือไปตรงหน้าดาว ก่อนที่ทั้งคู่จะจับมือกันแบบธรรมเนียมตะวันตก แล้วก็ไปยังคุณที่มือสั่นราวกับเ้าเข้า แต่เมื่อไปถึงปอย ปอยก็กลับยื่นส่งช่อดอกไม้ที่พึ่งจะได้รับมาหยกๆ ให้กับแพรวาแทน
“ยินดีต้อนรับค่ะคุณแพรวา” ปอยยิ้มแฉ่ง “พวกเราเองก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“ยินดีค่ะ” แพรวายิ้ม พลางรับช่อดอกเบญจมาศมา “ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะ สวยมากเลยค่ะ”
“ต้องขอบคุณรุ่นพี่ที่แสนรู้ เอ๊ย! mujแสนรอบรู้ของเราค่ะ” ปอยยักคิ้วหลิ่วตาไปยังบุรุษที่ยืนอยู่ขวาสุดแว๊บหนึ่ง “ช่างเลือกเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ”
“ยังงั้นเหรอคะ” แพรวาบัดนี้ใบหน้าถูกระบายด้วยแดงอ่อนๆขณะที่มองไปทางคุน “หรือว่าที่ไปร้านดอกไม้เมื่อตอนเที่ยง ก็เพราะว่าเื่นี้”
“อา...ก็...” คุนรู้สึกกระอักกระอ่วน แม้มฝีปากถี่ๆ เหมือนปลาที่ว่ายอยู่บริเวณผิวน้ำ เพราะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับคำตอบที่อยู่ในใจ จึงทำได้เพียงแค่ไหลตามน้ำไปตามสถานการณ์ที่ปอยสร้างขึ้นมา “คะ...ครับ...”
............
“อ๋อ...แบบนี้นี่เอง” วิษณุพยักหน้าอย่างเข้าใจ ขณะที่ยกแก้วซึ่งมีน้ำสีอำพันขึ้นจิบ หลังจากได้รับฟังเื่ราวเมื่อตอนเที่ยงของคุน “ก็ว่าอยู่ ว่ามึงจะไปรู้จักกับคุณแพรวาที่พึ่งจะจบมาจากนอกได้ไง”
“แล้วไอ้โจรนั้นล่ะแก” ดาวเอ่ยถามจากอีกฝั่งโต๊ะ โดยมีปอยนั่งอยู่ข้างๆ ในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง “จับได้ไหม”
“ไม่รู้ว่ะ” คุนตอบกลับ พลางยกแก้วในมือขึ้นจิบ “หลังจากตอนเที่ยงก็ไม่ได้เจอกับคุณแพรวาเขาอีกเลย...เลยไม่รู้ว่าไงต่อ”
“น่าจะจับได้แหละ เส้นสายชื่อเสียงออกจะขนาดนั้น” ปอยที่รับฟังมาตลอดเสนอ หลังจากที่กลืนส้มตำทะเลลงไปคำหนึ่ง “ถ้าจับไม่ได้ซิ เื่ใหญ่ พวกตำรวจและนักข่าวคงอยู่กันไม่สุขแน่”
“แหม...รู้ดีจริงนะ” คุนพูดเสียงขึ้นจมูกไปทางปอย “เคยเป็ตำรวจหรือนักข่าวมาเหรอ...อ๋อไม่ซิ อย่างเธอต้องเป็พวกมิจฉาชีพมาใช่ไหมล่ะ ถึงได้รู้ดีและคิดแผนการอะไรแบบได้นะ”
“อัจฉริยะใช่ไหมล่ะ” ปอยปิดปากแสร้งหัวเราะคิกคัก “เอ๋...หรือว่าไม่ได้ฉลาดนะ แต่ว่ามีคนบางคนเขาโง่เกินไปเท่านั้นเอง”
“อ้าว...เริ่มก่อนนะ!” คุนกระแทกเสียง
“นายซิเริ่มก่อน!” ปอยสวนกลับทันควันเช่นกัน
“โอ๊ย.....!” วิษณุครางเสียงดังด้วยใบหน้าที่ราวกับกำลังเ็ปหรือว่ากินของผิดสำแดง “จะทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ...พึ่งรู้จักกันไม่กี่เดือน แต่ทะเลาะกันเหมือนกับจองเวรจองกรรมกันมาสามภพสามชาติยังงั้นแหละ ช่วยสงบศึกสักวันเฮอะ..ไหว้ล่ะ”
“ช่าย...” ดาวยกมือขึ้นลูบไหล่หลังของหญิงสาวข้างกาย ขณะที่ดวงตาจ้องมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม “น้องปอย...ไอ้คุน สามัคคีกันไว้จะดีกว่านะ ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป โปรเจคเรามีหวังพังแน่”
“พี่ดาวต้องบอกเขาซิ” ปอยทีท่าอ่อนลงเล็กน้อย “พี่ดาวก็เห็นนี่นา ว่าเขาเป็ฝ่ายเริ่มก่อน นี้อะไร ไม่ยอมรับผิดไม่พอ ขอโทษสักคำก็ยังไม่มี”
“ก็มันน่าไหมล่ะ!” คุนสวนกลับทันควัน “เป็เด็กเป็เล็ก แต่ไม่มีสัมมาคารวะมันก็ต้องโดนแบบนี้แหละ!”
“ก็ถ้าผู้ใหญ่ทำตัวให้มันน่าเคารพ เด็กมันก็เคารพ!” ปอยกลับมาเดือดอีกครั้ง “แต่นี้อะไร...การกระทำและคำพูดไม่เป็ผู้ใหญ่ยังไม่พอ ยังจะทำตัวไม่เป็ลูกผู้ชายอีกเหรอ!”
“เด็กมันก็ต้องทำตัวให้ผู้ใหญ่เอ็นดูก่อนซิ ผู้ใหญ่เขาถึงจะดีตอบ!” คุนเองก็ดูเหมือนจะไม่ลดราวาศอกเช่นกัน “นี้อะไร แค่คำพูดไม่กี่คำดันเก็บเอาไปคิดเอาไปโกรธ จะบอกให้นะ...ว่าที่ฉันพูดกับเธอนะ ถ้าเทียบกับคนอื่นนะมันเบากว่าเป็ร้อยเป็พันเท่าเลย!”
“เพราะคิดแบบนี้ไง ประเทศชาติมันถึงไม่เจริญสักที...พวกไม่รู้จักพัฒนา!”
“ก็ยังดีกว่าพวกเด็กเมื่อวานซืน ที่ไม่รู้จักความอดทนแหละว่ะ!”
“สต๊อบบบบบบบ!” วิษณุกางมือขวางทั้งสอง ที่ตอนนี้เหมือนจะมีเส้นเืปูดโปนขึ้นบริเวณขมับ “ถ้าอย่างงั้นก็เอาอย่างนี้ ถ้าหากว่าเราสองคนช่วยกันทำให้โปรเจคนี้สำเร็จ พี่จะทำเื่ขอย้ายให้ดีไหม!”
ทั้งสามหันมองไปยังผู้เป็หัวหน้าพร้อมกันทันที และ เป็คุนที่เอ่ยขึ้นอย่างยินดี
“ดีดิพี่!” คุนร้องเสียงดัง "
“ดีค่ะ!” ปอยรับตาม ขณะที่ดาวเอ่ยขึ้นเบาๆ
“หืม....ร้ายกาจ....” ดาวกวาดตามองดูทั้งสามคน ก่อนที่สายตาจะมาหยุดนิ้งที่วิษณุ “นี้อ่านสามก๊กมากี่จบกันเนี้ยะ!?”