ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    65. เมื่อพระเอกอยากโดนรังแกใครก็หยุดไม่ได้

    เมื่อยามเย็นมาถึง งานชิมสุราก็ถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของงานเดินดูความเรียบร้อยภายในงานอีกรอบ ก่อนจะกลับไปเตรียมตัวเพื่อมาร่วมงาน

    งานชิมสุรานี้จัดขึ้นในห้องจัดเลี้ยง เพราะเป็นงานเล็กๆ เลยไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมากมาย ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่อาหารกับเหล้าเป็นหลัก ซึ่งเหล้าที่ใช้ในงานนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นสุราชนิดใหม่ที่นางเป็นคนหมักเอง ไม่ว่าจะเป็นไวน์ทั้งสองชนิด สุราดอกหอมหมื่นลี้ สุราดอกท้อ สุราข้าว สุราสมุนไพร สุราร้อยบุปผา และวิสกี้

    ซึ่งสุราทั้งหมดที่ถูกนำมาชิมในงาน จะถูกจัดส่งไปที่ร้านหรงจี้ผู้ซึ่งเป็นคู่ค้าเก่า นอกนั้นก็จะเป็นส่วนที่นางเก็บไว้เพื่อใช้รับแขกในเวลามีงานเลี้ยง

    “นี่นะหรือเหล้าผูเถาที่เจ้าเคยพูดไว้น่ะ รสชาติไม่เลวเลย” หยางจื่อหันไปถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ตำแหน่งประธาน พร้อมกับลิ้มรสไวน์องุ่นไปด้วย

    “ใช่แล้วละ เพียงแต่น่าเสียดายไปหน่อยที่มันใช้เวลาหมักนานไปหน่อย” หนิงหนิงดื่มไวน์องุ่นไปพลางก็นึกเสียดายไปพลาง เพราะถ้านางมีของที่ใช้โกงเวลาบ่มได้ก็คงดี เพราะไวน์ยิ่งหมักนานก็จะยิ่งอร่อย

    “งั้นก็แปลว่ายิ่งหมักนานก็จะยิ่งรสชาติดีเช่นนั้นหรือ”

    “อื้ม”

    “งั้นก็น่าเสียดายจริงๆ เพราะมันข้าเชื่อว่าถ้าเจ้าเอาออกไปขายละก็ คงทำเงินได้มากทีเดียว” พูดจบเขาก็ยกไวน์ดื่มจนหมดจอกแล้วรินให้ตนเองใหม่อีกจอก

    อีกด้านนึงเหล่าเด็กน้อยและคนท้องก็ได้แต่มองสุราบนโต๊ะตาละห้อย ด้วยเพราะอายุน้อยเกินไปเลยไม่ได้รับอนุญาตให้แตะสุรา พวกเขาจึงทำได้แค่ดื่มน้ำผลไม้ในมือตนไป

    “เสี่ยวหนิงหนิง ข้าขอจิบนิดเดียวเองนะ นิดเดียวจริงๆ ได้หรือไม่” เนียนเจินมองเหล้าผูเถาบนโต๊ะ พร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะนางอยากจะลองเหล้าที่สหายเคยพูดให้ฟังจริงๆ

    “ไม่ได้ เจ้ากำลังท้องอยู่นะเจินเจินดื่มไม่ได้หรอก ไว้เจ้าคลอดหลานแล้วค่อยดื่มก็ยังไม่สาย” พูดจบนางก็ดื่มไวน์ในแก้วจนหมด แล้วเปิดสุราดอกท้อมาชิมต่อ

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกท้อลอยฟุ้งไปทั่วห้อง ทำให้คนท้องที่นั่งจิบน้ำผลไม้ในมือ ได้แต่มองไหสุราในมือของสหายด้วยแววตาเศร้าสร้อย

    เนียนเจิน: ข้าเองก็อยากดื่มเหมือนกันนะ T^T

    “อื้มหอมจริงๆ นี่คือสุราดอกท้อสูตรพิเศษของเจ้าหรือ”

    “ใช่แล้วละ เจ้าจะลองหรือไม่?”

    “เอามา เอามา วันนี้ข้าก็ตั้งใจมาลิ้มรสสุราของเจ้าอยู่แล้ว ดังนั้นมีเท่าไหร่ก็เอามาเลย” หยางจื่อยื่นจอกของตนให้นางรินสุราดอกท้อให้ แต่ก็โดนหลานชายของตนตัดหน้าไปก่อน

    “หนิงเอ๋อร์ให้พี่ได้ชิมสักหน่อยได้หรือไม่^^” ชิงหลงหันกลับไปยกยิ้มให้น้าชายของตน ก่อนจะหันไปมองคนรักด้วยสายตาอ่อนโยน

    “อะอื้มได้สิ” ว่าจบนางก็รินสุราดอกท้อให้ชายหนุ่ม จากนั้นนางที่กำลังจะลุกไปรินสุราให้หยางจื่อก็โดนแย่งไหสุราไป นางจึงได้แต่มองชายหนุ่มรินสุราให้น้าของตนตาปริบๆ

    “-.-?” หนิงหนิง

    “ท่านอาข้ารินให้นะขอรับ^^”

    “อะโอ้ -.-?” หยางจื่อมองดูหลานชายที่กำลังรินสุราให้ตนด้วยความงุนงง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเพราะเขาอยู่ใกล้ตนจึงสะดวกรินให้เขามากกว่า หนิงหนิงที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ เขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก

    .

    .

    .

    หลังจากที่กินดื่มไปพอสมควร สุราที่เตรียมมาก็เริ่มลดลง จนเข้าปลายยามห้าย (21:00-22:59) ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เนียนเจินแบกสามีของตนที่ตอนนี้เริ่มพูดไม่เป็นภาษาไปที่ห้องรับแขก ส่วนเด็กน้อยสองสามคนนั้นก็โดนหนิงหนิงไล่ไปนอนตั้งแต่เข้ายามห้าย (21:00-22:59) จึงทำให้ตอนนี้ในห้องเหลือแค่นางกับชิงหลง

    อาอู๋คนรับใช้ส่วนตัวของเขากับเด็กรับใช้อีกสองคน กำลังยุ่งอยู่กับการเก็บกวาดพวกจานชาม ส่วนนางก็กำลังกลับห้องนอนของตน โดยมีชิงหลงคอยพยุงกับห้องเพราะดื่มมากไปหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับขาดสติเหมือนในวันนั้น (วันก่อนส่งชิงหลงไปสอบ)

    เมื่อมาถึงห้องนอนแล้ว ชิงหลงก็พาหญิงสาวไปนอนที่เตียง หลังจากที่เขาพานางไปส่งถึงเตียงแล้ว เขาก็ช่วยนางถอดรองเท้าก่อน จากนั้นก็พยุงนางให้นอนลง แล้วจัดการห่มผ้าให้นาง เมื่อทำเสร็จแล้วเขาก็คิดว่าจะออกไปต้มน้ำแกงสร่างเมาให้นางสักหน่อย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหญิงสาวที่คอยจะหลับไปแล้วกำลังลืมตาจ้องมองเขาอยู่

    “หนิงเอ๋อร์ยังไม่นอนอีกหรือ?” ชิงหลงเอ่ยสาวหญิงสาวที่กำลังลุกขึ้นมานั่งจ้องเขา

    “พี่ชิงหลงมีความสุขมากหรือ?” หญิงสาวเอ่ยถามเขาพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

    “อันใดคือมีความสุขมากหรือหนิงเอ๋อร์ พี่ไม่เข้าใจ”

    “ฮึ่ม อย่ามาโกหกข้านะ ข้ารู้นะว่าท่านคงมีความสุขมากล่ะสิ ที่มีสตรีมาตกหลงรักน่ะ” หญิงสาวเอื้อมมือขึ้นไปลูบหน้าเขาเบาๆ ก่อนจะกระชากตัวเขาให้นอนลงแล้วนางขึ้นไปนั่งคร่อมบนตัวเขา

    “นะ หนิงเอ๋อร์เจ้าเมาแล้ว พี่ว่าเราค่อยคุยเรื่องนี้กันพรุ่งนี้เถอะ-///-” ชิงหลงที่เห็นว่านางกำลังเอามือคลายเสื้อเขา เขาก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

    ชิงหลง: สถานการณ์คุ้นๆ น่ะแบบนี้

    “ฮึ่มใครเมากัน ข้าไม่ได้เมาสักหน่อยท่านอย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ” หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนได้ยินชายหนุ่มบอกว่าตนเมา ซึ่งนางนั้นก็ไม่ได้เมาจริงๆ นางยังคงมีสติอยู่ ถึงจะไม่มากแต่นางก็ยังรู้ตัวดีตนกำลังทำอะไร

    “พี่ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องนะ หนิงเอ๋อร์พี่ว่าไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันเถอะ..อ๊า” ชายหนุ่มเผลอครางออกมา เมื่อมือที่แสนซนของนางกำลังลูบไล้แผงอกของเขา

    “พี่ชิงหลง พี่แค่ตอบคำถามข้ามาก็พอแล้ว อย่ามาทำให้ข้าหงุดหงิดน่ะ-^-” นางยังคงใช้มือลูบไล้ไปทั่วเรือนของเขา เริ่มจากแผงอกจนลงมาหน้าท้องที่มีก้อนขนมปังหกก้อน

    “พะพี่ไม่ได้มีความสุขที่ถูกไล่ตามนะหนิงเอ๋อร์ กลับกันพี่ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ” เมื่อเห็นว่าตนไม่สามารถบ่ายเบี่ยงนางได้ เขาจึงตอบคำถามไปตามตรง

    “จริงหรือ? พี่ไม่ได้โกหกข้าแน่นะ”

    “แน่นอนสิพี่จะโกหกเจ้าไปเพื่ออะไรล่ะ หนิงเอ๋อร์พี่รักเจ้ามากถึงเพียงนี้เจ้าไม่รู้เลยหรือ” ชิงหลงมองนางด้วยแววตาน้อยใจเมื่อเห็นว่านางไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของตน

    “พี่ชิงหลงใช่ว่าข้าไม่รู้ความรู้สึกของพี่สักหน่อย เพียงแต่ข้าแค่หงุดหงิดที่พอคิดว่าในระหว่างที่ข้าไม่รู้เรื่องคงมีผู้หญิงมากมายที่มาคอยตามรักท่านแล้ว ข้าก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด ในขณะที่มือของนางก็เริ่มลูบต่ำลงไปเรื่อยๆ ชิงหลงที่ได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น ในใจของเขาก็ลิงโลดเมื่อได้ยินว่านางหึงเขา เพียงใบหน้าของเขายังคงเป็นใบหน้าแดงก่ำเช่นเดิม

    “อ่ะ หนิงเอ๋อร์หยุดเดี๋ยวนี้-///-” ชิงหลงจับมือของนางไว้ก่อนที่นางจะเลื่อนต่ำลงไปมากกว่านี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าหลังจากนั้นเขาจะสามารถห้ามไม่ให้ตนเองรังแกนางได้หรือไม่

    “หืม? พี่ไม่อยากให้ข้าทำอย่างงั้นหรือ” หญิงสาวเอียงคอมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย ความไร้เดียงสาที่นางแสดงออกมานั้นทำให้ชิงหลงถึงกับใจอ่อนยวบ มือของเขาเริ่มคลายออกเล็กน้อย ทำให้หญิงสาวมีช่องว่างผลักเขาลงไปนอน จากนั้นนางก็ก้มลงไปจูบเขาอย่างดูดดื่ม

    รสชาติจูบที่เร่าร้อน นุ่มนวลและอ่อนโยน ทำเอาชายหนุ่มเริ่มปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสสัมผัสนั้น หญิงสาวยังคงมอบรสชาติจูบอันลึกซึ้งให้เขา จนเมื่อนางจูบจนพอใจแล้วนางก็ยันตัวขึ้นมานั่งมองเขาเช่นเดิม ดวงตากลมมองประกายความหื่นกระหายในดวงตาของชายหนุ่มด้วยความสนุกสนาน

    “ในเมื่อคนงามทำให้ข้าหงุดหงิด งั้นข้าก็คงต้องมอบบทลงโทษให้ ท่านว่าจริงหรือไม่พี่ ชิง หลง^^” นางมองชายหนุ่มใต้ร่างด้วยแววตาซุกซน ในขณะที่ชายหนุ่มก็ได้จ้องมองนางด้วยเหม่อลอย เพราะภรรยาที่เป็นแบบนี้มันช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก

    “แน่นอนสิในเมื่อคนงามทำผิด ก็ย่อมต้องมีบทลงโทษ แล้วหนิงเอ๋อร์อยากลงโทษคนงามเช่นไรหรือ>///<” ในเมื่อภรรยาอยากให้เขาเป็นคนงามถ้าเช่นนั้นตนก็จะเล่นเป็นเพื่อนนาง ชิงหลงคิดในใจส่วนร่างกายนั้นเขาก็ขัดขืนนางเป็นพอพิธี จนทำให้หญิงสาวใช้มือข้างว่างจับมือสองข้างของชายหนุ่มไว้บนหัว แล้วมองเขาด้วยสายตาวาววับเหมือนนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อของตน

    “อื้อ...แน่นอนว่าบทลงโทษนั้นก็คือการตีตราเป็นเจ้าของคนงามอย่างไรล่ะ แบบนี้คนงามจะได้เลิกไปล่อแมลงน่ารำคาญข้างนอกเสียที^^”

    “ตีตราเป็นเจ้าหรือ?” ชิงหลงคิดว่านางไม่กล้าทำอย่างที่พูดจริงๆ หรอก เพราะครั้งก่อนนางหลับไปก่อนเขาได้เลย ครั้งนี้ก็คงไม่ต่างกันมาก

    “อื้มตีตราเป็น เจ้า ของ ^^” ว่าจบนางก็ก้มลงไปจูบชายหนุ่มอีกรอบ ครั้งนี้นางไม่เพียงแต่จูบ แต่นางยังใช้มือถอดเสื้อผ้าของเขาออก ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ได้ขัดขืนกลับกันเขากับให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีพร้อมทั้งเตรียมใจรับผลลัพธ์สุดท้ายไปด้วย หากแต่ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด

    ร่างของหญิงสาวที่กำลังนอนทับชายหนุ่มอยู่ด้านบน นางค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นแล้ว จากนั้นนางก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของตนออก เผยให้เห็นเรือนร่างงามของส่วนเว้าโค้งหญิงสาว นิ้วมือเรียวทั้งห้าค่อยๆ เลื่อนไปยังจุดที่อยู่ต่ำกว่าใต้สระดือของชายหนุ่มแล้วเล่นกับตัวตนของเขา ทำให้ชายหนุ่มส่งเสียงครางออกมาอย่างแผ่วเบา จนเมื่อชายหนุ่มได้เสร็จสมไปหนึ่งรอบ นางก็ค่อยๆ ยกตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วปรับตำแหน่ง จนเมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการแล้ว นางก็กดร่างของตนลงอีกครั้งเพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับชายหนุ่ม

    หญิงสาวส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อย เนื่องจากเจ็บจากความใหญ่โตของชายหนุ่ม นางจึงหยุดสักพักก่อนจะเคลื่อนไหวเมื่อความเจ็บปวดลดลง เรือนร่างงามควบขี่อยู่บนตัวของชายหนุ่มพร้อมกับชักนำเขาให้ไปถึงฝั่งฝันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงครวญครางของทั้งคู่ดังออกมานอกห้อง ทำให้อาอู๋ผู้ซึ่งคิดจะมาตามนายน้อยของตน รีบหนีกลับห้องตนไปอย่างไวพร้อมพยายามสะกดตนเองให้ลืมสิ่งที่ตนได้ยินไปเสีย ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาเขานั้นคงไม่อาจรับได้

    ในขณะที่อาอู๋ผู้คิดว่าตนอาจจะตายเพราะดันไปได้ยินที่ไม่ควรได้ยินเข้า ทางด้านคนในห้องพวกเขานั้นไม่ได้รับรู้ถึงตัวตนที่อยู่นอกห้องเลยสักนิด เพราะในสายตาของพวกเขามีเพียงแค่กันและกันเท่านั้น

    หญิงสาวเคลื่อนไหวอยู่บนร่างชายหนุ่มอย่างไม่รู้จักเหนื่อย จนเมื่อชายหนุ่มเสร็จสมเป็นหนที่สาม นางก็ล้มตัวลงไปนอนทับเขาพร้อมกับหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ซึ่งนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มได้แต่มองนางด้วยความเอ็นดูปนสงสาร ก่อนที่เขาจะใช้โอกาสนี้พลิกตัวให้นางเป็นฝ่ายอยู่ด้านล่างแล้วตนขึ้นเป็นฝ่ายอยู่บน

    “หนิงเอ๋อร์เหนื่อยแล้ว ที่เหลือให้ปล่อยพี่จัดการเถอะ%” ชิงหลงก้มลงจูบหน้าผากนางอย่างรักใคร่ ก่อนจะบทบรรเลงบทรักใหม่อีกรอบ

    หนิงหนิงผู้ซึ่งมีสติเหลือเพียงน้อยนิด หลังจากจบศึกครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้ว นางก็ได้มองหมาป่าตัวโตที่กำลังกัดกินนางอย่างหิวโหย จนนางต้องร้องห้ามเขาอย่างเสียไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวไม่ยอมหยุดแม้ว่าใกล้จะเช้าแล้วก็ตาม

    “พี่ชิงหลง..ข้าไม่ไหวแล้วT^T”

    “คนดีพี่ขออีกรอบนะ^^”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน