ตอนที่ 133 เอากระทะทุบรถ BMW
การอยู่บ้านมันช่างแสนสุข หลังจากกินข้าวเช้าที่แม่ทำไว้ให้เสร็จแล้ว ตัวของพีทก็ได้ขันอาสาไปส่งพลอยที่โรงเรียน ส่วนพี่แพรก็ได้ออกไปทำงานพร้อมกันๆ
“พี่พีท โน้ตบุ๊กที่พีทซื้อให้มันสุดยอดไปเลย เมื่อคืนนี้หนูนั่งเรียนกับมันจนดึกเลย” พลอยพูดด้วยความตื่นเต้นตามประสาพี่น้องที่สนิทกัน อันที่จริงเธออยากจะเอาโน้ตบุ๊กที่เธอได้ไปอวดเพื่อนสนิทที่โรงเรียน แต่พีทได้ห้ามเธอไว้ อนึ่งเพราะกฎของโรงเรียนที่ในปี 2013 อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ดั่งเช่น ไอแพดและโน้ตบุ๊ก ยังคงเป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้ามาในโรงเรียนอยู่
ซึ่งพลอยก็เข้าใจดี เธอแค่มีอาการเห่อของใหม่ก็เท่านั้น…พีทขับรถมาส่งพลอยที่หน้าโรงเรียนก่อนที่ในชั่ววินาทีที่พีทกำลังจะหันหัวรถจอดชิดซ้ายเพื่อส่งพลอยเข้าโรงเรียน
จู่ๆ ก็มีรถ BMW ขับรถเบียดแทรกเข้ามาจากอีกเลน ก่อนจะตวัดหัวรถจอดชิดซ้ายตัดหน้ารถของพีทจนพีทต้องเหยียบเบรกอย่างแรง เพื่อไม่ให้รถทั้งสองคนชนกัน
“ขับรถภาษาอะไรวะ?” นี้เป็นประโยคคลาสสิคที่คนไทยมักจะพูดกันเสมอ หากแต่คำพูดนี้คนที่ควรพูดควรจะเป็นพีท หากแต่มันกลับกลายเป็นเจ้าของรถ BMW ที่เมื่อจอดรถเสร็จก็พลันเปิดประตูด่ากราดลงมาจากรถพลางชี้นิ้วด่าพีทเสียอย่างนั้น
“กับอีแค่รถกระจอกๆ คันหนึ่ง ไปเรียนขับรถมาใหม่ไป” เจ้าของรถ BMW ชี้นิ้วด่ากราดอยู่ที่หน้ารถของพีท โดยอีกฝ่ายได้เสื้อเชิ้ตสีฟ้า พร้อมด้วยเนกไทสีน้ำเงิน รวมไปถึงกางเกงและรองเท้า ล้วนแล้วแต่เป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่มีราคาพอตัว
“ลงมาสิโว้ย ลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง!” เจ้าของรถ BMW ยังคงวางท่าไม่หยุด ซึ่งรอบๆ ข้างก็เริ่มมีทั้งนักเรียนและผู้ปกครองจ้องมองมาทางพวกเขาอยู่พอสมควร
“เดี๋ยวพี่ลงไปคุยเอง…พลอยรออยู่ในรถอีกสักพัก หากพี่ให้สัญญาณก็ค่อยลงจากรถก็แล้วกัน” พีทเป็นห่วงพลอย ไม่อยากให้น้องของตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องไร้สาระพวกนี้ จึงได้ลงจากรถไปเพื่อดึงดูดสายตาของทุกคนให้มาสนใจตัวเองแทน
“นั้นน่าจะเป็นพี่ของมายด์ที่อยู่ห้อง 1” พลอยพูด เธอจำรถของพี่ชายมายด์ได้เป็นอย่างดี เพราะมันเป็นรถคันเดียวของผู้ปกครองในโรงเรียนแห่งนี้ ที่แต่งท่อให้ดัง เหมือนเสียงเรือหางยาวอย่างไรอย่างนั้น
มายด์กับพลอยนั้นอยู่คนละห้องกัน โดยมายด์อยู่ห้อง 1 ถือเป็นห้องคิงของโรงเรียน ส่วนพลอยนั้นอยู่ห้อง 2 ถือเป็นห้องควีน ซึ่งอันที่จริงห้องคิงหรือควีนก็ไม่ได้แตกต่างกันเสียเท่าไร
เพราะนักเรียนของทั้งสองห้องนี้ถือว่าเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพพอๆ กัน เป็นนักเรียนที่มีคะแนนการเรียนอยู่ในระดับค่อนไปทางสูงของโรงเรียนจึงได้ถูกจัดและคละให้มาอยาในห้องเหล่านี้
แต่ทว่าการกำหนดห้องหนึ่งเป็นคิง อีกห้องหนึ่งเป็นควีน มองเผินๆ จากบุคคลภายนอกคงไม่ได้มีความแตกต่างอะไรกัน แต่สำหรับเด็กนักเรียน มันคือแบ่งชนชั้นไปโดยไม่รู้ตัว
แน่นอนพลอยกับมายด์ ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นศัตรูกันไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรการถูกแบ่งชนชั้นด้วยลำดับของห้องเพียงเท่านี้ก็ทำให้เด็กนักเรียนจากทั้งสองห้อง พร้อมที่จะเป็นศัตรูกันได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว หากมีเรื่องมากระตุ้นให้เกิดการแตกแยก
ดังเช่นเรื่องในวันนี้ พี่ชายของมายด์หรือเจ้าของรถ BMW คันงาม ที่กำลังด่ากราดใส่รถกระบะของพีท
“คุณต่างหากที่ขับรถประมาท…คุณขับปาดหน้ารถของผม แล้วยังเบียดเข้ามาแบบนี้ หากผมไม่เหยียบเบรกป่านนี้ เด็กนักเรียนที่นั่งอยู่ด้านซ้ายคงโดนผมชนไปแล้ว” พีทเปิดประตูลงไป เพื่อที่จะไปเคลียร์กับคู่กรณีให้รู้เรื่อง
ซึ่งอีกฝ่ายพอเห็นพีทแต่งกายด้วยชุดธรรมดา (ชุดอยู่บ้าน) มันก็เริ่มวางท่า มองพีทด้วยสายตาที่เหยียดเล็กน้อย อีกทั้งพีทเองก็น่าจะอายุน้อยกว่ามันด้วยแล้ว ก็ทำให้คู่กรณีที่กำลังวางท่ายิ่งทำตัวหยิ่งผยองเข้าไปใหญ่
“ลองแกชนรถของฉันดูสิ! คิดว่าแกจะมีปัญญาจ่ายค่าเสียหายไหม? รถแกมีประกันหรือเปล่า ผ่อนหมดหรือยัง? รู้ไหมว่ารถของฉันมันราคาเท่าไร ไอ้โง่!” คนขับ BMW เริ่มวางท่า พลางใช้เท้าของมันสะกิดมาที่รถของพีท ราวกับว่ารถของพีทเป็นเศษเหล็ก
ก็จริงอยู่รถของพีทมีราคาไม่กี่แสน เทียบกับBMWที่เป็นรถยุโรปคงไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นรถคันนี้ก็คือรถคันแรกที่พีทซื้อไว้ใช้สำหรับทำงาน สำหรับร้าน Chicky CPF ของเขา ดังนั้นพีทจึงผลักชายคู่กรณีให้ถอยห่างจากรถของเขา
“แกกล้าผลักฉันเหรอ…ทุกคนดูไว้ ไอ้หมอนี้มันทำร้ายร่างกายผมก่อน!” คู่กรณีร้องโวยวาย ประหนึ่งพยายามเรียกร้องความสนใจ แน่นอนมันทำสำเร็จ ภายในไม่กี่นาที ก็พลันมีเด็กนักเรียนและผู้ปกครองมามุงกันเต็มสองข้างทางหน้าโรงเรียนไปหมดแล้ว
“ทุกคนเขามีตา เขาคงรู้ว่าใครเริ่มก่อน…ถ้าหากคุณไม่เอาเท้าของคุณมาถีบรถของผม ผมก็ไม่จำเป็นต้องผลักคุณเช่นกัน” พีทจ้องมองไม่วางตา พีทรู้ว่าคนประเภทนี้ล้วนแค่อยากวางมาด อยากทำให้ตัวเองเป็นที่สนใจ ยิ่งที่หน้าโรงเรียนด้วยแล้ว ที่มีทั้งเด็กนักเรียนชายและหญิง มันก็ยิ่งทำให้คนแบบนี้รู้สึกเท่ในสายตาของทุกคน
แม้หน้าตาของพีทจะดีกว่ามาก แต่ด้วยลักษณะการแต่งกายในชุดอยู่บ้านและผมที่พึ่งลุกจากที่นอน คงไม่ได้มีเสน่ห์เท่ากับคู่กรณีที่แต่งตัวจัดเต็มอยู่แล้ว ผมถูกจัดแต่งทรงมาเป็นอย่างดี รถหรู เสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว
ถ้าเบ้าหน้าของพีทไม่ดีมากจริงๆ ก็คงเทียบอะไรกับอีกฝ่ายไม่ได้เลย “แล้วยังไง ฉันถีบรถของแกแล้วมันยังไง มันจะสักกี่ตังเชียว” พูดจบคู่กรณีก็ใช้เท้าถีบใส่ด้านหน้าของรถกระบะพีทอย่างแรง จนเกิดเป็นรอยถลอกเล็กน้อย ซึ่งพีทก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าลงมือทำถึงขนาดนี้เลยเข้าไปห้ามไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม คู่กรณีก็ดูจะวางมาดไม่จบ มันควักกระเป๋าตังค์ออกมา พลางโยนแบงก์พันจำนวนหลายใบใส่หน้าของพีท เพียงเท่านี้ก็ทำให้อารมณ์ของพีทนั้นขาดสะบั้นลง
[เอไออัลฟ่า…ปิดระบบโทรศัพท์และกล้องวงจรปิดที่อยู่ตรงนี้ให้หมด!] พีทโกรธจัดแล้ว เขาสั่งเจ้าเอไออัลฟ่าเพื่อตัดระบบทุกอย่างที่กำลังถ่ายวิดีโอของเขาอยู่ในทันที
โทรศัพท์หลายสิบเครื่องที่กำลังถ่ายวิดีโอเหตุการณ์อยู่ จู่ๆ ก็ดับลง
‘โทรศัพท์ฉันเป็นอะไร ทำไมภาพถึงค้างล่ะ?’
‘แบตหมดเหรอ เมื่อกี้ยังใช้ได้ดีๆ อยู่เลย’
คนที่ยกมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป ต่างบ่นกันระงม ที่จู่ๆ โทรศัพท์ของพวกเขาก็หน้าจอดับหรือเครื่องดับไปเอง
ซึ่งในระหว่างนั้น พีทที่โกรธจัดก็เดินไปหลังท้ายรถกระบะของเขา ต้องอย่าลืมว่ารถคันนี้เอาไว้ใช้สำหรับร้านไก่ทอดของพีท ด้านหลังรถยังพอมี กระทะ ตะหลิวหรือมีดอยู่ครบถ้วน
ตัวของพีทคว้าสิ่งใดติดมือมาได้ เขาก็ไม่รู้แน่ รู้เพียงแต่ว่าสิ่งนี้มันเหมาะมือดี ซึ่งนั้นก็คือกระทะที่พีทเคยใช้ทอดไก่นั่นเอง
พีทคว้ากระทะออกมาจากหลังรถ เดินดุ่มๆ ตรงไปยังคู่กรณีที่ขับ BMW ที่กำลังผงะด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไป จะไปยั่วยุจนทำให้อีกฝ่ายโกรธจนถึงขั้นใช้อาวุธแบบนี้ กระทะ=อาวุธ?!
อันที่จริงมันก็เคยทำลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เวลามีเรื่องทะเลาะวิวาทบนท้องถนน มันใช้เงินฟาดไปทุกอย่างก็เป็นอันจบ เงินที่มันโยนออกไปน่าจะราวๆ หมื่นกว่าบาท น่าจะพอสำหรับซ่อมรถและทำให้อีกฝ่ายเลิกราต่อกันได้แล้ว มันจะได้จับรถออกไปอย่างเท่ๆ
แต่มันไม่คิดว่า เงินเพียงแค่ไม่กี่หมื่น มันซื้อพีทไม่ได้ “หลบไป!” พีทตวาดใส่คู่กรณีที่พยายามยกมือห้าม “จะทำอะไร ใจเย็นๆ ก่อนน้องชาย นี้รถ BMW เชียวนะ…แกชดใช้ไหวเหรอ?” การที่เจอคนจริงแบบนี้มันก็ทำให้อีกฝ่ายไปไม่เป็นเหมือนกัน มันพยายามข่มขู่ต่างนานา
ถึงอย่างนั้นก็ห้ามพีทที่โกรธจัดไม่ได้ พีทอาจเป็นคนใจเย็น นิ่งสุขุมมาตลอดแต่นั่นเป็นในส่วนของการทำธุรกิจที่ต้องเยือกเย็นเข้าไว้ ใครใจร้อนก่อนย่อมแพ้ไป
แม้แต่คู่กรณีเก่าอย่างประธานวรชัย ที่เคยมีปัญหากับพีท…พีทยังให้อภัยและทำงานร่วมกันได้
หากแต่การทะเลาะวิวาทในครั้งนี้ไม่เหมือนกัน นี้ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ ยิ่งเป็นตัวเขาที่ถูกหาเรื่องก่อนด้วยแล้ว อีกทั้งหลักฐานก็มีทั้งหมด มีหรือที่ชายหนุ่มจะสะกดกั้นอารมณ์เอาไว้ได้ ‘เปรี้ยง~!’
กระทะเหล็กหน้ากว้าง ถูกพีทใช้มือข้างเดียว ทุบลงที่รถ BMW อย่างแรง แรงถึงขนาดที่ว่ารถยุโรปที่มีโครงสร้างแข็งแรงติดอันดับโลก ก็ยังบุบและยุบลงไปเป็นรอยกระทะ และจากแรงที่ถูกกระทำใส่รถ มันก็ทำให้กระจกหลังของรถ BMW ที่มีกระจกป้องกันการแตกและทำให้ถูกบาดจากรอยกระจกที่แตก ก็พลันแตกร้าวเป็นเม็ดๆ อีกด้วย
ผู้คนรอบข้างต่างอ้าปากค้าง บางคนยกมือขึ้นปิดปากไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายไปมากขนาดนี้ จากแค่ขับรถตัดหน้า ปาดหน้ากันธรรมดา จู่ๆ มันก็ลุกลามมาถึงขั้นทำลายทรัพย์สินกันแล้ว
“เชี่ย…นี้แกทำอะไรลงไป?! รถของฉัน” หนุ่มรถ BMW อ้าปากค้าง มองดูรถของตัวเองที่ด้านหลังของรถสภาพพังยับเยิน มันเอื้อมมือไปสะกิดกระจกที่แตกร้าวเป็นเม็ดๆ และพอจิ้มลงไปเท่านั้น เศษกระจกที่แตกร้าวก็พลันแตกละเอียดร่วงหล่นลงมาเหมือนกับเม็ดทราย ช็อก~!
“คุณถีบรถผม ผมตีรถคุณ ที่นี่ก็เจ๊ากันแล้ว? ยังอยากจะมีเรื่องต่อไหม” พีทโยนกระทะกลับไปที่หลังรถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากนั้นเขาก็เดินกลับไปหาคู่กรณีพลางก้มลงไปพูดกับหนุ่ม BMW ที่ดูจะอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกและกำลังนั่งอยู่กับพื้นมองรถที่พังยับของตัวเอง
“. . .” หนุ่ม BMW ไม่ได้พูดอะไรอีก มันไม่กล้าวางมาดแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่ต้องเรียกตำรวจและประกันมาช่วยเคลียร์แล้ว
พีทถอนหายใจออกมา ไม่คิดว่าวันดีๆ แบบนี้ จะกลายเป็นวันที่ยุ่งยาก…ก่อนที่เขาจะพยักหน้าไปที่รถ เพื่อส่งสัญญาณให้พลอยลงจากรถ กลับเข้าไปในโรงเรียน
และในระหว่างที่พลอยแอบลงจากรถ เธอก็ได้เผชิญหน้ากับมายด์ รวมถึงเด็กนักเรียนห้อง 1 ที่พยายามปลอบขวัญมายด์กันยกใหญ่ เมื่อเห็นพี่ชายของเธอ ถูกพีทใช้กำลังทำลายทรัพย์สิน
“ที่แท้ก็เป็นพี่ชายของเด็กห้องสองนี้เอง ดีแต่ใช้แต่กำลัง ไม่มีสมอง!” เด็กนักเรียนหญิงจากห้องหนึ่ง ที่กำลังประคองมายด์น้องสาวของคนขับรถ BMW ได้ด่าพลอยที่กำลังเดินเข้าโรงเรียน
หากแต่พลอยก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับเด็กจากห้องหนึ่งเพียงลำพัง เพราะตรงนั้นก็มีกลุ่มเด็กนักเรียนจากห้องสองอยู่ด้วยไม่น้อยเหมือนกัน “พวกเธอเนี่ยนะมีสมอง…ใครก็รู้ว่าพี่ชายของมายด์เป็นฝ่ายหาเรื่องพี่ของพลอยก่อนชัดๆ” เด็กห้องสองเองก็ไม่ยอม ทุกคนเริ่มโต้เถียงกันไปมา จนสุดท้ายครูที่ปรึกษาของแต่ละห้องต้องมาพาเด็กทั้งสองห้องของตัวเองกลับไป
ส่วนเรื่องของพีทและหนุ่ม BMW ก็ให้เป็นเรื่องของตำรวจและประกันที่เข้ามาจัดการ
แน่นอนทางด้านของหนุ่ม BMW ที่พีทพึ่งมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ ‘มิค’ อายุ 26 ปี ได้แจ้งข้อหากับตำรวจว่าพีททำลายทรัพย์สินของเขา
แต่ทว่าจากหลักฐานที่มีซึ่งตำรวจได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดและคนที่ถ่ายคลิปเอาไว้กลับพบว่า มีเพียงภาพมิคที่เข้าไปถีบรถของพีทก่อน พลางใช้เงินปาใส่หน้าพีทอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนฉากที่พีทตอบโต้คืน ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิดของโรงเรียนหรือกล้องจากโทรศัพท์มือถือล้วนไม่มีภาพดังกล่าว
แม้จะมีพยานหลายคน ยืนยันว่าพีทใช้กระทะทุบรถของมิคจริงๆ แต่พอตำรวจร้องขอให้ช่วยไปเป็นพยานที่สถานีตำรวจ กลับไม่มีใครสักคนที่ยอมเสียเวลาไปเป็นพยาน
เรื่องไทยมุงคนไทยนั้นโดดเด่น แต่ถ้าให้ไปเป็นพยาน…ล้วนไม่มีใครอยากยุ่ง เพราะมันเสียเวลาทำมาหากิน ดีไม่ดีถ้าทั้งสองฝ่ายต่างยืดเยื้อจนถึงขึ้นโรงขึ้นศาล นี้ยิ่งไม่ลำบากตัวเองหรอกเหรอ
มิค พยายามขอร้องและจะว่าจ้างพยานที่เห็นเหตุการณ์ ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสักคนยอมไป สถานีตำรวจกับเขาเลย
พยานและหลักฐาน มีเพียงแค่ของพีทฝ่ายเดียวเท่านั้นที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ของมิคมีแค่คำพูดปากเปล่า สุดท้ายตำรวจก็เกลี่ยกล่องให้ทั้งสองยอมไกล่เกลี่ยกันเอง เพื่อที่จะปิดคดีให้ได้โดยเร็ว จะได้ไม่ต้องยุ่งยากตามการทำงานของตำรวจไทยส่วนใหญ่ ที่ทำงานเช้าชามเย็นชาม
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy