บทที่ 38
งานเทศกาลศิลปะใกล้มาถึง
หลังจากที่รู้ข่าวว่าภายในเมืองจินหยวนไม่มีงานสำคัญถูกจัดขึ้นจางหยวนเก็บตัวอยู่ภายในห้องเป็นเวลา 4 วันเต็ม
เขาใช้เวลาอยู่ภายในนั้นโดยการรังสรรค์ผลงานมากมายขึ้นมาด้วยพู่กันนึกคิดเป็นเพราะว่าคิดว่าตัวเองจะต้องได้รับผลประโยชน์เกี่ยวกับงานที่ถูกจัดขึ้นในครั้งนี้อย่างแน่นอน
ไม่ว่ามองอย่างไรงานที่ถูกจัดขึ้นมามันก็เป็นประโยชน์กับเขา
ตอนนี้ที่มีพู่กันนึกคิดที่สามารถรังสรรค์ภาพตามหัวของตนเองออกมาได้เขามั่นใจว่าภายในหัวของเขางานศิลปะมากมายที่มาจากวรรณกรรมยุคสมัยก่อนต้องเป็นที่พึงพอใจกับผู้คนอย่างแน่นอน
หย่งคังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านน่ามองดูสวนผักที่กำลังเจริญเติบโตงอกงาม
เด็กน้อยทั้งสองวิ่งตรงเข้ามาหาหย่งคังแล้วร้องเรียกขึ้นมา “ท่านลุงขอรับแล้วท่านพี่จางหายไปไหนอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
“ เรื่องนั้นเขากำลังเก็บตัวอยู่ ”
“ มองดูจากเวลาแล้วก็น่าจะใกล้เวลาที่จะออกมาแล้ว” หย่งคังกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
ในขณะที่กำลังพูดและสนทนากันอยู่นั้นเองเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านหลัง“ กำลังพูดเกี่ยวกับเรื่องของข้าอยู่อย่างนั้นรึ ”
เมื่อหันไปมองบริเวณด้านหลังก็พบเห็นเข้ากับร่างของจางหยวน
จางหยวนเดินทางออกมาจากภายในห้องของตนเองหลังจากที่เก็บตัวอยู่ประมาณ4 วันเต็มๆในครั้งนี้ได้สูดอากาศเป็นครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้ออกมาสูดอากาศด้านนอกเป็นเวลานาน
แสงแดดส่องกระทบใบหน้าร่างของบุรุษหนุ่มยืดตัวตรงขึ้นพร้อมกับสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปภายในปอด
เขาแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสบายใจ “ข้าไม่ได้ออกมาด้านนอกมาเป็นเวลานานแล้วหลังจากที่ไม่ได้ออกมาเป็นเวลานานได้สูดอากาศบริสุทธิ์เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ”
จางหยวนเดินเข้ามาแล้วก็นั่งลงข้างๆหย่งคัง “ ว่าอย่างไรในสวนยังคงปกติดีหรือไม่ขอรับ”
“ ทุกอย่างยังคงเรียบร้อยดีมีอันใดต้องกังวลตอนนี้ผักวิญญาณอีกไม่กี่วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ”
“ ดีขอรับถ้าเช่นนั้นหลังจากงานเทศกาลในครั้งนี้ผ่านพ้นไปพวกเราเองก็คงจะได้ทำการเอาผักวิญญาณพวกนี้ไปขาย ”
“ แล้วตัวของเจ้าวาดภาพที่ตัวเองอยากจะว่าเสร็จแล้วเห็นมันรึ?”
จางหยวนยิ้มแล้วก็ตอบกลับไป “ แน่นอนขอรับว่าเสร็จแล้วภาพวาดภาพดอกไม้เสร็จเรียบร้อยแล้วในวันพรุ่งนี้รอดูที่งานเถอะขอรับ ”
…
ณ จวนตระกูลโม่
ห้องส่วนตัวบริเวณด้านในสุดของจวน โม่เยี่ยนกำลังยืนมองภาพวาดที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยจิตวิญญาณของจางหยวน
ภาพที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้าของผู้เป็นภรรยาและครอบครัวที่กำลังยืนอยู่อย่างพร้อมหน้าภายใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านนอก
จ้องมองภาพที่มีกลิ่นอายแห่งความคิดถึงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขหลังจากที่ผู้เป็นภรรยาจากไปเขาไม่ได้พบเจอภาพเช่นนี้อีกเลย
โม่เยี่ยนหลังจากที่ได้มองเห็นภาพนี้ถูกส่งมาจากที่นี้หลังจากลองตรวจดูภาพแล้วก็น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก
โดยองค์ประกอบของภาพวาดถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นงานฝีมือชิ้นเอกอย่างไม่ต้องสงสัยภายในภาพวาดประกอบไปด้วยต้นบุบผาขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ด้านหลังห้อง มีภรรยาและบุตรของเขาอีก4 คนรวมไปถึงตัวของโม่เยี่ยนถูกวาดอยู่ภายในนั้น
พ่อบ้านโม่ก้าวเข้ามาบริเวณด้านหลัง “ดูเหมือนว่าท่านจะถูกใจภาพวาดนี้เป็นอย่างมาก ”
“ แน่นอนว่าย่อมเป็นเช่นนั้นคนแซ่จางผู้นั้นมีฝีมือการวาดที่ยอดเยี่ยม ไม่คิดเลยว่าภาพที่วาดออกมาราวกับว่าถอดแบบออกมาจากความทรงจำ” โม่เยี่ยนเอ่ยชม
เจ้าภาพวาดที่อยู่ด้านหน้าของมันมีทั้งจิตวิญญาณและมีกลิ่นอายแห่งความทรงจำที่เลือนลาง
เพราะแบบนั้นหลังจากที่ได้ภาพวาดนี้มาทุกๆวันมันมักจะมายืนมองภาพวาดนี้เป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม
“ ในวันพรุ่งนี้จะมีงานจัดแสดงเหล่าวรรณกรรมภายในเมืองแห่งนี้ในขั้นคิดว่าอย่างไรคิดว่าคนแซ่จางผู้นั้นจะมาร่วมงานหรือไม่ ” พ่อบ้านโม่เอ่ยถาม
โม่เยี่ยนแสดงท่าทางที่สงบนิ่งค่อยๆเดินออกมาจากจุดนั้นไปนั่งตรงบริเวณที่นั่งของตนเองแล้วค่อยพูดออกมา“ นั่นสิเสียก็คิดว่าอย่างไรคนแซ่จางผู้นั้นก็คงจะเข้าร่วมภายในงานนี้มันไม่ได้มีเพียงแค่งานจะแสดงหรือว่านำเอาพวกวรรณกรรมมาให้ผู้คนได้ชม ”
“ แต่ภายในงานนี้มันถูกจัดแสดงขึ้นมามีทั้งชื่อเสียงแล้วก็มีทั้งเงินทอง”
“ ถ้าคนแซ่จางผู้นั้นอยากจะก้าวหน้าย่อมต้องไขว่คว้าโอกาสนี้เอาไว้ ”
“ คนที่จัดงานแสดงในครั้งนี้ขึ้นมานั่นคือตระกูลสวีคนพวกนั้นชื่นชอบงานศิลปะเป็นอย่างมาก ”
“ สำหรับตัวของข้าเป็นคนแค่ชื่นชมเท่านั้นเพราะเห็นว่างานศิลปะเหล่านี้มันเป็นงานศิลปะที่งดงาม ”
“ แต่สำหรับตระกูลสวีพวกเขาชื่นชอบเกี่ยวกับพวกงานศิลปะเหล่านี้ก็เป็นภารกิจของตระกูลมาตั้งหลายชั่วอายุคน”
“ ถ้าเกิดว่าความสามารถของคนแซ่จางผู้นั้นไปเข้าตาตระกูลสวีเข้าแน่นอนว่าตระกูลสวีคงจะสนับสนุนคนผู้นั้นอย่างสุดความสามารถ ”
“ นายท่านจะสื่อก็หมายความว่าเหมือนกับยอดจิตรกรในยุคนี้”
“ ถูกต้องยอดจิตรกรภายในยุคนี้มีหลายคนที่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลสวีก่อนตนเองนั้นจะปรากฏความสำเร็จ ”
พ่อบ้านโม่เงียบไปสักพัก
“ จริงสิมีเรื่องหนึ่งที่ตัวของข้ายังไม่ได้รายงานเลยท่านจากที่ลองสืบมารู้สึกว่าตระกูลเสิ่นจะทำการนำเอาที่ดินของตนเองหลายสิบหมู่มาเพาะปลูกผัก”
“ เมื่อลองผนวกเข้ากับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่พวกมันเรียกคนแซ่จางไปคุยก็แสดงว่าพวกมันน่าจะบีบบังคับให้เขาขายสูตรปลูกผักวิญญาณ” พ่อบ้านโม่รายงานเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ
เกี่ยวกับเรื่องการเคลื่อนไหวของแต่ละตระกูลใหญ่ภายในเมืองต่างฝ่ายก็ต่างจับตามองกันและกัน
ในตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่ก็มองเห็นว่าที่ดินของตระกูลเสิ่น เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่ดินแล้วก็เริ่มมาเพาะปลูกผัก
ตระกูลนี้มุ่งเน้นผลกำไรมาตั้งแต่ยุคสมัยก่อนแล้วโดยทั่วไปมันทำการค้าพวกข้าวสารและเกลือ
แต่ในครั้งนี้เปลี่ยนมาเป็นการปลูกผักย่อมมีข้อผิดมากมายที่ให้ผู้คนนั้นสามารถสังเกตได้
โม่เยี่ยนยิ้มและส่งเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ “เสิ่นเหยียนชั่งเป็นคนที่โลภมาก ”
“ แล้วนายท่านคิดอย่างไรขอรับคิดว่าพวกมันจะทำการเพาะปลูกผักวิญญาณจริงๆอย่างนั้นหรือแล้วถ้าคนแซ่จางผู้นั้นโดนข่มขู่จริงๆพวกเราควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยหรือไม่ ” พ่อบ้านโม่เอ่ยถามออกไป
ตามหลักความเป็นจริงๆตอนนี้ตระกูลโม่ก็มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับจางหยวนอยู่เกี่ยวกับเรื่องการซื้อขายผักวิญญาณพวกนี้
แน่นอนว่าเกิดเรื่องราวขึ้นมาพวกมันคงจะสามารถยื่นมือเข้าไปช่วยได้แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอการตัดสินใจจากท่านผู้นำ
โม่เยี่ยนถามกลับไป “เจ้าคิดว่าการปลูกผักวิญญาณมันง่ายดายขนาดนั้นอย่างนั้นรึ ”
“ การปลูกผักผักวิญญาณมันง่ายดายขนาดนั้นป่านนี้ผู้คนส่วนใหญ่คงปลูกผักวิญญาณกันไปทั่วแล้ว ”
“ แต่เพราะว่ามันไม่สามารถปลูกผักวิญญาณได้ง่ายดายนี่แหละเลยจำเป็นจะต้องมีคนเพาะปลูกผักวิญญาณโดยเฉพาะ”
“ อย่างไรเสิ่นเหยียนก็ไม่น่าจะสามารถปลูกผักวิญญาณขึ้นมาได้ลำพังเพียงแค่วิธีการปลูกผักวิญญาณที่ตนเองได้รับมาก็ไม่ใช่ว่ามันจะสามารถทำได้สำเร็จ”
“ แล้วอีกอย่างนะถ้าคิดว่าคนหนุ่มแซ่จางผู้นั้นมีบางอย่างมากกว่าที่พวกเราคิดเอาไว้”
“ บางทีในครั้งนี้เราอาจจะได้เห็นตระกูลเสิ่นเสียเงินเพราะว่าความรู้ของตนเองก็ได้”
โม่เยี่ยนคาดเดาถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
“ รอดูไปก่อนเรายังไม่จำเป็นจะต้องเคลื่อนไหว ”
พ่อบ้านโม่ได้ยินแบบนั้นพยักหน้าตอบรับกลับไป “เข้าใจแล้วขอรับ ”
..
วันถัดมา
งานเทศกาลขนาดใหญ่ถูกจัดขึ้นบริเวณใจกลางเมืองจินหยวนมีคนมากมายจากต่างเมืองเดินทางมาร่วมชมงานเทศกาลในครั้งนี้มากมายเพียงเทศกาลงานเทศกาลเดียวมันกลายเป็นว่าเมืองแห่งนี้หนาแน่นไปด้วยผู้คนหลายแสน
จบบท