งามดั่งแสงอรุณที่ขอบฟ้า
สดชื่นดั่งธาราที่เย็นฉ่ำ
หมอกขาวบริสุทธิ์แสนสุดล้ำ
สายลม น้ำอมฤต นั้น
....ฉไหนจะเทียบนาง...
เฟิ่งหวง ฟีนิกซ์เทพเปลวเพลิงหนุ่ม รำพึงออกมา หลังจากได้ทำการเลือกเธอเป็คู่ อย่างไม่เคยได้ตั้งตัวมาก่อน เขาเองชอบอิสระไม่ชอบการผูกมัดกับผู้ได
หลบเหลี่ยงที่จะเลือกคู่ชีวิตมาตลอด แต่วันนี้เพราะความวามงามของนางมันช่างสะกดใจเข้าจริงๆ เขาเหมือนต้องมนต์ไปชั่วขณะ รู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียง
เทพอัคคี พี่ช่ายต่างมารดาของเขาเสียงดังมาแต่ไกล คาดเดาไม่ยากนางคงเป็ เ้าสาวไฟมรณะ ทีถูกกำหนดให้เป็คู่ชีวิตของพี่ชายของเขาเป็แน่
แต่อย่างไรเสียเขาก็หาจะคิดมากกับเื่นี้ เขายังคงเชื่อว่า ชะตาชีวิตของนาง เขาจะเป็ผู้ปกป้อง และคุ้มครองนางได้ดีกว่าพี่ใหญ่ของเขาเป็แน่
เทพอัคคีผู้ที่ไร้หัวใจเฉกเช่นเขา อยู่กับนางก็คงเพียงอยากรับผิดชอบกับความผิดครั้งหนหลังก็เท่านั้น
และอีกอย่างเขากับพี่ชายก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่แล้ว การมีอยู่ของตัวเขาในหมู่วงศ์อัคคีก็ใช่ว่าใครจะยอมรับ
เขาก็เป็เพียงนกเปลวเพลิง ที่มารดาเป็เพียงนางนกปักษาที่าาอัคคีแอบมามีความสัมพันชั่วคราวก็เท่านั้น
ฟีนิกซ์เทพเปลวเพลิงจึงเป็ความผิดพลาดที่มารดา บิดาทิ้งไว้ในราชวงศ์เทพอัคคี
เขาออกจากตระกูลนี้มาั้แ่มารดาได้เสียชีวิตลง บิดามักไม่ใส่ใจว่าเขาจะเป็อย่างไร สิ่งไดที่มีเกรียติ การยกย่อง อำนาจ พี่ชายมักได้เสมอ
แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง ที่เขายังได้พลังวิเศษของบิดามาเป็ผลพวงจากสายเืเดียวกัน เขาเป็ฟีนิกซ์เทพเปลวเพลิงที่มีพลังเวทอัคคี
และ เสียงของเขาสามารถสร้างกำลังใจและกระตุ้นความกล้า–หาญให้แก่ผู้ทำคุณความดีในยามที่จิตท้อแท้ ในทางตรง กันข้าม มันจะกลายเป็เสียงน่าสะพรึงในจิตใจของผู้คิดชั่วร้าย น้ำตาของนกฟีนิกซ์เช่นเขามีพลังในการรักษาาแและชุบชีวิตได้ แต่ก็เป็เื่ยากที่เฟิ่งหวง ฟีนิกซ์หนุ่มจะหลั่งน้ำตาให้ใคร
ยกเว้นคนคนนั้นจะเป็คนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ
ครั้งยังเป็เด็ก เขาเคยพบกับเทพพระอาทิตย์ ท่านชอบให้เขาร้องเพลงให้ฟัง ท่านเทพไท่หยาง มักพานางเซียน ชื่อซูเซียว มาฟังเขาบรรเลงดนตรี
และด้วยความใกล้ชิด ท่านจึงมอบพรวิเศษให้เขา นั่นคือการเป็ะ เขาจะไม่มีวันตาย เมื่อก่อนเขาก็รู้สึกถึงพลังอำนาจที่วิเศษนี้ แต่กาลเวลาผ่านไป
เมื่อเขาเติบโต หลายสิ่งหลายอย่าผันเปลี่ยน ท่านเทพพระอาทิตย์และนางเซียนผู้นั้นก็ดับสลายไป เขาโดดเดี่ยวอีกครั้ง มันช่างโดดเดี่ยวเสียจริง
แต่เพราะการอยู่คนเดียวมานาน นานวันเลยไม่้าสานสัมพันธ์กับใครอีก
เขาอาศัยอยู่ในดินแดนมายามาเนิ่นนาน ที่แห่งนี้มีแหล่งน้ำที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปีกิจวัตรประจำวันของเขาก็ไม่ได้มีอะไรมาก ยามอรุณรุ่งเขาจะส่งเสียงหวาน ร้องเพลงรับแสงอาทิตย์อรุณ ไปพร้อมกับการเล่นน้ำในยามเช้า สำหรับอาหารนั้นที่นี่ก็มีเหลือเฟือ อาหารโปรดของเขาคือสายลมอ่อนๆ น้ำอมฤต น้ำค้าง แม้กระทั่ง หมอกบริสุทธิ์ที่ลอยขึ้นมาจากแม่น้ำและทะเลก็ช่างเลิศรสยิ่ง
"ซูลี่ ข้าเรียกเ้าว่า ลี่เอ๋อ ได้ไหม"
ซูลี่ใกับเสียงผู้ที่มาจากด้านหลัง เธอรีบลุกขึ้นเป็การด่วนแล้วหันกลับไปมอง ไม่คาดคิดสิ่งที่ปราฎในสายตาเธอ ชายหนุ่มรูปร่างงดงามดั่งภาพวาดจาก
เส้นสายลายน้ำหมึกที่พริ้วไหว ถึงแม้เขาจะไม่องอาจเท่าเทพอัคคีเยี่ยนหยาง แต่เขาก็เป็บุรุษที่หน้าตาหมดจด งดงามมากทีเดียว
"เ้าเป็ใคร" ซูลี่เอียงคอถาม และพยายามนึกถึงว่าเคยเจอเขามาก่อนหรือไม่
"ทำไมสาวงามถึงใจร้ายนัก เพิ่งจูบข้าเมื่อวันก่อนแท้ๆ วันนี้กลับลืมข้าเสียสนนิท" เฟิ่งหวงกล่าวช้าๆแต่ย้ำถ้อยคำที่ชัดเจน เขาเดินวนรอบตัวของหญิงสาว
ซูลี่เบิกตากว้าง อ้าปากเหวอ ใช่ว่าเธอจะจำเื่ราวเมื่อวานไม่ได้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาทวงสัญญาเร็วขนาดนี้
เธอกระพริบตาถี่ๆ แล้วเปลี่ยนเป็ยืนจ้องตาของเขา เขามีดวงตาสีฟ้าคล้ายน้ำแข็ง แต่เศร้าสร้อยคล้ายฤดูเหมันต์ ที่มีหิมะโปรยปราย ตาช่างสวยงามแต่ไร้แววของความสุขสมหวัง
ฉับพลันนั้นเอง บุรษตาดวงตาสีฟ้าก็ยืนมืออันเย็นเฉียบเข้าสวมกอดเธอ
"เ้าจะทำอะไรน่ะ" ซูลี่ผลักเขาออกและกำหมัดยกขึ้นมาขู่เขา
"เมื่อวานนี้ เ้าขอข้าแต่งงานเองนะ เเล้วจะหวงตัวทำไม" เฟิ่งหวงพูดอย่างยียวน เขาอยากแกล้งเธอให้เอียงอาย
แต่สถานการ์ไม่ได้เป็ไปตามที่เขาคิด หญิงสาวไม่อายแแถมยังพูดกลับหน้าตาเฉย
"ข้าไม่ได้ตังใจ ท่านก็อย่าถือสาข้าเลย" ซูลี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
"เ้าคิดว่า พันธสัญญาเืที่ทำ เป็เื่ล้อเล่นหรือ" เขามีน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แกมตำหนิอยู่ในที
ซูลี่กระพริบตาปริบๆก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อยๆ
"เ้าไม่ทราบหรอกหรือ ว่าข้าเป็เ้าสาวของเทพอัคคีนะ"
เวลานี้การมีพันธสัญญา กับบุรุษ สองคนมันไม่ใช่เื่ที่ดีนัก ถ้าทุกอย่างเปิดเผยกับเทพเยี่ยนหยาง
ที่เปิดโอกาสให้น้อยชายของเขากล่าวล่วงเธอเช่นนี้ เธอคงไม่พ้น ตายไม่เหลือซากเป็แน่
"ข้ารู้ แต่ข้าไม่สนใจเื่พรรณ์นั้นหรอก"
ริมฝีปากบางเผยรอยิ้มเ็า ... และนั้นคือสัญญาณการเริ่มต้นของการเริ่มรุกร้ำเข้ามาหาเธอหนักขึ้น
"ในกายข้ามีกลิ่นอายเืของเ้า ลองดมซิว่ามันใช่กลิ่นเ้าหรือไม่" ซูลี่ได้ฟังข้อเสนอของอีกฝ่าย เธอขนลุกไปทั่วตัว
เมื่อใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้กับใบหูของเธอ เขาพ่นลมหายใจร้อนๆเข้าใส่
ก่อนที่เธอจะกล่าวตอบอะไรเขาออกไป ใบหน้าของเขาก็ยื่นมาใกล้เธอ เธออ้าปากจะว่าเขา แต่ริมฝีปากของบุรุษเบื้องหน้าก็ประกบเข้ากับปากของเธอเสียแล้ว
"มันมีความรูสึกเย็นๆ และดีจังเลย" ซูลี่หลับตาพริ้มต้อนรับรอยจูบนั้นอย่างไม่รังเกียจ เวลาล่วงเลยไปพอควร มือของเขาเริ่มกอดรัดตัวเธอ
และ ลูบไล้ไปทั่วร่างของเธอ แต่แล้วไฟมรณะของเธอก็ลุกโชนขึ้น เธอได้สติทันที เขาใช้มนตราสะกดจิตใจเธอ
"ฟีนิกซ์ เ้านกชั่ว ข้าจะฆ่าเ้า" ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็ดวงตาเพลิง ไฟลุกโชนทั่วร่าง เฟิ่งหวงรีบผลักหญิงสาวออกจากเขา
ถึงแม้เขาจะเป็ ฟีนิกซ์เทพเปลวเพลิง ที่มีเสี้ยวของเทพอัคคี แต่ดวงไฟนี้เป็ดวงไฟวิเศษที่จะมีเพียงแต่เชื้อสายโดยตรงของเทพอัคคีเท่านั้นเป็เ้าของ
เปลวเพลิงของมันทำลายล้างได้ทั้ง สามพิภพ เธอผู้ซึ่งมีหัวใจของพี่ชายเขาจึงมีพลังนี้คอยปกป้อง
ฟีนิกซ์หนุ่มร้องอย่างเ็ป เปลวเพลิงไฟมรณะแผดเผาเขา ถึงแม้เขาไม่มีวันตาย แต่การาเ็เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาตั้งสติอีกครั้ง รวบรวมกำลังทั้งหมดที่มีปลุกไฟฟีนิกส์ของตัวเองสู้กับไฟมรณะที่ท่วมร่างกายของเขา ไฟค่อยๆหมอดลงที่ละน้อย และดับในที่สุด
เขารีบทะยานขึ้นท้องฟ้า เมื่อได้ยินเสียงเทพอัคคีเรียก ซูลี่ มาแต่ไกล
เขามองเธออีกครั้งอย่างน้อยใจ ถ้าซูลี่ ยังไม่ถอนพันธสัญญาหัวใจอัคคี เขาจะไม่สามารถเข้าใกล้เธอมากกว่านี้ได้ เธอจะไม่มีวันเป็คู่สัญญาเืของเขาเป็แน่
วันนี้การที่เขาได้รับาเ็คงเป็การเตือน ว่าใครเป็เ้าของเธอที่แท้จริง...